เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 29: เศรษฐศาสตร์เบื้องต้น

บทที่ 29: เศรษฐศาสตร์เบื้องต้น

บทที่ 29: เศรษฐศาสตร์เบื้องต้น


บทที่ 29: เศรษฐศาสตร์เบื้องต้น

ใจกลางเมืองเอบิสึ

ชาวบ้านมารวมตัวกันด้วยใบหน้าเศร้าโศกและคับแค้นใจ ประทับลายนิ้วมือลงบนสัญญา ยอมสละบ้านหลังสุดท้ายของพวกเขาไป

ส่วนเงินที่สัญญากันไว้... พวกเขาไม่กล้าแม้แต่จะฝันถึง

“ไอ้พวกโจรสลัดสารเลว!”

“สวรรค์ นี่ท่านจะพรากโอกาสรอดสุดท้ายของพวกเราไปเลยหรือไง?!”

“ยายจ๋า บ้านเราหายไปแล้วเหรอ?”

ความสิ้นหวังปกคลุมไปทั่วหัวใจของทุกคน

แม้จะเป็นเพียงกระท่อมฟางผุพัง แต่มันก็เคยมอบความอบอุ่นและเป็นรากฐานในการดำรงชีวิตของพวกเขา

ตอนนี้ ทุกอย่างมลายหายไปหมดแล้ว

เมื่อไร้บ้าน สุดท้ายพวกเขาก็คงต้องไปนอนตายกลางป่าเขาลำเนาไพร

“พวกโจรสลัดมาแล้ว!”

เมื่อรถม้าอสูรแล่นเข้ามาใกล้ ชาวบ้านที่ทนแบกรับชีวิตต่อไปไม่ไหวต่างก็เลิกปิดบังความเกลียดชัง หากสายตาอาฆาตฆ่าคนได้ ไดจิบนรถม้าคงตายไปเป็นหมื่นๆ รอบแล้ว

“น่าสมเพช”

ไดจกระโดดลงจากรถม้า กวาดตามองกลุ่มคนแก่ คนป่วย ผู้หญิง และเด็กที่กำลังถลึงตาใส่เขา รู้สึกเพียงความเวทนาและขบขัน

ต่อเมื่อถูกต้อนจนจนตรอกถึงเพิ่งจะรู้จักต่อสู้ขัดขืน

ก่อนหน้านี้มัวทำอะไรกันอยู่!

ย้อนไปเมื่อยี่สิบปีก่อน ถ้าพวกเขามีความกล้าเหมือนตอนนี้ ต่อให้ไม่มีโอเด้ง ประเทศนี้ก็คงไม่ตกต่ำจนมีสภาพอย่างทุกวันนี้หรอก

โทโนะยาสุเดินหลังค่อมเข้ามา มือที่สั่นเทากำสัญญาแน่นแล้วยื่นให้ไดจิ หัวใจของเขาเจ็บปวดรวดร้าว

“ท่านไดจิ”

“อืม ทำได้ดีมาก”

ไดจิรับสัญญามาตรวจสอบความถูกต้อง จากนั้นก็เก็บใส่อกเสื้ออย่างทะนุถนอมราวกับเป็นสมบัติล้ำค่า ความรู้สึกปลอดภัยอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนเอ่อล้นขึ้นมาในใจ

นับจากวินาทีนี้ เมืองเล็กๆ แห่งนี้ รวมไปถึงที่นาอันอุดมสมบูรณ์นับหมื่นไร่รอบๆ ทั้งหมดตกเป็นของเขา มันคือทรัพย์สินของเขา!

“หึหึหึ~ ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!!!”

ไดจิหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง แหงนหน้ามองฟ้า กลิ่นอายรุนแรงระเบิดออกจากร่างราวกับกำลังแปลงร่างเป็นยอดนักรบซูเปอร์ไซย่า!

“เปรี้ยง!”

พื้นดินใต้เท้าของเขาแตกร้าวปริแยกออกอย่างต่อเนื่อง!

“ฮาคิรุนแรงมาก!”

