- หน้าแรก
- ดาบพิฆาตอสูร แค่สะบัดดาบก็แข็งแกร่งขึ้น
- บทที่ 28 คนตัดฟืนผู้แปลกประหลาด
บทที่ 28 คนตัดฟืนผู้แปลกประหลาด
บทที่ 28 คนตัดฟืนผู้แปลกประหลาด
บทที่ 28 คนตัดฟืนผู้แปลกประหลาด
ดวงอาทิตย์โผล่พ้นขอบฟ้า
แสงตะวันสาดส่องลงมา อาบไล้ผืนแผ่นดินกว้างใหญ่ไพศาล
ยามาโตะยืนอยู่บนหลังของเจ้าคุโร่ ทอดสายตามองออกไปไกลแสนไกล
“บางที... ถ้าทุกอย่างจบลง ชั้นอาจจะลองไปเยือนอาณาจักรมังกรของโลกนี้ดูสักครั้ง...”
ความคิดมากมายแล่นเข้ามาในหัว แววตาของยามาโตะดูหม่นหมองลงเล็กน้อย
แม้ภายนอกเขาจะดูไม่ยี่หระกับอะไร แต่ลึก ๆ แล้ว เขาก็ยังคงโหยหาที่จะกลับไปสู่แผ่นดินเกิด แผ่นดินที่เลี้ยงดูเขาจนเติบใหญ่
“ป่านนี้อาณาจักรมังกรคงยังปิดประเทศอยู่สินะ...”
ยามาโตะพึมพำกับตัวเอง พลางคำนวณช่วงเวลาในใจ
“คุโร่ อีกไกลไหมกว่าจะถึงเมืองข้างหน้า?”
ยามาโตะเอ่ยถาม
“ก๊า... เจ้านาย อยู่ข้างหน้านี้เอง...”
เจ้าคุโร่กระพือปีกพลางตอบ น้ำเสียงฟังดูเหนื่อยล้าเต็มที
เจ้าคุโร่ถอนหายใจ เกิดมาเป็นกา ไม่เคยต้องเหนื่อยขนาดนี้มาก่อนเลยในชีวิต...
แต่ก็ไม่กล้าบ่นออกมาดัง ๆ
“ดีมาก คุโร่ ส่งพวกเราลงตรงทางแยกตีนเขานั่นแหละ”
เพื่อไม่ให้ชาวบ้านแตกตื่น ยามาโตะจึงตัดสินใจเดินเท้าต่อในช่วงสุดท้าย
พอได้ยินแบบนั้น เจ้าคุโร่ก็ร้องรับอย่างดีใจ แล้วรีบพุ่งตัวลงสู่เบื้องล่างทันที
เมื่อยามาโตะกระโดดลงถึงพื้น ร่างยักษ์เท่าแม่วัวของเจ้าคุโร่ก็หดเล็กลงกลับมาเป็นขนาดปกติของอีกากาสุกาอิ
“เอาล่ะ ลำบากแกแล้วนะคุโร่ นี่รางวัลของแก”
ยามาโตะหยิบยาชำระไขกระดูก 7 เม็ดออกมาจากช่องเก็บของระบบ แล้วยื่นให้เจ้าคุโร่
ยามาโตะมองดูเจ้าคุโร่สวาปามยาเข้าไปอย่างหิวโหย เขากะว่าหลังจากกินยาชุดนี้หมด ยาชำระไขกระดูกคงจะไม่มีผลกับเจ้าคุโร่อีกแล้ว
พรสวรรค์ของเจ้าคุโร่สู้เจ้าชิโร่ไม่ได้ ยาชำระไขกระดูกจึงไม่ได้ส่งผลชัดเจนเท่า กินได้สักสิบเม็ดนี่ก็ถือว่าเก่งมากแล้ว
และก็เป็นไปตามคาด พอกินเม็ดที่ 5 เข้าไป เจ้าคุโร่ก็รู้สึกอิ่มตื้อ สัญชาตญาณของร่างกายสั่งให้มันไม่อยากกินต่อ
ตอนนี้เจ้าคุโร่กำลังสับสน ใจหนึ่งก็เสียดายอยากกินให้หมด อีกใจหนึ่งร่างกายก็ปฏิเสธ
เห็นเจ้าคุโร่ทำท่าลังเล ยามาโตะจึงเดินเข้าไปหาแล้วพูดว่า “ถ้ากินไม่ไหวก็อย่าฝืน ชั้นจะเก็บไว้ให้ก่อน วันหลังถ้าอยากกิน หรืออยากเอาไปแบ่งเพื่อนอีกาตัวอื่นกินก็ตามใจ”
ยามาโตะเก็บยาที่เหลืออีก 2 เม็ดกลับไป
เจ้าคุโร่เอียงคอทำท่าครุ่นคิด แต่ยามาโตะเก็บยาไปเรียบร้อยแล้ว มันเลยทำอะไรไม่ได้
ได้แต่บินขึ้นไปเกาะไหล่ยามาโตะ แล้วหลับตาพักผ่อน
“ดูท่าบินทั้งคืนคงหนักไปสำหรับเจ้าคุโร่จริง ๆ คงต้องฝึกมันให้หนักกว่านี้...”
