- หน้าแรก
- เอซ ออฟ ไดมอนด์ : การคืนสนามของพิชเชอร์
- บทที่ 26: ใบไม้ผลิแห่งวัยหนุ่มสาว
บทที่ 26: ใบไม้ผลิแห่งวัยหนุ่มสาว
บทที่ 26: ใบไม้ผลิแห่งวัยหนุ่มสาว
บทที่ 26: ใบไม้ผลิแห่งวัยหนุ่มสาว
ในฝั่งตะวันตกของโตเกียว ทัวร์นาเมนต์ฤดูใบไม้ผลิโดยธรรมชาติแล้วได้รับความสำคัญน้อยกว่าทัวร์นาเมนต์ฤดูร้อนและฤดูใบไม้ร่วงซึ่งสามารถตัดสินได้ว่าใครจะได้ไปเล่นที่โคชิเอ็ง
โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากเข้ารอบสิบหกทีมสุดท้ายในทัวร์นาเมนต์ฤดูใบไม้ผลิของโตเกียวและได้โควต้าทีมวางสำหรับทัวร์นาเมนต์ฤดูร้อนแล้ว ความสำคัญนี้ก็ยิ่งลดน้อยลงไปอีก
แน่นอนว่านี่ไม่ได้หมายความว่ามันไม่ถูกให้ความสำคัญเลย ท้ายที่สุดแล้ว สองทีมอันดับต้นๆ ของโตเกียวสามารถเข้าร่วมทัวร์นาเมนต์คันโตได้ แม้ว่าทัวร์นาเมนต์คันโตจะไม่โด่งดังเท่าโคชิเอ็ง แต่ก็เป็นทัวร์นาเมนต์ชั้นนำในภูมิภาคคันโตเช่นกัน
การได้ลงเล่นในทัวร์นาเมนต์คันโตและได้รับเกียรติยศที่ดีก็เป็นสิ่งที่น่าดึงดูดใจอย่างมากสำหรับทีมยักษ์ใหญ่ในโตเกียว อีกประเด็นหนึ่งคือโรงเรียนยักษ์ใหญ่ส่วนใหญ่ในคันโตมีความแข็งแกร่งระดับประเทศ การได้เจอกับพวกเขาจึงเป็นโอกาสอันหาได้ยากสำหรับโรงเรียนชื่อดังในโตเกียวที่กำลังเตรียมตัวสำหรับทัวร์นาเมนต์ฤดูร้อน
ดังนั้น หลังจากรอบสิบหกทีมสุดท้าย ทีมใหญ่ๆ บางทีมในประเทศที่สนใจก็จะไม่รังเกียจที่จะไปให้ไกลกว่านี้
โรงเรียนมัธยมปลายเซย์โดมีความทะเยอทะยานในครั้งนี้ และโดยธรรมชาติแล้วจะไม่พลาดโอกาสเช่นนี้ พวกเขาต้องการลงเล่นในการแข่งขันคันโตไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตามเพื่อท้าทายโรงเรียนยักษ์ใหญ่ระดับประเทศ
ดังนั้นในรอบรองชนะเลิศนี้ เซย์โดจึงยังคงให้ความสนใจเป็นอย่างมาก
ส่วนการฝึกซ้อมด้านแทคติกและความร่วมมือในสนามก็ได้ดำเนินการไปมากในสัปดาห์นี้
ในฐานะพิชเชอร์ของทีมชุดหนึ่ง ซาวามุระย่อมต้องเข้าร่วมด้วยโดยธรรมชาติ ไม่ใช่แค่เขา แต่รวมถึงฟุรุยะด้วย
ในตอนนี้ ช่องว่างระหว่างพิชเชอร์น้องใหม่ทั้งสองคนก็เริ่มเห็นได้ชัด
ซาวามุระทำผลงานได้ดีมากในทุกๆ ด้าน ส่วนฟุรุยะ นอกจากลูกขว้างที่น่าสะพรึงกลัวของเขาแล้ว ในตำแหน่งพิชเชอร์ เขาไม่รู้อะไรเลย
ครั้งนี้ก็เช่นกัน เขาซึ่งควรจะไปคัฟเวอร์ที่เบสหนึ่ง กลับทำพลาดตอนที่รับลูกบอล
“ไม่ต้องใส่ใจ!”
