- หน้าแรก
- มือปราบปีศาจเริ่มต้นจากพลังตบะหกสิบปี
- บทที่ 12 หญิงงามอันดับหนึ่ง
บทที่ 12 หญิงงามอันดับหนึ่ง
บทที่ 12 หญิงงามอันดับหนึ่ง
บทที่ 12 หญิงงามอันดับหนึ่ง
กู้เฉินเดินตามแม่เล้าวัยดึกขึ้นไปยังห้องที่เขาชี้เมื่อครู่ ตลอดทางเดิน สตรีหน้าตาจิ้มลิ้มหลายนางต่างส่งสายตาหวานเชื่อมให้เขา บางรายถึงขั้นกล้าพอที่จะแอบจับมือและใช้นิ้วเขียนวนเวียนเป็นรูปวงกลมกลางฝ่ามือของเขาอย่างมีความนัย
แน่นอนว่ากู้เฉินทำเป็นทองไม่รู้ร้อน
จะบ้าเหรอ... เขาไม่ใช่คนใจง่ายขนาดนั้นเสียหน่อย
สำหรับผู้ฝึกยุทธ์อย่างเขา นารีคืออุปสรรคของการชักกระบี่!
"ถึงแล้วเจ้าค่ะคุณชาย เชิญด้านในได้เลย" แม่เล้าผายมือเชิญด้วยรอยยิ้มประจบประแจง
กู้เฉินครางรับในลำคอเบาๆ แล้วผลักประตูห้องเข้าไป
ภายในห้องโถงรับรอง มีแขกเหรื่อนั่งอยู่ก่อนแล้วกว่าสิบคน บรรยากาศครื้นเครงด้วยเสียงชนแก้วและเสียงพูดคุย
คนเหล่านี้ล้วนแต่งกายด้วยผ้าไหมเนื้อดี เครื่องประดับหรูหรา บ่งบอกว่าเป็นลูกหลานเศรษฐีหรือขุนนางในเมืองหนิงทั้งสิ้น คนเบี้ยน้อยหอยน้อยหมดสิทธิ์เหยียบย่างเข้ามาแน่นอน
การตกแต่งภายในห้องดูหรูหราอลังการ อุณหภูมิเย็นสบายกำลังดี แต่สิ่งที่ดึงดูดสายตาที่สุดคือนางพญาที่นั่งสง่าอยู่กลางห้อง
นางมีดวงตากลมโตดุจเมล็ดอัลมอนด์ แก้มระเรื่อดั่งลูกท้อ ริมฝีปากอิ่มสีแดงสด คิ้วโก่งดั่งคันศร แววตาฉ่ำหวานเยิ้มหยาดเยิ้ม ทุกท่วงท่าเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์เย้ายวนใจ
แม้กู้เฉินจะเคยเห็นสาวงามทั้งแบบธรรมชาติและศัลยกรรมมานับไม่ถ้วนในชาติก่อน ก็ยังอดไม่ได้ที่จะชื่นชมความงามของนางในใจ
นางนั่งพับเพียบเรียบร้อย แต่ชุดที่สวมใส่กลับวาบหวาม เป็นชุดผ้าโปร่งบางเบา เผยให้เห็นลาดไหล่เนียนนุ่มและไหปลาร้าได้รูป ผิวพรรณขาวผ่องดุจหิมะ รูปร่างอรชรอ้อนแอ้นชวนมอง
เมืองหนิงเป็นเพียงเมืองระดับอำเภอ ไม่น่าเชื่อว่าจะมีเพชรเม็ดงามซ่อนอยู่เช่นนี้
ความงามระดับนี้ ต่อให้ไปอยู่ในหอนางโลมชื่อดังของเมืองหลวง ก็ยังโดดเด่นไม่แพ้ใคร
