- หน้าแรก
- ดาบพิฆาตอสูร แค่สะบัดดาบก็แข็งแกร่งขึ้น
- บทที่ 27 ปราณแห่งแสง กระบวนท่าที่ 1 คมดาบแสงจันทร์
บทที่ 27 ปราณแห่งแสง กระบวนท่าที่ 1 คมดาบแสงจันทร์
บทที่ 27 ปราณแห่งแสง กระบวนท่าที่ 1 คมดาบแสงจันทร์
บทที่ 27 ปราณแห่งแสง กระบวนท่าที่ 1 คมดาบแสงจันทร์
“ก๊า...”
เจ้าคุโร่ตัวสั่นเทาไปทั้งร่าง สังหรณ์ใจไม่ดีชอบกล
“คุโร่ รอบนี้เจ้านายขี้เกียจเดินหน่อยนะ รบกวนแกช่วยพาชั้นกับชิโร่ไปส่งที่นั่นหน่อยสิ”
ยามาโตะพูดกับเจ้าคุโร่ด้วยรอยยิ้ม
“ก๊า... เจ้านาย...”
เจ้าคุโร่รู้สึกน้อยใจนิดหน่อย แหม อุตส่าห์โตมาตัวใหญ่ขนาดนี้ ไม่นึกเลยว่าวันหนึ่งจะต้องกลายเป็นพาหนะรับส่งซะได้
“เอาน่า ไม่ให้ทำฟรี ๆ หรอก ดูนี่สิว่าในมือชั้นมีอะไร”
‘ยาชำระไขกระดูก’ สามเม็ดปรากฏขึ้นในมือของยามาโตะ
“แค่แกพาพวกเราไปส่งที่เป้าหมายทางทิศตะวันตก ยาชำระไขกระดูกสามเม็ดนี้ก็เป็นของแกเลย”
“ก๊า... ตกลง!”
เจ้าคุโร่จ้องยาตาเป็นมัน แทบถอนสายตาไม่ได้
ทันใดนั้น ร่างกายของเจ้าคุโร่ก็สั่นเทาแล้วเริ่มขยายใหญ่ขึ้น เพียงครู่เดียวก็ตัวใหญ่เท่าอัว... เอ้ย เท่าวัว
ยามาโตะกระโจนขึ้นไปนั่งบนหลังเจ้าคุโร่ เนื่องจากเป็นครั้งแรก แถมยังกลัวทำเจ้าคุโร่เจ็บ เขาเลยเกือบร่วงลงไปกองกับพื้น โยกเยกอยู่พักหนึ่งกว่าจะหาที่มั่นได้
“ก๊า... เจ้านาย... ข้าจะบินแล้วนะ...”
เจ้าคุโร่ร้องเตือนเสียงดัง
“เดี๋ยว... เดี๋ยว... ค่อย ๆ ขึ้นนะ... ครั้งแรกมันก็ต้องตื่นเต้นเป็นธรรมดา...”
ยามาโตะกลืนน้ำลายเอือก ความตึงเครียดในใจเริ่มคลายลง
“นึกไม่ถึงเลยว่า คนอย่างชั้นที่ไม่กลัวแม้กระทั่งผีสาง จะมาตกม้าตาย... เอ้ย ตกนกตายเพราะกลัวการขี่นกครั้งแรกเนี่ยนะ...”
พลันเจ้าคุโร่ทะยานขึ้นฟ้า ยามาโตะก็รีบหมอบราบไปกับหลังของมัน กอดคอเจ้าคุโร่ไว้แน่น
“ก๊า... ขออภัย เจ้านาย... ถ้าไม่กระโดด ข้าก็บินไม่ขึ้นน่ะสิ...”
ดูเหมือนจะสัมผัสได้ถึงความเก้ ๆ กัง ๆ ของยามาโตะ เจ้าคุโร่เลยเอ่ยปากอธิบาย
เมื่อบินขึ้นมาได้ระดับหนึ่ง ร่างกายของนกยักษ์ก็นิ่งขึ้น ยามาโตะถึงค่อย ๆ ควบคุมร่างกายลุกขึ้นยืนช้า ๆ
“ความรู้สึกบนท้องฟ้านี่มันสุดยอดจริง ๆ ‘วิชาเหินเวหานางแอ่นเหวี่ยงลม’ ของชั้นไม่มีทางบินได้สูงขนาดนี้ สมแล้วที่เป็นเจ้าคุโร่...”
“ดูท่าวันหน้าคงต้องรบกวนเจ้าคุโร่บ่อย ๆ ซะแล้ว...”
