เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 13 สิงสู่

บทที่ 13 สิงสู่

บทที่ 13 สิงสู่


บทที่ 13 สิงสู่

กลิ่นหอมกรุ่นของอิสตรีโชยแตะจมูก ร่างนุ่มนิ่มแนบชิด เรียวปากอิ่มสวยของนางอยู่ห่างจากริมฝีปากเขาเพียงคืบ บรรยากาศในห้องเต็มไปด้วยความวาบหวามถึงขีดสุด

กู้เฉินสูดดมกลิ่นหอมรัญจวนใจคล้ายดอกกล้วยไม้ผสมกลิ่นชะมดเชียง ยิ้มบางๆ ตอบกลับ "สวย... สวยงามมากจริงๆ"

"คิกคิก..."

อินอินหัวเราะร่าเริง ถอยห่างออกมาอย่างแคล่วคล่อง หมุนตัวอวดเรือนร่างระหงต่อหน้าเขา

"แล้วคุณชายชอบไหมเจ้าคะ?"

ภายใต้แสงเทียนสลัว ผิวพรรณขาวผ่องและสัดส่วนเย้ายวนใจปรากฏวับแวมผ่านเนื้อผ้าโปร่งบาง

กู้เฉินยังคงรักษารอยยิ้ม "ใครบ้างจะไม่ชอบของสวยๆ งามๆ ยิ่งเป็นแม่นางอินอินผู้เลอโฉมด้วยแล้ว"

พูดจบ เขาก็ขยับตัวลุกขึ้น ทำท่าเหมือนจะโอบกอดนาง

แต่อินอินกลับเบี่ยงตัวหลบอย่างรวดเร็ว วิ่งไปทิ้งตัวลงบนเตียง ผ้าโปร่งบางเผยให้เห็นขาขาวเนียน

นางส่งสายตาหวานเยิ้ม ริมฝีปากแย้มยิ้ม แววตาพราวระยับราวกับมีมนต์สะกด เอ่ยเสียงกระเส่า "คุณชายเจ้าขา... ข้าน้อยต้องการท่าน..."

กู้เฉินมองนางด้วยแววตาลุ่มลึก รอยยิ้มยังคงแต้มมุมปาก เขาเดินช้าๆ ไปที่เตียง อินอินดึงเชือกปล่อยม่านมุ้งลงมาบดบังสายตา

"คุณชาย..." นางกระซิบเสียงแผ่วหวาน สองแขนเรียวโอบรอบคอของเขา ลมหายใจเริ่มถี่กระชั้น

มือเรียวซุกซนเริ่มลูบไล้ไปตามแผงอก หวังจะปลดอาภรณ์ของเขาออก

"เดี๋ยวก่อน" กู้เฉินยกมือขึ้นหยุดการกระทำของนาง

อินอินชะงัก สีหน้าเปลี่ยนเป็นน้อยใจ "คุณชาย... หรือว่าท่านรังเกียจข้าน้อย?"

ดวงตาคู่งามเริ่มมีหยาดน้ำใสๆ คลอเบ้า ท่าทางน่าสงสารจับใจ จนใครเห็นก็คงอยากจะดึงเข้ามากอดปลอบโยน

ร่างสูงใหญ่ของกู้เฉินบังแสงเทียน ทำให้ใบหน้าของเขาตกอยู่ในความมืด แต่เสียงทุ้มต่ำยังคงดังกังวาน

"ไม่ใช่หรอก เพียงแต่ข้ายังไม่ได้อาบน้ำเลย"

อินอินอ้อนเสียงหวาน "ช่างเถอะเจ้าค่ะ เวลาแห่งความสุขมีค่านัก..."

กู้เฉินเงียบไปครู่หนึ่ง บรรยากาศเหมือนเวลาหยุดเดิน

แต่แล้วเขาก็เอ่ยคำเดียวสั้นๆ

"ได้"

เสียงถอนหายใจอย่างโล่งอกดังมาจากบนเตียง ตามด้วยเสียงเสียดสีของเสื้อผ้า

"คุณชายเจ้าขา..."

