- หน้าแรก
- ใครปล่อยผู้คุมวิญญาณเข้ามาในฮอกวอตส์?
- บทที่ 9: เสิร์ฟอาหารแล้วค่า แต่เดี๋ยวนะ เสิร์ฟอาหารแบบไหนกันแน่?!
บทที่ 9: เสิร์ฟอาหารแล้วค่า แต่เดี๋ยวนะ เสิร์ฟอาหารแบบไหนกันแน่?!
บทที่ 9: เสิร์ฟอาหารแล้วค่า แต่เดี๋ยวนะ เสิร์ฟอาหารแบบไหนกันแน่?!
“พรวดดด”
เสียงประหลาดบางอย่างหลุดออกมาจากปากหมวกคัดสรร คล้ายเสียงลูกโป่งแตกแผ่วๆ
“ฮะ เด็กน้อย ฉันเห็นว่าเธอมีจิตใจดีมาก อืมม…”
เสียงแผ่วเบาของหมวกคัดสรรเหมือนคนกำลังล่อแมวที่กำลังจะผลักถ้วยชาให้ตกจากขอบโต๊ะ
“อืมม… เธอฉลาดมาก และทะเยอทะยานมากเช่นกัน อาจจะเหมาะกับสลิธีริน”
“กูกูกู~” โคเฮนทำเสียงท้องร้องแบบเลียนเสียงเองด้วยปาก
“โอ้ อยู่ๆ ฉันก็รู้สึกว่า… สำหรับเด็กที่แบบ…เอ่อ…‘พิเศษ’ การกล้ามาเข้าเรียนที่นี่ก็นับว่า…กล้าหาญสุดๆ เลยเนอะ” หมวกคัดสรรขยับตัวงึกงักอยู่บนหัวโคเฮน กระซิบเสียงแปลกๆ อย่างจนใจ
โคเฮนรู้สึกพอใจมากกับการตัดสินใจครั้งที่สองของหมวก
เพราะงั้นเขาจะไม่โดนโรสไล่ล่าอีกต่อไป
“กริฟฟินดอร์!”
หมวกคัดสรรตะโกนด้วยเสียงแหบๆ ที่สั่นเหมือนจะเป็นลม
ระหว่างเดินไปยังโต๊ะยาวของกริฟฟินดอร์ โคเฮนก็ส่งสัญญาณให้กำลังใจแฮร์รี่ที่ยังยืนอยู่ในแถว
และโคเฮนยังจงใจจัดตำแหน่งยืนใหม่ ให้ดัมเบิลดอร์ที่อยู่ตรงโต๊ะอาจารย์มองเห็นท่าทางเต็มไปด้วยมิตรภาพและความหวังดีของเด็กชายพ่อมดคนหนึ่งได้อย่างชัดเจน
โคตรจะเป็นคอมโบที่เพอร์เฟกต์
โคเฮนรู้สึกว่าเขากำลังเชี่ยวชาญขึ้นเรื่อยๆ ในการเป็นผู้คุมวิญญาณสายบวก ที่มีความรัก ความหวัง และการพัฒนาอย่างยั่งยืน
หลังจากนั่งลงแล้ว โคเฮนก็เริ่มสังเกตการคัดสรรของแฮร์รี่
แต่เพราะหมวกคัดสรรพูดกับนักเรียนแบบกระซิบสุดๆ โคเฮนเลยไม่ได้ยินอะไรจากการต่อสู้ในใจระหว่างแฮร์รี่กับหมวกเลย
ดูละครเงียบที่นักแสดงไม่ขยับตัว มันไม่ได้สนุกขนาดนั้น
“เดายากจังเลยว่า แฮร์รี่จะได้เข้ากริฟฟินดอร์มั้ย?”
“กริฟฟินดอร์!”
