เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 47 - ฆ่ามันซะ

บทที่ 47 - ฆ่ามันซะ

บทที่ 47 - ฆ่ามันซะ


บทที่ 47 - ฆ่ามันซะ

ชะตากรรมของสรรพสัตว์ไม่ใช่สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้ ขอเพียงซูหยวนยื่นมือเข้าไปแทรกแซง เขาก็สามารถเปลี่ยนทิศทางของมันได้

อันที่จริง ชะตากรรมของผู้คนบนดาวเคราะห์สีน้ำเงินในปัจจุบัน ได้ผ่านการพลิกผันครั้งใหญ่มาแล้วครั้งหนึ่ง

เมื่อเดือนก่อน ไม่ว่าซูหยวนจะสุ่มดูดวงชะตาของใคร คำตอบที่ได้แทบทั้งหมดคือต้องตายจากการกวาดล้างของกองยานรบอาณานิคมต่างดาว

เพราะการปรากฏตัวของซูหยวนนี่แหละ ที่ทำให้อนาคตเปลี่ยนไป และทำให้ชาวโลกส่วนใหญ่มีโอกาสรอดชีวิตต่อไปได้

แปดชั่วโมงต่อมา

ณ สนามบินเชียงใหม่

อาหลัวมู่เดินลงจากเครื่องบิน ในที่สุดเขาก็กลับมาเหยียบดินแดนทางใต้อีกครั้งในรอบสามสิบปี ความรู้สึกในใจย่อมซับซ้อนยากจะอธิบาย

"คุนหลง ความแค้นระหว่างเรา วันนี้ต้องสะสางให้จบสิ้น"

อาหลัวมู่ถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะมุ่งหน้าไปยังสถานที่แห่งหนึ่งทันที

ที่นั่นคือดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของเหล่าหมอผีในกลุ่มประเทศทางใต้ และเป็นที่พำนักของปรมาจารย์คุณไสยรุ่นแล้วรุ่นเล่า สามสิบปีก่อนอาหลัวมู่เคยเป็นเจ้าของที่นั่น

แต่หลังจากพ่ายแพ้ให้แก่คุนหลง ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ก็ตกไปอยู่ในมือของคุนหลง

ระหว่างทางที่มุ่งหน้าสู่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ อาหลัวมู่พยายามปรับสภาพร่างกายและจิตใจให้พร้อมที่สุด

ไม่ต้องสงสัยเลยว่าการต่อสู้กับคุนหลงครั้งนี้ จะต้องเป็นศึกหนักอย่างที่ไม่เคยเจอมาก่อน เผลอๆ อาจจะหนักหนาสาหัสกว่าเมื่อสามสิบปีก่อนด้วยซ้ำ

เพราะเมื่อเทียบกับอดีต ทั้งคุนหลงและตัวเขาต่างก็มีฝีมือรุดหน้าขึ้นไปอีกขั้น

"ไม่ว่าจะยังไง ผู้ชนะคนสุดท้ายต้องเป็นข้า!"

อาหลัวมู่ปลุกใจตัวเอง

ความมั่นใจนี้ไม่ได้มาจากฝีมือของตัวเองหรอกนะ

ความจริงแล้วถ้าสู้กันด้วยฝีมือล้วนๆ อาหลัวมู่ก็ยังคิดว่าตัวเองเป็นรองคุนหลงอยู่ดี

แต่อาหลัวมู่มีซูหยวนหนุนหลังอยู่...

ความมั่นใจทั้งหมดของอาหลัวมู่มาจากซูหยวนล้วนๆ

ยอดคนระดับซูหยวนคงไม่สั่งให้เขามาตายเปล่าที่แดนใต้ แล้วยืนดูเขาโดนคุนหลงฆ่าตายเฉยๆ หรอกมั้ง

เป็นไปไม่ได้

อาหลัวมู่ไม่เชื่อเด็ดขาด

ถ้าซูหยวนอยากฆ่าเขา ไม่ต้องทำเรื่องยุ่งยากขนาดนี้ แค่ระเบิดพลังจิตใจที่ฝังอยู่ในวิญญาณเขาก็สิ้นเรื่อง

ตอนนั้นวิญญาณของอาหลัวมู่คงเสียหายหนัก ไม่ตายคาที่ก็กลายเป็นเจ้าชายนิทรา

ไม่มีทางออกอื่น

ดังนั้น

อาหลัวมู่จึงมั่นใจว่าซูหยวนต้องมีแผนสำรองเตรียมไว้แน่

"หรือว่าท่านผู้นั้นจะส่งยอดฝีมือคนอื่นมาดักรออยู่แถวนี้แล้ว รอแค่จังหวะที่ข้ากับคุนหลงสู้กันจนถึงจุดแตกหักค่อยลงมือ?"

