- หน้าแรก
- มือปราบปีศาจเริ่มต้นจากพลังตบะหกสิบปี
- บทที่ 2 ฟื้นฟูวรยุทธ์
บทที่ 2 ฟื้นฟูวรยุทธ์
บทที่ 2 ฟื้นฟูวรยุทธ์
บทที่ 2 ฟื้นฟูวรยุทธ์
กู้เฉินคนเดิมในฐานะผู้ลาดตระเวนขั้นหนึ่งแห่งหน่วยจิ้งเทียน ย่อมต้องมีวรยุทธ์ติดตัวอยู่บ้าง
ขอบเขตสะสมลมปราณ คือขั้นที่สามของวิถีแห่งการฝึกยุทธ์ สองขั้นก่อนหน้าคือขอบเขตฝึกกายาและขอบเขตกลั่นโลหิต
ขอบเขตฝึกกายา คือการขัดเกลาร่างกายให้แข็งแกร่ง ขอบเขตกลั่นโลหิต คือการเคี่ยวกรำโลหิตและลมปราณทั่วร่างเพื่อหล่อเลี้ยงชีวิต ส่วนขอบเขตสะสมลมปราณ ตามชื่อของมัน คือการสะสมและบ่มเพาะลมปราณภายในให้เติบโตแข็งกล้า
นี่คือสามขั้นแรกของวิถีแห่งยุทธ์ในโลกใบนี้
และมีเพียงผู้ที่ก้าวสู่ขอบเขตสะสมลมปราณและสร้างผลงานได้มากพอเท่านั้น จึงจะมีสิทธิ์รับตำแหน่งผู้ลาดตระเวนขั้นหนึ่งของหน่วยจิ้งเทียน
ผู้ลาดตระเวนขั้นหนึ่งมีศักดิ์เทียบเท่าขุนนางขั้นเจ็ดของราชสำนักต้าเซี่ย ตำแหน่งที่สูงกว่านี้ขึ้นไปก็คือผู้ตรวจการ
เพียงแต่การจะก้าวไปถึงจุดนั้น จำต้องใช้เวลาสั่งสมบารมีนานนับปี
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าดังแว่วมาท่ามกลางเสียงฝน มีใครบางคนกำลังฝ่าพายุฝนตรงมายังที่แห่งนี้
ด้วยความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม กู้เฉินมั่นใจว่าผู้ที่จะฝ่าฝนมาหาเขาในยามวิกาลเช่นนี้ย่อมมีเพียงผู้เดียว นั่นคือท่านอา 'กู้เฉิงเฟิง'
"แอ๊ด..."
ประตูเรือนถูกผลักออก ชายวัยกลางคนรูปร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบขุนนางลายเมฆ เหน็บดาบยาวประจำตำแหน่งที่เอว ก้าวเข้ามาในห้อง
ไม่ผิดจากที่คาด เขาคือกู้เฉิงเฟิง อาของกู้เฉินจริงๆ
กู้เฉิงเฟิงมีใบหน้าเหลี่ยม คิ้วหนาเข้ม เครื่องหน้าคมสัน เมื่อเห็นว่ากู้เฉินได้สติแล้ว สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนเป็นยินดีปรีดา รีบสาวเท้าเข้ามาใกล้แล้วเอ่ยขึ้นว่า "ต้าหลาง* ในที่สุดเจ้าก็ฟื้น! เจ้าหลับไปตั้งสามวันสามคืน เป็นอย่างไรบ้าง?"
(*ต้าหลาง: คำเรียกบุตรชายคนโต ในบริบทนี้ใช้เรียกหลานชายด้วยความเอ็นดู)
กู้เฉินยิ้มบางๆ ตอบกลับด้วยความเคารพตามความรู้สึกของเจ้าของร่างเดิม "ท่านอาวางใจได้ ข้าไม่เป็นไรแล้วขอรับ"
"เจ้ารู้อยู่เต็มอกว่าถูกไอปีศาจแทรกซึมเข้าสู่หัวใจ เหตุใดจึงยังดึงดันจะประลองยุทธ์อีก?" กู้เฉิงเฟิงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงตำหนิแต่แฝงความห่วงใย
กู้เฉินได้แต่ยิ้มเจื่อนๆ ไม่รู้จะสรรหาคำใดมาอธิบาย
กู้เฉิงเฟิงเห็นท่าทีนั้นก็ใจอ่อนลง ถอนหายใจเฮือกใหญ่ เขารู้นิสัยดื้อรั้นของหลานชายดี จึงเลิกตำหนิแล้วเปลี่ยนเรื่อง "เอาเถอะ ฟื้นมาได้ก็ดีแล้ว หมอจากโรงหมอฉางชุนบอกว่าอวัยวะภายในของเจ้าบอบช้ำจากพลังฝ่ามือที่รุนแรง อาต้มยามาให้ รีบกินเสียตอนที่ยังร้อนเถอะ"
