เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 21 ไม่ตามครรลอง

บทที่ 21 ไม่ตามครรลอง

บทที่ 21 ไม่ตามครรลอง


บทที่ 21 ไม่ตามครรลอง

"ฮ่าฮ่าฮ่า! ขออภัย ขออภัยทุกท่าน ข้ามีธุระด่วนเข้ามาพอดี เลยมาช้าไปหน่อย ให้ทุกท่านรอนานต้องขอโทษด้วยจริงๆ อย่าถือสาคนแก่เลยนะ"

เสียงหัวเราะดังลั่นมาพร้อมกับการปรากฏตัวของบุรุษสองคน

คนแรกเป็นชายชราร่างกายกำยำ แต่มีดวงตาเพียงข้างเดียว อีกข้างบอดสนิท หน้าตาดูดุดันน่าเกรงขาม เขาคือ 'ซุนหลี่' ผู้นำตระกูลซุน

อีกคนเป็นชายวัยกลางคน หน้าตาคล้ายคลึงกับชายชราถึงเจ็ดส่วน เขาคือ 'ซุนฉางจื้อ' บุตรชายของซุนหลี่

เมื่อซุนหลี่ก้าวเข้ามาในห้องโถง เห็นโจวรังนั่งอยู่ ตาข้างเดียวที่เหลืออยู่ก็เป็นประกาย รีบเดินตรงเข้าไปทักทายด้วยเสียงอันดัง "ฮ่าฮ่า! ท่านพี่โจวก็อยู่ที่นี่ด้วยรึ? นานๆ ทีจะได้เจอตัวท่าน ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะเนี่ย วันนี้มาไม่เสียเที่ยวจริงๆ ไม่เสียเที่ยว!"

ซุนฉางจื้อที่เดินตามหลังมา ก็รีบประสานมือคารวะโจวรังอย่างนอบน้อม "คารวะท่านลุงโจวขอรับ"

โจวรังเพียงแค่ลูบเครา ยิ้มบางๆ พยักหน้ารับรู้โดยไม่เอ่ยคำใด

ซุนหลี่ไม่ถือสา หันไปมองรอบห้อง ทักทายคนโน้นทีคนนี้ทีอย่างเป็นกันเอง "โอ้โฮ! วันนี้คนกันเองมาครบเลยแฮะ คึกคักดีจริงๆ"

พูดจบ เขาก็พาบุตรชายไปหาที่นั่งอย่างสบายอารมณ์ แล้วหันไปพูดกับฟางเจิ้น "หลานฟาง เสียใจด้วยนะเรื่องท่านนายอำเภอ ข้าได้ข่าวมาแล้ว เรื่องนี้มันมีเงื่อนงำชอบกล ท่านนายอำเภอเป็นคนดีศรีเมืองหนิง จู่ๆ มาเจอเรื่องร้ายแบบนี้... เฮ้อ... ถ้าหลานฟางต้องการสืบหาความจริง ขาดเหลืออะไรบอกลุงได้เลย ตระกูลซุนพร้อมช่วยเต็มที่ ไม่มีเกี่ยงงอน"

ฟางเจิ้นยิ้มตอบตามมารยาท ไม่ได้พูดอะไร

ซุนหลี่ยังไม่หยุดปาก หันไปคุยกับผู้นำตระกูลจ้าว ชวนคุยเรื่องสัพเพเหระ ผู้นำตระกูลจ้าวก็ยิ้มแห้งๆ ตอบรับไปแกนๆ

ในบรรดา 7 ตระกูลใหญ่แห่งเมืองหนิง มีเพียงผู้นำตระกูลซุนและตระกูลโจวที่มีอาวุโสสูงสุด ส่วนอีก 5 ตระกูลที่เหลือล้วนเป็นรุ่นเดียวกับฟางเจิ้น

ซุนหลี่เดินสายทักทายผู้นำตระกูลต่างๆ จนครบ ราวกับว่าที่นี่คือวงน้ำชาที่ตระกูลซุนจัดขึ้นเอง เสียงหัวเราะพูดคุยดังไม่ขาดสาย

ทำเหมือนกู้เฉินไม่มีตัวตนอยู่ในห้องนี้

อู๋เฉียนที่ยืนเฝ้าประตูอยู่ ลอบมองกู้เฉินที่นั่งบนเก้าอี้ประธานเป็นระยะ เห็นกู้เฉินยังคงมีสีหน้าเรียบเฉย อ่านอารมณ์ไม่ออก

เขาได้แต่นับถือในใจ 'ท่านกู้ช่างล้ำลึกจริงๆ ถ้าเป็นคนหนุ่มทั่วไป โดนเมินขนาดนี้คงอาละวาดบ้านแตกไปแล้ว'

ผ่านไปพักใหญ่ ซุนหลี่ถึงค่อยหันมามองกู้เฉิน ยิ้มตาหยี (ข้างเดียว) เอ่ยทักทาย "อ้อ... ท่านนี้คงจะเป็น ท่านกู้เฉิน ผู้ลาดตระเวนจากหน่วยจิ้งเทียนเมืองหลวงสินะ?"

