- หน้าแรก
- ข้าแค่อยากอยู่เงียบ ๆ บนภูเขาเพื่อบรลุเป็นเซียน
- บทที่ 31: เหนือกว่าปรมาจารย์ยุทธ์
บทที่ 31: เหนือกว่าปรมาจารย์ยุทธ์
บทที่ 31: เหนือกว่าปรมาจารย์ยุทธ์
บทที่ 31: เหนือกว่าปรมาจารย์ยุทธ์
"คนที่มาครั้งนี้ ล้วนเป็นหัวกะทิของลัทธิมังกรแดง ทุกคนเชี่ยวชาญวิชาลับมังกรซ่อนเร้น ทั้งยังมีของมีพิษร้ายแรงต่างๆ นานา พวกมันเกรงกลัวค่ายกลใหญ่เหยี่ยวเทวะ การลงมือครั้งแรก จึงเป็นการสังหารเฉินฉวนซาน ทำให้หน่วยเหยี่ยวเทวะขาดผู้นำ
เรื่องนี้ก็เป็นความผิดพลาดของข้าผู้เฒ่าเองที่ประเมินวิชาลับมังกรซ่อนเร้นต่ำเกินไป จึงทำให้เกิดความสูญเสียหนักหน่วงถึงเพียงนี้ หากค่ายกลใหญ่เหยี่ยวเทวะสามารถตั้งขึ้นได้ ต่อให้พวกมันมาเพิ่มอีกคนที่เป็นขั้นยุทธ์แท้จริงระดับเก้า ก็จะไม่ถึงกับเป็นเช่นนี้"
อ๋องชิ่งถอนหายใจ เตรียมแก่นพลังปรมาจารย์ยุทธ์ไว้สองชิ้น ใช้ตนเองเป็นเหยื่อล่อ เดิมทีคิดว่ารัดกุมไร้ช่องโหว่แล้ว แต่กลับพลาดไปก้าวหนึ่ง
กู้หยวนชิงเงียบไป ความตายของเฉินฉวนซานอยู่นอกเหนือความคาดหมายของเขาจริงๆ นึกย้อนไปถึงตอนที่เพิ่งจะได้รับความสามารถสภาวะหยั่งรู้ภูเขา เฉินฉวนซานถือเป็นผู้บำเพ็ญเพียรขั้นยุทธ์แท้จริงระดับสูงคนแรกที่เขาเคยเห็น เงาเสมือนเหยี่ยวเทวะภายนอกร่าง พลังอำนาจไร้เทียมทาน
คนทั้งสองนั้นลอบมาสังหารตนเองในคืนมืด ก็เป็นเขาที่นำคนมาต้านทานชายชราจากสำนักหลิงซวีไว้ แต่คนเช่นนี้ กลับต้องมาตายจากไปในคืนเดียว
"อีกหลายวัน ข้าอ๋องก็จะลงจากเขากลับเมืองหลวงแล้ว คุณชายกู้ต้องการจะฝากคำพูดอะไรกลับไปหรือไม่?" อ๋องชิ่งถาม
"ท่านอ๋องก็จะไปแล้วหรือขอรับ?"
"การซ่อมแซมผนึกแดนมารใกล้จะเสร็จสิ้นแล้ว หลังจากศึกครั้งนี้ พวกที่แอบคิดการชั่วร้ายเหล่านั้น เกรงว่าคงจะไม่กล้ามาอีกชั่วคราว อีกทั้งองค์หญิงใกล้จะอภิเษกสมรสแล้ว ข้าอ๋องในฐานะประมุขกรมดูแลเชื้อพระวงศ์ ก็ต้องกลับไปเตรียมการเรื่องต่างๆ ด้วย"
เมื่อได้ยินคำว่าองค์หญิงอภิเษกสมรส คิ้วของกู้หยวนชิงก็ขมวดเล็กน้อย ถามว่า "ท่านอ๋องครั้งก่อนเคยพูดว่าเมี่ยวเซวียนผู้นี้ไม่ใช่เมี่ยวเซวียนผู้นั้น ผู้น้อยขอถามอย่างไม่เกรงใจ ที่ทำเช่นนี้เป็นเพราะเหตุใดหรือขอรับ?"