อาหลัวมู่คาดเดาในใจ

นี่เป็นความเป็นไปได้ที่สมเหตุสมผลที่สุด

ส่วนทำไมยอดฝีมือคนนั้นถึงไม่ออกมาช่วยรุมคุนหลงตั้งแต่แรก...

คุนหลงก็ไม่ใช่คนโง่ ถ้าเห็นยอดฝีมือระดับเดียวกันโผล่มาสองคน คงวิ่งหนีป่าราบไปก่อนแล้ว

แต่คำสั่งของซูหยวนคือต้องฆ่าคุนหลงให้ได้ มันเลยต้องมีการวางแผนกันหน่อย

ใช้อาหลัวมู่เป็นเหยื่อล่อ ให้คุนหลงทุ่มสุดตัว พอหมดแรงหนี ยอดฝีมือที่ซ่อนอยู่ก็จะปรากฏตัวออกมาช่วยเขาปิดฉากคุนหลง...

ยิ่งคิดอาหลัวมู่ก็ยิ่งตื่นเต้น นี่แหละคือวิธีที่มีโอกาสฆ่าคุนหลงได้มากที่สุด

การต่อสู้ของยอดฝีมือระดับเดียวกัน รู้ผลแพ้ชนะไม่ยาก แต่จะฆ่าให้ตายน่ะยาก

เพราะถ้ารู้ว่าสู้ไม่ได้ ฝ่ายที่อ่อนกว่าก็ต้องหนี และถ้าฝีมือสูสีกัน อีกฝ่ายตั้งใจจะหนี อีกฝ่ายก็รั้งไว้ไม่อยู่หรอก

สามสิบปีก่อน อาหลัวมู่สู้คุนหลงไม่ได้ ก็ยังหนีรอดมาได้ไม่ใช่เหรอ

"ถ้าอย่างนั้น เดี๋ยวพอเริ่มสู้กับคุนหลง ข้าต้องใส่เต็มแม็กซ์ เพื่อเปิดโอกาสให้ยอดฝีมือที่ท่านผู้นั้นส่งมาทำงานได้ง่ายที่สุด"

อาหลัวมู่ตัดสินใจแนวทางการต่อสู้ได้แล้ว

นั่นคือการแลกหมัด ยอมเจ็บตัวเพื่อสร้างจังหวะ

ไม่หวังชนะคุนหลง แค่ตัดกำลังให้คุนหลงสภาพแย่ลง เพื่อรอให้คนมาซ้ำ

ไม่นานนัก

อาหลัวมู่ก็มายืนอยู่หน้าวัดอันโอ่อ่าอลังการ

วัดแห่งนี้ตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขา ดูเก่าแก่และขลัง ภายในประดิษฐานรูปปั้นหน้าตาถมึงทึงน่ากลัวมากมาย

นี่คือดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของเหล่าหมอผีแห่งแดนใต้ ปรมาจารย์คุณไสยทุกรุ่นจะพำนักอยู่ที่นี่เพื่อแผ่อิทธิพลปกครองไปทั่วสารทิศ

"คุนหลง..."

อาหลัวมู่มองไปที่วัดใหญ่จากระยะไกล สีหน้าฉายแววสงสัย

เพราะจนป่านนี้ เขายังไม่สัมผัสถึงกลิ่นอายของคุนหลงเลยแม้แต่น้อย

ต้องรู้ก่อนว่าเขากับคุนหลงเรียนมาสายเดียวกัน ขอแค่อยู่ในระยะที่กำหนดต้องสัมผัสถึงกันได้

นี่เป็นเหตุผลที่อาหลัวมู่ต้องหลบไปอยู่โหมวตู ไม่กล้ากลับมาแดนใต้

แต่ตอนนี้ล่ะ?

เขาไม่รู้สึกเลยว่าคุนหลงอยู่ในวัด

"หรือว่าคุนหลงจะฝึกวิชาลับนั่นสำเร็จแล้ว?" อาหลัวมู่ใจหายวาบ

ในคัมภีร์ของสายวิชาคุณไสย มีวิชาลับที่ช่วยปิดกั้นกลิ่นอายและตัดการรับรู้ระหว่างกันได้

แต่คนที่จะฝึกวิชานี้สำเร็จ อย่างน้อยต้องบรรลุถึงจุดสูงสุดของระดับปรมาจารย์คุณไสย

"ฝีมือของคุนหลง อาจจะแกร่งกว่าที่ข้าคิดไว้มาก"

ใจของอาหลัวมู่หนักอึ้ง ถ้าคุนหลงไปถึงจุดสูงสุดของระดับปรมาจารย์คุณไสยจริงๆ เขาคงสู้ไม่ได้แน่