ยามาโตะตัดสินใจแล้วว่า ในอนาคตถ้าต้องเดินทางไกล เขาจะให้เจ้าคุโร่แบกไปแน่นอน นอกจากจะสะดวกสบายแล้ว ยังเป็นการฝึกความอึดให้เจ้าคุโร่ไปในตัว
ในเวลานี้ เจ้าคุโร่กำลังฝันหวาน โดยหารู้ไม่ว่าชีวิตในวันข้างหน้าจะหนักหนาสาหัสกว่านี้อีกหลายเท่าตัว
ยามาโตะวางกล่องไม้ลงบนพื้น เจ้าชิโร่โผล่หัวออกมาด้วยท่าทางงัวเงียเหมือนเพิ่งตื่น ถ้าเทียบกับเจ้าคุโร่แล้ว สภาพต่างกันราวฟ้ากับเหว
เจ้าชิโร่กระโดดออกมาจากกล่อง ยามาโตะจึงจับเจ้าคุโร่ใส่เข้าไปนอนพักในกล่องแทน
หลังจากจัดการทุกอย่างเรียบร้อย ยามาโตะก็หยิบเสบียงออกมาแบ่งกันกินกับเจ้าชิโร่รองท้อง แล้วเตรียมตัวเดินลงเขาเข้าเมืองเพื่อสืบข่าว
ยามาโตะก้าวเดินอย่างเนิบนาบ เขาชอบสภาวะตอนนี้มาก เขาเพิ่งจับเคล็ดลับพื้นฐานของ ‘การเพ่งจิตรวมปราณตลอดเวลา’ ได้เมื่อไม่กี่วันก่อน การเดินช้า ๆ พร้อมรักษารจังหวะลมหายใจให้คงที่แบบนี้ ช่วยในการฝึกฝนได้เป็นอย่างดี
เจ้าชิโร่เองก็สนุกสนานไม่แพ้กัน กระโดดโลดเต้นไปมาระบายความอัดอั้นที่ต้องอุดอู้อยู่ในกล่องมาสองวันเต็ม
เดี๋ยวก็กระโจนเข้าพงหญ้า เดี๋ยวก็มุดเข้าโพรงไม้
ยามาโตะไม่ห่วงมันเลย ด้วยความแข็งแกร่งระดับเจ้าชิโร่ตอนนี้ สัตว์ป่าแถวนี้ทำอะไรมันไม่ได้หรอก
แม้แต่กับดักนายพรานก็คงเอาไม่อยู่
ขนสีขาวราวหิมะของมันยังคงสะอาดเอี่ยมอ่อง แค่มีฝุ่นเกาะนิดหน่อย เจ้าชิโร่ก็แค่สะบัดตัวเบา ๆ ฝุ่นก็หลุดออกหมด ราวกับมีระบบทำความสะอาดตัวเองอัตโนมัติ
ยามาโตะถอนหายใจ
ไม่ถึงปี จิ้งจอกน้อยที่เคยหนาวสั่นอยู่กลางหิมะและร้องขอความช่วยเหลือจากเขา ตอนนี้กลับมีพลังพิเศษเหนือธรรมชาติ
และตัวเขาเอง... ก็เปลี่ยนจากคนธรรมดามาไกลถึงขนาดนี้ในเวลาแค่ปีกว่า ๆ
ไม่ใช่แค่เพราะระบบ แต่เพราะความพยายามอย่างไม่ย่อท้อของตัวเขาเองด้วย
“จากนี้ไป... ทุกอย่างจะดีขึ้นเรื่อย ๆ... ทั้งชิโร่... และคุโร่...”
สำหรับสัตว์เลี้ยงสองตัวนี้ เพราะมีพันธสัญญาผูกมัด ยามาโตะจึงไม่กังวลเรื่องการทรยศหักหลัง แต่กับ ‘คนอื่น’ นั้นต่างกัน
ความเชื่อใจไม่มีอยู่ถาวร แม้ในอนิเมะตัวละครเหล่านั้นจะมีนิสัยแบบนั้นแบบนี้ แต่นั่นมันอนิเมะ ตอนนี้เขาอยู่ในโลกแห่งความจริง
อย่าไว้ใจทาง อย่าวางใจคน!
ใครดีมา เขาดีตอบ ใครร้ายมา เขาร้ายตอบ
ยามาโตะถือคตินี้อย่างบริสุทธิ์ใจ
สำหรับชิโร่และคุโร่ ยามาโตะไม่ได้มองพวกมันเป็นแค่ลูกน้อง แต่มองเป็นเพื่อนและคู่หูร่วมเดินทาง
“ถ้าวันหนึ่ง... ชั้นฆ่ามุซัน คิบุทสึจิได้จริง ๆ ชั้นจะทิ้งทุกอย่างในโลกนี้ไปได้ลงคอไหมนะ...?”
