เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 46 - ชะตากรรมของสรรพสัตว์

บทที่ 46 - ชะตากรรมของสรรพสัตว์

บทที่ 46 - ชะตากรรมของสรรพสัตว์


บทที่ 46 - ชะตากรรมของสรรพสัตว์

อาหลัวมู่ไม่เคยพบเห็นมหาปรมาจารย์คุณไสยตัวจริง

ระดับขั้นนี้เป็นเพียงสิ่งที่เหล่าปรมาจารย์คุณไสยรุ่นแล้วรุ่นเล่าได้แต่คาดเดาและเฝ้าฝันถึง

จะมีจริงหรือเปล่าก็ยังไม่รู้

เพียงแต่

หลังจากที่ได้สัมผัสพลังจิตใจอันกว้างใหญ่ไพศาลดุจมหาสมุทรของซูหยวนแบบรางๆ

ในใจของอาหลัวมู่ก็อดคิดไม่ได้ว่า ถ้าหากมหาปรมาจารย์คุณไสยมีอยู่จริง

ก็น่าจะเป็นแบบซูหยวนนี่แหละ

"วางใจเถอะ ตราบใดที่นายฟังคำสั่งฉัน นายจะไม่ตาย"

ซูหยวนพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

ในข้อมูลเกี่ยวกับอาหลัวมู่ที่กระจกสีเทาให้มา

จุดอ่อนที่ใหญ่ที่สุดของปรมาจารย์คุณไสยผู้ยิ่งใหญ่แห่งแดนใต้คนนี้คือ รักตัวกลัวตาย

ถ้าไม่รักตัวกลัวตาย อาหลัวมู่คงไม่ยอมลดตัวมาเป็นพ่อค้าหาบเร่ซ่อนตัวอยู่ในโหมวตูถึงสามสิบปี

ดังนั้น

การจะใช้งานอาหลัวมู่ ไม่จำเป็นต้องใช้วิธีซับซ้อนเหมือนกับทังจือเอิน แค่กุมชะตาชีวิตของเขาไว้ในกำมือก็พอ

แน่นอน การจะกุมชะตาชีวิตของปรมาจารย์คุณไสยได้อย่างเบ็ดเสร็จนั้น ต่อให้เป็นจอมคนขั้นเจินตานก็ทำไม่ได้

จอมคนขั้นเจินตานอาจฆ่าอาหลัวมู่ได้ แต่ไม่มีวิธีกุมชะตาชีวิตแบบสั่งเป็นสั่งตาย

เศษเสี้ยวพลังจิตใจที่ซูหยวนแบ่งออกไป ดูเหมือนจะทำง่ายๆ

แต่ความลึกล้ำและความเข้าใจในเรื่องจิตวิญญาณที่แฝงอยู่นั้น เหนือชั้นกว่าวงการยุทธ์ของดาวเคราะห์สีน้ำเงินไปไกลโข

อาหลัวมู่ได้ยินดังนั้น หน้าตาก็ซีดเผือดเหมือนคนตาย

"ครับ"

อาหลัวมู่ปรับตัวเข้ากับสถานะใหม่ได้อย่างรวดเร็ว เขาก้มหัวให้ซูหยวนอย่างนอบน้อม

ข้อแรก ชีวิตเขาตอนนี้อยู่ในกำมือซูหยวนจริงๆ การแสดงท่าทีสวามิภักดิ์ย่อมเป็นสิ่งที่ต้องทำ

ข้อสอง ในสายตาอาหลัวมู่ ซูหยวนน่าจะเป็นจอมคนขั้นเจินตานท่านหนึ่งของประเทศเซี่ย การยอมก้มหัวให้ยอดคนระดับนี้ก็ไม่ใช่เรื่องน่าอับอายอะไร

ความจริงแล้ว ซูหยวนไม่ใช่จอมคนขั้นเจินตาน

แต่ในบางแง่มุม ต่อให้เป็นจอมคนขั้นเจินตานก็ยังเทียบเขาไม่ได้

"แก่นแท้ของการฝึกวิชาคุณไสยอยู่ที่จิตวิญญาณ แต่การพึ่งพาแค่จิตวิญญาณมันเปราะบางเกินไป โอกาสจะทะลวงขั้นไปเป็นมหาปรมาจารย์คุณไสยแทบจะเป็นศูนย์ ถ้าอยากจะเป็นมหาปรมาจารย์คุณไสย ต้องฝึกฝนร่างกายควบคู่ไปด้วย..."

