- หน้าแรก
- โคโนฮะ ชั้นมีร่างแยกในโลกวันพีซ
- บทที่ 29 การเดินทางสู่ยอดเขาแห่งทิศประจิม
บทที่ 29 การเดินทางสู่ยอดเขาแห่งทิศประจิม
บทที่ 29 การเดินทางสู่ยอดเขาแห่งทิศประจิม
บทที่ 29 การเดินทางสู่ยอดเขาแห่งทิศประจิม
ซูซูกิออกจากบริษัทขนส่งมาแล้ว
เขากำลังมุ่งหน้าไปยัง ยอดเขาแห่งทิศประจิม
ส่วนเถ้าแก่อ้วน หลังจากตอบคำถามของซูซูกิไปมากมาย เขาก็จากไปพร้อมรอยยิ้ม
ต้องบอกว่า นอกจากจะรู้เยอะแล้ว เถ้าแก่อ้วนยังเป็นขยะและสวะตัวจริงเสียงจริง
บริษัทขนส่งเป็นมรดกตกทอด ทุกอย่างมีคนจัดการให้ เขาแค่มีหน้าที่นับเงิน
การเป็นคนไร้ความสามารถก็เรื่องหนึ่ง แต่เขายังสนุกกับการทำเรื่องชั่วช้าเลวทราม
ความจริงแล้ว หลังจากรู้ว่าเถ้าแก่อ้วนยอมรับด้วยปากตัวเองว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ ซูซูกิก็ลงมือสังหารเขาในพริบตาเดียวโดยไร้ความเจ็บปวด อีกฝ่ายตายไปโดยที่ยังคิดว่าซูซูกิกำลังจะปล่อยเขาไป รอยยิ้มดีใจจึงยังคงค้างอยู่บนใบหน้าขณะสิ้นลม
ซูซูกิไม่รู้สึกผิดเลยสักนิด เขาแค่รู้สึกว่าคนพรรค์นี้น่าเบื่อและรกหูรกตา
ที่เขาบอกตอนแรกว่าไม่ค่อยชอบฆ่าแกงใครพร่ำเพรื่อ นั่นก็แค่คำพูดเอาไว้หลอกเถ้าแก่อ้วนเท่านั้นแหละ
ท้ายที่สุด ซูซูกิใช้เวลาเป็นสัปดาห์เพื่อคัดเลือกคนคนนี้โดยเฉพาะ
ก่อนหน้านี้เขาได้ยินข่าวลือแย่ ๆ เกี่ยวกับเถ้าแก่อ้วนมาบ้างแล้ว การเลือกคนแบบนี้มันสะดวก รวดเร็ว และไม่ต้องกังวลอะไร
บนท้องทะเลอันกว้างใหญ่ ซูซูกิซื้อเรือลำเล็กมาอีกลำ
นี่เป็นวันที่ 2 ของการล่องเรือ
ต่างจากแกรนด์ไลน์ที่สภาพท้องทะเลซับซ้อนจนซูซูกิไม่สามารถล่องเรือคนเดียวได้ ใน เวสต์บลู ทักษะการเดินเรือของซูซูกิเพียงพอที่จะพาเขาล่องเรือไปในทะเลเปิดได้อย่างสบาย
เรือลำนี้ไม่ได้ใหญ่โตอะไร ใหญ่กว่าลำที่เขาใช้ล่าโจรสลัดในอลาบาสตาแค่นิดเดียว
ไม่มีพายุฉับพลัน ไม่มีหิมะตกหนัก และไม่มีปัญหาคลื่นแม่เหล็กกวนใจจนหาทิศทางไม่ได้
การเดินทางของซูซูกิราบรื่นและน่าอภิรมย์มาก
ด้วย ผลจอมเขมือบ เขาไม่ต้องกังวลเรื่องเสบียงขาดแคลน
เขาซื้อกล่องใบใหญ่มาหลายร้อยใบ บรรจุสิ่งของต่าง ๆ จนเต็ม ทั้งอาหาร ก้อนโลหะ น้ำจืด ของใช้ประจำวัน และอื่น ๆ
ดังนั้น ซูซูกิจึงไม่เคยขาดแคลนอาหารการกิน
ส่วนเรื่องการฝึกฝน ตอนนี้เขาใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการฝึกพลังของผลจอมเขมือบ
ทุกวันเขาจะแบ่งเวลาเข้าไปในมิติภายในของผลจอมเขมือบ เพื่อสร้างสิ่งของแปลก ๆ ใน โรงงานสารพัดนึก นั้น
เขาประสบความสำเร็จในการสร้างไอเทมหลายอย่าง เช่น ดาบ มีดสั้น ปืนคาบศิลา และเครื่องยิงจรวด
อาวุธพวกนี้ถูกเก็บไว้ในมิติของผลจอมเขมือบ ทำให้ซูซูกิเรียกใช้ได้สะดวกมาก
เขาสามารถคายพวกมันออกมาใช้ หรือจะรวมร่างส่วนหนึ่งของร่างกายเข้ากับอาวุธโดยตรงเลยก็ได้
เหมือนกับตอนนี้~
ปัง ปัง ปัง ปัง
ซูซูกิระดมยิงอย่างใจเย็นด้วยมือที่แปลงสภาพเป็นปืนยาว
“อ๊าก ช่วยด้วย...”
