เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 26 คนน่าสมเพชย่อมมีสิ่งที่น่ารังเกียจ

บทที่ 26 คนน่าสมเพชย่อมมีสิ่งที่น่ารังเกียจ

บทที่ 26 คนน่าสมเพชย่อมมีสิ่งที่น่ารังเกียจ


บทที่ 26 คนน่าสมเพชย่อมมีสิ่งที่น่ารังเกียจ

เมื่อยามาโตะกับเจ้าชิโร่กลับมาที่ตัวเมือง เขาก็พบว่าเมืองที่เคยคึกคักกลับเงียบเหงาวังเวงไม่ต่างจากเดิม

“เกิดอะไรขึ้นเนี่ย? มนต์อสูรโลหิตของฮานะโอริโกะยังไม่คลายอีกเหรอ? แล้วคนในเมืองหายไปไหนกันหมด?”

ขณะที่ยามาโตะกำลังสงสัย เสียงแหบพร่าของคนแก่ก็ร้องเรียกเขา

“พ่อหนุ่ม ช่วยยายหน่อยได้ไหม ยายจะเอาไข่ไปปาใส่หน้าไอ้ชาติชั่วนั่น!”

ยามาโตะหันไปมองก็เห็นหญิงชราคนหนึ่งยืนพิงไม้เท้า ร่างกายสั่นเทาเหมือนเทียนไขท่ามกลางสายลมที่พร้อมจะดับได้ทุกเมื่อ

“คุณยายครับ จะทำอะไรนะครับ?”

ยามาโตะรีบเข้าไปประคองแล้วถาม

“พ่อหนุ่มคงมาจากต่างถิ่นสินะ โชคดีจริง ๆ ที่เพิ่งมาถึงวันนี้ ไม่งั้นคงโดนปีศาจจับกินไปแล้ว...”

พอยายพูดจบ ยามาโตะก็เข้าใจเรื่องราวทันที ที่แท้หลังจากมนต์อสูรโลหิตของฮานะโอริโกะคลายลง ชาวเมืองที่ฟื้นคืนสติก็เตรียมจะไปคิดบัญชีแค้นกับใครบางคน

“คุณยายครับ แล้วคนอื่น ๆ อยู่ไหนกันหมดเหรอครับ?”

“พวกมันแห่ไปที่จัตุรัสกลางเมืองกันหมดแล้ว ยายสังขารไม่ดี เดินเหินลำบาก แต่ยายก็อยากจะไปดูจุดจบของไอ้คนเลวนั่นด้วยตาตัวเอง”

ใบหน้าของคุณยายเต็มไปด้วยความโกรธแค้น

ยามาโตะพอจะเดาได้ลาง ๆ ว่าใครคือเป้าหมาย เขาจึงช่วยพยุงคุณยายเดินไปที่จัตุรัส

“ฆ่ามัน!”

“น่าจะฆ่ามันทิ้งตั้งหลายปีแล้ว!”

“ไอ้ชาติชั่ว! สมคบคิดกับปีศาจทำร้ายผู้คน! ฆ่ามันซะ!”

...

ชาวเมืองทุกคนมารวมตัวกันที่จัตุรัส

ใจกลางจัตุรัสนั้น อดีตหัวหน้ากลุ่มลัทธิเทพบุปผากำลังคุกเข่าอยู่

ทุกคนรุมด่าทอสาปแช่ง พร้อมทั้งขว้างปาผักเน่าและไข่เน่าใส่เขาไม่ยั้ง

ชายคนนั้นก้มหน้าเงียบ ร่างกายถูกมัดแน่นหนา

“เงียบก่อน!”

“ยามาดะ โยอิจิ แกมีอะไรจะแก้ตัวไหม!”

ชายที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ยามาดะ โยอิจิ ตะโกนถาม

“ฮ่าฮ่าฮ่า มีอะไรจะพูดงั้นเหรอ? ตลกสิ้นดี... ข้าอยากจะฆ่าพวกแกให้หมดทุกคนจริง ๆ!”

“ข้าเกลียดพวกแก! ข้าเกลียดโลกใบนี้! ทำไมข้าต้องเกิดมาอัปลักษณ์ แล้วครอบครัวข้าต้องยากจนขนาดนี้ด้วย!”

“พวกแกทุกคนรังเกียจข้า ขยะแขยงข้า แช่งชักหักกระดูกให้ข้าตายทุกวี่ทุกวัน...”

“แต่ในทางกลับกัน ข้าก็อยากให้พวกแกตายเหมือนกันนั่นแหละ!”

ยามาดะ โยอิจิหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง

บวกกับใบหน้าที่เต็มไปด้วยแผลพุพองสีม่วง ทำให้เขาดูน่าสยดสยองราวกับผีห่าซาตาน

“ทำไมพวกแกถึงได้กินอิ่มนอนหลับ ในขณะที่ข้าต้องใช้ชีวิตเหมือนหมาข้างถนน? ข้าอิจฉาพวกแกจริง ๆ โลกนี้มันไม่ยุติธรรมเลยสักนิด!”