อ๋องชิ่งมองกู้หยวนชิงด้วยความประหลาดใจแวบหนึ่ง ดูเหมือนจะแปลกใจที่กู้หยวนชิงไม่รู้เรื่องนี้ ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ยิ้มเล็กน้อย "เรื่องนี้เป็นพระราชดำริของฝ่าบาท วันหน้าให้พระองค์เป็นผู้บอกเจ้าเองจะดีกว่า ข้าอ๋องบอกได้เพียงว่า เรื่องขององค์หญิงเกี่ยวข้องกับเกียรติภูมิของราชสำนักและราชวงศ์ เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของราชอาณาจักร เรื่องบางอย่างก็จำใจต้องทำ หวังว่าคุณชายกู้จะเข้าใจ"
กู้หยวนชิงเกลียดการพูดจาเป็นปริศนาที่สุด แต่ในเมื่ออ๋องชิ่งไม่พูด เขาก็ทำอะไรไม่ได้
ส่วนหลี่ฉางเหยียนอ้าปากทำท่าจะพูด แต่กลับถูกอ๋องชิ่งถลึงตาใส่ รีบหุบปากทันที
คนทั้งสองกินอาหารกลางวันที่นี่ แล้วจึงจากไป
...
พระราชวังต้าเฉียน
หลี่เฮ่าเทียนมองดูรายงานลับในมือ คิ้วขมวดแน่น จากนั้นก็ยื่นรายงานลับให้สวีเหลียนอิงที่อยู่ข้างๆ
"ท่านอาลักษณ์ เรื่องนี้ท่านมีความเห็นว่าอย่างไร?"
สวีเหลียนอิงรับรายงานลับมา อ่านดูแวบหนึ่ง สีหน้าประหลาดใจปรากฏขึ้นชั่วครู่แล้วก็หายไป ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง "สิ่งที่ท่านอ๋องชิ่งกล่าว บ่าวไม่กล้าคาดเดาส่งเดชพ่ะย่ะค่ะ"
"เจ้าเคยพบกู้หยวนชิงสองครั้ง เจ้าคิดว่าเขาอาจจะเป็นปรมาจารย์ยุทธ์ได้หรือไม่?"
สวีเหลียนอิงยิ้มขื่นโค้งคำนับ "ในเมื่อท่านอ๋องกล่าวว่ากู้หยวนชิงน่าสงสัยว่าจะเป็นปรมาจารย์ยุทธ์ เช่นนั้นก็คงจะไม่ผิดพลาดอย่างแน่นอน เป็นบ่าวที่ไร้ความสามารถ ตอนนั้นไม่ทันได้สังเกตว่ากู้หยวนชิงมีพลังยุทธ์ถึงเพียงนี้ ครั้งแรกที่พบกัน บ่าวกล้ายืนยันว่า เป็นเพียงขั้นรวมปราณระดับสามเท่านั้น ส่วนครั้งที่สอง น่าจะมีพลังยุทธ์ขั้นยุทธ์แท้จริงแล้ว เพียงแต่มีการฝึกฝนวิชาซ่อนเร้นตัวตน บ่าวไม่ได้ทดสอบ จึงไม่กล้าตัดสินส่งเดช"
หลี่เฮ่าเทียนรับรายงานลับกลับมา อ่านอีกครั้งหนึ่ง กล่าวช้าๆ "เพียงปีเดียว จากขั้นรวมปราณทะลวงสู่ปรมาจารย์ยุทธ์ ช่างน่าเหลือเชื่อเกินไปจริงๆ แต่ท่านอาผ่านศึกสงครามมานับครั้งไม่ถ้วน เคยขึ้นถึงจุดสูงสุดของขั้นยุทธ์แท้จริงระดับเก้า การตัดสินของท่าน ข้ายังคงเชื่อถืออยู่ เพียงแต่ท่านอาคาดเดาว่า กู้หยวนชิงอาจจะอยู่เหนือกว่าปรมาจารย์ยุทธ์ นี่มันช่างเหลือเชื่อเกินไป"
สวีเหลียนอิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง กล่าว "ก็ไม่แปลกที่ท่านอ๋องชิ่งจะอนุมานเช่นนั้น กระบี่บินเล่มหนึ่งสังหารเซี่ยโหวหมิงองครักษ์ลัทธิมังกรแดงขั้นยุทธ์แท้จริงระดับเก้าขั้นสูงสุดจากระยะหลายลี้โดยไม่มีใครเห็น แม้แต่ปรมาจารย์ยุทธ์ก็ยังทำไม่ได้อย่างแน่นอน บ่าวต่อให้ใช้พลังทั้งหมด พลังปราณแท้ก็อย่างมากที่สุดสามารถทำร้ายคนได้ในระยะสามสิบจั้งเท่านั้น หากต้องการจะสังหารขั้นยุทธ์แท้จริงระดับเก้า ต้องอยู่ในระยะสิบจั้ง"
"ท่านอาลักษณ์ ท่านว่าเขาได้รับของสิ่งนั้นในภูเขาเป่ยเฉวียนไปหรือไม่?"