“หนีเร็ว กระโดดลงน้ำ...”
“อ๊าก มือฉัน มือฉันขาด...”
“กัปตัน~ อ๊าก กัปตันตายแล้ว!”
“อ๊ากกกก...”
ฟังเสียงกรีดร้องของเหล่าโจรสลัด หัวใจของซูซูกิยังคงนิ่งสนิท เขาใช้มือที่เป็นปืนกราดยิงต่อไป
นี่เป็นกลุ่มโจรสลัดปลาซิวปลาสร้อยจากเวสต์บลู พวกมันแล่นเรือเข้ามาหาเรือเล็กของซูซูกิทันทีที่เห็น
เจ้าพวกกระจอกพวกนี้เห็นซูซูกิมาคนเดียวแถมเรือก็ดูไม่น่าเกรงขาม คงคิดว่าเป็นชาวประมงธรรมดา เลยเตรียมจะเข้ามาปล้น
โจรสลัดหลายสิบคน ท่าทางกร่างสุดขีด ยืนถือดาบอยู่บนดาดฟ้าเรือ สีหน้าเต็มไปด้วยความกระหายเลือดและความโหดเหี้ยม เร่งความเร็วเรือพุ่งตรงมาหาซูซูกิ
ซูซูกิไม่แปลกใจเลยสักนิด
โจรสลัดพวกนี้มีน้อยคนนักที่จะฉลาด และในเมื่อพวกมันเป็นแค่สวะ การส่งพวกมันไปลงนรกก็ถือเป็นเรื่องที่สมควรทำ
การจัดการกับกลุ่มโจรสลัดระดับนี้... พวกกระจอกที่หาชื่อไม่เจอในกองใบประกาศจับค่าหัวหลักล้านของเวสต์บลูที่เขาสะสมไว้... เป็นเรื่องง่ายดายสำหรับซูซูกิ
เขาเพียงแค่รวมร่างกับปืนยาวในมิติผลจอมเขมือบ เปลี่ยนมือให้กลายเป็นปืน แล้วกราดยิงใส่พวกมันจากระยะไกล ในพริบตา โจรสลัดเกินครึ่งก็ลงไปนอนคุยกับรากมะม่วง
“อ๊าก ฉันยอม...”
ซูซูกิเก็บกวาดโจรสลัดคนสุดท้ายอย่างใจเย็น หมอนั่นดูเหมือนจะอยากยอมแพ้?
แต่น่าเสียดาย ไม่ใช่ว่าซูซูกิไม่รับคำยอมแพ้ เขาแค่ไม่อยากเสียเวลากับเรื่องน่าเบื่อ
ตั้งแต่เริ่มเจอหน้าจนจัดการเสร็จสิ้น ใช้เวลาไม่ถึง 1 นาที!
เวลาต่อสู้จริงไม่ถึง 20 วินาทีด้วยซ้ำ!