ฟุรุยะ ซาโตรุไม่รู้ว่าเป็นเพราะเขาหน้าหนาเกินไปหรือโง่กันแน่ ถึงกับส่งสัญญาณให้เพื่อนร่วมทีมไม่ต้องใส่ใจมากนัก
“ใคร? แกนั่นแหละที่ทำพลาด เจ้าคนไร้ยางอาย”
“ถึงพวกเราจะไม่ขอให้แกเก่งเหมือนซาวามุระ แต่แกก็พลาดตอนที่ต้องไปคัฟเวอร์ไม่ได้นะ”
“เล่นแบบนี้จะแข่งได้ยังไง?”
“แล้วก็ เลิกทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ได้แล้ว! แกนั่นแหละ! ความผิดของแก!!!”
ผู้เล่นของทีมชุดหนึ่งเซย์โดเปิดโหมดบ่นใส่ฟุรุยะอย่างไม่เกรงใจ
ในตอนนี้ ทัมบะยังคงทำหน้าที่รุ่นพี่ได้ดีมาก โดยบอกให้ฟุรุยะใส่ใจกับเกมรับและเตรียมพร้อมสำหรับเกมรับทันทีที่ขว้างลูกออกไป
“หลังจากขว้างลูกออกไปแล้ว พิชเชอร์คือผู้เล่นในสนามคนที่เก้า อย่าลืมเรื่องนั้นเด็ดขาด”
ในทางกลับกัน ผลงานของซาวามุระนั้นแตกต่างออกไป
การปักหลัก การขโมยเบส การส่งลูก การป้องกัน การคัฟเวอร์…
เมื่อเขาเริ่มเข้าสู่การฝึกซ้อมเกมรับ ผลงานของซาวามุระก็เพียงพอที่จะทำให้ทุกคนต้องหันมามองเขา ทักษะของเขา ความสมบูรณ์แบบของเขา ไม่ได้ดูเหมือนเด็กหนุ่มอายุสิบห้าปีที่เพิ่งจบจากโรงเรียนมัธยมต้นเลย (ซึ่งจริงๆ แล้วเขาไม่ใช่ อย่างน้อยก็ทางจิตใจ)
เมื่อเห็นผลงานของซาวามุระ ผู้จัดการโอตะก็แทบจะซ่อนความยินดีไว้ไม่มิด
“ซาวามุระคุงสามารถใช้เป็นเอซได้ ผมเชื่อว่ามันคงจะดีถ้าจะให้เขาลงในฉากสำคัญๆ บ้าง”
นั่นคือสิ่งที่เขาแนะนำกับคาตาโอกะ
ทาคาชิมะ เรย์กอดอก พึงพอใจเช่นกัน ต้องรู้ไว้ว่า ซาวามุระถูกเชิญให้เข้าร่วมทีมหลังจากที่พยายามอย่างหนัก
“อย่าได้ดูถูกเกียรติยศที่ซาวามุระเคยได้รับในสมัยมัธยมต้นนะคะ แม้ว่าความเข้มข้นและจังหวะของเกมระดับมัธยมต้นจะไม่ดีเท่ามัธยมปลาย แต่การวางแผนแทคติกของพวกเขาก็ดีมากเช่นกัน ในฐานะเอซและโค้ชของทีม ซาวามุระสามารถนำทีมได้ ประสบการณ์และสภาพจิตใจของเขาในฐานะที่ทีมคว้าแชมป์ระดับประเทศสองปีซ้อนก็เป็นทรัพย์สินมหาศาลเช่นกัน”
นี่หมายความว่า
ไม่มีปัญหาในการมอบหมายฉากสำคัญๆ ให้กับซาวามุระ พวกเขาคือคนที่เคยคว้าตำแหน่งผู้พิชิตระดับประเทศมาแล้ว แม้ว่าเบสบอลระดับมัธยมปลายจะได้รับความสนใจมากกว่า แต่ผู้พิชิตระดับประเทศก็คือผู้พิชิต และพวกเขาก็มีประสบการณ์ในการไปถึงจุดสูงสุด
คนที่สามารถคว้าตำแหน่งผู้พิชิตระดับประเทศมาได้ จะมาประหม่าในเกมระดับมัธยมปลายเหรอ?
