- หน้าแรก
- ดาบพิฆาตอสูร แค่สะบัดดาบก็แข็งแกร่งขึ้น
- บทที่ 25 ความทรงจำของฮานะโอริโกะ
บทที่ 25 ความทรงจำของฮานะโอริโกะ
บทที่ 25 ความทรงจำของฮานะโอริโกะ
บทที่ 25 ความทรงจำของฮานะโอริโกะ
ความเงียบสงัดของขุนเขายามราตรี ถูกทำลายลงด้วยเสียงกรีดร้องและเสียงวิงวอนขอชีวิตของ ‘ฮานะโอริโกะ’
ในขณะเดียวกัน เด็กน้อยและพ่อที่ถูกมัดอยู่ในวัดร้างก็ฟื้นคืนสติจากการคลายมนต์อสูรโลหิตของฮานะโอริโกะ
ทั้งสองคนต่างจ้องมองกันและกันด้วยดวงตาเบิกกว้าง
คราบน้ำตาไหลพรากอาบใบหน้าที่มอมแมมของเด็กน้อย แต่ด้วยปากที่ถูกอุดไว้ เขาจึงทำได้เพียงส่งเสียง “อื้อ... อื้อ... อื้อ...” ในลำคอ
ผู้เป็นพ่อเองก็ไม่ต่างกัน แววตาของเขาเต็มไปด้วยความสับสน ไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนอยู่ตรงหน้าทนโท่ ทว่าเชือกที่พันธนาการร่างไว้ทำให้เขาขยับตัวไม่ได้
เขาทำได้เพียงกระดึบตัวไปข้างหน้าทีละนิดเหมือนหนอน เพื่อเข้าใกล้ลูกชายให้มากที่สุด
ตัดภาพมาที่ฝั่งของฮานะโอริโกะ...
สติของฮานะโอริโกะกำลังเลือนรางลงทุกที เนื่องจากการสูญเสียพลังกายอย่างมหาศาล ร่างกายที่แหลกเหลวของมันแทบจะไม่เหลือความสามารถในการรักษาตัวเองอีกแล้ว
“ข้า... ข้า... กำลังจะตายงั้นรึ?”
ดวงตาของฮานะโอริโกะเริ่มพร่ามัว ดอกไม้สามสีบนหน้าผากเหี่ยวเฉาลง และดวงตาสีฟ้าครามก็เริ่มไร้แวว
เมื่อเห็นดังนั้น ยามาโตะจึงเก็บดาบเข้าฝัก
เขาเดินเข้าไปใกล้ฮานะโอริโกะ นั่งยอง ๆ ลง แล้วสังเกตสภาพของมันอย่างละเอียด
“นึกไม่ถึงว่าจะทนมาได้นานขนาดนี้ ลืมไปแล้วนะเนี่ยว่าฟันไปกี่ดาบ”
“แต่ความสามารถในการฟื้นฟูและงอกใหม่ของอสูรก็มีขีดจำกัดจริง ๆ พวกที่โม้ว่าฟื้นฟูได้ไม่จำกัดน่ะ สงสัยคนพูดคงไม่มีปัญญาฟันอสูรให้เป็นชิ้น ๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่ามากกว่า...”
พื้นดินโดยรอบเจิ่งนองไปด้วยเศษเนื้อและกองเลือดของฮานะโอริโกะ ราวกับทุ่งสังหาร กลิ่นคาวเลือดชวนคลื่นเหียนลอยคละคลุ้งไปทั่ว
“รู้ไหมว่าทำไมชั้นถึงทำกับแกแบบนี้?”
“ถึงชั้นจะไม่รู้ว่าแกเต็มใจเป็นอสูร หรือถูกบังคับจนสูญเสียความทรงจำ แต่เราอยู่คนละฝ่ายกัน และเผอิญว่าชั้นอยากจะพิสูจน์อะไรบางอย่างพอดี ก็ต้องขอโทษด้วยนะคุณอสูรสาว เหนื่อยหน่อยนะ”
ยามาโตะยิ้ม
“เอาล่ะ การทดลองของชั้นได้ผลสรุปแล้ว และพระอาทิตย์ก็ใกล้จะขึ้นแล้วด้วย ดูจากสภาพแกตอนนี้ คงไม่มีแรงรอดไปได้แล้วล่ะ มีอะไรจะสั่งเสียไหม? หรือจะบอกที่กบดานของพวกพ้องแกมาก็ได้นะ ชั้นจะได้ส่งพวกมันตามลงนรกไปอยู่เป็นเพื่อนแก”
น้ำเสียงที่นุ่มนวลและการกระทำของยามาโตะ สำหรับฮานะโอริโกะแล้ว มันน่ากลัวยิ่งกว่าคำพูดของอสูรเสียอีก
“แก... แก... แกต่างหากที่เป็นปีศาจ... แกมันปีศาจชัด ๆ...”