ยามาโตะสัมผัสกระแสลมที่ปะทะใบหน้าพลางคิดในใจ
มองลงไปเบื้องล่าง ทิวทัศน์ราวกับภาพวาดพู่กันจีนอันงดงาม มันต่างจากความรู้สึกตอนนั่งเครื่องบินในชาติก่อนอย่างสิ้นเชิง ผืนแผ่นดินทั้งหมดราวกับสยบอยู่แทบเท้า...
ทันใดนั้น หัวใจของยามาโตะเหมือนจะเกิดพุทธิปัญญาบางอย่าง
ราตรีนี้ แสงจันทร์สีขาวบริสุทธิ์สาดส่องลงมากระทบตัวยามาโตะและเจ้าคุโร่
ผืนแผ่นดินเบื้องล่างราวกับถูกเคลือบไว้ด้วยเกล็ดน้ำค้างสีเงิน
“เสียดายไม่มีกล้อง ไม่งั้นคงได้ถ่ายภาพสวย ๆ เก็บไว้แล้ว”
ยามาโตะถอนหายใจ
ความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติทำให้มนุษย์ตระหนักถึงความเล็กจ้อยของตนเอง และก่อให้เกิดความยำเกรง
ยามาโตะเหม่อมองดวงจันทร์สุกสกาวบนท้องฟ้า ความรู้แจ้งบางอย่างผุดขึ้นในสมอง
เขาค่อย ๆ หลับตาลง ดาบนิชิรินในมือถูกชักออกจากฝัก
คมดาบสีเขียวมรกตดูโดดเด่นสะดุดตาภายใต้แสงจันทร์
ลมหายใจของยามาโตะเริ่มมั่นคงขึ้นเรื่อย ๆ และรูปแบบการโคจรลมปราณที่แตกต่างจาก ‘ปราณแห่งวารี’ ก็ปรากฏขึ้น...
ปราณแห่งแสง!
วินาทีนี้ ‘ปราณแห่งแสง’ ปรากฏขึ้นบนร่างของยามาโตะ เขารู้สึกเหมือนเข้าสู่สภาวะพิเศษ ดวงจันทร์กลมโตดูเหมือนอยู่ตรงหน้า แค่เอื้อมมือก็แตะถึง
แต่กลับมีม่านบาง ๆ กั้นอยู่
ถ้าฝ่าไปไม่ได้ ชั้นก็จะใช้ดาบในมือผ่าทุกสิ่งที่ขวางหน้าให้มันขาดสะบั้นไปซะ!
“เพ่งจิตรวมปราณ... ปราณแห่งแสง กระบวนท่าที่ 1: คมดาบแสงจันทร์!”
ยามาโตะลืมตาโพลง ตวัดดาบนิชิรินเร็วขึ้นเรื่อย ๆ จนใบดาบเปล่งแสงสีเงินออกมา
“เร็วอีก... เร็วอีก...”
เขารู้สึกว่าจุดคอขวดกำลังจะแตกออกแล้ว อีกแค่นิดเดียว
“ย้าก!”
“ปราณแห่งแสง กระบวนท่าที่ 1: คมดาบแสงจันทร์!”
“ฟุ่บ!”
แสงสีเงินสว่างวาบ สัตว์น้อยใหญ่เบื้องล่างแตกตื่นหนีตาย
แสงสีเงินที่ปกคลุมท้องฟ้าระเบิดออกจากตัวยามาโตะเป็นจุดศูนย์กลาง แล้วบีบอัดรวมกัน ก่อนจะถูกปลดปล่อยออกมาพร้อมกับการตวัดดาบครั้งสุดท้ายของยามาโตะ
ลำแสงสีเงินพุ่งลงไปกระแทกต้นไม้ใหญ่บนพื้นดิน
“ตูม!”
รอยตัดเรียบกริบปรากฏขึ้นบนต้นไม้ยักษ์ที่ถูก ‘คมดาบแสงจันทร์’ ฟาดฟัน ก่อนที่มันจะโค่นล้มลงเสียงดังสนั่น
การโจมตีครั้งสุดท้ายกินแรงยามาโตะไปถึงเจ็ดส่วน ตอนนี้เขาหอบหายใจอย่างหนัก
แต่ใบหน้ากลับเปื้อนยิ้ม
ในที่สุดเขาก็เข้าถึงแก่นแท้กระบวนท่าแรกของ ‘ปราณแห่งแสง’ ได้สำเร็จ
แม้ครั้งแรกจะทุลักทุเลไปหน่อย
แต่เขาจับเคล็ดลับและวิธีเดินลมปราณได้แล้ว ขอแค่ฝึกฝนอีกหน่อย ก็คงเชี่ยวชาญได้ไม่ยาก แถมอานุภาพยังรุนแรงกว่า ‘ปราณแห่งวารี กระบวนท่าที่ 1: ดาบผ่าวารี’ หลายเท่า
ใช่แล้ว ยามาโตะใช้วิธีเดินลมปราณของปราณแห่งวารีมาประยุกต์สร้างปราณของตัวเอง
แม้จะยังไม่สมบูรณ์เท่าปราณแห่งวารี แต่นี่คือวิชาของเขาอย่างแท้จริง
“เคล็ดลับของปราณแห่งแสงคือ รวดเร็ว รุนแรง และแม่นยำ... เมื่อกี้ไม่รู้ฟันไปกี่ดาบ แต่รู้สึกเหมือนจะทะลุกำแพงเสียงได้เลย...”
