- หน้าแรก
- มาร์เวล: เส้นทางพ่อค้าอาวุธเถื่อน
- บทที่ 19: จอมเวทสูงสุด แอนเชี่ยนวัน ปรากฏตัว
บทที่ 19: จอมเวทสูงสุด แอนเชี่ยนวัน ปรากฏตัว
บทที่ 19: จอมเวทสูงสุด แอนเชี่ยนวัน ปรากฏตัว
"แคร็ก!"
หลังจากโร้ดส์ร่วงลงมาจากฟ้า ก็มีเสียงกระดูกหักดังขึ้นอย่างชัดเจน
ความเจ็บปวดรุนแรงทำให้โร้ดส์ได้สติฟื้นจากอาการสลบ
“ขอบใจสำหรับของขว้ญสุดพิเศษ! ขาฉัน!!”
โร้ดส์ก้มลงมองดูขาของตัวเอง แล้วก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เมื่อเห็นว่าขาขวาของตัวเองบิดผิดรูปไปทางซ้ายแบบน่าสยดสยอง ความเจ็บแสบแล่นวาบไปทั่วระบบประสาท
ขาขวาหักแน่นอน!
“ซี้ดด!” โร้ดส์ครางออกมาเบา ๆ ด้วยความเจ็บ
เมื่อเห็นว่าวานด้าลงมือโหดจัด ไม่เพียงจัดการโร้ดส์ได้อย่างง่ายดาย แต่ยังยืนมองดูศัตรูร้องโหยหวนด้วยสีหน้าพึงพอใจ เหมือนได้ดูโชว์ถูกใจ
คาร์ลถึงกับสะดุ้งนิด ๆ ตั้งคำถามในใจว่า "วานด้าเปลี่ยนไปขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย?"
หลังจากเสพความสะใจจนอิ่ม วานด้าก็หันไปมองคาร์ลแล้วถามอย่างตกใจว่า “นี่นายยังจัดการกับสตาร์คไม่ได้อีกเหรอ?”
คาร์ลยกมือขึ้นแบบจนปัญญาแล้วยิ้มเจื่อน ๆ “เธอก็รู้นี่ว่าฉันยังอ่อนอยู่ เจอเขาไม่โดนสอยก็บุญแล้วล่ะ
ถ้าเรดควีนไม่ส่งชุดเกราะไอรอนแมนมาช่วยถ่วง ฉันคงได้วิ่งหนีหัวซุกหัวซุนไปแล้ว!”
วานด้าได้ยินแฟนตัวเองพูดถ่อมตัวแบบนั้น ทั้งที่ตัวเองเพิ่งจัดการศัตรูอย่างง่ายดาย พลังโกลาหลในตัวเธอก็ปะทุขึ้นอีกครั้งทันที แสงแดงฉานพุ่งออกจากร่างก่อนที่เธอจะพุ่งตัวออกไปหาคาร์ลทันที
พร้อมพูดด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือกว่า: “งั้นฉันจะจัดการมันเอง! ตายซะ สตาร์ค!!”
คาร์ลมองดูวานด้าที่ลอยลงมาจากฟ้า ร่างถูกห่อหุ้มด้วยพลังสีแดงเข้ม ราวกับเทพีแห่งสงครามที่ลงมาจากสวรรค์ แล้วร่อนตัวลงมายังสนามรบระหว่างโทนี่กับชุดเกราะสองตัวสีเทาขาว
โทนี่เพิ่งรู้ว่ามีอะไรผิดปกติ ผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่ว่าโดนโร้ดส์จัดการไปแล้วเหรอ?
เขาหันไปมองข้างหลัง แล้วก็พบว่าโร้ดส์นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้น มือกุมขา ร้องโหยหวนเหมือนผีไม่มีญาติ แถมยังไม่ลืมจะเตือนเขา
“โทนี่…โอ๊ยย…ระวังยัยบ้านั่นด้วย!”
ชุดเกราะพังแหลกกระจายเป็นเศษเหล็กเกลื่อนพื้น
โทนี่อดขมวดคิ้วไม่ได้ รู้สึกห่วงอาการของโร้ดส์อยู่เหมือนกัน แต่ตอนนี้การต่อสู้ยังไม่จบ เขาเลยถามอย่างไม่พอใจว่า “เธอทำอะไรกับโร้ดส์?”