ยามาโตะต้องโน้มตัวไปข้างหน้าเพื่อทรงตัว เสื้อผ้าสะบัดพริ้วอย่างรุนแรงจากกระแสลม ดวงตาเต็มไปด้วยความตกตะลึง

ฮาคิของไดจิไปทำอะไรมา ทำไมถึงทรงพลังขนาดนี้?!

โทโนะยาสุก็ตกใจจนสะดุ้ง

“ริวโอ!”

เขารู้ว่าไดจิเก่ง แต่ไม่คิดว่าจะเก่งขนาดนี้ ริวโอที่ดุดันขนาดนี้หาได้ยากยิ่งแม้แต่ในประเทศวาโน!

ไม่นาน พายุหมุนก็สงบลง

“ฟู่วว~~”

ไดจิพ่นลมหายใจยาวเหยียด

ฮาคิปริมาณมหาศาลไหลบ่าไปทั่วร่างในเวลาสั้นๆ จนตัวเขาแทบจะระเบิด สัญชาตญาณจึงสั่งให้ร่างกายปลดปล่อยฮาคิออกมาจนหมด ทำให้เกิดภาพเหตุการณ์เมื่อครู่

ตอนนี้... ตัวเขาโล่ง เบาสบายไปหมด

แม้อาจจะดูอ่อนแรงไปบ้าง แต่จิตใจของไดจิตอนนี้คึกคักสุดๆ

อย่างน้อยเขาก็ยังไหวอีกเจ็ดยก!

ไดจิมองไปที่ยามาโตะแล้วกวักมือเรียก

“ยามาโตะ ลากรถม้ามานี่”

“อ๊ะ... อื้อ”

ใบหน้าเล็กๆ ของยามาโตะแดงซ่าน รีบก้มหน้าหลบสายตาไดจิ ลากรถม้าเข้ามาใกล้ ในหัวฟุ้งซ่านเตลิดเปิดเปิงไปไกล

ไดจิชอบชั้น!

ชะ... ชั้น... ชั้นควรตอบยังไงดี!

เดี๋ยวนะ ชั้นเป็นผู้ชายนี่นา!

ไม่สิ ไม่ใช่ ตอนนี้ชั้นเป็นผู้หญิง!

เอ๊ะ?

ตกลงชั้นเป็นผู้ชายหรือผู้หญิงกันแน่ฟะ?

“ปึ้ก!”

หน้าผากของเธอชนเข้ากับแผงอกของไดจิเต็มรัก

ยามาโตะเซถอยหลัง ยกมือขึ้นกุมหน้าผากโดยสัญชาตญาณ “อะ ขอโทษที”

“.....”

ไดจิถอนหายใจอย่างระอา

คนนอกมองอยู่ตั้งเยอะ ช่วยระวังตัวหน่อยไม่ได้หรือไง? ทำตัวเปิ่นๆ แบบนี้ รัศมีความน่าเกรงขามของเขาลดฮวบหมด

ช่างเถอะ จะไปถือสาคนบ้าทำไม

ไดจิเดินไปที่รถม้าแล้วกระชากผ้าใบคลุมออก ภายใต้แสงตะวัน ประกายสีทองอร่ามสาดส่องจนตาชาวบ้านพร่ามัว

“∑(°-°๑)!!!”

ชาวบ้านตาถลนแทบหลุดจากเบ้า

ทองคำ!

ทองคำหนึ่งหมื่นเหรียญกองรวมกัน ราวกับภูเขาทองคำขนาดย่อม!

ไดจิยืนอยู่ข้างกองทองแล้วพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “นี่คือทองคำหนึ่งหมื่นเหรียญตามสัญญา ตอนนี้มันเป็นของพวกแกแล้ว”

“.....”

เมื่อชาวบ้านตั้งสติได้ ความโกลาหลก็บังเกิดทันที

“เงินของข้า!”

“ไอ้บ้า นั่นมันเงินข้า!”

“อย่าแย่งกันสิโว้ย แบ่งๆ กันสิ!”