ซูหยวนค่อยๆ เอ่ยปาก อธิบายถึงข้อบกพร่องของระบบการฝึกคุณไสยและวิธีแก้ไข

ข้อมูลเหล่านี้แน่นอนว่ามาจากกระจกสีเทา จริงๆ แล้วระบบการฝึกของหมอผีพวกนี้ป่าเถื่อนและล้าหลังมาก ถ้าเอาไปเทียบในระดับจักรวาลถือว่าเป็นวิชาปลายแถวเลยทีเดียว

จุดอ่อนร้ายแรงที่สุดของวิชานี้คือช่วงเวลาอ่อนแอที่จะเกิดขึ้นทุกๆ สิบปี

ปรมาจารย์คุณไสยทุกคน เมื่อครบสิบปี จะต้องตกอยู่ในสภาวะอ่อนแอเป็นเวลาครึ่งวัน

ในช่วงเวลานั้น พลังจิตใจและวิญญาณของปรมาจารย์จะลดฮวบลงจนเท่ากับคนธรรมดา

ดังนั้นสำหรับปรมาจารย์คุณไสย ช่วงเวลาอ่อนแอคือความลับสุดยอด ใครรู้ต้องตาย

วิชาคุณไสย โหดเหี้ยมต่อศัตรู และโหดเหี้ยมต่อตัวเองด้วย จุดอ่อนมันใหญ่หลวงนัก

แต่อาหลัวมู่เดินบนเส้นทางนี้มาลึกแล้ว

ครั้นจะให้เปลี่ยนวิชาฝึกใหม่ ซูหยวนก็ทำได้ แต่ยุ่งยากเกินไป

สู้ให้อาหลัวมู่ฝึกต่อไปแบบนี้แหละ

"นี่คือ..."

ตอนแรกอาหลัวมู่ฟังด้วยสีหน้าครุ่นคิด แต่ยิ่งฟัง ความเข้าใจในใจก็ยิ่งลึกซึ้งขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งพลังจิตใจในห้วงลึกเริ่มเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างช้าๆ

"เป็นแบบนี้นี่เอง เป็นแบบนี้นี่เอง!"

"นี่สิคือมหาเวทย์คุณไสยที่แท้จริง!"

อาหลัวมู่เหมือนได้รับการเบิกเนตร กลิ่นอายจิตวิญญาณแข็งแกร่งขึ้นมาอีกขั้น

"ขอบคุณท่านที่ชี้แนะ"

อาหลัวมู่โค้งคำนับซูหยวนจนตัวงอ ครั้งนี้ต่างจากตอนแรกที่ทำเพราะกลัวตาย แต่ครั้งนี้เขาทำด้วยความซาบซึ้งใจล้วนๆ

ถ้าไม่ได้ซูหยวนชี้แนะ ชั่วชีวิตนี้เขาอาจจะไม่มีวันเข้าใจแก่นแท้นี้เลยก็ได้

"ไม่เป็นไร"

ซูหยวนยิ้ม

ในเมื่ออาหลัวมู่ยอมสยบให้เขาแล้ว ซูหยวนก็ไม่รังเกียจที่จะช่วยเพิ่มความเก่งกาจให้อีกฝ่าย

เพราะถ้าอาหลัวมู่อ่อนแอเกินไป ก็คงทำงานให้ซูหยวนได้ไม่ดีนัก

แถมการช่วยอัพเกรดให้อาหลัวมู่ ซูหยวนก็ไม่ได้เสียอะไร แค่พูดแนะนำไม่กี่คำ

"ต่อไป สิ่งที่ฉันต้องการให้นายทำ คือกลับไปที่กลุ่มประเทศทางใต้ แล้วก็ถือโอกาสฆ่า 'คุนหลง' ซะ"