กลุ่มโจรสลัดกระจอกในเวสต์บลูพวกนี้อาจจะไม่ได้อ่อนแอกว่า กลุ่มโจรสลัดค้อนเลือด เท่าไหร่นัก เพราะพวกมันมีคนตั้งหลายสิบคน
แต่ซูซูกิไม่ใช่ซูซูกิคนเดิมที่เพิ่งไปถึงอลาบาสตาอีกแล้ว ตอนนี้การจัดการโจรสลัดระดับนี้ง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก
ซูซูกิเจอข้อมูลเกี่ยวกับกลุ่มโจรสลัดนี้บนดาดฟ้าเรือ แต่เขาไม่สนใจค่าหัวของพวกมันแล้ว
ค่าหัวน้อยเกินไป ไม่คุ้มค่าเวลาที่จะต้องแล่นเรือไปขึ้นเงินที่ฐานทัพเรือ
ดังนั้น หลังจากหาและกลืนกินก้อนโลหะจากคลังอาวุธไปจำนวนหนึ่ง ซูซูกิก็จุดไฟเผาเรือทิ้ง
กลับมาที่เรือไม้ลำเล็กของเขา ซูซูกิยังคงครุ่นคิดถึงความสามารถในการ รวมร่าง กับสิ่งที่กลืนเข้าไปของผลจอมเขมือบ
ความสามารถนี้ถือว่าดีมาก การรวมร่างโดยตรงกับอาวุธต่าง ๆ ให้ความรู้สึกคล้ายกับ ผลบุกิ บุกิ ของ เบบี้ 5 แห่งดอนกิโฆเต้แฟมิลี่
อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ซูซูกิยังสร้างอาวุธได้ไม่มากนัก ส่วนใหญ่ก็แค่ดาบ ปืน และปืนใหญ่พื้นฐาน
เขาจะหาโอกาสรวบรวมแร่ธาตุหายากให้มากขึ้นในอนาคต บางทีเขาอาจจะสร้างอาวุธทำลายล้างอานุภาพสูงได้
ความสามารถในการรวมร่างนี้ทำได้มากกว่าแค่แปลงเป็นอาวุธ
เขาสามารถรวมร่างกับเหล็กกล้า ทำให้ร่างกายมีเกราะเหล็กคุ้มกัน
เขาสามารถรวมร่างกับกระดาษ ทำให้ร่างกายแบนราบและเบาหวิว จนปลิวไปตามลมได้
เขายังสามารถรวมร่างกับสิ่งมีชีวิตได้ด้วย... ครั้งหนึ่งมีนกนางนวลมาเกาะที่ท้ายเรือ
เขาลองจับมันมากลืนแล้วใช้ความสามารถรวมร่าง... ผลลัพธ์คือเขาได้ปีกมาคู่หนึ่งแต่บินไม่ได้ แถมยังมีหัวยาว ๆ ของนกนางนวลโผล่มาบนหัวเขาด้วย เจ้านกนั่นตกใจจิกหัวเขาไม่ยั้ง
ซูซูกิทำได้แค่คลายพลังออกอย่างช่วยไม่ได้
เขารู้สึกว่าในอนาคต ควรหลีกเลี่ยงการรวมร่างกับสิ่งมีชีวิตจะดีที่สุด
ไม่ว่าจะยังไง มันคือการ “รวมร่าง” ไม่ใช่การ “กัดกิน”
การรวมร่างกับสิ่งมีชีวิตที่อ่อนแออาจจะทำให้ความแข็งแกร่งของเขาลดลงด้วยซ้ำ
และการรวมร่างกับสิ่งมีชีวิตที่แข็งแกร่ง เขาอาจจะแย่งชิงการควบคุมร่างกายมาจากพวกมันไม่ได้
จากนั้น ซูซูกิก็ล่องเรือต่อไปพร้อมกับฝึกฝนพลังของผลจอมเขมือบ
เขายังอยู่ห่างจากยอดเขาแห่งทิศประจิมอย่างน้อย 1-2 เดือน ความกว้างใหญ่ของทะเลทั้งสี่นั้นสมคำร่ำลือจริง ๆ
ในวันที่ 5 ของการเดินทาง ซูซูกิเจอกลุ่มโจรสลัดกระจอกตาถั่วอีกกลุ่ม ครั้งนี้เขาเลือกใช้มีดสั้นจัดการ และจบการต่อสู้ในเวลา 1 นาทีครึ่ง
จนกระทั่งวันที่ 12 ของการเดินทาง ซูซูกิถึงได้พบกับ โจรสลัดยอดฝีมือ คนแรกนับตั้งแต่มาถึงเวสต์บลู...
โปรดติดตามตอนต่อไปฝากติดตามเพจ Ipe นิยายแปล จบตอน