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมหออี้เซียงถึงเป็นอันดับหนึ่งในเมืองหนิง เพียงแค่มีนางอยู่ที่นี่ก็เกินพอแล้ว
"มีคุณชายท่านใหม่มาเยือนอีกแล้ว ไม่ทราบว่าจะแนะนำตัวสักหน่อยได้ไหมเจ้าคะ?" หญิงงามอันดับหนึ่งหันมาส่งยิ้มหวานให้กู้เฉิน น้ำเสียงของนางหวานหยดย้อย นุ่มนวลชวนฝัน ปลุกสัญชาตญาณความเป็นชายให้ลุกโชน
กู้เฉินยิ้มตอบ ประสานมือคารวะ "ข้ากู้เฉิน คารวะทุกท่านขอรับ"
"อ้อ คุณชายกู้นี่เอง เชิญนั่งก่อนเจ้าค่ะ พวกเรากำลังเล่นทายปัญหากันอยู่ คุณชายทำตัวตามสบายนะเจ้าคะ" แม่นาง 'อินอิน' หัวเราะคิกคัก ผิวขาวเนียนราวกับหยก ทุกอิริยาบถสะกดสายตาผู้คนราวกับมีมนต์สะกด
แขกเหรื่อทุกคนต่างจ้องมองนางตาไม่กระพริบ ราวกับกลัวว่าหากละสายตาเพียงเสี้ยววินาที นางจะหายวับไป
กู้เฉินพยักหน้ายิ้มๆ แล้วไปหามุมสงบนั่งเงียบๆ มองดูการละเล่นที่นางเป็นผู้นำ
นางโลมที่สามารถนำเล่นทายปัญหาบทกวีได้ ย่อมต้องมีความรู้ทางวรรณกรรมพอตัว ซึ่งนับเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่ง
ผู้ชายร้อยทั้งร้อย ย่อมแพ้ทางสาวงามที่มีความรู้
ยิ่งไปกว่านั้น อินอินผู้นี้ยังมีนิสัยอ่อนหวาน หน้าตาสะสวย คงไม่มีชายใดในเมืองหนิงต้านทานเสน่ห์ของนางได้
รอบนี้เป็นการต่อบทกวี ภายใต้การนำของอินอิน เหล่าคุณชายต่างงัดเอาภูมิความรู้ทั้งหมดที่มีออกมาประชันกัน เพื่อหวังจะได้รับคำชมจากนาง
ไม่นานก็เวียนมาถึงกู้เฉิน เขาคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วยิ้มแหยๆ ยกจอกเหล้าขึ้นดื่มรวดเดียวหมด
ช่วยไม่ได้ เขาเรียนจบมานานแล้ว บทกวีที่เคยท่องจำได้ในชาติก่อนก็เลือนรางไปหมด ครั้นจะให้แต่งสดตอนนี้ก็คิดไม่ออก
อินอินเห็นความซื่อตรงของกู้เฉินก็ยกมือปิดปากหัวเราะเบาๆ ดวงตาเป็นประกายวิบวับ แขกคนอื่นๆ เห็นภาพนั้นก็เคลิบเคลิ้มไปตามๆ กัน
อินอินเคาะโต๊ะเบาๆ เรียกสติทุกคนกลับมา การละเล่นดำเนินต่อไป
บอกตามตรง บทกวีของคนพวกนี้ก็ไม่ได้เรื่องได้ราวอะไรนัก เหมือนคนตาบอดคลำช้างเสียมากกว่า แต่ก็นะ... ใครเขามาที่นี่เพื่อแต่งกลอนกันจริงๆ ล่ะ?