หลังจากหมวกประกาศจบ ห้องโถงใหญ่ก็เงียบไปหนึ่งวินาที
แล้วก็ตามมาด้วยเสียงโห่ร้องจากโต๊ะกริฟฟินดอร์ที่ดังจนแทบจะทำหลังคาฮอกวอตส์กระเด็น
แฮร์รี่เดินมาที่โต๊ะกริฟฟินดอร์ด้วยขาสั่นๆ
แฝดวีสลีย์ตะโกน “เราได้พอตเตอร์แล้ว! เราได้พอตเตอร์แล้ว!” เพอร์ซีย์ถึงกับลุกขึ้นยืนจับมือกับแฮร์รี่แบบเป็นทางการเหมือนพบผู้นำต่างประเทศ
นักเรียนกริฟฟินดอร์คนอื่นก็แสดงความยินดีอย่างรุนแรงในรูปแบบต่างๆ กัน จนหมวกคัดสรรต้องประกาศชื่อคนถัดไปเสียงดังเพื่อกลบความวุ่นวาย
รอนได้เข้ากริฟฟินดอร์ตามไปอีกคน แต่มีแค่พี่ๆ ไม่กี่คนที่แสดงความยินดี
“นายทำฉันตกใจแทบตาย…” แฮร์รี่นั่งลงข้างโคเฮน สีหน้ายังไม่หายสั่น
“ฉันเองก็เกือบจะโดนยัดเข้าสลิธีรินเหมือนกัน ใจเย็นนะ” โคเฮนลูบมือตัวเอง พร้อมหยิบมีดกับส้อมรอเสิร์ฟอาหาร
“นายก็ด้วยเหรอ?!” แฮร์รี่เอนตัวมา กระซิบเสียงเบาแบบได้ยินกันแค่สองคน หน้าตาเต็มไปด้วยความตกใจ
“อืม? ตอนแรกมันจะส่งฉันไปสลิธีริน แต่ฉันปฏิเสธเพราะแม่อาจจะฆ่าฉันน่ะ” โคเฮนพูดแบบไม่ยี่หระ เพราะรู้ดีว่าแฮร์รี่ยังแอบใส่ใจมากกับคำตัดสินแรกของหมวก
เด็กๆ มักจะรู้สึกไม่มั่นใจเวลาตัวเอง “แตกต่าง” แต่ถ้ารู้ว่ามีใครอีกคนที่เหมือนกัน ความไม่มั่นใจก็จะเปลี่ยนเป็นความอุ่นใจทันที
และตอนนี้ แฮร์รี่ก็ตกอยู่ในสภาวะแบบนั้นชัดๆ
“เฮ้อ…”
แฮร์รี่ถอนหายใจโล่งอก
เพราะสำหรับแฮร์รี่ โคเฮนไม่เหมือนพวกสลิธีรินร้ายๆ เลยสักนิด
“ยินดีต้อนรับ!” ดัมเบิลดอร์กล่าวพลางยิ้มกว้าง มองนักเรียนด้วยสายตาเปี่ยมความสุข ราวกับว่าไม่มีอะไรในโลกที่ทำให้เขายินดีไปมากกว่านี้อีกแล้ว
และทันทีที่ดัมเบิลดอร์พูดจบ อาหารสารพัดชนิดก็โผล่ขึ้นตรงหน้าพวกเขา
นอกจากเมนูอังกฤษดาร์ดๆ บางอย่าง อาหารของฮอกวอตส์ส่วนใหญ่ก็อร่อยใช้ได้เลยทีเดียว
หมูทอดกับเนื้อวัวทำให้ออกมาแย่มันไม่ง่ายอยู่แล้ว ยิ่งไปกว่านั้น เชฟของฮอกวอตส์คือเอลฟ์ประจำบ้าน ที่ประสบการณ์ทำอาหารขั้นเทพ
แต่โคเฮนก็ยังรู้สึกแปลกๆ เหมือนมีอะไรบางอย่างขาดหายไป
เหมือนมีบางสิ่งที่ควรโผล่มาแล้ว แต่ก็ยังไม่โผล่มา?
“ช่างมัน กินก่อนละกัน”
โคเฮนกำลังจะหันกลับไปสนใจอาหาร พลางกัดขาแกะชิ้นใหญ่เข้าปาก
“โอ๊ยยยยยย!!”
เสียงผู้ชายร้องโหยหวนดังขึ้นจากโต๊ะตรงหน้าโคเฮน
และโคเฮนก็รู้สึกทันทีว่า รสชาติของขาแกะนี่แม่งไม่ปกติ
ทำไมขาแกะพริกถึงหวานวะ…?!!!