ซูหยวนกล่าว

ประโยคนี้ซูหยวนเคยพูดไปรอบนึงแล้ว

แต่สำหรับอาหลัวมู่ ประโยคเดิมประโยคนี้ ให้ความรู้สึกต่างจากครั้งแรกราวฟ้ากับเหว

ตอนที่ซูหยวนพูดครั้งแรก อาหลัวมู่ไม่ได้ใส่ใจและไม่คิดจะทำจริงๆ

แต่ตอนนี้ อาหลัวมู่กำลังพิจารณาความเป็นไปได้ของคำสั่งนี้อย่างจริงจัง

การกลับไปแดนใต้ไม่ใช่เรื่องยาก นั่งเครื่องบินจากโหมวตูแค่เจ็ดแปดชั่วโมงก็ถึง

ประเด็นอยู่ที่การฆ่า 'คุนหลง'

อาหลัวมู่รู้จัก 'คุนหลง' ดี ทั้งสองเป็นศิษย์พี่ศิษย์น้องกัน

สามสิบปีก่อน คุนหลงก็เก่งกว่าเขาหลายขุม ผ่านมาสามสิบปี คุนหลงยิ่งต้องแข็งแกร่งขึ้นไปอีก

แต่ก็ใช่ว่าอาหลัวมู่จะไม่มีโอกาสชนะเลย

หลังจากได้รับการชี้แนะจากซูหยวน ความเข้าใจในแก่นแท้ของวิชาคุณไสยของอาหลัวมู่ก็ได้ยกระดับขึ้น

ฝีมือตอนนี้ต่อให้ยังไม่เท่าคุนหลง แต่ช่องว่างคงไม่ห่างกันมากนัก พอฟัดพอเหวี่ยงกันได้

"ได้ครับ!"

อาหลัวมู่รับคำเสียงหนักแน่น "ผมจะกลับไปฆ่าคุนหลงเดี๋ยวนี้"

เขาก็อยากฆ่าศัตรูคนนี้จะแย่อยู่แล้ว ฝันถึงมาตลอด แค่ก่อนหน้านี้โดนกรงขังจิตใจกดทับไว้เลยไม่มีหวังชนะ

"ไปตอนนี้เลย ขึ้นเที่ยวบิน DF23" ซูหยวนสั่ง

"ครับ!" อาหลัวมู่ลุกขึ้นทันที เดินออกจากร้านมุ่งหน้าไปสนามบินตามคำสั่งซูหยวน

ก่อนไป ซูหยวนส่งหูฟังขนาดจิ๋วให้อาหลัวมู่หนึ่งอัน เพื่อใช้ติดต่อสื่อสารกัน

เมื่อมองส่งอาหลัวมู่จนลับสายตา ซูหยวนก็ลุกขึ้นเดินออกจากร้านบ้าง

เวลานี้เกือบบ่ายแล้ว ถนนสายอาหารเริ่มมีผู้คนพลุกพล่าน พนักงานออฟฟิศและนักเรียนแถวนี้เริ่มทยอยกันมาหาของกิน

ซูหยวนเดินท่ามกลางบรรยากาศจอแจ สายตากวาดมองผู้คนที่เดินสวนไปมา

ในขณะเดียวกัน

ลึกเข้าไปในห้วงทะเลแห่งจิต ผิวกระจกสีเทาเริ่มเกิดระลอกคลื่นไหววูบ

[โจวเจาอี่ อายุ 28 ปี คนว่างงาน แต่งงานตอนอายุ 33 มีลูกตอนอายุ 34... เสียชีวิตตอนอายุ 64 ปี...]

[ลู่ชิงชิง อายุ 22 ปี นักศึกษาปี 4 กำลังฝึกงานที่บริษัท... แต่งงานตอนอายุ 26... เสียชีวิตตอนอายุ 73 ปี...]