แน่นอนว่าเป็นไปไม่ได้
ในเรื่องนี้ คาตาโอกะไม่มีอะไรจะพูด แม้ว่าการขว้างของทัมบะจะดี แต่หลังจากที่เขาได้จิตวิญญาณการต่อสู้กลับคืนมา ก็อาจกล่าวได้ว่ามันดีขึ้นเรื่อยๆ
แต่เมื่อพูดถึงทักษะโดยรวมแล้ว เขาอาจจะเทียบไม่ได้กับซาวามุระที่อายุน้อยกว่าเขาสองปี
ซาวามุระนั้นสมบูรณ์แบบเกินไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากได้ฟอร์มใหม่ของเขา (ฟอร์มกำแพงบัง) ความแข็งแกร่งในการขว้างของเขาก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
ในแง่ของความแข็งแกร่งแล้ว ซาวามุระในปัจจุบันคือพิชเชอร์ที่น่าเชื่อถือที่สุดของเซย์โด
“ถ้าเราสามารถชนะในรอบรองชนะเลิศได้ ผมจะจัดให้เขาลงเล่นในทัวร์นาเมนต์คันโต ถ้าทักษะการขว้างของเขาใกล้เคียงกันแล้ว ก็ให้เขาลองเป็นเอาต์ฟิลเดอร์ดู”
ในที่สุด คาตาโอกะก็ได้จัดการเช่นนั้น
“เอาต์ฟิลเดอร์?”
โอตะมองคาตาโอกะด้วยความประหลาดใจ
สำหรับเขาแล้ว การให้ซาวามุระไปป้องกันสนามนอกนั้นมันมากเกินไปหน่อย
ทาคาชิมะ เรย์รู้สึกประหลาดใจ
ไม่ใช่แค่การขว้าง แต่แม้กระทั่งการตีของซาวามุระ คาตาโอกะก็ให้ความสนใจด้วยงั้นเหรอ?
หากพิชเชอร์เอซต้องการที่จะอยู่ในสนามตลอดเวลา โดยทั่วไปจะถูกจัดให้อยู่ในสองตำแหน่ง คือเนินพิชเชอร์และเอาต์ฟิลเดอร์ มันเป็นเรื่องที่หาได้ยากในระดับอาชีพ แต่ในระดับมัธยมปลาย มันเป็นเรื่องธรรมดาเกินไปที่พิชเชอร์เอซจะเป็นเอาต์ฟิลเดอร์
มีเหตุผลหลักๆ สองประการที่ต้องพิจารณา
อย่างแรกคือ แม้ว่าพิชเชอร์เอซจะอยู่ในสนาม แม้ว่าเขาจะไม่ได้ขึ้นไปบนเนินพิชเชอร์ เขาก็สามารถให้ความสบายใจทางจิตใจแก่ผู้เล่นคนอื่นๆ ได้ อีกอย่างคือ ในกรณีที่พิชเชอร์สำรองล้มเหลวและเผชิญกับวิกฤต พิชเชอร์เอซก็สามารถขึ้นไปบนเนินพิชเชอร์แทนได้ทันที
ดังนั้น เอซระดับมัธยมปลายที่แท้จริงจะไม่มีวันถูกเปลี่ยนตัวออก เว้นแต่คู่ต่อสู้จะอ่อนแอเกินไป!
