- หน้าแรก
- ดาบพิฆาตอสูร แค่สะบัดดาบก็แข็งแกร่งขึ้น
- บทที่ 12 การรู้แจ้งของทันจิโร่
บทที่ 12 การรู้แจ้งของทันจิโร่
บทที่ 12 การรู้แจ้งของทันจิโร่
บทที่ 12 การรู้แจ้งของทันจิโร่
ในขณะเดียวกัน ทันจิโร่ได้ซื้อตะกร้าสานจากชาวบ้านในละแวกนั้น แล้วแบกเนซึโกะขึ้นหลังเดินทางมาถึงหน้าศาลเจ้าแห่งหนึ่ง
“เนซึโกะ มีศาลเจ้าอยู่ตรงนี้ด้วย แถมมีแสงไฟสว่างอยู่ น่าจะมีคนอยู่ข้างในนะ เราไปดูกันเถอะ” ทันจิโร่เอ่ยเสียงอ่อนโยนพลางกุมมือเนซึโกะ
แต่เพียงชั่วพริบตา ทันจิโร่ก็ได้กลิ่นเลือดคละคลุ้งอย่างรุนแรง “อ๊ะ... นี่มันกลิ่นเลือด...” “ทางขึ้นเขาเส้นนี้ขรุขระ บางทีอาจมีคนบาดเจ็บ” ทันจิโร่รีบจูงมือเนซึโกะแล้ววิ่งตรงไปยังศาลเจ้าทันที
“เป็นอะไรไหมครับ?!” ทันจิโร่ผลักประตูศาลเจ้าเปิดออกแล้วตะโกนถาม
ทันทีที่เปิดประตู ทันจิโร่ก็ต้องยืนตัวแข็งทื่อ ดวงตาเบิกโพลง เบื้องหน้าไม่มีผู้บาดเจ็บ สิ่งที่ปรากฏแก่สายตามีเพียงฉากสังหารหมู่ ภายในศาลเจ้านองไปด้วยเลือด ครอบครัวหนึ่งถูกฆ่ายกครัว ตะกร้าในมือเขาร่วงหล่นลงพื้น เสียงนั้นทำให้อสูรที่กำลังกัดกินศพสะดุ้งเงยหน้าขึ้นมา
“อะไรกัน?” อสูรเอ่ยขึ้นช้าๆ “ที่นี่เป็นถิ่นของข้า กล้ามาขัดจังหวะมื้ออาหารของข้า ข้าไม่ปล่อยไว้แน่” อสูรจ้องมองสองพี่น้องด้วยสายตาดุร้าย
ทันจิโร่หวาดผวา พึมพำเสียงสั่น “อสูรกินคน...” เนซึโกะที่อยู่ข้างๆ ก็ดูเหมือนจะตกตะลึง จ้องมองซากศพตรงหน้าเขม็ง กลิ่นเลือดที่คละคลุ้งในอากาศกระตุ้นสัญชาตญาณอสูรของเนซึโกะอย่างต่อเนื่อง สัญชาตญาณดิบทำให้เนซึโกะดิ้นรนไม่หยุด น้ำลายไหลย้อยออกมาจากกระบอกไม้ไผ่ที่คาบไว้ในปาก
เห็นดังนั้น อสูรก็เลียเลือดที่เปรอะเปื้อนมือพลางกล่าว “รู้สึกแปลกๆ แฮะ...” “พวกแกเป็นมนุษย์แน่เรอะ?” อสูรลุกขึ้นยืน
ทันจิโร่ก้าวถอยหลังหนึ่งก้าว หัวใจเต็มไปด้วยความระแวดระวัง
“ตูม!” ร่างของทันจิโร่ถูกซัดกระเด็นถอยหลัง แต่โชคดีที่เขาใช้ขวานในมือยกขึ้นมากันการโจมตีของอสูรได้ทันท่วงที และในจังหวะเดียวกัน เขาก็สวนกลับทันทีด้วยการจามขวานใส่อสูร ทว่าผลลัพธ์กลับแทบเป็นศูนย์ บาดแผลของอสูรสมานตัวหายไปในพริบตา
อสูรลูบบาดแผลของตัวเองแล้วหัวเราะร่า “ขวานงั้นรึ? ฝีมือไม่เลวนี่...” “แต่แผลแค่นี้เดี๋ยวก็หายแล้ว” ทันใดนั้น บาดแผลก็เลือนหายไป “เห็นไหม? เลือดหยุดไหลแล้ว แผลก็หายแล้ว”
ทันจิโร่มองดูความสามารถในการฟื้นตัวอันน่าสยดสยองของอสูรด้วยความหวาดกลัว ในขณะเดียวกัน เนซึโกะยังคงจ้องมองศพมนุษย์ในศาลเจ้าอย่างไม่วางตา เธอกำลังอดกลั้นอย่างหนัก ความกระหายเลือดในใจแทบจะระเบิดออกมา เธอกัดกระบอกไม้ไผ่ในปากจนแน่น กำหมัดเกร็ง เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มใบหน้า