"แต่มีคนของท่านผู้นั้นคอยช่วย ก็ใช่ว่าจะไม่มีโอกาส"

อาหลัวมู่ปลอบใจตัวเอง

คุนหลงเก่งแค่ไหนก็แค่คนเดียว

จะกลัวอะไร

คิดได้ดังนั้น อาหลัวมู่ก็ก้าวเท้าออกไป โคจรพลังระดับปรมาจารย์คุณไสย ส่งเสียงคำรามดั่งฟ้าผ่าไปยังวัดเบื้องหน้า

"คุนหลง ไสหัวออกมาตายซะ!"

เสียงตะโกนเน้นหนักทุกคำ ระเบิดก้องจนเหล่าหมอผีในวัดต่างพากันอกสั่นขวัญแขวน

"นั่นใคร?"

"นั่นมัน... ท่านอาหลัวมู่นี่นา..."

"อะไรนะ? ท่านอาหลัวมู่หายสาบสูญไปตั้งแต่สามสิบปีก่อนแล้วไม่ใช่เหรอ"

ในฐานะดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ย่อมมีหมอผีมาชุมนุมกันมากมาย ซึ่งล้วนแต่ฟังคำสั่งของปรมาจารย์คุณไสยเจ้าถิ่น

อาหลัวมู่เคยเป็นเจ้าของที่นี่เมื่อสามสิบปีก่อน หมอผีเก่าแก่หลายคนในวัดจึงยังจำเขาได้

"ไม่ออกมาเหรอ?"

อาหลัวมู่รออยู่พักหนึ่ง เห็นแต่พวกหมอผีในวัดวิ่งวุ่นกันด้วยความแตกตื่น แต่คุนหลงผู้เป็นเจ้าของสถานที่กลับไม่โผล่หัวออกมา

"ไม่น่าจะเป็นไปได้นะ?"

อาหลัวมู่งุนงง เขารู้จักคุนหลงดี หมอนั่นนิสัยโหดเหี้ยมเจ้าอารมณ์ ไม่มีทางยอมโดนหยามหน้าถึงถิ่นแบบนี้แน่

"หรือว่าคุนหลงจะไม่อยู่ที่นี่?"

อาหลัวมู่คิดในใจ

เหตุผลนี้อธิบายได้ว่าทำไมเขาถึงไม่สัมผัสถึงคุนหลง

ปรมาจารย์คุณไสยพำนักอยู่ที่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ก็จริง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะต้องอยู่ตลอดเวลา

บางครั้งมีธุระส่วนตัว ก็อาจจะแอบออกไปข้างนอกบ้าง

"ช่างเถอะ งั้นก็นั่งรอคุนหลงกลับมาอยู่ที่นี่แหละ"

อาหลัวมู่ไม่รีบเขานั่งขัดสมาธิลง เตรียมตัวพักผ่อนออมแรง

ทันใดนั้น เสียงของซูหยวนก็ดังขึ้นจากหูฟังจิ๋ว

"ตอนนี้ให้ไปที่พื้นที่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ นอกตัววัด"

ก่อนออกจากโหมวตู ซูหยวนให้หูฟังจิ๋วนี้กับอาหลัวมู่ไว้ติดต่อ

"ทิศตะวันตกเฉียงใต้?"

อาหลัวมู่เงยหน้ามอง

ตอนนี้ในวัดกำลังโกลาหล อดีตปรมาจารย์คุณไสยเมื่อสามสิบปีก่อนบุกมาถึงที่ ส่วนคุนหลงก็หายหัวไป ทำให้หมอผีจำนวนมากเริ่มหนีตายออกจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์

นี่เป็นปฏิกิริยาที่ปกติมาก อาหลัวมู่เห็นแล้วก็เข้าใจ

เพราะไม่มีใครรู้ว่าอาหลัวมู่จะทำอะไรต่อ ถ้าคุนหลงไม่มา จะระบายอารมณ์ใส่พวกปลาซิวปลาสร้อยไหม?

หรือถ้าคุนหลงมา แล้วสองปรมาจารย์เปิดศึกถล่มกัน ลูกหลงจะกระเด็นมาโดนไหม?