ฮานะโอริโกะมองยามาโตะด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยน้ำตาและความเคียดแค้น แต่ไม่นานก็เงียบลง
“ดูเหมือน... ครั้งนี้... ข้าคงต้องตายจริง ๆ แล้วสินะ...”
เมื่อเผชิญหน้ากับความตาย ความทรงจำก่อนที่จะกลายเป็นอสูรก็พรั่งพรูเข้ามาในหัว
น้ำตาไหลรินจากดวงตาของฮานะโอริโกะราวกับทำนบแตก ปากก็พร่ำเพ้อไม่หยุด “ขอโทษนะ... ขอโทษนะพี่ยามาซากิ...”
“ดอกไม้ที่พี่ให้ข้า... มันสวยมากเลย...”
“กลิ่นหอมจัง...”
แสงแรกแห่งรุ่งอรุณปรากฏขึ้นที่เส้นขอบฟ้าอันไกลโพ้น ร่างของฮานะโอริโกะเริ่มสลายกลายเป็นเถ้าถ่านอย่างช้า ๆ
“โอริโกะ โตขึ้นเธอต้องเป็นเจ้าสาวของพี่นะ!”
“ตกลงค่ะ พี่ยามาซากิ...”
“โอริโกะ ดูสิ ดอกไม้พวกนี้สวยมากเลยนะ ถ้าเอามาทัดผม เธอต้องเป็นผู้หญิงที่สวยที่สุดในโลกแน่ ๆ...”
เด็กหนุ่มในความทรงจำของฮานะโอริโกะเด็ดดอกไม้สามสีต่างชนิดมาทัดที่ผมของเธอ ฮานะโอริโกะยิ้มอย่างมีความสุข
แสงแดดอันอบอุ่นสาดส่องลงมาที่ทั้งสองคน ราวกับคู่รักที่เป็นนิรันดร์
ทว่า...
ในคืนนั้น ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป สีแดง... ทุกอย่างกลายเป็นสีแดงฉาน ฮานะโอริโกะเห็นร่างไร้วิญญาณของเด็กหนุ่มที่เคยสัญญาว่าจะแต่งงานกับเธอ เธออยากจะตายตามเขาไป จึงตัดสินใจแทงมีดเข้าที่ท้อง หวังจะจบชีวิตตามคนรักไป
ในความทรงจำสุดท้าย...
ฮานะโอริโกะลืมตาขึ้นอีกครั้ง ร่างกายเปี่ยมไปด้วยพลังมหาศาล เด็กหนุ่มที่เธอรักสุดหัวใจถูกเธอกลืนกินเข้าไปแล้ว และนับจากนั้น... อสูรบุปผาก็ได้ถือกำเนิดขึ้นบนโลกใบนี้
“งั้นเหรอ... เป็นข้าเองสินะ...”
“พี่ยามาซากิ... พี่มารับข้าแล้วเหรอ?”
“ในที่สุดเราก็ได้อยู่ด้วยกันแล้ว...”
“เราจะไม่พรากจากกันอีกแล้วนะ...”
ร่างของฮานะโอริโกะสลายกลายเป็นเถ้าถ่านหายไปจนหมดสิ้นภายใต้แสงตะวัน
“ติ๊ง! ขอแสดงความยินดี ท่านได้รับจำนวนการเหวี่ยงดาบ 500,000 ครั้ง”
เสียงแจ้งเตือนจากระบบทำให้ยามาโตะรู้ว่าอสูรฮานะโอริโกะถูกเขาสังหารเรียบร้อยแล้ว ยามาโตะสังเกตเห็นรอยยิ้มที่มีความสุขบนใบหน้าของฮานะโอริโกะในวาระสุดท้าย และเขาก็พอจะเดาอะไรบางอย่างได้ลาง ๆ
“ก็แค่คนละจุดยืนกัน...”
ยามาโตะเดินออกจากจุดนั้นกลับไปที่วัดร้าง แล้วแก้เชือกให้เด็กน้อยกับพ่อ
ทันทีที่เป็นอิสระ ทั้งสองก็โผเข้ากอดกันกลม
“พ่อครับ... ในที่สุด... ในที่สุดพ่อก็ตื่นแล้ว... ฮือ ๆ ๆ...”
“พ่อขอโทษนะลูก... พ่อทำให้ลูกลำบากแล้ว...”
ยามาโตะไม่อยากขัดจังหวะช่วงเวลาแห่งความซาบซึ้ง หลังจากส่งพวกเขากลับไป เขาก็ยืนอยู่ลำพังในวัดร้าง
เสื้อผ้าที่กระจัดกระจายอยู่เกลื่อนพื้นเป็นหลักฐานชั้นดีว่าฮานะโอริโกะกินคนไปมากแค่ไหนในช่วงครึ่งเดือนที่ผ่านมา
“กรรมใดใครก่อ กรรมนั้นคืนสนอง... คนที่ขุดหลุมฝังตัวเองย่อมไม่มีทางรอด...”
