- หน้าแรก
- ดาบพิฆาตอสูร แค่สะบัดดาบก็แข็งแกร่งขึ้น
- บทที่ 24 อสูรบุปผา ฮานะโอริโกะ
บทที่ 24 อสูรบุปผา ฮานะโอริโกะ
บทที่ 24 อสูรบุปผา ฮานะโอริโกะ
บทที่ 24 อสูรบุปผา ฮานะโอริโกะ
สีหน้าของเด็กน้อยเต็มไปด้วยความหวาดกลัว เขาพูดตะกุกตะกัก “พี่ชาย... คะ... เค้ามากันแล้ว... เค้าจะพาผมกับพ่อไปให้ปีศาจกิน...”
“พี่ชาย... เราจะทำยังไงกันดี...”
“ไม่ต้องกลัว เชื่อใจพี่ก็พอ”
ยามาโตะเอ่ยเสียงเรียบ
“ปัง!”
ประตูถูกเปิดออก
กลุ่มแรกที่เดินเข้ามาคือชาวบ้านที่มีสีหน้าว่างเปล่าราวกับต้องมนตร์สะกด
จากนั้น ชายแต่งตัวหรูหราแต่หน้าตาอัปลักษณ์อย่างเหลือเชื่อก็เดินเข้ามา
ใบหน้าของชายผู้นั้นเต็มไปด้วยแผลพุพองสีม่วง ร่างกายผ่ายผอมจนยามาโตะเกือบจะเข้าใจผิดคิดว่าเป็นอสูร
“ครอบครัวนี้ลบหลู่เทพบุปผา จับตัวไปให้หมด เอาไปเข้าพิธีชำระล้างของเทพบุปผา!”
ชายผู้นั้นพูดด้วยน้ำเสียงแหบแห้งดูทรมาน
สิ้นเสียงคำสั่ง กลุ่มชาวบ้านที่ถูกสะกดจิตก็เริ่มขยับตัวเข้ามาหายามาโตะและสองพ่อลูก
“ไม่... ไม่นะ... ปล่อยผมกับพ่อเดี๋ยวนี้นะ... พวกคุณโดนไอ้คนนี้หลอกอยู่นะ... ตื่นสิครับ!”
“พี่ชาย... รีบช่วยพ่อผมเร็วเข้า...”
เมื่อเห็นร่างของพ่อที่หมดสติถูกหามออกไป เด็กน้อยก็ตะโกนเรียกยามาโตะสุดเสียง
แต่ในเวลานี้ ยามาโตะกลับไม่ได้ขัดขืนอะไร ปล่อยให้คนพวกนั้นมัดตัวเขาไว้
“แทนที่จะต้องออกแรงตามหาอสูร สู้ปล่อยให้อสูรเป็นฝ่ายมาหาเองดีกว่า...”
ยามาโตะคิดในใจ
ดังนั้น ทั้งสามคนจึงถูกมัดและหามออกไป
ระหว่างทาง ยามาโตะเห็นว่าตามถนนหนทางที่เคยมีผู้คนเดินขวักไขว่ บัดนี้พวกเขายืนนิ่งด้วยสีหน้าว่างเปล่า บ้างก็ไร้อารมณ์ บ้างก็แสดงสีหน้าบ้าคลั่ง
“อสูรตัวนี้มีฝีมือใช้ได้...”
“คล้ายกับ ‘โดมะ’ อสูรข้างขึ้นที่สอง...”
“หรือว่าอสูรตัวนี้จะเกี่ยวข้องกับโดมะ...”
“ก็มีความเป็นไปได้...”
ทั้งยามาโตะและเด็กน้อยถูกอุดปากเอาไว้ เด็กน้อยจึงทำได้เพียงมองยามาโตะด้วยดวงตาที่คลอไปด้วยน้ำตา หวังว่ายามาโตะจะสร้างปาฏิหาริย์ช่วยเขาและพ่อได้
“จบกัน... จบเห่แล้ว... พี่ชายคนนี้ช่วยพ่อไม่ได้เลย... รู้งี้ไม่น่าดึงเขามาซวยด้วยเลย...”
“ผมขอโทษ...”