ยามาดะ โยอิจิยังคงตะโกนก้อง

“แกพูดบ้าอะไร! พวกเราเคยทำแบบนั้นกับแกเมื่อไหร่? ตรงกันข้าม พวกเรายื่นมือเข้าช่วยแกตลอด ให้ข้าวให้น้ำ ให้เสื้อผ้าแกใส่!”

“แต่คนอย่างแกมันเนรคุณ เลี้ยงไม่เชื่อง แว้งกัดคนที่มีบุญคุณ!”

“ฮ่าฮ่าฮ่า เรียกเศษเดนพวกนั้นว่าความช่วยเหลือเรอะ? น่าขำสิ้นดี พวกแกเทเศษอาหารเหมือนให้อาหารสัตว์ แล้วก็โยนเสื้อผ้าเก่า ๆ ที่ไม่ใส่แล้วให้ข้า แบบนั้นเรียกว่าช่วยงั้นเรอะ?!”

ยามาดะ โยอิจิตะคอกกลับ

“ข้าอยากจะฆ่าพวกแกให้หมด! ดื่มเลือดพวกแก! ถลกหนังพวกแก! เลาะกระดูกพวกแกออกมา!”

“โชคดีที่ข้าได้เจอกับท่านเทพบุปผา นางช่างงดงามและเข้าใจข้าเหลือเกิน มอบพลังให้ข้าได้ฆ่าพวกแก ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!”

“ไอ้พวกชั้นต่ำ! พวกแกสมควรกลายเป็นอาหารอันโอชะของท่านเทพบุปผาแล้ว!”

ทันทีที่เขาพูดจบ ฝูงชนรอบจัตุรัสก็เดือดดาลขึ้นมาทันที แม้แต่คุณยายที่ยามาโตะพยุงอยู่ก็เลิกสั่น

นางหยิบไข่เน่าในตะกร้าออกมาด้วยความโกรธแค้น แล้วปาใส่หน้ายามาดะ โยอิจิเต็มแรง

ในขณะเดียวกัน ยามาโตะก็เห็นเด็กน้อยกับพ่อของเขาอยู่ในจัตุรัสด้วย

แต่พวกเขาไม่ได้เข้าไปรุมประชาทัณฑ์ยามาดะ โยอิจิเหมือนคนอื่น ๆ

“พ่อครับ พี่ชายคนนั้นไงครับ...”

เด็กน้อยชี้บอกพ่อ

พ่อของเด็กน้อยหันมองตามและสบตากับยามาโตะ

ยามาโตะพยักหน้าให้เล็กน้อย แล้วละสายตาจากสองพ่อลูก

สุดท้าย ยามาดะ โยอิจิก็สะบักสะบอมไปทั้งตัว ยามาโตะเห็นว่าแขนขาของเขาหักผิดรูปจากการโดนรุมยำ เลือดสด ๆ ไหลทะลักออกจากปากไม่หยุด

“ข้าไม่ผิด... ข้าไม่ผิด... พวกแกต่างหากที่ผิด...”

ยามาดะ โยอิจิพึมพำ

“ไม่สำนึกจริง ๆ สินะ... คนน่าสมเพชย่อมมีสิ่งที่น่ารังเกียจ...”

ยามาโตะมองดูยามาดะ โยอิจิที่ใกล้ตายเต็มทีแล้วเอ่ยขึ้น

จากนั้น ตำรวจท้องที่ก็รีบเข้ามาคุมตัวยามาดะ โยอิจิไป

บางทีพวกเขาคงรู้ดีว่า ถ้าไม่ปล่อยให้ชาวบ้านระบายแค้นใส่ยามาดะ โยอิจิเสียบ้าง ความโกรธแค้นคงไม่จางหายไปง่าย ๆ

ก็ดีเหมือนกัน แบบนี้ชาวบ้านก็ได้ระบายอารมณ์ และก็ไม่ต้องกลายเป็นฆาตกรฆ่าคนตายด้วย

“จบเรื่องแล้ว ไปกันเถอะชิโร่”

ยามาโตะอุ้มเจ้าชิโร่ขึ้นมาแล้วเดินจากไป

ยามาโตะไม่รู้เลยว่า หลังจากเหตุการณ์นี้ ผ่านไปนานแสนนาน แทบจะไม่มีใครเห็นดอกไม้ในเมืองนี้อีกเลย

ขณะที่ยามาโตะกำลังจะออกจากเมือง ก็มีเสียงเรียกไว้

เป็นเจ้าหน้าที่จากสถานีตำรวจท้องที่นั่นเอง

“คุณยามาโตะครับ พวกเราซาบซึ้งใจมากที่คุณช่วยกำจัดปีศาจร้าย ทำให้พวกเราได้อิสรภาพกลับคืนมา”

“ได้โปรดให้เราได้ตอบแทนบุญคุณคุณสักสองสามวันเถอะครับ!”