ว่าแล้วกู้เฉิงเฟิงก็ประคองถ้วยยาขึ้นป้อน
กู้เฉินตั้งใจจะรับมาดื่มเอง แต่พอขยับตัวก็เจ็บร้าวไปทั้งร่าง จึงปล่อยให้อาป้อนยาให้แต่โดยดี
กู้เฉิงเฟิงเลี้ยงดูกู้เฉินมาตั้งแต่เล็ก รักเหมือนลูกในไส้ ตอนที่หมอบอกว่ากู้เฉินถูกไอปีศาจเล่นงานจนอาจไม่รอด หัวใจของเขาแทบสลาย
โชคยังดีที่กู้เฉินฟื้นขึ้นมาได้
แต่มีสิ่งหนึ่งที่เขาไม่กล้าบอกหลานชาย หมอวินิจฉัยว่าแม้กู้เฉินจะรอดชีวิต แต่ไอปีศาจที่ฝังรากลึกในหัวใจอาจทำให้เขาไม่สามารถใช้วรยุทธ์ได้อีกตลอดชีวิต หากฝืนใช้กำลังภายใน ไอปีศาจอาจกำเริบจนถึงขั้นเสียชีวิตได้
กู้เฉิงเฟิงรู้ดีว่าหลานชายเป็นคนทะนงตน หากรู้เรื่องนี้ตอนนี้คงรับไม่ได้แน่
เมื่อเห็นกู้เฉินดื่มยาจนหมด กู้เฉิงเฟิงก็พยักหน้าอย่างพอใจ ก่อนจะวางฝ่ามือลงบนข้อมือของหลานชาย
"ท่านอา ท่านจะ..." กู้เฉินชะงัก
ทันใดนั้น กระแสความร้อนสายหนึ่งก็แล่นผ่านฝ่ามือของกู้เฉิงเฟิงเข้าสู่ร่างกายของกู้เฉิน ไหลเวียนไปตามเส้นชีพจร กู้เฉินรู้สึกราวกับได้แช่ตัวในบ่อน้ำพุร้อน ความเจ็บปวดภายในทุเลาลงอย่างเห็นได้ชัด
กู้เฉิงเฟิงกำลังถ่ายทอดลมปราณเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บและช่วยเร่งการดูดซึมตัวยา
ผู้ฝึกยุทธ์ต้องบรรลุขอบเขตสะสมลมปราณเท่านั้น ร่างกายจึงจะสามารถก่อกำเนิดลมปราณภายในได้ ปกติกู้เฉินก็มีลมปราณของตัวเอง แต่ยามนี้บาดเจ็บสาหัสจึงไม่อาจโคจรพลังได้
อีกทั้งกู้เฉิงเฟิงอยู่ใน 'ขอบเขตทะลวงชีพจร' ซึ่งเป็นขั้นที่สี่ของวิถีแห่งยุทธ์ สามารถทะลวงชีพจรได้ถึงยี่สิบแปดจุดทั่วร่าง ลมปราณของเขาจึงกล้าแข็งกว่ากู้เฉินมากนัก
"ท่านอา พอเถอะขอรับ" กู้เฉินรีบห้ามเมื่อเห็นว่าอาเสียสละลมปราณไปมาก
"ไม่เป็นไร" กู้เฉิงเฟิงยิ้มตอบ และยังคงถ่ายทอดลมปราณต่อไป
กู้เฉินได้แต่ยอมจำนน เจ้าของร่างเดิมเป็นคนดื้อรั้น ซึ่งคงได้นิสัยนี้มาจากตระกูลกู้นั่นเอง ทั้งพ่อและอาต่างก็มีนิสัยแบบเดียวกัน
หลายวันมานี้ กู้เฉิงเฟิงไม่ได้กลับบ้านเลย เขาเลือกที่จะคอยเฝ้าไข้กู้เฉินอยู่ที่นี่
เช้าวันรุ่งขึ้น พายุฝนที่โหมกระหน่ำมาสามวันสามคืนก็หยุดลง แสงแดดอันอบอุ่นสาดส่องลงมายังผืนดิน กู้เฉิงเฟิงตื่นแต่เช้าตรู่เพื่อเตรียมอาหารและยาบำรุง ด้วยการดูแลเอาใจใส่ของอา อาการของกู้เฉินก็ค่อยๆ ดีขึ้นตามลำดับ
เวลาผ่านไปหนึ่งเดือนครึ่ง
ด้วยการพักฟื้นและการรักษาด้วยลมปราณของกู้เฉิงเฟิงทุกวัน ในที่สุดอาการบาดเจ็บของกู้เฉินก็หายสนิท เว้นแต่เพียงไอปีศาจที่ยังคงฝังแน่นอยู่ที่หัวใจ
หลังจากหายดี กู้เฉินพยายามเดินลมปราณเพื่อขับไล่ไอปีศาจ แต่ด้วยวรยุทธ์เพียงขอบเขตสะสมลมปราณขั้นต้น ลมปราณของเขายังไม่แกร่งพอที่จะกำจัดมันได้