โคเฮนเข้าใจทันทีว่า เขากัดอะไรเข้าไปพร้อมกับเนื้อ
ผีร่างโปร่งใส คอมีปลอกคอแฟนซีลอยออกมาจากโต๊ะ
ค่าความแข็งแกร่งของวิญญาณ: 10
ทุกโต๊ะก็เหมือนกัน ผีจำนวนมากลอยออกมาจากใต้โต๊ะและทะลุกำแพง ทำเอาเด็กใหม่หลายคนสะดุ้ง
ผีทุกตัวมีค่าความแข็งแกร่งของวิญญาณ 10 เหมือนกันหมด ทำให้โคเฮนสงสัยว่านี่คือเกณฑ์ขั้นต่ำของวิญญาณพ่อมดผู้ใหญ่ทั่วไป เพราะเขาไม่เคยเจอพ่อมดผู้ใหญ่ที่มีความแข็งแกร่งของวิญญาณต่ำกว่า 10 เลย
ผีที่โคเฮนกัดเข้าไปลอยตัวอยู่กลางอากาศ มือกุมหัวพลางพึมพำว่า “ไม่น่าเลย ไม่น่าเลย น่าจะฟังคำเตือนอาจารย์ใหญ่…” แล้วแอบชำเลืองมองโคเฮนด้วยสายตาหวาดๆ
โคเฮนจำได้ทันที นี่มัน “นิกหัวเกือบขาด” เพราะหัวของเขาดูจะขาดไม่ขาดอยู่ตลอดเวลา
น่าจะเป็นเพราะดัมเบิลดอร์เตือนไว้แล้วว่าอย่าเข้าใกล้ปากของโคเฮน
ไม่แปลกเลยที่ปกติพวกผีจะออกมาต้อนรับเด็กใหม่ตั้งแต่แรก แต่ครั้งนี้ดันรอจนถึงตอนอาหารเย็น แต่นั่นยิ่งดูแย่กว่าอีก อย่างเจ้า “นิกหัวเกือบขาด” นี่แทบจะโดนโคเฮนงับหัวไปพร้อมขาแกะอยู่แล้ว
แต่นิกก็ไม่ได้พูดอะไร โดนกินเข้าไปแล้ว จะให้เขาสั่งให้โคเฮนคายออกเหรอ?
เพราะดัมเบิลดอร์สั่งไว้ว่า ห้ามเปิดเผยว่าโคเฮนเป็นผู้คุมวิญญาณ ไม่งั้นเด็กๆ จะตื่นตระหนกกันหมด นิกเลยเลือกแนะนำตัวกับนักเรียนใหม่จากที่ไกลๆ สุดเท่าที่จะทำได้
“ฉันรู้จักนาย! นิกหัวเกือบขาด!”
รอนพูดพลางตบหัวตัวเองเบาๆ เพราะนึกได้ว่าผีประจำบ้านกริฟฟินดอร์คือใคร จากที่พี่ๆ เคยเล่าให้ฟัง
“ขอให้เรียกฉันว่า เซอร์นิโคลัส เดอ มิมซี-พอร์พิงตัน จะดีกว่า”
“แต่ทำไมถึง ‘หัวเกือบขาด’ ล่ะ?”
หลังโดนซีมัส ฟินนิกัน เด็กผมสีน้ำตาลอ่อนถามซ้ำๆ นิกก็ถอนหายใจ ก่อนจะดึงหัวของตัวเองลงมา ตอนนี้มีรอยกัดสดๆ อยู่ตรงหัวด้วยนะ รอยฝีมือโคเฮนเลยล่ะ
โคเฮนกำลังวุ่นอยู่กับการกิน เลยไม่ได้เงยหน้ามาดูแผลคอที่ "น่ารับประทาน" นั่น
“ก็แบบนี้ไงล่ะ”
นิกพูดเสียงแห้งๆ
ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ค่อยอยากพูดเรื่องนี้เท่าไหร่ เพราะในโลกผีอันแสนน่าเบื่อ หัวที่เกือบหลุดของเขาเป็นเรื่องตลกที่พวกผีคนอื่นเอามาล้อกันบ่อยมาก แถมนิกก็เถียงไม่ได้ด้วย เพราะเขาโยนหัวเล่นแบบโบว์ลิ่งไม่ได้จริงๆ
แต่ปฏิกิริยาของเด็กๆ ก็ยังทำให้เขาพอใจอยู่ดี เพราะผีน่ะ ชอบทำให้คนตกใจ มันทำให้รู้สึกเหมือนได้ “มีชีวิต” อีกครั้ง
……….