ยามาโตะพึมพำ
จากนั้นเขาก็จุดไฟเผาวัดร้างทิ้งทั้งหลัง
ควันไฟสีดำทมิฬพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า ใบหน้าของยามาโตะดูเย็นชาผิดปกติ
ในตอนนั้นเอง เจ้าชิโร่กระโดดออกมาจากกล่องบนหลังของเขา ราวกับสัมผัสได้ถึงความโกรธเกรี้ยวในใจของยามาโตะ มันใช้ลิ้นเลียมือยามาโตะเบา ๆ
“ไม่เป็นไรหรอกชิโร่ ชั้นแค่คาดไม่ถึงว่ามนุษย์จะทำเรื่องพรรค์นี้ได้ลงคอ...”
ยามาโตะถอนหายใจ เอื้อมมือไปลูบขนอันนุ่มนิ่มของเจ้าชิโร่ ทันใดนั้นสีหน้าเขาก็ชะงักไป
“ติ๊ง! ภารกิจใหม่มาแล้ว”
ภารกิจที่ 1: เข้าถึงแก่นแท้ ‘ปราณแห่งแสง’ และบัญญัติกระบวนท่า 3 ท่า รายละเอียด: มนุษย์ต้องเรียนรู้ที่จะเติบโตเสมอ ท่านค้นพบว่า ‘ปราณแห่งวารี’ ไม่เหมาะกับท่านเท่าไหร่นัก ดังนั้นจงสร้าง ‘วิชาปราณ’ ของตัวเองขึ้นมาเสีย รางวัล: จำนวนการเหวี่ยงดาบ 5,000,000 ครั้ง, สิทธิ์รีเฟรชไอเทมระดับตำนานในร้านค้าหมื่นสรรพสิ่ง 1 ครั้ง, ฟังก์ชันระบบใหม่ 1 อย่าง สถานะ: ยังไม่เสร็จสิ้น
ภารกิจที่ 2: ทำภารกิจของกองพิฆาตอสูรให้สำเร็จ 3 ภารกิจ รายละเอียด: ในฐานะมือใหม่ ท่านมีความสามารถพอที่จะยืนหยัดด้วยตัวเองแล้ว จงทำตามเสียงหัวใจและทำภารกิจของกองพิฆาตอสูรให้สำเร็จ รางวัล: จำนวนการเหวี่ยงดาบ 2,000,000 ครั้ง, ฟังก์ชันอนุมานระบบ , หน้ากากยมทูต สถานะ: สำเร็จ 1 ใน 3
ฟังก์ชันอนุมาน : ใช้จำนวนการเหวี่ยงดาบเพื่อคำนวณและพัฒนาขั้นต่อไปของวิชาการต่อสู้และวิชาปราณที่มาถึงขีดจำกัดแล้ว
หน้ากากยมทูต: มีผลในการข่มขวัญศัตรู สามารถต้านทานการโจมตีทางจิต และสามารถเลือกหน้ากากมาหลอมรวมได้ โดยหน้ากากที่หลอมรวมจะได้รับคุณสมบัติทั้งหมดของหน้ากากยมทูต
ยามาโตะอ่านรายละเอียดภารกิจทั้งสองอย่างละเอียด ใบหน้าเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มแห่งความประหลาดใจ
“ระบบนี่รู้ใจชะมัด แก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ตรงจุดเป๊ะ ตอนนี้ทั้งวิชาปราณและวิชาการต่อสู้ของชั้นตันอยู่ที่ขั้นสมบูรณ์แบบ มองไม่เห็นทางไปต่อพอดี ฟังก์ชันอนุมานนี่มาได้จังหวะจริง ๆ...”
“ถ้ามีแต้มมากพอ ก็แปลว่า... ‘ปราณแห่งวารี’ ก็สามารถพัฒนาไปสู่ระดับที่สูงกว่านี้ได้สินะ?”
“บางทีถึงตอนนั้น ชั้นอาจจะมีความแข็งแกร่งระดับเสาหลักแล้วก็ได้...”
ยามาโตะอุ้มเจ้าชิโร่ขึ้นมาฟัดอย่างหมั่นเขี้ยว
“ชิโร่ แกนี่มันตัวนำโชคของชั้นจริง ๆ!”
เจ้าชิโร่ไม่รู้เรื่องรู้ราว แค่รู้สึกถึงอารมณ์ดีของยามาโตะ มันก็พลอยร่าเริงไปด้วย
“อิ๊ง อิ๊ง อิ๊ง~”
“ฮ่าฮ่าฮ่า!”
หนึ่งคนกับหนึ่งจิ้งจอกหัวเราะร่าท่ามกลางขุนเขา
แต่ในอีกด้านหนึ่ง... ใครบางคนกำลังทุกข์ทรมาน...
โปรดติดตามตอนต่อไป จบตอน By. charcoal gray silver gold