สารวัตรตำรวจกล่าวอย่างนอบน้อม

ยามาโตะนิ่งคิดครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้าตกลง

จากนั้น ยามาโตะก็ถูกพาไปพักที่โรงแรมที่ดีที่สุดในย่านนั้น

“อ้า~”

“บ่อน้ำพุร้อนนี่มันสบายตัวจริง ๆ...”

ยามาโตะครางออกมาเบา ๆ ขณะแช่ตัวในบ่อน้ำพุร้อน

รอบข้างมีผลไม้และเครื่องดื่มวางเรียงราย

“สมแล้วที่เป็นชีวิตของคนมีตังค์ ฟุ่มเฟือยชะมัด...”

“แต่... ชั้นชอบแฮะ...”

ยามาโตะเริ่มดื่มด่ำกับความสุขอย่างเต็มที่ ยังไงซะบ่อน้ำพุร้อนของประเทศเกาะนี้ก็ขึ้นชื่ออยู่แล้ว

ตอนแรกผู้จัดการโรงแรมอยากจะส่งสาวใช้มาปรนนิบัติยามาโตะหลายคน แต่เขาปฏิเสธไปหมด เหตุผลง่าย ๆ คือ ยามาโตะยังไม่ชินกับวัฒนธรรมการแช่น้ำพุร้อนแบบเปิดเผยของที่นี่เท่าไหร่

ยามาโตะพักอยู่ในเมืองเล็ก ๆ นี้เป็นเวลาสามวัน ตลอดสามวันนี้ เขาได้สัมผัสกับชีวิตหรูหราอย่างแท้จริง

เขาแทบจะหลงระเริงไปกับเสียงเรียก ‘ท่านยามาโตะเจ้าขา~’ ที่ดังอยู่รอบตัว... ล้อเล่นน่า!

หลังจากเก็บสัมภาระ ยามาโตะก็รีบชิ่งหนีออกมาในช่วงที่ปลอดคน

ในช่วงสามวันนี้ ไม่รู้ว่าข่าวรั่วไหลไปถึงไหนต่อไหน พอรู้ว่ายามาโตะเป็นคนช่วยชีวิตพวกเขา ผู้คนก็แห่มาเยี่ยมเยียนไม่ขาดสาย

บ้างก็มาขอฝากตัวเป็นศิษย์ บ้างก็อยากมาผูกมิตร และที่เยอะที่สุดคืออยากยกลูกสาวให้แต่งงานด้วย

ยามาโตะรู้ดีว่าขืนอยู่ต่อคงไม่ได้การ

ชีวิตหรูหราสามวันทำเอาเวลาฝึกดาบของเขาลดลงไปโข

“ก๊า... ก๊า... ท่านยามาโตะ สงสัยว่ามีร่องรอยของอสูรปรากฏขึ้นที่ป่าทางทิศตะวันตก รีบไปด่วน!”

เจ้าคุโร่บินมาเกาะไหล่ยามาโตะ ข้างหนึ่งเป็นเจ้าชิโร่ อีกข้างเป็นเจ้าคุโร่ ดำหนึ่งขาวหนึ่ง ดูตัดกันดีพิลึก

เมื่อวานนี้ ยามาโตะเพิ่งสอน ‘ปราณแห่งสัตว์ป่า’ ให้เจ้าคุโร่ แต่เมื่อเทียบกับเจ้าชิโร่แล้ว หัวสมองของเจ้าคุโร่ค่อนข้างทึบกว่า ต้องใช้โควตาที่เหลืออีก 2 ครั้งจนหมดเกลี้ยงถึงจะฝึกสำเร็จ

ในขณะเดียวกัน ภายใต้การเทรนของเจ้าชิโร่ เจ้าคุโร่ก็เรียนรู้วิธีควบคุมขนาดร่างกายได้แล้ว โดยย่อส่วนจากร่างยักษ์กลับมาเป็นขนาดปกติ

แต่ทว่า ร่างเล็ก ๆ นั้นกลับอัดแน่นไปด้วยพละกำลังมหาศาล

พอฉลาดขึ้น เจ้าคุโร่ก็กลายเป็นลูกสมุนของเจ้าชิโร่ไปโดยสมบูรณ์

มันคอยบินตามต้อย ๆ เรียนรู้วิชาปราณจากลูกพี่ชิโร่อย่างตั้งอกตั้งใจ

“งั้น... คราวนี้ ลองสัมผัสความรู้สึกของการบินบนท้องฟ้าดูบ้างดีไหมนะ...”

ยามาโตะหันไปมองเจ้าคุโร่ตาเป็นมัน

เจ้าคุโร่: “...”

...

โปรดติดตามตอนต่อไป จบตอน By. charcoal gray silver gold

จบบทที่ บทที่ 26 คนน่าสมเพชย่อมมีสิ่งที่น่ารังเกียจ

คัดลอกลิงก์แล้ว