เด็กน้อยมองดูยามาโตะที่ถูกมัดและหามไปโดยไม่มีการขัดขืนใด ๆ เหมือนกับตนเอง ความรู้สึกผิดท่วมท้นหัวใจ
ราวกับสัมผัสได้ถึงความรู้สึกผิดของเด็กน้อย ยามาโตะยิ้มให้อีกฝ่ายเล็กน้อย เป็นเชิงบอกว่าไม่ต้องกังวล
แต่ในสายตาของเด็กน้อย รอยยิ้มนั้นกลับมีความหมายอีกอย่าง
“ขนาดจะตายแล้ว พี่เขายังอุตส่าห์ปลอบใจผมอีก... คนดีขนาดนี้... ทะ... ทำไมผมถึงทำร้ายเขาได้ลงคอ...”
ยามาโตะไม่ได้รับรู้ความคิดฟุ้งซ่านเหล่านั้นเลย ตอนนี้เขาแค่อยากจะเจอหน้าเจ้าอสูรตัวนั้นให้เร็วที่สุด เพราะสภาพถูกมัดเป็นดักแด้แบบนี้มันน่าอายชะมัด
ถึงเขาจะสะบัดเชือกให้หลุดได้ง่าย ๆ แต่เพื่อไม่ให้ไก่ตื่น ยามาโตะจำต้องอดทนต่อไป
ในที่สุด ยามาโตะและสองพ่อลูกก็ถูกพามาถึงวัดร้างบนภูเขา แล้วถูกโยนลงบนพื้นอย่างแรง
ยามาโตะไม่เป็นอะไรมาก แต่เด็กน้อยส่งเสียงร้องอู้อี้ด้วยความเจ็บปวด
“ท่านเทพบุปผา ผู้ลบหลู่ในค่ำคืนนี้ถูกนำตัวมาส่งแล้ว เหล่าสาวกผู้ภักดีขอลาไปก่อน จะไม่รบกวนความสำราญของท่านเทพ!”
ชายหน้าปรุที่นำขบวนมาคุกเข่าลงกับพื้นและกล่าวอย่างนอบน้อม
ทันใดนั้น ยามาโตะก็สังเกตเห็นดอกไม้สีแดงสดที่ดูน่าขนลุกปรากฏขึ้นตรงหน้าชายคนนั้น
ชายคนนั้นกล่าวอย่างเคารพ “ถ้าเช่นนั้น พวกเราขอตัวครับ ท่านเทพบุปผา!”
จากนั้น กลุ่มคนเหล่านั้นก็เดินจากไป ทิ้งให้ยามาโตะและสองพ่อลูกนอนกองอยู่บนพื้นตามลำพัง
“มาแล้วสินะ?”
ยามาโตะเกร็งมือเตรียมพร้อมโจมตีทุกเมื่อ
ทว่าผ่านไปสักพัก ก็ยังไม่มีความเคลื่อนไหวใด ๆ ทำเอายามาโตะสงสัยว่าเจ้าอสูรตัวนี้มันมัวทำอะไรอยู่
ยังไม่หิวหรือไง?
แต่ยามาโตะรู้ดีว่าเป็นไปไม่ได้ สาเหตุน่าจะเป็นเพราะเจ้าอสูรตัวนี้รู้ว่าเขาเป็นคนของกองพิฆาตอสูร เลยระวังตัวแจ
ผ่านไปอีกครู่หนึ่ง จู่ ๆ ยามาโตะก็ได้กลิ่นหอมของดอกไม้ลอยมาแตะจมูก
ยามาโตะขมวดคิ้ว
เขาพบว่าตัวเองไม่ได้รับผลกระทบอะไร แต่เด็กน้อยข้าง ๆ กลับผล็อยหลับไปแล้ว
“สะกดจิตสินะ...”
ยามาโตะคิด
“แสดงว่าแกกำลังจะออกมาแล้วใช่ไหม...”
สีหน้าของยามาโตะเริ่มเย็นชา เขาเริ่มควบคุมลมหายใจ แกล้งทำเป็นหลับลึกไปบ้าง
วัดร้างตกอยู่ในความเงียบสงัด แต่ผ่านไปนานสองนาน ยามาโตะก็ยังไม่เห็นวี่แววของอสูร
“ขี้ขลาดตาขาวชะมัด ยังไม่ยอมโผล่หัวมาอีก!”