ยามาโตะมองดูเจ้าชิโร่ที่กำลังวิ่งเล่นอย่างร่าเริง แล้วตั้งคำถามกับหัวใจตัวเอง
คำตอบนั้น... มีเพียงตัวเขาเองเท่านั้นที่รู้
หนึ่งคนกับอีกหนึ่งจิ้งจอกเดินเคียงคู่กันไป พอเจ้าชิโร่เล่นจนเหนื่อย มันก็จะกระโดดเข้าไปซุกตัวในอกเสื้อกิโมโนของยามาโตะ โผล่มาแต่หัวเล็ก ๆ แล้วหลับตาพริ้ม ถ้าใครแพ้ความน่ารักมาเห็นฉากนี้เข้า คงใจละลายตายกันเป็นแถบ
“อ้าว พ่อหนุ่ม ลงมาจากบนเขาเหรอ?”
ชายวัยกลางคนที่แบกฟืนไว้บนหลังร้องทักยามาโตะ
“ครับคุณน้า ผมเพิ่งลงมา กะว่าจะแวะไปดูในเมืองสักหน่อย”
ยามาโตะยิ้มตอบ
“พ่อหนุ่ม... เธอ... เธอออกมาจากป่านั่นจริง ๆ เหรอ?”
คุณน้าทำหน้าเหมือนเห็นผี จ้องมองยามาโตะเขม็ง
ยามาโตะขมวดคิ้ว
ไม่เข้าใจว่าทำไมคนตัดฟืนต้องทำหน้าตาตื่นตระหนกขนาดนั้น
“คุณน้าครับ ในป่านั่นมีอะไรแปลก ๆ เหรอครับ?”
ยามาโตะถามด้วยความสงสัย
“พ่อหนุ่ม เรื่องมันเป็นงี้... เธอคงเป็นคนต่างถิ่นสินะ ป่าผืนนี้มันมีปีศาจสิงอยู่ ตั้งแต่ตรงนี้ขึ้นไปเป็นเขตของปีศาจ ใครผ่านเข้าไปเป็นโดนจับกินหมด พวกคนตัดฟืนอย่างเราก็โดนกินไปหลายคนแล้ว...”
ชายคนนั้นพูดด้วยน้ำเสียงหวาดกลัว
เมื่อเห็นยามาโตะยังมีท่าทีสงบนิ่ง เขาจึงเล่าต่อ “ไม่รู้ว่าเริ่มตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่ป่าแห่งนี้กลายเป็นฝันร้ายของชาวเมืองเรา เดิมทีพวกเราคนตัดฟืนก็หากินกับป่านี้แหละ แต่วันดีคืนดี คนก็เริ่มหายเข้าไปในป่าทีละคนสองคน ตอนแรกนึกว่าหลงป่า แต่หลัง ๆ มีคนเห็นปีศาจหน้าตาน่ากลัวโผล่ออกมา ทุกครั้งที่ปีศาจโผล่มา จะมีหมอกหนาทึบปกคลุมไปด้วย...”
“แล้วในหมอกนั่น... ก็มักจะมีเสียงกรีดร้องของคน กับเสียงเคี้ยวกรุบ ๆ ดังออกมา...”
“คนหายไปในป่านี้เยอะขึ้นเรื่อย ๆ... เดี๋ยวนี้แม้แต่พวกเราคนตัดฟืนยังกล้าตัดไม้แค่แถว ๆ ชายป่านี่แหละ...”
“พ่อหนุ่ม ฉันไม่รู้หรอกนะว่าทำไมเธอถึงรอดมาได้ แต่ขอเตือนด้วยความหวังดี อย่ากลับขึ้นไปบนเขานั่นอีกเลย...”
พูดจบ คนตัดฟืนก็รีบกระชับมัดฟืนบนหลัง แล้ววิ่งลงเขาไปอย่างรวดเร็วราวกับติดจรวด
“นี่มัน...”
ยามาโตะยืนอึ้งกับการเคลื่อนไหวอันพลิ้วไหวของคนตัดฟืน...
เหมือนอยู่ดี ๆ มีคนเดินมาบอกว่าจะเล่าความลับให้ฟัง แต่เล่ายังไม่ทันจบก็ชิ่งหนีไปดื้อ ๆ แถมยังหนีเร็วปานสายฟ้าแลบแบบไม่มีลังเล
“สรุปว่า... บนเขานั่นมีอสูรสินะ?”
ยามาโตะพึมพำอย่างงุนงง
แต่ตรงนั้นเหลือเพียงเขาคนเดียว ไม่มีใครตอบคำถามเขาอีกแล้ว
ยามาโตะถอนหายใจ รู้ว่าคงต้องลงไปสืบเรื่องราวเพิ่มเติมในเมืองเท่านั้น
...
โปรดติดตามตอนต่อไป จบตอน By. charcoal gray silver gold