ถ้าเป็นคนอื่น ร่างกายคงพังไปนานแล้ว แต่ยามาโตะต่างออกไป กายาของเขาแข็งแกร่ง พลังฟื้นฟูและพลังชีวิตอยู่ในระดับท็อป
“การเดินทางครั้งนี้... ต้องขอบใจเจ้าคุโร่จริง ๆ...”
ยามาโตะสังเกตเห็นว่าขนของเจ้าคุโร่แหว่งไปแถบหนึ่งเพราะโดนลูกหลงจาก ‘ปราณแห่งแสง’
ตรงนั้นหัวล้านเลี่ยนเตียนโล่งเลย
เจ้าคุโร่ผู้น่าสงสาร เพื่อไม่ให้ขัดจังหวะการตรัสรู้ของเจ้านาย มันเลยต้องกัดฟันทนบินนิ่ง ๆ ต่อไป
ถ้าเป็นปกติโดนแบบนี้ คงบินเตลิดไปถึงไหนต่อไหนแล้ว
เห็นแบบนี้ ยามาโตะก็ปวดใจ “ขอโทษทีนะคุโร่ ลำบากแกแย่เลย เดี๋ยวถึงที่หมายแล้วชั้นจะแถมยาชำระไขกระดูกให้อีกสองสามเม็ด เป็นค่าทำขวัญสำหรับขนที่หายไปนะ”
พอได้ยินว่ามีค่าทำขวัญ ร่างของเจ้าคุโร่ก็สั่นระริก ความเร็วเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าทันที
“ก๊า... ก๊า...”
เสียงร้องดังก้องนภา
ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในป่าเห็นเหตุการณ์นี้ต่างพากันคิดว่าเจ้าคุโร่เป็นเทพเจ้า
ถ้ายามาโตะรู้ คงอุทานว่า “คุณพระช่วย!”
แล้วก็คงบ่นอุบว่าทำไมคนประเทศเกาะถึงชอบมโนกันเก่งจัง
สมแล้วที่เป็นต้นกำเนิดอนิเมะและมังงะ
ราตรีอันเลือนราง ยามาโตะไม่รู้ว่าต้องใช้เวลาอีกนานแค่ไหนกว่าจะถึงที่หมาย เขาจึงเผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว
ด้วยลมหายใจที่สม่ำเสมอ ‘เคล็ดวิชาพลังจิต’ ทำงานประสานกับร่างกายโดยอัตโนมัติ ช่วยฟื้นฟูพลังใจที่เสียไปตลอดทั้งวัน
ในขณะเดียวกัน จะสังเกตได้ว่า ‘การเพ่งจิตรวมปราณ’ ของยามาโตะทำงานอยู่ตลอดเวลา เดี๋ยวก็เป็นปราณแห่งวารี เดี๋ยวก็สลับเป็นปราณแห่งแสง
ลมปราณสองสายสลับสับเปลี่ยนกันไปมา ซึ่งนี่อาจจะเป็นจุดที่ยามาโตะต้องฝึกฝนในลำดับถัดไป
‘การเพ่งจิตรวมปราณตลอดเวลา’ แบ่งออกเป็นสองขั้น คือขั้นปกติที่ใช้ตอนต่อสู้ และขั้น ‘ตลอดเวลา’ คือการรักษาสภาพการเพ่งจิตไว้ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ตอนนี้ยามาโตะยังอยู่ในขั้นเริ่มต้นของ ‘การเพ่งจิตรวมปราณตลอดเวลา’ ยังไม่เชี่ยวชาญมากนัก
และแล้ว ยามาโตะก็หลับปุ๋ยบนหลังเจ้าคุโร่ จนกระทั่งแสงแรกจากทิศตะวันออกปลุกเขาให้ตื่นขึ้น...
โปรดติดตามตอนต่อไป จบตอน By. charcoal gray silver gold