วานด้าเห็นศัตรูที่เธอเกลียดมานานนับสิบปียืนอยู่ตรงหน้า ก็แทบอยากจะฉีกเขาเป็นชิ้น ๆ ด้วยเวทมนตร์แห่งความโกลาหล เธอไม่คิดจะอธิบายอะไรด้วยซ้ำ พอเห็นหน้าเขา ก็ร่ายพลังเวทใส่รัว ๆ แบบไม่ลังเล
“ยัยบ้าเอ๊ย!” โทนี่สบถออกมา พอเห็นลูกพลังสีแดงพุ่งเข้าใส่ เขาก็ไม่กล้ารับตรง ๆ ใครจะไปรู้ว่าเวรนี่มันแรงขนาดไหนกันแน่
โร้ดส์นอนอยู่ตรงนั้นเป็นหลักฐานแล้ว เขาไม่อยากไปนอนตามเพื่อนหรอก
โทนี่เลยรีบควบคุมชุดเกราะมาร์ค VII หลบลูกพลังสีแดงซ้ายทีขวาที กลางอากาศอย่างคล่องแคล่ว
คาร์ลที่ยืนดูอยู่ข้าง ๆ ก็ถึงกับยืนกอดอกดูโชว์สบาย ๆ พอวานด้าเริ่มโจมตี โทนี่ก็ทำได้แค่หลบลูกเดียว
การต่อสู้ดึงยืดอยู่นาน โทนี่หลบไปหลบมาเหมือนปลาไหล หลุดรอดจากลูกพลังแต่ละลูกแบบเฉียดฉิว
วานด้าเริ่มหงุดหงิด
“จะหลบอย่างเดียวเลยใช่มั้ย?”
จากนั้น แสงสีแดงที่ห่อหุ้มตัววานด้าก็เปล่งสว่างจ้า แล้วลำแสงแดงพุ่งวาบใส่โทนี่ด้วยความเร็วระดับสายฟ้า
โทนี่ยังตั้งตัวไม่ทัน หรือจะพูดให้ถูกคือ ไม่มีใครตั้งตัวทันกับการโจมตีเร็วระดับความเร็วแสงแบบนี้หรอก!
เขาก็เลยตกอยู่ในสภาพเดียวกับที่โร้ดส์เจอไปเมื่อกี้
อากาศในชุดเกราะถูกดูดออกอย่างรวดเร็ว
โทนี่เริ่มหายใจลำบาก
"นี่มันพลังอะไรวะ ดูดอากาศเหรอ?"
จาร์วิสก็รีบแจ้งเตือนแบบเป็นห่วงสุดชีวิต
【เจ้านายครับ อากาศในชุดเกราะมาร์ค VII กำลังลดลงอย่างรวดเร็วโดยไม่มีเหตุผล และภายในกำลังกลายเป็นสภาพสุญญากาศ หากไม่ดำเนินการใด ๆ อย่างทันท่วงที ความดันสุญญากาศจะทำให้อวัยวะของคุณระเบิดตายได้ครับ】
โทนี่หน้าแดงก่ำเพราะแรงดันมหาศาล ไม่สามารถอ้าปากพูดอะไรได้เลย
“อึก…”
เมื่อจาร์วิสเห็นว่าเจ้านายของตัวเองกำลังตกอยู่ในอันตรายสุดขีด หลังจากประมวลผลไม่ถึง 0.1 วินาที ก็สรุปได้ทันทีว่า วิธีเดียวคือต้อง "ขอยอมแพ้"
แต่ตอนนี้จาร์วิสควบคุมชุดเกราะไม่ได้ เลยต้องเปิดลำโพงภายนอกแทน
เขาพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแบบอ้อน ๆ เลยว่า:
【คุณโทนี่กำลังจะตายเพราะแรงดันสุญญากาศแล้วครับ ได้โปรดเมตตาด้วยนะครับ…คุณผู้หญิงแสนสวย】
วานด้าได้ยินเสียงชายแปลกหน้าในหัว ก็ชะงักไปนิด ก่อนจะถามแบบงง ๆ ว่า “นี่มันไม่ใช่โทนี่อยู่ในเกราะเหรอ?”