ยามาโตะจดบัญชีแค้นไว้ในใจ เตรียมวางแผนจัดการเจ้าอสูรตัวนี้ให้สาสม
และแล้ว หลังจากรออีกสักพัก ยามาโตะก็ได้ยินเสียงฝีเท้า
“นี่น่ะเหรอคนของกองพิฆาตอสูร? ฮ่าฮ่าฮ่า สุดท้ายก็เสร็จข้า ‘ฮานะโอริโกะ’ จนได้”
“เนื้อของนักล่าอสูรต้องรสชาติเยี่ยมแน่ ๆ ข้าอดใจรอไม่ไหวแล้ว!”
ฮานะโอริโกะมองดูยามาโตะที่นอนอยู่บนพื้นด้วยสายตาโลภโมโทสัน น้ำลายไหลย้อยออกจากปากไม่หยุด
มันเป็นอสูรเพศหญิง ที่หน้าผากอัปลักษณ์มีดอกไม้สามสี (ม่วง แดง ขาว) งอกออกมา มือเหี่ยวแห้งของมันเอื้อมออกไปหมายจะคว้าตัวยามาโตะ
“โผล่หัวมาสักทีนะ รอตั้งนาน!”
ยามาโตะค่อย ๆ ลืมตาขึ้น ขยับตัวเพียงเล็กน้อย เชือกที่มัดร่างอยู่ก็ขาดสะบั้น
เขาลุกขึ้นยืน เหยียดแขนออก ดาบนิชิรินฝักดำทมิฬก็ปรากฏขึ้นในมือ
ฮานะโอริโกะตกใจสุดขีดตั้งแต่ยามาโตะเอ่ยปาก มันกระโดดหนีขึ้นไปบนขื่อวัดตามสัญชาตญาณ มองยามาโตะด้วยความหวาดกลัว
“ปะ... เป็นไปได้ยังไง แก... ทำไมแกถึงไม่หลับ... นั่นมันมนต์อสูรโลหิตที่ร้ายกาจที่สุดของข้านะ...”
ฮานะโอริโกะมองยามาโตะอย่างอกสั่นขวัญแขวน เริ่มคิดหาทางหนีทีไล่
“ลองเดาดูสิ”
ใบหน้าของยามาโตะเผยรอยยิ้มเย็นยะเยือก
“เอาล่ะ ต่อไป... มาสนุกกันให้เต็มที่เถอะ!”
(ถ้าทันจิโร่อยู่ที่นี่ แล้วเห็นสีหน้าของยามาโตะในตอนนี้ เขาคงรู้ทันทีว่าเป็นสีหน้าเดียวกับตอนที่ศิษย์พี่เคี่ยวเข็ญเขาตอนฝึกวิชาเปี๊ยบ...)
เมื่อเห็นยามาโตะเงื้อดาบนิชิรินทำท่าจะโจมตี
ฮานะโอริโกะกรีดร้องลั่น “อย่าเข้ามานะ!”
“ศิลปะอสูรโลหิต: บุปผาในห้วงฝัน!”
ดอกไม้บนหน้าผากของฮานะโอริโกะเปลี่ยนเป็นสีม่วงเข้มทันที
กลิ่นหอมที่คุ้นเคยเริ่มฟุ้งกระจายไปทั่วอากาศอีกครั้ง
“มีลูกไม้แค่นี้เองเหรอ? งัดออกมาใช้ให้หมดสิ ไม่งั้นพ้นคืนนี้ไป แกจะไม่มีโอกาสได้ใช้อีกแล้วนะ”
ยามาโตะกล่าวท้าทาย
“ไม่ได้ผลจริง ๆ ด้วย... มนต์อสูรของข้าใช้กับมันไม่ได้เลย... ทำยังไงดี... ข้าต้องตายแน่... ข้าต้องตายแน่ ๆ... ไม่... ข้าต้องรีบหนี... ข้ายังอยากเจอท่านผู้นั้นอยู่...”
ยามาโตะเห็นฮานะโอริโกะเตรียมจะเผ่นหนี
เขากระโจนเพียงครั้งเดียว ก็ไปดักหน้าปิดทางหนีของฮานะโอริโกะได้ทันควัน
“อะไรกัน จะหนีแล้วเหรอ? ชั้นน่ากลัวขนาดนั้นเลยรึไง?”
ยามาโตะยังคงส่งยิ้มให้ฮานะโอริโกะ แต่ดาบนิชิรินในมือถูกชักออกจากฝัก เผยให้เห็นคมดาบสีเขียวมรกต
“ตึง!”