ทุกครั้งที่พยายามฝึกยุทธ์ ความเจ็บปวดจะแล่นพล่านขึ้นมาจากกลางอกทันที
และทุกครั้ง กู้เฉิงเฟิงก็จะเข้ามาห้ามปรามได้ทันเวลา
นานวันเข้า กู้เฉินก็เริ่มตระหนักว่า ตราบใดที่ไอปีศาจยังอยู่ เขาคงไม่สามารถใช้วรยุทธ์ได้อีก
แต่โชคดีที่เขาไม่ใช่คนธรรมดา เขามี 'หน้าต่างสถานะ' เป็นตัวช่วย
คืนหนึ่ง กู้เฉินเกลี้ยกล่อมจนกู้เฉิงเฟิงยอมกลับบ้านไปหาลูกเมียหลังจากที่ไม่ได้กลับมานานนับเดือน
เมื่ออยู่ตามลำพัง กู้เฉินก็เปิดกลไกลับที่เจ้าของร่างเดิมซ่อนไว้ หยิบห่อผ้าใบหนึ่งออกมา ภายในบรรจุผลึกสีดำรูปร่างบิดเบี้ยวอยู่เกือบสิบก้อน
ทันทีที่เปิดห่อผ้า ไอเย็นยะเยือกน่าขนลุกก็แผ่ออกมาปะทะใบหน้า จนกู้เฉินรู้สึกหนาวสะท้านไปทั้งตัว
ผลึกสีดำเหล่านี้เรียกว่า "ผลึกวิญญาณ" ภายในสีดำสนิทราวกับน้ำหมึกนั้นกักเก็บพลังงานแก่นแท้ของปีศาจเอาไว้ เป็นสิ่งที่หลงเหลืออยู่หลังจากการสังหารปีศาจ
กู้เฉินหยิบผลึกวิญญาณขึ้นมาหนึ่งก้อน สัมผัสเย็นเฉียบและความรู้สึกหนาวเหน็บดูเหมือนจะซึมผ่านผิวหนังเข้าสู่ร่างกาย
แต่กู้เฉินไม่ได้ใส่ใจ เพียงแค่เพ่งสมาธิ ผลึกวิญญาณในมือก็เริ่มสลายตัวราวกับถูกกัดกร่อน กลายเป็นละอองหายไปในอากาศ
ในวินาทีที่ผลึกสลายไป ความรู้สึกเย็นเยียบสายหนึ่งก็แล่นผ่านฝ่ามือเข้าสู่ร่างกายของเขา
ทันใดนั้น หน้าต่างสถานะก็เด้งขึ้นมาตรงหน้า
[ชื่อ: กู้เฉิน]
[วิชายุทธ์: วิชาเกราะเหล็ก (ขั้นเชี่ยวชาญ), วิชาสิบสามองครักษ์ฝึกกายา (ขั้นเชี่ยวชาญ), ฝ่ามืออัคคีชาด (ขั้นชำนาญ), หมัดเส้นเอ็นมังกรกระดูกพยัคฆ์ (ขั้นแรกเริ่ม)]
[กำลังภายใน: พลังวัตรหยางบริสุทธิ์]
[ตบะบารมี: 20 ปี]
[ขอบเขตพลัง: ขอบเขตสะสมลมปราณ (ขั้นต้น)]
[แต้มยุทธ์: 5]
จากเดิมที่เป็นศูนย์ ตอนนี้แต้มยุทธ์เพิ่มขึ้นมาเป็นห้าแต้มแล้ว
ตอนที่ปลุกระบบขึ้นมา กู้เฉินได้รับข้อมูลว่า การสังหารปีศาจจะทำให้ได้รับแต้มยุทธ์
เขาจึงนึกถึงผลึกวิญญาณที่ร่างเดิมสะสมไว้จากการปฏิบัติภารกิจในหน่วยจิ้งเทียนตลอดหลายปีที่ผ่านมา
ดังนั้น เมื่อร่างกายหายดี เขาจึงรีบมาทดลองดูทันที
"ได้ผลจริงๆ ด้วย!"
เมื่อเห็นแต้มยุทธ์เพิ่มขึ้น กู้เฉินก็ยิ้มออกมาด้วยความตื่นเต้น ไม่รอช้า เขารีบดูดซับผลึกวิญญาณที่เหลือทั้งหมดทันที
หลังจากดูดซับจนหมด แต้มยุทธ์ของเขาก็พุ่งขึ้นไปถึงห้าสิบสองแต้ม
กู้เฉินมองตัวเลขบนหน้าต่างสถานะด้วยความปลาบปลื้ม ความรู้สึกนี้ไม่ต่างจากตอนที่เขาได้รับเงินลงทุนก้อนแรกในการทำธุรกิจเมื่อชาติที่แล้ว
เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ ระงับความตื่นเต้น แล้วเพ่งสมาธิไปที่หน้าต่างสถานะ ทันใดนั้น แต้มยุทธ์ห้าแต้มก็หายไป เปลี่ยนสภาพเป็นตบะบารมีห้าปี ไหลเวียนเข้าสู่ร่างกายของเขา