เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 28 คนตัดฟืนผู้แปลกประหลาด

บทที่ 28 คนตัดฟืนผู้แปลกประหลาด

บทที่ 28 คนตัดฟืนผู้แปลกประหลาด


บทที่ 28 คนตัดฟืนผู้แปลกประหลาด

ดวงอาทิตย์โผล่พ้นขอบฟ้า

แสงตะวันสาดส่องลงมา อาบไล้ผืนแผ่นดินกว้างใหญ่ไพศาล

ยามาโตะยืนอยู่บนหลังของเจ้าคุโร่ ทอดสายตามองออกไปไกลแสนไกล

“บางที... ถ้าทุกอย่างจบลง ชั้นอาจจะลองไปเยือนอาณาจักรมังกรของโลกนี้ดูสักครั้ง...”

ความคิดมากมายแล่นเข้ามาในหัว แววตาของยามาโตะดูหม่นหมองลงเล็กน้อย

แม้ภายนอกเขาจะดูไม่ยี่หระกับอะไร แต่ลึก ๆ แล้ว เขาก็ยังคงโหยหาที่จะกลับไปสู่แผ่นดินเกิด แผ่นดินที่เลี้ยงดูเขาจนเติบใหญ่

“ป่านนี้อาณาจักรมังกรคงยังปิดประเทศอยู่สินะ...”

ยามาโตะพึมพำกับตัวเอง พลางคำนวณช่วงเวลาในใจ

“คุโร่ อีกไกลไหมกว่าจะถึงเมืองข้างหน้า?”

ยามาโตะเอ่ยถาม

“ก๊า... เจ้านาย อยู่ข้างหน้านี้เอง...”

เจ้าคุโร่กระพือปีกพลางตอบ น้ำเสียงฟังดูเหนื่อยล้าเต็มที

เจ้าคุโร่ถอนหายใจ เกิดมาเป็นกา ไม่เคยต้องเหนื่อยขนาดนี้มาก่อนเลยในชีวิต...

แต่ก็ไม่กล้าบ่นออกมาดัง ๆ

“ดีมาก คุโร่ ส่งพวกเราลงตรงทางแยกตีนเขานั่นแหละ”

เพื่อไม่ให้ชาวบ้านแตกตื่น ยามาโตะจึงตัดสินใจเดินเท้าต่อในช่วงสุดท้าย

พอได้ยินแบบนั้น เจ้าคุโร่ก็ร้องรับอย่างดีใจ แล้วรีบพุ่งตัวลงสู่เบื้องล่างทันที

เมื่อยามาโตะกระโดดลงถึงพื้น ร่างยักษ์เท่าแม่วัวของเจ้าคุโร่ก็หดเล็กลงกลับมาเป็นขนาดปกติของอีกากาสุกาอิ

“เอาล่ะ ลำบากแกแล้วนะคุโร่ นี่รางวัลของแก”

ยามาโตะหยิบยาชำระไขกระดูก 7 เม็ดออกมาจากช่องเก็บของระบบ แล้วยื่นให้เจ้าคุโร่

ยามาโตะมองดูเจ้าคุโร่สวาปามยาเข้าไปอย่างหิวโหย เขากะว่าหลังจากกินยาชุดนี้หมด ยาชำระไขกระดูกคงจะไม่มีผลกับเจ้าคุโร่อีกแล้ว

พรสวรรค์ของเจ้าคุโร่สู้เจ้าชิโร่ไม่ได้ ยาชำระไขกระดูกจึงไม่ได้ส่งผลชัดเจนเท่า กินได้สักสิบเม็ดนี่ก็ถือว่าเก่งมากแล้ว

และก็เป็นไปตามคาด พอกินเม็ดที่ 5 เข้าไป เจ้าคุโร่ก็รู้สึกอิ่มตื้อ สัญชาตญาณของร่างกายสั่งให้มันไม่อยากกินต่อ

ตอนนี้เจ้าคุโร่กำลังสับสน ใจหนึ่งก็เสียดายอยากกินให้หมด อีกใจหนึ่งร่างกายก็ปฏิเสธ

เห็นเจ้าคุโร่ทำท่าลังเล ยามาโตะจึงเดินเข้าไปหาแล้วพูดว่า “ถ้ากินไม่ไหวก็อย่าฝืน ชั้นจะเก็บไว้ให้ก่อน วันหลังถ้าอยากกิน หรืออยากเอาไปแบ่งเพื่อนอีกาตัวอื่นกินก็ตามใจ”

ยามาโตะเก็บยาที่เหลืออีก 2 เม็ดกลับไป

เจ้าคุโร่เอียงคอทำท่าครุ่นคิด แต่ยามาโตะเก็บยาไปเรียบร้อยแล้ว มันเลยทำอะไรไม่ได้

ได้แต่บินขึ้นไปเกาะไหล่ยามาโตะ แล้วหลับตาพักผ่อน

“ดูท่าบินทั้งคืนคงหนักไปสำหรับเจ้าคุโร่จริง ๆ คงต้องฝึกมันให้หนักกว่านี้...”