ไม่ว่าจะออกหน้าไหน การหนีไปให้ไกลจากวัดตอนนี้คือทางเลือกที่ฉลาดที่สุด

"รับทราบ"

อาหลัวมู่ทำตามคำสั่งซูหยวนทันที เขาเคลื่อนไหวอย่างเงียบเชียบไปยังพื้นที่ทิศตะวันตกเฉียงใต้นอกตัววัด

บริเวณนั้นเป็นป่ารกทึบ กำแพงวัดด้านนี้มีคราบเลือดแห้งเกรอะกรังจางๆ

จังหวะนั้นเอง ก็มีเสียงความเคลื่อนไหวแผ่วเบาดังขึ้น

อาหลัวมู่เงยหน้ามอง เห็นหมอผีชราคนหนึ่งกำลังแอบปีนหนีออกมา

อาหลัวมู่กวาดตามองหมอผีชราผู้นั้นแวบหนึ่ง กลิ่นอายวิญญาณอ่อนแอมาก แทบไม่ต่างจากคนธรรมดา สงสัยจะเป็นพวกใช้เส้นสายเข้ามาอยู่ในดินแดนศักดิ์สิทธิ์

"แก?"

หมอผีชราผู้นั้นเพิ่งหนีพ้นตัววัด ยังไม่ทันได้ถอนหายใจโล่งอก ก็เงยหน้ามาเจออาหลัวมู่ สีหน้าพลันแปรเปลี่ยนเป็นความหวาดกลัวสุดขีด

อาหลัวมู่รู้สึกทะแม่งๆ นิดหน่อย แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก เพราะถ้าเจอเขาแล้วไม่กลัวสิถึงจะแปลก

แต่ทว่า

วินาทีถัดมา

ซูหยวนที่อยู่ไกลถึงโหมวตู แววตาเป็นประกายประหลาด เสียงของเขาดังขึ้นข้างหูอาหลัวมู่ว่า "ฆ่ามันซะ"

คำว่า 'มัน' ในที่นี้ ย่อมหมายถึงหมอผีชราหน้าตาตื่นกลัวผู้นั้น

ตัวตนที่แท้จริงของหมอผีชราคนนี้ก็คือ คุนหลง

เพียงแต่เป็นคุนหลงที่กำลังตกอยู่ใน 'ช่วงเวลาอ่อนแอ'

สายวิชาคุณไสย เมื่อฝึกถึงระดับปรมาจารย์ จะต้องเผชิญกับช่วงเวลาอ่อนแอทุกๆ สิบปี

ช่วงเวลานี้จะกินเวลาครึ่งวัน ในระหว่างนั้นพลังจิตใจและวิญญาณของปรมาจารย์จะลดฮวบลงเหลือเท่าคนปกติ

สำหรับปรมาจารย์คุณไสยทุกคน ช่วงเวลาอ่อนแอคือความลับระดับคอขาดบาดตาย ใครล่วงรู้ต้องถูกกำจัด

แน่นอนว่า กฎนี้ใช้ไม่ได้กับซูหยวน

ซูหยวนรู้เวลาอ่อนแอของคุนหลงจากกระจกสีเทามาตั้งนานแล้ว

ความจริงแล้ว คุนหลงเตรียมการรับมือช่วงเวลาอ่อนแอของตัวเองไว้อย่างรัดกุมมาก

ไม่เพียงแต่เปลี่ยนโฉมหน้าและตัวตน แม้แต่กลิ่นอายแท้จริงก็ยังซ่อนเร้นไว้ได้มิดชิด ขนาดอาหลัวมู่ยังดูไม่ออก

ด้วยวิธีนี้ ต่อให้ศัตรูบังเอิญบุกมาในช่วงที่เขาอ่อนแอ ก็จะหาตัวคุนหลงไม่เจอ

ขอแค่ยื้อเวลาให้ผ่านครึ่งวันนี้ไปได้ ทุกอย่างก็จะกลับมาสดใสเหมือนเดิม

แต่น่าเสียดายที่คุนหลงต้องมาเจอกับซูหยวน

การที่ซูหยวนส่งอาหลัวมู่มาฆ่าคุนหลงในวันนี้ ก็เพราะรู้ว่าช่วงเวลาอ่อนแอของมันกำลังจะมาถึง

"ฆ่ามัน?"

อาหลัวมู่อึ้งไปนิดนึง ตรงหน้าเขานอกจากหมอผีชราคนนี้ก็ไม่มีใครอื่น เขาจึงส่งกระแสจิตสั่งการ วิชามารไร้รูปก็พุ่งเข้าครอบงำอีกฝ่ายทันที

จากตอนที่ได้รับคำสั่ง 'ฆ่ามันซะ' จนถึงตอนที่หมอผีชราสิ้นลม เวลาผ่านไปเพียงครึ่งวินาที

คุนหลง ปรมาจารย์คุณไสยผู้ยิ่งใหญ่แห่งแดนใต้ ก็จบชีวิตลงอย่างเงียบเชียบ ณ ตรงนั้น

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 47 - ฆ่ามันซะ

คัดลอกลิงก์แล้ว