จังหวะที่ทันจิโร่กำลังจะลุกขึ้น เขาก็ถูกอสูรที่เคลื่อนไหวรวดเร็วปานสายฟ้ากดร่างลงกับพื้น แล้วบีบคอไว้แน่น “เร็วมาก แถมยังแรงเยอะอีกต่างหาก...” ทันจิโร่พูดออกมาอย่างยากลำบาก
อสูรจ้องหน้าทันจิโร่เขม็งแล้วขู่คำราม “ข้าจะไม่ยอมให้แกทำข้าเจ็บอีก ข้าจะหักคอแกซะ” ในเสี้ยววินาที ชีวิตของทันจิโร่แขวนอยู่บนเส้นด้าย
สถานการณ์วิกฤตถึงขีดสุด ทันจิโร่กรีดร้องออกมา เสียงนั้นปลุกสติของเนซึโกะที่หน้าประตูศาลเจ้า ความมีเหตุผลของเนซึโกะกลับคืนมาทันที
“เปรี้ยง!” หัวของอสูรถูกเนซึโกะเตะจนขาดกระเด็นออกจากบ่า ร่างของมันปลิวถอยหลังไปกระแทกกับต้นไม้ใหญ่ด้านหลัง ทันจิโร่เองก็ร้องอุทานออกมาด้วยความตกใจ เมื่อมองดูร่างไร้หัวของอสูรที่ทับอยู่บนตัว ทันจิโร่รู้สึกสยดสยองขนลุกซู่ เขารีบผลักร่างอสูรออกไปให้พ้นตัว
เขามองดูเนซึโกะผู้เป็นน้องสาวด้วยสายตาไม่อยากจะเชื่อ “ขะ-ฆ่า... ฆ่ามันไปแล้ว...” “ไม่สิ มันเป็นอสูรนะ เน... เนซึโกะ...”
ยังพูดไม่ทันจบ ร่างไร้หัวของอสูรที่อยู่ข้างๆ ก็พยายามจะลอบโจมตีทันจิโร่ เห็นดังนั้น เนซึโกะจึงเตะร่างอสูรกระเด็นออกไปอีกครั้ง “เหลือเชื่อ... เมื่อกี้มันขยับ... ทั้งที่หัวขาดไปแล้วเนี่ยนะ...” ทันจิโร่คิดในใจ
“พวกแกสองคน...” หัวของอสูรส่งเสียงพูดออกมา “ว่าแล้วเชียว ตัวหนึ่งเป็นอสูรนี่เอง มิน่าล่ะถึงรู้สึกแปลกๆ ทำไมอสูรกับมนุษย์ถึงมาอยู่ด้วยกันได้...?”
“เชี่ยเอ้ย มันพูดได้ด้วย!” ทันจิโร่ตะโกนลั่น
ในขณะนั้นเอง ร่างของอสูรที่ถูกเตะกระเด็นไปก็พุ่งเข้าใส่เนซึโกะ เห็นท่าไม่ดี ทันจิโร่คว้าขวานที่อยู่ใกล้มือแล้วตะโกน “หยุดนะ!” ก่อนจะวิ่งถลันเข้าไปขวาง
ทว่า จู่ๆ หัวของอสูรก็งอกแขนเล็กๆ คู่ออกมา แล้วพุ่งเข้าโจมตีทันจิโร่อย่างรวดเร็ว ทันจิโร่ตอบโต้ทันควัน เหวี่ยงขวานกลับหลังฟันใส่หัวอสูร แต่อสูรอ้าปากกว้าง ใช้เขี้ยวแหลมงับคมขวานไว้ได้
ด้านเนซึโกะที่สู้แรงร่างอสูรไม่ไหวล้มลงกับพื้น ร่างอสูรกระหน่ำเตะใส่ร่างของเนซึโกะไม่ยั้ง เนซึโกะส่งเสียงร้องด้วยความเจ็บปวด จากนั้นเธอก็ถูกร่างอสูรจับเหวี่ยงเข้าไปในป่ามืดทึบ
ทันจิโร่อยากจะเข้าไปช่วยน้องสาว แต่ในตอนนี้ หัวอสูรกลับใช้เส้นผมของมันพันธนาการมือทั้งสองข้างของทันจิโร่ไว้แน่น “นี่มันตัวบ้าอะไรกันเนี่ย งอกมือออกมาได้ด้วย” ทันจิโร่งุนงงไปหมด แต่สิ่งเดียวที่เขาต้องการตอนนี้คือรีบไปช่วยเนซึโกะ “ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้นะ! ข้าต้องไปช่วยเนซึโกะ” จากนั้นเขาก็รวบรวมแรงทั้งหมดตะโกนลั่น “ไสหัวไป!”