ยามาโตะตัดสินใจแล้วว่า ในอนาคตถ้าต้องเดินทางไกล เขาจะให้เจ้าคุโร่แบกไปแน่นอน นอกจากจะสะดวกสบายแล้ว ยังเป็นการฝึกความอึดให้เจ้าคุโร่ไปในตัว

ในเวลานี้ เจ้าคุโร่กำลังฝันหวาน โดยหารู้ไม่ว่าชีวิตในวันข้างหน้าจะหนักหนาสาหัสกว่านี้อีกหลายเท่าตัว

ยามาโตะวางกล่องไม้ลงบนพื้น เจ้าชิโร่โผล่หัวออกมาด้วยท่าทางงัวเงียเหมือนเพิ่งตื่น ถ้าเทียบกับเจ้าคุโร่แล้ว สภาพต่างกันราวฟ้ากับเหว

เจ้าชิโร่กระโดดออกมาจากกล่อง ยามาโตะจึงจับเจ้าคุโร่ใส่เข้าไปนอนพักในกล่องแทน

หลังจากจัดการทุกอย่างเรียบร้อย ยามาโตะก็หยิบเสบียงออกมาแบ่งกันกินกับเจ้าชิโร่รองท้อง แล้วเตรียมตัวเดินลงเขาเข้าเมืองเพื่อสืบข่าว

ยามาโตะก้าวเดินอย่างเนิบนาบ เขาชอบสภาวะตอนนี้มาก เขาเพิ่งจับเคล็ดลับพื้นฐานของ ‘การเพ่งจิตรวมปราณตลอดเวลา’ ได้เมื่อไม่กี่วันก่อน การเดินช้า ๆ พร้อมรักษารจังหวะลมหายใจให้คงที่แบบนี้ ช่วยในการฝึกฝนได้เป็นอย่างดี

เจ้าชิโร่เองก็สนุกสนานไม่แพ้กัน กระโดดโลดเต้นไปมาระบายความอัดอั้นที่ต้องอุดอู้อยู่ในกล่องมาสองวันเต็ม

เดี๋ยวก็กระโจนเข้าพงหญ้า เดี๋ยวก็มุดเข้าโพรงไม้

ยามาโตะไม่ห่วงมันเลย ด้วยความแข็งแกร่งระดับเจ้าชิโร่ตอนนี้ สัตว์ป่าแถวนี้ทำอะไรมันไม่ได้หรอก

แม้แต่กับดักนายพรานก็คงเอาไม่อยู่

ขนสีขาวราวหิมะของมันยังคงสะอาดเอี่ยมอ่อง แค่มีฝุ่นเกาะนิดหน่อย เจ้าชิโร่ก็แค่สะบัดตัวเบา ๆ ฝุ่นก็หลุดออกหมด ราวกับมีระบบทำความสะอาดตัวเองอัตโนมัติ

ยามาโตะถอนหายใจ

ไม่ถึงปี จิ้งจอกน้อยที่เคยหนาวสั่นอยู่กลางหิมะและร้องขอความช่วยเหลือจากเขา ตอนนี้กลับมีพลังพิเศษเหนือธรรมชาติ

และตัวเขาเอง... ก็เปลี่ยนจากคนธรรมดามาไกลถึงขนาดนี้ในเวลาแค่ปีกว่า ๆ

ไม่ใช่แค่เพราะระบบ แต่เพราะความพยายามอย่างไม่ย่อท้อของตัวเขาเองด้วย

“จากนี้ไป... ทุกอย่างจะดีขึ้นเรื่อย ๆ... ทั้งชิโร่... และคุโร่...”

สำหรับสัตว์เลี้ยงสองตัวนี้ เพราะมีพันธสัญญาผูกมัด ยามาโตะจึงไม่กังวลเรื่องการทรยศหักหลัง แต่กับ ‘คนอื่น’ นั้นต่างกัน

ความเชื่อใจไม่มีอยู่ถาวร แม้ในอนิเมะตัวละครเหล่านั้นจะมีนิสัยแบบนั้นแบบนี้ แต่นั่นมันอนิเมะ ตอนนี้เขาอยู่ในโลกแห่งความจริง

อย่าไว้ใจทาง อย่าวางใจคน!

ใครดีมา เขาดีตอบ ใครร้ายมา เขาร้ายตอบ

ยามาโตะถือคตินี้อย่างบริสุทธิ์ใจ

สำหรับชิโร่และคุโร่ ยามาโตะไม่ได้มองพวกมันเป็นแค่ลูกน้อง แต่มองเป็นเพื่อนและคู่หูร่วมเดินทาง

“ถ้าวันหนึ่ง... ชั้นฆ่ามุซัน คิบุทสึจิได้จริง ๆ ชั้นจะทิ้งทุกอย่างในโลกนี้ไปได้ลงคอไหมนะ...?”