คนแก่ที่เมื่อกี้เดินแทบไม่ไหว ตอนนี้กลับมีพละกำลังวังชาเหลือเฟือ เคลื่อนไหวรวดเร็วราวกับจอมยุทธ์เร้นกาย

เพียงชั่วพริบตา ทองคำหนึ่งหมื่นเหรียญก็ถูกกวาดเรียบ

และมันยังไม่จบแค่นั้น ชาวบ้านเข้าสู่โหมดสงครามกลางเมือง ถลกแขนเสื้อกล่าวหาว่าคนอื่นเอาเงินไปมากกว่า เห็นชัดๆ ว่ากำลังจะเปิดศึกตีกันเองในหมู่บ้าน

จากใบหน้าที่เคยดูใจดี ตอนนี้กลับดุร้ายปานสัตว์ป่า

ยอมเหรอ?

ไม่มีทาง แม้แต่เหรียญเดียวก็ยอมไม่ได้!

ไดจิมองดูด้วยความสนใจ

“ดูซะ นี่แหละคือ ‘ชาวบ้านตาดำๆ’!”

“หา?”

ยามาโตะอ้าปากค้าง

เท่าที่เธอสังเกต ผู้เฒ่าผู้แก่ในเมืองก็ดูใจดีนี่นา ทำไมตอนนี้ถึงเปลี่ยนไปจนจำแทบไม่ได้?

แค่เงินแค่นี้มันคุ้มกันเหรอ!

“หยุดนะ หยุดกันเดี๋ยวนี้!”

ในจังหวะวิกฤต โทโนะยาสุก้าวออกมาห้ามทัพ

ทันใดนั้น รองเท้าฟางเก่าๆ ข้างหนึ่งก็ลอยมาแปะเข้าเต็มหน้า

“ไอ้พวกเวร กล้าปารองเท้าใส่ข้าเรอะ!”

เมื่อหัวหน้าหมู่บ้านกระโจนเข้าร่วมวงไพบูลย์ สงครามก็ดำเนินต่อไปอีกครึ่งชั่วโมง กว่าชาวบ้านจะสงบสติอารมณ์และเริ่มเปิด “การประชุมผู้ถือหุ้นเมืองเอบิสึ” ครั้งแรกได้

“เราไปอยู่ห่างๆ กันเถอะ”

ไดจิดึงยามาโตะออกมา จัดแจงหยิบชุดน้ำชาและโต๊ะเก้าอี้หรูหราออกมาจากรถม้า นั่งจิบชาอย่างใจเย็นเพื่อรอเวลา

ยามาโตะเต็มไปด้วยคำถาม

ในเมื่อการซื้อขายจบลงแล้ว ทำไมพวกเธอยังต้องอยู่ที่นี่อีก?

“ไดจิ ยังมีธุระอะไรอีกเหรอ?”

“อืม เดี๋ยวเธอก็รู้”

ไดจิยิ้มแต่ไม่ตอบ

ครึ่งชั่วโมงต่อมา การประชุมผู้ถือหุ้นเมืองเอบิสึก็จบลง

ชาวบ้านกอดทองคำของตัวเองไว้แน่น แล้วเดินหน้าเศร้าเอามันกลับมาคืนที่รถม้า ภาพเหตุการณ์นี้ทำเอายามาโตะงงเป็นไก่ตาแตก

“ทำไมพวกเขาถึงเอาเงินมาคืนล่ะ?”

“หึ!”

ไดจิหัวเราะในลำคอ

เงินเป็นสิ่งดี แต่มันก็ทำร้ายคนได้เช่นกัน

กลุ่มชาวบ้านที่แก่ชราและอ่อนแอ ไร้ซึ่งอำนาจแต่กลับถือครองเงินมหาศาล ก็เหมือนเด็กน้อยเดินถือทองคำกลางตลาดสด มีแต่จะดึงดูดหายนะเข้าหาตัว

ชาวบ้านส่วนใหญ่อาจจะเขลาจนมองไม่เห็นข้อดีข้อเสีย แต่พวกเขามีหัวหน้าหมู่บ้านที่ฉลาดเป็นกรด ซึ่งไม่มีทางมองข้ามเรื่องนี้ไปได้

เงินก้อนนี้... เก็บไว้กับตัวไม่ได้เด็ดขาด

ดังนั้นจึงมีทางออกเดียว

รีบใช้มันซะ!