น้ำเสียงของสวีเหลียนอิงเคร่งขรึมขึ้น "ฝ่าบาทหมายถึงกระบี่ปริศนาของสำนักกระบี่เป่ยเฉวียนหรือพ่ะย่ะค่ะ? ก็มีความเป็นไปได้จริงๆ กระบี่ปริศนาเล่มนี้กล่าวกันว่าชี้ทางสู่ระดับที่เหนือกว่าปรมาจารย์ยุทธ์ ในอดีตปรมาจารย์ผู้ก่อตั้งสำนักกระบี่เป่ยเฉวียนก็บรรลุเพลงกระบี่เจ็ดดาวเหนือจากในกระบี่ปริศนานี้ จึงได้ขึ้นสู่ขั้นปรมาจารย์ยุทธ์ ตำนานเล่าว่าจนกระทั่งตายเขาก็ยังไม่สามารถเข้าใจความลับทั้งหมดในกระบี่ปริศนาได้ หากกู้หยวนชิงได้กระบี่ปริศนาไป ก็ไม่แน่ว่าจะไม่สามารถได้รับวิธีการเช่นนี้มาจากในนั้น ความสามารถในการควบคุมกระบี่ก็ย่อมเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผล"
หลี่เฮ่าเทียนกอดอกไว้ข้างหลัง ครู่ต่อมา เขาก็กล่าวช้าๆ "เรื่องนี้เอาไว้ค่อยว่ากันทีหลัง ท่านอาลักษณ์ ถ่ายทอดพระราชโองการของข้า เรียกผู้บัญชาการหน่วยเหยี่ยวเทวะ จางจี้ เข้าวัง ผนึกถ้ำมารจะปล่อยให้ไม่มีใครดูแลไม่ได้ ต้องรีบตัดสินใจโดยเร็ว"
...
พร้อมกับกระบวนการซ่อมแซมผนึกแดนมาร พลังมารที่รั่วไหลออกมาก็ยิ่งน้อยลงเรื่อยๆ ประสิทธิภาพในการหล่อหลอมปราณกังฟ้าและปราณซาปฐพีก็น้อยลง คนบนเขากลับยิ่งมากขึ้นเรื่อยๆ ทุกคนต่างก็รอคอยให้การซ่อมแซมผนึกเสร็จสิ้น เพื่อที่จะได้จากไป
แต่บรรยากาศบนเขากลับอึดอัดอย่างที่สุด เพราะมีโลงศพหลายใบตั้งอยู่ในลานเรือนของแต่ละคน
กู้หยวนชิงถอนหายใจ โลกมนุษย์ก็เป็นเช่นนี้ ใครจะรู้ว่าวันพรุ่งนี้กับเรื่องไม่คาดฝัน อะไรจะมาก่อนกัน
เขาไม่ต้องการจะมองดูภาพอันน่าสังเวชเช่นนี้ ทุ่มเททั้งร่างกายและจิตใจให้กับการบำเพ็ญเพียรทั้งหมด
ในการทดสอบภูเขาวิญญาณ คู่ต่อสู้ของกู้หยวนชิงในวันนี้คือเจ้าสำนักสำนักกระบี่เป่ยเฉวียน ข่งเซิ่งปิง สำนักกระบี่เป่ยเฉวียนก็ล่มสลายด้วยน้ำมือของเขานั่นเอง
ขั้นยุทธ์แท้จริงระดับเก้าขั้นสูงสุด นี่คือคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งที่สุดที่กู้หยวนชิงเคยพบในการทดสอบภูเขาวิญญาณ
ประกายกระบี่สาดส่อง กู้หยวนชิงใช้ก้าวย่างมายาสวรรค์ต้าอี้ ร่างของเขามักจะปรากฏขึ้นในจุดที่ไม่น่าจะเป็นไปได้ ภายใต้การเสริมพลังของเจตนากระบี่ ปราณกระบี่เจ็ดฉื่อบนกระบี่ยาวพวยพุ่งออกมาไม่หยุดหย่อน ทำให้เพลงกระบี่ยิ่งลึกล้ำยากจะหยั่งถึง
แต่ถึงกระนั้น ร่างของข่งเซิ่งปิงก็ราวกับเสาหลักแห่งสวรรค์ ยืนตระหง่านอยู่กลางลาน เขาไม่มีสีหน้า เพลงกระบี่สงบนิ่ง ร่ายรำได้อย่างอิสระตามใจชอบ
เพลงกระบี่เจ็ดดาวเหนือ เพลงกระบี่ทั้งเจ็ดชุดล้วนยอดเยี่ยมกระเทียมดอง
เขาบ้างก็ปัดป้อง บ้างก็หลบหลีก ฝีเท้าดูเหมือนจะไม่เร็ว แต่ไม่ว่ากู้หยวนชิงจะฟาดกระบี่ออกไปอย่างไร ก็ไม่สามารถทำร้ายเขาได้แม้แต่น้อย
ความสำเร็จทางวิชากระบี่ของเขานั้นสูงส่งที่สุดในบรรดาคนที่กู้หยวนชิงเคยต่อสู้มา เจตนากระบี่ควบแน่น ก็ไม่ด้อยไปกว่ากู้หยวนชิงเลยแม้แต่น้อย
อีกทั้ง ปรากฏการณ์อัศจรรย์ขั้นยุทธ์แท้จริงของเขาคือกระบี่ยาวเล่มหนึ่ง กระบี่เล่มนี้หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับกระบี่ในมือของเขา ทำให้กระบวนท่ากระบี่ของเขาคมกริบอย่างหาที่เปรียบมิได้ ทุกครั้งที่กระบี่ของกู้หยวนชิงปะทะกับของเขา ก็จะทิ้งรอยบิ่นไว้บนตัวกระบี่
แคร้ง!