"ท่านซุนมีอะไรจะชี้แนะ?" กู้เฉินถามกลับเสียงเรียบ

ซุนหลี่โบกมือ "ชี้แนะอะไรกัน มิกล้าๆ ข้าแค่ชื่นชมในตัวท่านกู้ อายุยังน้อยแต่มีตำแหน่งสูงส่ง สามารถสั่งการพวกเราเหล่าผู้นำตระกูลได้ ช่างเป็นวีรบุรุษหนุ่มที่หาตัวจับยากจริงๆ"

"เทียบกับท่านกู้แล้ว หลานเจี๋ยของข้ากลายเป็นเด็กไม่เอาถ่านไปเลย" ซุนหลี่ส่ายหน้าทำท่าถอนหายใจ เหมือนคนแก่บ่นเรื่องลูกหลาน

สายตาของเขาลอบสังเกตกู้เฉินอย่างละเอียด เมื่อเห็นว่ากู้เฉินไม่มีปฏิกิริยาใดๆ กับชื่อ 'ซุนเจี๋ย' เขาก็ลอบแค่นเสียงในใจ

ซุนเจี๋ย คือหลานชายหัวแก้วหัวแหวนที่ถูกกู้เฉินซัดจนกระอักเลือดที่หออี้เซียง ตอนนี้ยังนอนซมไม่ได้สติอยู่ที่บ้าน แต่คนลงมือกลับมานั่งปั้นหน้าเป็นเจ้านายอยู่ที่นี่ แถมยังจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าทำร้ายใครไป

ความโกรธแค้นสุมอยู่ในอกซุนหลี่แทบระเบิด แต่ภายนอกเขายังคงรักษารอยยิ้มการค้าไว้ได้อย่างแนบเนียน

"ตั้งแต่เดินเข้ามา ท่านพูดไม่หยุดปากเลยนะ... พูดพอหรือยัง?" กู้เฉินเอ่ยขัดด้วยน้ำเสียงเย็นชา

"ฮ่าฮ่าฮ่า! ท่านกู้อย่าถือสาคนแก่เลย พอดีไม่ได้เจอเพื่อนเก่ามานาน เลยตื่นเต้นไปหน่อย ท่านกู้ใจกว้างดั่งแม่น้ำ คงไม่โกรธเคืองตาแก่ปากมากคนนี้หรอกนะ?" ซุนหลี่หัวเราะร่า ยิ้มตาหยีเหมือนเสือซ่อนเล็บ

กู้เฉินยิ้มมุมปาก "ในเมื่อท่านซุนกระตือรือร้นและเป็นมิตรขนาดนี้ งั้นพรุ่งนี้... เริ่มตรวจค้นที่ตระกูลซุนเป็นที่แรกเลยก็แล้วกัน ท่านคงไม่มีปัญหาใช่ไหม?"

"ตรวจค้น? ตรวจค้นอะไร?" ซุนหลี่หุบยิ้มทันควัน

กู้เฉินตอบเสียงเรียบ "เมืองหนิงมีปีศาจแฝงตัวอยู่ อาจสิงสู่ในร่างใครก็ได้ เหมือนที่เกิดกับแม่นางอินอินและท่านนายอำเภอฟางหย่ง เพื่อความปลอดภัยของชาวเมืองและพวกท่านทุกคน ข้าจำเป็นต้องตรวจค้นทั้งเมือง เริ่มจากตระกูลซุนของท่านเป็นที่แรกในวันพรุ่งนี้"

ได้ยินว่าจะมีการตรวจค้นทั้งเมือง สีหน้าของทุกคนในห้องเปลี่ยนไปทันที ใครจะยอมให้คนนอกมารื้อค้นบ้านตัวเองโดยไม่มีเหตุผล?

มีเพียงฟางเจิ้นที่ลอบถอนหายใจโล่งอก ที่แท้กู้เฉินไม่ได้เจาะจงเล่นงานตระกูลฟางตระกูลเดียว

"ท่านกู้ไปเอาข่าวนี้มาจากไหน? ข้าไม่ได้จะสงสัยท่านนะ แต่การจะตรวจค้นบ้านเรือนประชาชน มันต้องมีเหตุผลที่ฟังขึ้นหน่อยจริงไหม?" ซุนหลี่ขมวดคิ้วถาม

ผู้นำตระกูลอื่นๆ พยักหน้าเห็นด้วย

"ฟางหย่งบอกข้าก่อนตาย" กู้เฉินตอบสั้นๆ

"ฟางหย่ง?" ซุนหลี่ทำหน้าฉงน "แต่ท่านกู้เพิ่งบอกเองว่าท่านนายอำเภอถูกปีศาจสิงสู่ เท่าที่ข้ารู้ คนที่ถูกปีศาจสิง สติสัมปชัญญะจะถูกครอบงำ กลายเป็นหุ่นเชิด คำพูดของคนแบบนั้น... เชื่อถือได้ด้วยรึ?"