ต่อมาเปลี่ยนเป็นการเล่นเป่ายิ้งฉุบ ซึ่งกู้เฉินพอถูไถไปได้ ชนะมากกว่าแพ้
ผ่านไปหลายรอบ บรรยากาศในห้องเริ่มร้อนแรงขึ้น ชุดของอินอินเลื่อนหลุดต่ำลงจนเผยให้เห็นร่องอกวับแวม
แขกส่วนใหญ่เริ่มเมามาย หายใจหอบถี่ ถ้าไม่ติดว่าต้องรักษาภาพพจน์และเกรงใจคนกันเอง คงกระโจนใส่กันไปนานแล้ว
แต่กู้เฉินยังคงมีสติครบถ้วน ด้วยพลังวัตรอันกล้าแข็ง เพียงแค่โคจรลมปราณเล็กน้อย ฤทธิ์แอลกอฮอล์ก็ระเหยไปหมดสิ้น
อินอินเองก็ดื่มไปไม่น้อย นางยกมือขึ้นกุมขมับ แก้มแดงระเรื่อ เอ่ยเสียงแผ่ว "ข้าน้อยเริ่มมึนหัวแล้ว วันนี้พอแค่นี้เถอะเจ้าค่ะ ขอบคุณนายท่านทุกท่านที่มาอุดหนุน"
นางย่อกายคารวะ เผยให้เห็นเนินอกขาวเนียนเต็มตา แขกเหรื่อใจละลาย จ้องตาเป็นมัน
สาวใช้รีบเข้ามาประคองอินอินกลับเข้าห้องด้านใน
เมื่อนางลับตาไป หลายคนถอนหายใจด้วยความเสียดาย
แต่แล้วทุกคนก็กระตือรือร้นขึ้นมาอีกครั้ง เพราะช่วงเวลาสำคัญกำลังจะมาถึง
หากอินอินพอใจใคร สาวใช้จะออกมาเชิญคนผู้นั้นเข้าไปด้านใน
ถ้าไม่มีใครถูกเลือก ก็ถือว่าวันนี้คว้าน้ำเหลว
ทุกคนจ้องมองไปที่ประตูห้องด้านในอย่างใจจดใจจ่อ ภาวนาให้ตนเองเป็นผู้โชคดี
เวลาผ่านไปหนึ่งก้านธูป ขณะที่ทุกคนเริ่มถอดใจ ประตูห้องก็เปิดออก สาวใช้เดินออกมา
ทุกคนตาลุกวาว ลุ้นระทึก
สาวใช้กวาดตามองรอบห้อง ก่อนจะหยุดสายตาที่มุมห้อง เอ่ยเสียงใส "แม่นางของข้า เรียนเชิญคุณชายกู้เข้าไปสนทนาด้านในเจ้าค่ะ"
เสียงถอนหายใจดังระงมด้วยความผิดหวัง ทุกสายตาพุ่งตรงไปที่กู้เฉินด้วยความอิจฉาริษยา
กู้เฉินยิ้มบางๆ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เดินตามสาวใช้เข้าไป ทิ้งแผ่นหลังสง่าผ่าเผยไว้ให้คนข้างหลังมองตามตาละห้อย
ภายในห้องนอนของอินอิน ตกแต่งด้วยโทนสีชมพูหวาน กลิ่นหอมยวนใจลอยอบอวล ข้างเตียงแขวนภาพวาดหญิงสาวเปลือยอาบน้ำอย่างเปิดเผย
ห้องทั้งห้องอบอวลไปด้วยกลิ่นอายแห่งราคะ
"คุณชายกู้รอสักครู่นะเจ้าคะ แม่นางกำลังอาบน้ำอยู่" สาวใช้บอก
กู้เฉินพยักหน้า สาวใช้คำนับแล้วถอยออกไป
ตามกฎของหออี้เซียง หากลูกค้าต้องการ สามารถเรียกสาวใช้มาร่วมวงสวาทกับแม่นางได้ ซึ่งอินอินมีสาวใช้ส่วนตัวถึงสามคน
ไม่ว่าจะยุคสมัยไหน ผู้หญิงก็ใช้เวลาอาบน้ำนานเสมอ กู้เฉินรออยู่พักใหญ่ อินอินถึงเดินออกมา
นางในสภาพเพิ่งอาบน้ำเสร็จใหม่ๆ ช่างยั่วยวนเกินบรรยาย ผมยาวสยายเปียกชื้น ผิวพรรณเปล่งปลั่ง รูปร่างโค้งเว้าได้สัดส่วน กลิ่นกายหอมกรุ่นผสมกับกลิ่นเครื่องหอมในห้อง ปลุกเร้าอารมณ์ดิบเถื่อนในกายชายได้อย่างดีเยี่ยม
อินอินสวมเพียงชุดผ้าโปร่งบางใส เรือนร่างขาวผ่องภายใต้แสงเทียนวับแวมชวนให้จินตนาการเตลิดเปิดเปิง
นางเดินนวยนาดเข้ามาใกล้ ยกขาเรียวสวยพาดลงบนตักของกู้เฉิน โน้มตัวลงมา ใบหน้าสวยหวานอยู่ใกล้แค่คืบ ลมหายใจอุ่นรดรินกันและกัน
ริมฝีปากอิ่มเผยอน้อยๆ เอ่ยถามเสียงกระเส่า "คุณชาย... ข้าสวยไหมเจ้าคะ?"