กระบี่ทั้งสองปะทะกัน กระบี่ของกู้หยวนชิงหักกลาง กระบี่ของข่งเซิ่งปิงฟาดลงบนรอยบิ่นเดิมอีกครั้ง
กระบวนท่ากระบี่ปาดผ่านลำคอของกู้หยวนชิง ร่างกายของเขายังคงถอยหลังออกไป แต่ศีรษะกลับยังคงอยู่ที่เดิม กลิ้งตกลงพื้น
กู้หยวนชิงหลุดออกมาจากลานทดสอบ หอบหายใจแรง แววตาหวาดกลัวค่อยๆ จางหายไป แล้วจึงเริ่มวิเคราะห์ข้อดีข้อเสียในนั้น
"นี่เป็นการต่อสู้ครั้งที่สี่แล้ว ข่งเซิ่งปิงผู้นี้เกรงว่าคงจะก้าวเข้าสู่ขั้นปรมาจารย์ยุทธ์ไปครึ่งก้าวแล้ว ในการต่อสู้กับเขา ข้ากลับไม่พบโอกาสชนะเลยแม้แต่น้อย!
หากว่าเพลงกระบี่ของข้าผสานเข้ากับก้าวย่างมายาสวรรค์ต้าอี้ เน้นความพิสดาร เพลงกระบี่ของเขาก็คือการหลอมรวมแก่นแท้ของเพลงกระบี่สำนักกระบี่เป่ยเฉวียน เดินตามวิถีแห่งความถูกต้องสง่างาม อาศัยความเข้าใจในเพลงกระบี่เอาชนะได้อย่างสงบนิ่ง
หากสำนักกระบี่เป่ยเฉวียนไม่ถูกทำลาย บางทีเขาอาจจะไม่ต้องใช้เวลานานก็สามารถก้าวเข้าสู่ขั้นปรมาจารย์ยุทธ์ได้ น่าเสียดายจริงๆ!"
พักผ่อนเล็กน้อย กู้หยวนชิงก็ถือกระบี่มาฝึกที่ริมหน้าผาอีกครั้ง หลอมรวมความเข้าใจในเพลงกระบี่เมื่อครู่เข้ากับเพลงกระบี่ของตนเอง
ค่อยๆ เพลงกระบี่ของเขาก็เปลี่ยนแปลงไป ไม่ยึดติดกับความพิสดารอีกต่อไป แต่เป็นการสลับสับเปลี่ยนระหว่างความพิสดารและความถูกต้อง ในตอนแรก การเปลี่ยนแปลงเพลงกระบี่ยังคงมีจุดติดขัดอยู่บ้าง แต่ค่อยๆ การสลับสับเปลี่ยนระหว่างความพิสดารและความถูกต้องก็ราวกับละมั่งแขวนเขา ไร้ร่องรอยให้ค้นหา
สุดท้ายเขาก็ยืนนิ่งอยู่ริมหน้าผา ราวกับเข้าสู่สภาวะรู้แจ้ง เจตนากระบี่ค่อยๆ แปรเปลี่ยนไป
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าใด เขาก็ลืมตาขึ้น
"แปะ แปะ แปะ!" เสียงปรบมือดังขึ้น
กู้หยวนชิงหันกลับมา ประสานมือคำนับ "ท่านอ๋อง ให้ท่านรอนานแล้ว"