อินอินเรียกเขาด้วยน้ำเสียงออดอ้อน มือซุกซนยังคงคลำไปตามร่างกายของเขา จนกระทั่งสัมผัสโดนวัตถุแข็งบางอย่าง

"นี่คืออะไรเจ้าคะ?" นางถามด้วยความสงสัย

กู้เฉินหัวเราะเบาๆ "ไม่มีอะไรหรอก ก็แค่... ป้ายประจำตัวหน่วยจิ้งเทียน"

มือของอินอินชะงักค้างทันที

"ทำไมล่ะ? ไม่ทำต่อหรือ?" กู้เฉินถามยิ้มๆ

เมื่อเห็นรอยยิ้มรู้ทันของกู้เฉิน ใบหน้าที่เคยงดงามยั่วยวนของนางก็เปลี่ยนเป็นบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว นางตวัดฝ่ามือเข้าใส่กู้เฉินทันที

หมับ!

กู้เฉินคว้าข้อมือนางไว้ได้กลางอากาศ จ้องมองนางด้วยสายตาเย้ยหยัน "เจ้ามันผิดปกติจริงๆ ด้วย"

อินอินพยายามฝืนยิ้ม แสร้งทำเป็นออดอ้อน "คุณชายพูดอะไรเจ้าคะ ข้าน้อยปกติดีทุกอย่าง..."

กู้เฉินไม่พูดอะไร เพียงแค่จ้องมองนางนิ่งๆ

เมื่อเห็นว่าไม่ได้ผล รอยยิ้มเสแสร้งก็เลือนหายไป อินอินจ้องหน้ากู้เฉินกลับด้วยแววตาเย็นชา

"เจ้ารู้ตัวตั้งแต่เมื่อไหร่?" นางถามเสียงแข็ง

"เจ้าไม่ใช่คนแล้ว ต่อให้ปลอมตัวดีแค่ไหน ก็ต้องมีพิรุธ" กู้เฉินตอบ

ที่เขาหยุดยืนหน้าหออี้เซียงก็เพราะสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายผิดปกติจางๆ ที่ไม่ใช่ของมนุษย์ ทำให้เขารู้สึกไม่สบายตัว

ไม่อย่างนั้นคนอย่างเขาคงไม่เดินดุ่มๆ เข้ามาในสถานที่อโคจรแบบนี้หรอก คิดหรือว่าเขาเป็นพวกบ้ากามเหมือนคนข้างนอกนั่น?

ที่เข้ามาก็เพื่อตรวจสอบ พอเข้ามาถึงห้องนี้ สัมผัสถึงกลิ่นอายเดียวกันที่เข้มข้นขึ้น เขาจึงมั่นใจว่าตัวปัญหาคืออินอินนี่แหละ

ต้องยอมรับว่าอินอินพรางตัวได้เก่งมาก บวกกับตอนอยู่ข้างนอกมีคนเยอะ กู้เฉินจึงจับสังเกตไม่ได้ในทันที

ส่วนที่อินอินเลือกเขา ก็เพราะเห็นว่าเขาหนุ่มแน่นแข็งแรง เหมาะจะเป็นเหยื่อให้ดูดกลืนพลังชีวิต

นางคงทำแบบนี้มานับครั้งไม่ถ้วน มีคนตายด้วยน้ำมือนางไปเท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ แต่นางคงไม่คิดว่าวันนี้จะมาเจอของแข็งอย่างกู้เฉิน

"ดูท่าทางเจ้าจะรู้ตัวดีสินะ ว่าโดนปีศาจกัดกินไปแล้ว?" กู้เฉินถามหยั่งเชิง

ใช่แล้ว อินอินในตอนนี้ไม่ใช่คนอีกต่อไป นางถูกปีศาจสิงสู่ หรือจะเรียกว่า 'ถูกกลืนกิน' ก็ไม่ผิด

ปีศาจบางพวกมีความสามารถในการล่อลวงจิตใจมนุษย์ ทำให้หลงผิดและตกเป็นทาส หรือแม้กระทั่งเข้าสิงร่างเพื่อใช้ทำเรื่องชั่วร้าย