ยามาโตะมองดูเจ้าชิโร่ที่กำลังวิ่งเล่นอย่างร่าเริง แล้วตั้งคำถามกับหัวใจตัวเอง

คำตอบนั้น... มีเพียงตัวเขาเองเท่านั้นที่รู้

หนึ่งคนกับอีกหนึ่งจิ้งจอกเดินเคียงคู่กันไป พอเจ้าชิโร่เล่นจนเหนื่อย มันก็จะกระโดดเข้าไปซุกตัวในอกเสื้อกิโมโนของยามาโตะ โผล่มาแต่หัวเล็ก ๆ แล้วหลับตาพริ้ม ถ้าใครแพ้ความน่ารักมาเห็นฉากนี้เข้า คงใจละลายตายกันเป็นแถบ

“อ้าว พ่อหนุ่ม ลงมาจากบนเขาเหรอ?”

ชายวัยกลางคนที่แบกฟืนไว้บนหลังร้องทักยามาโตะ

“ครับคุณน้า ผมเพิ่งลงมา กะว่าจะแวะไปดูในเมืองสักหน่อย”

ยามาโตะยิ้มตอบ

“พ่อหนุ่ม... เธอ... เธอออกมาจากป่านั่นจริง ๆ เหรอ?”

คุณน้าทำหน้าเหมือนเห็นผี จ้องมองยามาโตะเขม็ง

ยามาโตะขมวดคิ้ว

ไม่เข้าใจว่าทำไมคนตัดฟืนต้องทำหน้าตาตื่นตระหนกขนาดนั้น

“คุณน้าครับ ในป่านั่นมีอะไรแปลก ๆ เหรอครับ?”

ยามาโตะถามด้วยความสงสัย

“พ่อหนุ่ม เรื่องมันเป็นงี้... เธอคงเป็นคนต่างถิ่นสินะ ป่าผืนนี้มันมีปีศาจสิงอยู่ ตั้งแต่ตรงนี้ขึ้นไปเป็นเขตของปีศาจ ใครผ่านเข้าไปเป็นโดนจับกินหมด พวกคนตัดฟืนอย่างเราก็โดนกินไปหลายคนแล้ว...”

ชายคนนั้นพูดด้วยน้ำเสียงหวาดกลัว

เมื่อเห็นยามาโตะยังมีท่าทีสงบนิ่ง เขาจึงเล่าต่อ “ไม่รู้ว่าเริ่มตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่ป่าแห่งนี้กลายเป็นฝันร้ายของชาวเมืองเรา เดิมทีพวกเราคนตัดฟืนก็หากินกับป่านี้แหละ แต่วันดีคืนดี คนก็เริ่มหายเข้าไปในป่าทีละคนสองคน ตอนแรกนึกว่าหลงป่า แต่หลัง ๆ มีคนเห็นปีศาจหน้าตาน่ากลัวโผล่ออกมา ทุกครั้งที่ปีศาจโผล่มา จะมีหมอกหนาทึบปกคลุมไปด้วย...”

“แล้วในหมอกนั่น... ก็มักจะมีเสียงกรีดร้องของคน กับเสียงเคี้ยวกรุบ ๆ ดังออกมา...”

“คนหายไปในป่านี้เยอะขึ้นเรื่อย ๆ... เดี๋ยวนี้แม้แต่พวกเราคนตัดฟืนยังกล้าตัดไม้แค่แถว ๆ ชายป่านี่แหละ...”

“พ่อหนุ่ม ฉันไม่รู้หรอกนะว่าทำไมเธอถึงรอดมาได้ แต่ขอเตือนด้วยความหวังดี อย่ากลับขึ้นไปบนเขานั่นอีกเลย...”

พูดจบ คนตัดฟืนก็รีบกระชับมัดฟืนบนหลัง แล้ววิ่งลงเขาไปอย่างรวดเร็วราวกับติดจรวด

“นี่มัน...”

ยามาโตะยืนอึ้งกับการเคลื่อนไหวอันพลิ้วไหวของคนตัดฟืน...

เหมือนอยู่ดี ๆ มีคนเดินมาบอกว่าจะเล่าความลับให้ฟัง แต่เล่ายังไม่ทันจบก็ชิ่งหนีไปดื้อ ๆ แถมยังหนีเร็วปานสายฟ้าแลบแบบไม่มีลังเล

“สรุปว่า... บนเขานั่นมีอสูรสินะ?”

ยามาโตะพึมพำอย่างงุนงง

แต่ตรงนั้นเหลือเพียงเขาคนเดียว ไม่มีใครตอบคำถามเขาอีกแล้ว

ยามาโตะถอนหายใจ รู้ว่าคงต้องลงไปสืบเรื่องราวเพิ่มเติมในเมืองเท่านั้น

...

โปรดติดตามตอนต่อไป จบตอน By. charcoal gray silver gold

จบบทที่ บทที่ 28 คนตัดฟืนผู้แปลกประหลาด

คัดลอกลิงก์แล้ว