โทโนะยาสุเดินมาหาไดจิ ถามด้วยรอยยิ้มขมขื่น “ท่านไดจิ เรื่องที่ท่านบอกว่าจะสร้างเมืองใหม่และขายบ้านให้พวกเรา ยังนับอยู่ไหมครับ?”

“แน่นอน”

มุมปากของไดจิยกขึ้น

เพื่อจะใช้เงินหมื่นเหรียญทองให้หมดอย่างรวดเร็ว พวกเขาก็มีแต่ต้องซื้อบ้านจากเขาเท่านั้น วนไปวนมา สุดท้ายเงินก็กลับเข้ากระเป๋าเขาอยู่ดี

เขาวางแผนไว้หมดแล้วตั้งแต่ต้น

พวกเขาหารือเรื่องการซื้อบ้านกันสักพัก

ไดจิบิดขี้เกียจ แล้วชี้ไปที่รถม้า

“ในตู้ด้านหลังรถม้ามีอาหารและน้ำสะอาดอยู่ พวกแกเอาไปกินกันซะ ถึงจะไม่เยอะมาก แต่ก็น่าจะพอให้ชาวบ้านได้กินอิ่มสักมื้อ”

“ท่านไดจิ ขอบพระคุณในความเมตตาครับ!”

โทโนะยาสุขอบคุณจากก้นบึ้งของหัวใจ

อีกฝ่ายสามารถยึดบ้านของพวกเขาไปโดยไม่ต้องเสียเงินสักแดงเดียว แต่กลับไม่ทำ ซ้ำยังใช้ทองคำตั้งหนึ่งหมื่นเหรียญเพื่อแสดงจุดยืน

และตอนนี้ ยังมอบน้ำและอาหารให้อีก

ความเมตตานี้ทำให้เขาซาบซึ้งใจยิ่งนัก

คงจะดีไม่น้อยถ้าชายหนุ่มตรงหน้าไม่ใช่ลูกน้องของไคโด

ชายชราก้มลงคุกเข่า กราบขอขมาด้วยธรรมเนียมสูงสุดของชาววาโน “ท่านไดจิ กระผมขออภัยในพฤติกรรมล่วงเกินก่อนหน้านี้ด้วยครับ!”

“ช่างเถอะ”

ไดจิโบกมือ

“รีบไปได้แล้ว เมื่อกี้พวกคนแก่เกือบจะตีกันตายอยู่แล้ว ถ้าไม่ได้กินอะไรเข้าไป วันนี้คงมีคนอดตายเพิ่มอีกหลายคนแน่”

ตกเย็น

ทั้งสองนั่งรถม้ากลับมาถึงโรงเตี๊ยมวิมานสวรรค์ในนครหลวงบุปผา

จู่ๆ ยามาโตะก็กระโดดโหยง

“ไดจิ นายมันเจ้าเล่ห์ชะมัด!”

“เจ้าเล่ห์?”

ไดจิชะงัก

อะไรของมัน?

เด็กสาวทำหน้าขึงขัง “ชั้นเข้าใจหมดแล้ว! นายรู้อยู่แล้วว่าทองหนึ่งหมื่นเหรียญนั่นจะต้องกลับมาหานาย เมื่อกี้แค่นายเล่นละครตบตาชัดๆ!”

“.....”

ไดจิกุมขมับอย่างอ่อนใจ

ยัยนี่เพิ่งจะมารู้ตัวเอาป่านนี้เนี่ยนะ?

อีกอย่าง...

เทียบกับพวกนั้นแล้ว นี่มันเรียกว่าพ่อพระชัดๆ!

โปรดติดตามตอนต่อไป จบตอน By. charcoal gray silver gold ═❀═❀═❀═❀═❀═❀═

จบบทที่ บทที่ 29: เศรษฐศาสตร์เบื้องต้น

คัดลอกลิงก์แล้ว