เมื่อถูกสิง กลิ่นอายของปีศาจจะผสมปนเปกับกลิ่นอายมนุษย์ ทำให้แยกแยะยาก ยิ่งพวกที่แฝงตัวอยู่ในฝูงชน ยิ่งหาตัวจับยากเข้าไปใหญ่

โดยปกติ คนที่ถูกปีศาจสิงจะถือว่าตายไปแล้ว จิตวิญญาณถูกกลืนกิน กลายเป็นเพียงหุ่นเชิดไร้วิญญาณ

แต่อินอินกลับเป็นข้อยกเว้น แววตาของนางยังมีความกระจ่างใส ไม่เหมือนคนที่ถูกควบคุมโดยสิ้นเชิง

หมายความว่า แม้จะถูกสิง แต่จิตวิญญาณของนางยังไม่ถูกทำลายเสียทีเดียว นี่เป็นกรณีพิเศษที่กู้เฉินไม่เคยพบมาก่อน เขาจึงยอมเสียเวลาเล่นละครเพื่อสังเกตการณ์

"อยากรู้เหตุผลเหรอ?" อินอินถามกลับ นางฉลาดพอที่จะเดาความคิดของกู้เฉินได้

"เสียใจด้วย... ข้าไม่บอกหรอก ตายซะเถอะ!"

ใบหน้าของอินอินบิดเบี้ยวด้วยความอำมหิต ไอสีดำทมิฬแผ่ออกมาจากร่างกาย อุณหภูมิในห้องลดฮวบ กลิ่นอายปีศาจคละคลุ้ง

ฟุ่บ! ฟุ่บ! ฟุ่บ!

ไอสีดำพุ่งเข้าใส่กู้เฉิน หวังจะแทรกซึมเข้าสู่ร่าง

กู้เฉินแค่นเสียงเย็นชา เร่งเร้าลมปราณอันมหาศาลในกายให้ระเบิดออก

ตูม!

คลื่นพลังกระแทกกระจายออกรอบทิศทาง แรงอัดมหาศาลฉีกกระชากข้าวของในห้องจนพังพินาศ ผนังห้องและเตียงนอนแตกเป็นเสี่ยงๆ

อินอินหน้าถอดสี ร้องเสียงหลงเมื่อถูกแรงระเบิดกระแทกจนตัวปลิว กระอักเลือดคำโต

ปกติแล้ว แม้จะเป็นผู้ฝึกยุทธ์ แต่ในระยะประชิดขนาดนี้ หากไม่ทันระวังตัว ย่อมเสร็จนางทุกราย แต่วิชามารของนางกลับทำอะไรกู้เฉินไม่ได้เลย

นางหารู้ไม่ว่า กู้เฉินมีตบะบารมีแก่กล้าถึงเจ็ดสิบสองปี หากรู้แต่แรก นางคงไม่กล้าแหย่หนวดเสือ

เสียงระเบิดดึงดูดความสนใจจากผู้คนภายนอก กู้เฉินก้าวออกมาจากซากปรักหักพัง ร่างกายสูงโปร่งในชุดสีดำยังคงสง่างามไร้รอยขีดข่วน เขาเดินย่างสามขุมเข้าหาอินอินด้วยสีหน้าเรียบเฉย

อินอินมองกู้เฉินด้วยความหวาดกลัวจับใจ ทุกย่างก้าวของเขาเหมือนเสียงมัจจุราชที่กำลังคืบคลานเข้ามา

แต่ทันใดนั้น นางก็เกิดความคิดบางอย่างขึ้น แสร้งทำหน้าตื่นตระหนก ตะโกนร้องเสียงหลง

"ช่วยด้วย! ช่วยด้วยค่า! มีคนจะฆ่าข้า! ใครก็ได้ช่วยด้วย!"

นางตะเกียกตะกายลุกขึ้น วิ่งหนีไปทางที่มีคนพลุกพล่าน

กู้เฉินขมวดคิ้ว "คิดจะเล่นลูกไม้อีกหรือ?"

จบบทที่ บทที่ 13 สิงสู่

คัดลอกลิงก์แล้ว