ฟางเจิ้นได้ยินดังนั้นก็ของขึ้น ลุกพรวดชี้หน้าซุนหลี่ "ท่านหมายความว่ายังไง!"

ซุนหลี่ยิ้มเย็น "ใจเย็นๆ หลานฟาง ข้าแค่พูดถึงความเป็นไปได้ทางหนึ่งเท่านั้น"

ฟางเจิ้นหันมองกู้เฉิน สูดหายใจลึกแล้วนั่งลง

กู้เฉินจ้องซุนหลี่ "จะเชื่อหรือไม่เป็นเรื่องของข้า พวกท่านมีหน้าที่แค่ทำตามคำสั่ง อีกอย่าง เมื่อกี้ท่านซุนยังบอกว่าการตายของท่านนายอำเภอมีเงื่อนงำ ไหงตอนนี้กลับคำซะล่ะ?"

ซุนหลี่ลูบเครา ยิ้มเจ้าเล่ห์ "ไม่ๆๆ ข้าก็ยังยืนยันคำเดิมว่าเรื่องนี้มีพิรุธ ไม่มีพยานรู้เห็นเหตุการณ์ ไม่มีหลักฐานยืนยันว่าท่านนายอำเภอถูกสิงจริงหรือไม่..."

กู้เฉินสวนกลับทันควัน "พูดแบบนี้... แปลว่าท่านกำลังสงสัยข้า?"

"ฮ่าฮ่าฮ่า! ท่านกู้อย่าเข้าใจผิด นี่เป็นการสืบสวนคดีสำคัญ เกี่ยวพันกับชีวิตชาวเมืองนับแสน เราจะด่วนสรุปไม่ได้ ต้องมีการหารือ ถกเถียง ให้รอบด้าน... จริงไหมทุกท่าน?"

ประโยคสุดท้าย ซุนหลี่หันไปหาเสียงสนับสนุนจากผู้นำตระกูลอื่นๆ

ผู้นำตระกูลจ้าวและคนอื่นๆ พยักหน้าเห็นด้วยคล้อยตามซุนหลี่

เรื่องนี้มันกะทันหันเกินไป นายอำเภอตาย กู้เฉินเป็นคนนอกที่เพิ่งมาถึง ความไม่ไว้วางใจย่อมเกิดขึ้นเป็นธรรมดา ยิ่งถูกซุนหลี่เป่าหู ความระแวงยิ่งเพิ่มพูน

กู้เฉินนั่งมองซุนหลี่จากที่สูง คิ้วขมวดเล็กน้อย เขาดูออกว่าตาแก่นี่กำลังปั่นหัวคนอื่น พยายามขัดขวางการทำงานของเขา โดยใช้เหตุผลที่ดูดีมาอ้าง

ต้องยอมรับว่าซุนหลี่เป็นจิ้งจอกเฒ่าเจ้าเล่ห์ วาทศิลป์เป็นเลิศ สามารถต้อนกู้เฉินให้จนมุมด้วยหลักการและเหตุผล

แต่น่าเสียดาย... ซุนหลี่ประเมินกู้เฉินผิดไปอย่างมหันต์ เหมือนที่ตระกูลฟางเคยพลาด

หลักการและเหตุผลอาจใช้ได้ผลกับคนทั่วไป แต่ไม่ใช่กับกู้เฉิน

ใครบอกว่าต้องเล่นตามเกมเสมอไป?

กู้เฉินลุกขึ้นยืนช้าๆ มองลงมาที่ซุนหลี่ แววตาคมกริบดุจกระบี่ออกจากฝัก

"ฟังจากที่ท่านพูด... สรุปคือ ไม่ว่ายังไง ข้าก็ไม่มีสิทธิ์ตรวจค้นเมืองนี้สินะ?"

ซุนหลี่ไม่ตอบ เพียงแค่ส่งยิ้มยียวนกลับไป

"งั้นถ้า..."

กู้เฉินก้าวลงจากแท่นประธาน น้ำเสียงเย็นยะเยือกดังก้องกังวาน

"ถ้าข้ายืนกรานจะตรวจค้นให้ได้... เจ้าจะทำอะไรข้า?"

จบบทที่ บทที่ 21 ไม่ตามครรลอง

คัดลอกลิงก์แล้ว