ฮานะโอริโกะคุกเข่าลงกับพื้น ร้องขอชีวิต “ข้าขอโทษ... ข้าขอโทษ... ได้โปรดปล่อยข้าไปเถอะ... ข้าเพิ่งกินคนไปไม่กี่คนเอง...”
ทันใดนั้น... “ไปตายซะ!”
“ศิลปะอสูรโลหิต: บุปผาคลั่ง!”
ดอกไม้บนหน้าผากเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน ยามาโตะรู้สึกมึนหัวเล็กน้อยเหมือนถูกกระแทกเบา ๆ
“เป็นไปได้ยังไง! ข้าใช้วิชานี้ลอบกัดพวกนักล่าอสูรมาตั้งไม่รู้กี่คน เสร็จข้าทุกราย... ทำไมแกถึงไม่เป็นอะไรเลย... หรือว่าแกคือ ‘เสาหลัก’ ของกองพิฆาตอสูร...”
เหงื่อกาฬไหลพรากเต็มใบหน้าของฮานะโอริโกะ ร่างกายสั่นเทาด้วยความกลัวจากก้นบึ้งของหัวใจ
“สรุปว่า... แกฆ่าคนของกองพิฆาตอสูรไปเยอะเลยสินะ...”
รอยยิ้มบนหน้ายามาโตะหายวับไป แทนที่ด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือกบาดลึกถึงกระดูก
“จะว่าไป ชั้นอยากลองทดสอบมานานแล้ว ว่าไอ้ความเป็นอมตะของพวกแกเนี่ย มันจะแน่สักแค่ไหน...”
สิ้นเสียง เขาก็พุ่งเข้าไปตวัดดาบนิชิรินอย่างรวดเร็ว โดยจงใจหลบเลี่ยงจุดตายที่คอ
ฮานะโอริโกะรู้สึกเพียงว่าร่างกายของตนแตกกระจาย ถูกฟันขาดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยนับสิบชิ้น
“ปะ... เป็นไปได้ยังไง...”
ดวงตาของฮานะโอริโกะเบิกโพลงด้วยความไม่อยากเชื่อ
เพราะมันมองตามการเคลื่อนไหวของยามาโตะไม่ทันเลย เขาแค่เคลื่อนผ่านตัวมันไป ร่างกายของมันก็แหลกเหลวไม่มีชิ้นดี
ยามาโตะมองดูกองเนื้อเละ ๆ ของฮานะโอริโกะด้วยสายตารังเกียจ “น่าขยะแขยงชะมัด!”
“มันไม่ฟันคอข้า... มันตั้งใจจะทรมานข้า... ไอ้หมอนี่มันปีศาจชัด ๆ...”
ความเจ็บปวดแสนสาหัสทำให้สติของฮานะโอริโกะแจ่มชัดขึ้นมา
ความสามารถในการฟื้นฟูของอสูรเริ่มทำงาน ชิ้นส่วนร่างกายของฮานะโอริโกะเริ่มขยับมารวมตัวกันเอง
แต่ทันทีที่เนื้อเชื่อมติดกัน ยามาโตะก็จะตวัดดาบฟันให้ขาดออกจากกันอีกครั้ง
วนเวียนอยู่อย่างนี้ ทุกครั้งที่ร่างกายของฮานะโอริโกะกำลังจะฟื้นสภาพ ยามาโตะก็จะฟันซ้ำให้แหลกเหลวลงไปอีก
ยามาโตะกำลังสนุกสุดเหวี่ยง ในขณะที่ฮานะโอริโกะต้องทนทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัส
“ฆ่าข้าที... ฆ่าข้าซะทีเถอะ... ให้ข้าตายสบาย ๆ เถอะ...”
ฮานะโอริโกะรู้สึกได้ว่าพลังฟื้นฟูเริ่มอ่อนลงเรื่อย ๆ ความเจ็บปวดทางกายกำลังจะทำให้มันเป็นบ้า
การต้องทนดูร่างกายตัวเองรักษาตัวแล้วถูกฟันให้เละซ้ำแล้วซ้ำเล่า สิ่งเดียวที่มันต้องการในตอนนี้คือความตายเพื่อปลดปล่อย
แต่มีหรือที่ยามาโตะจะยอมให้มันสมหวัง...
โปรดติดตามตอนต่อไป จบตอน By. charcoal gray silver gold