[ซุนเจี้ยนกั๋ว อายุ 53 ปี พ่อค้าขายโร่วเจียหมัว ตกน้ำตายตอนอายุ 61 ปี...]

ทุกครั้งที่มองเห็นใคร ซูหยวนจะถามถึงชีวิตและเหตุการณ์สำคัญในอนาคต รวมถึงอายุขัยของคนคนนั้น

กระจกสีเทาก็จะตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว

"นี่คือ... ชะตากรรมของสรรพสัตว์..."

ซูหยวนมีสีหน้าเรียบเฉย หลังจากกลายเป็นสิ่งมีชีวิตระดับ 1 และเก็บกระจกสีเทาไว้ในห้วงจิต เขาก็สามารถถามคำถามได้ตลอดเวลา

ซูหยวนถามถึงชีวิตและเวลาตายที่แน่นอนของทุกคนที่พบเจอ

"เหมือนกับโปรแกรมที่ถูกเขียนไว้ล่วงหน้า ทุกคนจะต้องเจออะไร เผชิญกับอะไร ล้วนถูกกำหนดไว้หมดแล้ว เป็นพรหมลิขิต..."

ซูหยวนส่ายหน้าเบาๆ ทันใดนั้นสีหน้าก็เปลี่ยนไป "ก็ไม่ใช่ว่าจะเปลี่ยนไม่ได้นี่นะ"

ซูหยวนหันไปมองหญิงสาวคนหนึ่งที่อยู่ไม่ไกล

หญิงสาวคนนั้นมีแก้มยุ้ยแบบเบบี้แฟต จะว่าสวยก็ไม่เชิง แต่น่ารักมาก เธอกำลังวิ่งเหยาะๆ อย่างเร่งรีบ เหมือนมีธุระด่วน

ซูหยวนเดินเข้าไปหาแล้วเอ่ยทัก "ขอโทษนะครับ มือถือผมหาย ขอยืมโทรศัพท์โทรออกหน่อยได้ไหมครับ"

หญิงสาวชะงักไปครู่หนึ่ง ลังเลอยู่แป๊บเดียวก็หยิบมือถือยื่นให้ซูหยวน "ใช้เลยค่ะ"

"ขอบคุณครับ" ซูหยวนรับมือถือมา กดเบอร์มั่วๆ ออกไป

กดไปได้ครึ่งหนึ่งก็วางสาย แล้วกดใหม่

เขาทำแบบนี้ถ่วงเวลาอยู่ถึงห้านาที

เจ้าของมือถือดูรีบมาก พอโดนถ่วงเวลาแบบนี้ขอบตาก็เริ่มแดงก่ำ จะเร่งซูหยวนก็ไม่กล้า เหมือนจะร้องไห้อยู่รอมร่อ

ในที่สุด ซูหยวนก็ส่งมือถือคืนให้ "ขอโทษทีครับ ผมจำเบอร์ไม่ได้แล้ว..."

"ไม่เป็นไรค่ะ" หญิงสาวรับมือถือคืนแล้วรีบวิ่งจากไปทันที

ซูหยวนมองตามหลังเธอไป

ในห้วงทะเลแห่งจิต กระจกสีเทาแสดงข้อมูลเกี่ยวกับหญิงสาวคนนั้น

เดิมทีคือ—

[หร่วนซือซือ อายุ 20 ปี นักศึกษาปี 2 อีกสองนาทีจะเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถชน...]

แต่เมื่อซูหยวนยื่นมือเข้าแทรกแซง ตัวอักษรบนกระจกสีเทาก็เริ่มเลือนราง ก่อนจะปรากฏคำตอบใหม่ขึ้นมา

[หร่วนซือซือ อายุ 20 ปี นักศึกษาปี 2 เรียนจบตอนอายุ 23 ไปต่างประเทศตอนอายุ 25... เสียชีวิตตอนอายุ 78 ปี...]

"ก็ไม่ใช่ว่าจะเปลี่ยนไม่ได้..." ซูหยวนคิดในใจ

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 46 - ชะตากรรมของสรรพสัตว์

คัดลอกลิงก์แล้ว