มิฉะนั้น หากคุณเปลี่ยนตัวเอซออกไป คุณก็จะหมดหนทางในยามวิกฤต กฎของเบสบอลระดับมัธยมปลายคือ เมื่อผู้เล่นถูกเปลี่ยนตัวออกจากสนามแล้ว เขาจะไม่สามารถกลับมาเล่นได้อีกเลย ไม่เหมือนบาสเกตบอลหรือฟุตบอล (หมายเหตุผู้แปล: กฎของฟุตบอลก็เช่นเดียวกัน ผู้เขียนอาจจะเข้าใจผิด)
คาตาโอกะตัดสินใจแน่วแน่แล้วที่จะฝึกฝนซาวามุระในฐานะเอซ
แน่นอนว่าเขาทำไปเพื่อเหตุผลอื่นด้วย ตัวอย่างเช่น การเป็นเอาต์ฟิลเดอร์ก็ดีต่อการฝึกการส่งลูกระยะไกลและความเร็วลูกของซาวามุระเช่นกัน และยังมีอีกประเด็นที่สำคัญมาก แม้ว่าตอนนี้เซย์โดจะแข็งแกร่งมากแล้ว คาตาโอกะก็ยังไม่สามารถเมินการตีของซาวามุระได้
น่าทึ่ง!
แม้ว่าซาวามุระจะไม่ใช่แบตเตอร์ที่แข็งแกร่ง แต่เขาก็มีอัตราการตีเฉลี่ยมากกว่า 60% และมีทักษะการตีเชิงแทคติกที่ยืดหยุ่น
คู่ต่อสู้ธรรมดานั้นไม่เท่าไหร่ แต่ทักษะการโจมตีของซาวามุระเป็นอาวุธที่ไม่มีใครเทียบได้ในเกมรุก
ไม่ว่าจะมองในแง่มุมไหน คาตาโอกะเชื่อว่าซาวามุระมีความแข็งแกร่งที่จะกลายเป็นกำลังรบหลักในเซย์โด
ยังคงเป็นคริสที่คอยดูแลการดำเนินการ และซาวามุระก็เริ่มทำความคุ้นเคยกับการป้องกันสนามนอก และฟุรุยะ ซาโตรุก็ฝึกซ้อมกับเขาด้วย ในฐานะเอาต์ฟิลเดอร์ ฟุรุยะ ซาโตรุทำได้ดี เขไม่มีปัญหาในการจับและส่งลูก เขามีพรสวรรค์มากจริงๆ
ซาวามุระนั้นเก่งยิ่งกว่า
เขาเคยเป็นเอาต์ฟิลเดอร์ที่อาคากิมาก่อน และเขาก็คุ้นเคยกับทักษะของเอาต์ฟิลเดอร์เป็นอย่างดี
เมื่อซาวามุระในทีมชุดหนึ่งเริ่มแสดงตัวตนออกมาอย่างเด่นชัด เซย์โดก็มาถึงรอบรองชนะเลิศในฤดูใบไม้ผลิ
วันก่อนการแข่งขัน
คุราโมจิออกจากห้องเรียน พร้อมที่จะไปฝึกซ้อม
ในขณะนั้นเอง สาวสวยผมสยายคนหนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้นข้างหลังเขา
“ฮี่ๆ ซากุระโกะจัง มีอะไรเหรอ?”
เมื่อจำคนได้ คุราโมจิก็เนื้อเต้น ไม่คิดเลยว่าลุงคุราโมจิคนนี้ก็จะมีวันดอกท้อบานสะพรั่งกับเขาด้วย
เมื่อซากุระโกะเหลือบมองคุราโมจิอย่างเขินอาย นั่นก็ทำให้ใจของชายหนุ่มสั่นไหวเมื่อได้มองเธอ
“เอ่อ คุราโมจิคุง อยู่ชมรมเบสบอลใช่ไหมคะ?”
“ใช่”
“ถ้างั้นรู้จักซาวามุระคุงไหมคะ?”