คาร์ลรีบตอบแทนว่า “นั่นคงเป็นเอไอของโทนี่ ชื่อจาร์วิสน่ะ”
วานด้าเพิ่งเข้าใจ แต่แทนที่จะหยุด มือของเธอกลับเปล่งแสงแดงแรงขึ้นอีก แค้นในใจยังเดือดพล่าน ไม่มีทีท่าจะยั้งมือ
ตอนนี้สิ่งเดียวที่เธออยากคือให้โทนี่ได้รู้รสชาติของ "ความสิ้นหวัง" ว่ามันเป็นยังไง
รู้ซะบ้างว่าตอนที่เธอกับปิเอโตรยังเป็นเด็กน้อย แค่ไม่กี่ขวบ กำลังนอนอยู่ใต้จรวดของสตาร์ค อินดัสตรี้ที่พุ่งตกลงมาตรงหน้า รู้สึกกลัวและหมดหวังขนาดไหน!
แถมพ่อแม่ของพวกเขายังตายเพราะมิสไซล์ของสตาร์คอีกด้วย
พอนึกถึงการตายอันแสนสลดของพ่อแม่ แววตาของวานด้าก็เปล่งแสงแดงเข้ม มีเพียงความคิดเดียวในหัว
"โทนี่ สตาร์ค ต้องตาย!"
คาร์ลที่เห็นว่าวานด้าดูเหมือนจะเอาชีวิตโทนี่จริง ๆ ก็เริ่มขมวดคิ้วลังเลในใจ ไม่รู้ควรจะห้ามดีมั้ย
ลังเลได้ไม่กี่วินาที โทนี่ก็ใกล้จะตายจริง ๆ
คาร์ลกำลังจะอ้าปากห้ามวานด้า
ทันใดนั้น ก็มีเสียง "ฟี่งงงง" ดังขึ้นข้างตัววานด้า
วงแหวนแสงสีทองเริ่มก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว ก่อนจะขยายขนาดเป็นวงประตูขนาด 2 เมตร
คาร์ลเห็นแบบนั้นถึงกับหัวใจเต้นแรง รีบกลืนน้ำลาย สีหน้าเริ่มซีด
หญิงหัวโล้นในชุดจีวรพระ เดินออกมาจากประตูสีทองนั้น
เธอพูดแนะนำตัวว่า: “ข้าชื่อแอนเชี่ยนวัน มาจากคามาร์-ทาจ”
วานด้าเห็นหญิงหัวโล้นลึกลับโผล่มาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยก็ถึงกับตั้งท่าทันที แสงแดงในมือก็ลดระดับลงเล็กน้อย
จาร์วิสรีบใช้จังหวะนี้ยึดการควบคุมชุดเกราะกลับคืนมา บินถอยออกไปราว ๆ 20 เมตร แล้วเปิดเกราะอย่างรวดเร็ว ทำให้โทนี่ที่เกือบขาดอากาศหายใจได้สูดอากาศสดชื่นอีกครั้ง
“แฮ่ก… แฮ่ก… ผู้หญิงบ้านี่โคตรน่ากลัวเลย แค่แสงแดงแวบเดียว ฉันหมดสิทธิ์สู้เลย…”
โทนี่ สตาร์ค เกือบตายด้วยมือวานด้า มองเธอด้วยสายตาหวาดระแวง
ในขณะเดียวกันก็เริ่มระแวงหญิงหัวโล้นที่เดินออกมาจากวงแสง
วันนี้เขาเปิดโลกสุด ๆ ไม่ใช่แค่โดนเวทมนตร์ของวานด้า แต่ยังได้เห็นผู้หญิงคนหนึ่งเดินทะลุประตูมิติออกมาแบบจะจะ
ด้านหลังหัวโล้นยังมีแสงสีทองล้อมอยู่ไม่จาง และฝั่งตรงข้ามของวงแสงนั่น…ชัดเจนเลยว่าเป็น "ห้องสมุด"
โทนี่ถึงกับพึมพำกับตัวเองว่า:
“นี่มันเทเลพอร์ตเหรอ? มันคือเวทมนตร์จริง ๆ งั้นเหรอ? โลกนี้มีพ่อมดแม่มดแบบในตำนานจริง ๆ น่ะเหรอ?”
แต่แอนเชี่ยนวันไม่ได้คิดจะอธิบายอะไรให้โทนี่ฟัง เธอจ้องวานด้าแล้วพูดอย่างจริงจังว่า:
“ถ้าเธอใจเย็นแล้ว ก็ปล่อยเขาเถอะ เธอได้ในสิ่งที่ต้องการแล้ว”
ความหมายแฝงก็คือ เธอได้ลงโทษโทนี่แล้ว พอได้แล้ว อย่าถึงขั้นฆ่าเขาเลย
……….