และแล้ว ท่าไม้ตายในตำนาน ‘ลูกโหม่งมรณะ’ ก็กระแทกเข้าใส่หัวอสูรอย่างจัง อสูรร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดและถูกแรงกระแทกซัดกระเด็นไปไกล
“หัวไอ้เจ้านี่มันแข็งชะมัด...” “หัวแข็งเป็นบ้า...”
จากนั้นทันจิโร่ก็คว้าหัวอสูรขึ้นมา แล้วระดมโขกหัวตัวเองใส่หัวอสูรไม่ยั้ง อสูรถึงกับมึนงงทำอะไรไม่ถูก ทันจิโร่รีบคว้าด้ามขวานแล้วเหวี่ยงขวานที่ติดหัวอสูรไปปักที่ต้นไม้ใหญ่ เสียง “ฉึก” ดังสนั่น ทั้งขวานและหัวอสูรถูกตรึงติดกับลำต้นไม้
เมื่อเห็นว่าหัวอสูรขยับไปไหนไม่ได้แล้ว ทันจิโร่ก็รีบวิ่งไปทางทิศที่เนซึโกะถูกโยนไป “ข้าจะเอาผมพันขวาน แต่มันพันกันยุ่งเหยิงไปหมด... โธ่เว้ย!” อสูรตะโกนด้วยความเจ็บใจ
ในขณะเดียวกัน ในป่าลึก เนซึโกะที่ถูกร่างอสูรโยนเข้ามา กำลังถูกร่างอสูรเล่นงานอย่างหนักจนไม่มีทางสู้ ทันจิโร่ตะโกนเรียกชื่อน้องสาวด้วยความร้อนรน “เนซึโกะ อยู่ไหน?!”
ด้วยจมูกที่ไวต่อกลิ่น ทันจิโร่หาตัวเนซึโกะเจออย่างรวดเร็ว เห็นเธอกำลังถูกร่างอสูรซ้อมอยู่ “เนซึโกะ!” ทันจิโร่ตะโกนลั่น เขาพุ่งเข้าชนร่างอสูรเต็มแรง แต่ผิดคาด แรงปะทะทำให้ทั้งคู่เสียหลักพุ่งไปยังหน้าผาด้านหน้า
ในวินาทีที่ทันจิโร่และร่างอสูรกำลังจะร่วงลงสู่หุบเหว มือคู่หนึ่งจากด้านหลังก็คว้าตัวทันจิโร่ไว้ได้อย่างมั่นคง เป็น ยามาโตะ ที่มาถึงพอดี
ยามาโตะออกแรงดึงเพียงนิดเดียว ร่างของทันจิโร่ก็ถูกดึงกลับขึ้นมา เนซึโกะที่อยู่ข้างๆ มองยามาโตะด้วยสายตาหวาดระแวง เพราะเมื่อครู่นี้ เธอยังเคลื่อนไหวได้ไม่เร็วเท่ายามาโตะเลยด้วยซ้ำ
ร่างของอสูรร่วงหล่นลงสู่ก้นเหว หัวของอสูรสัมผัสได้ถึงชะตากรรมของร่างต้นก็กรีดร้องออกมา ก่อนจะสิ้นสติไป
“ไม่เป็นไรนะ?” ยามาโตะส่งยิ้มให้
“คุณ... คุณเป็นใครครับ?” ทันจิโร่ถาม “ชั้นเป็นศิษย์น้องของคุณโทมิโอกะ กิยู มารับพวกนายน่ะ ขอโทษทีที่มาช้า” ยามาโตะอธิบาย
ได้ยินดังนั้น ทันจิโร่ก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก เขารีบวิ่งไปช่วยประคองน้องสาวขึ้นมา กอดเธอไว้ในอ้อมแขน พลางเช็ดบาดแผลให้เนซึโกะอย่างเบามือ “ไม่เป็นไรนะ เนซึโกะ...?”
ยามาโตะมองดูสองพี่น้องแล้วรำพึงในใจ “สายใยพี่น้องของพวกเขาลึกซึ้งจริงๆ...” เขาเหมือนจะนึกอะไรขึ้นได้ ยามาโตะหยิบ ‘ยารักษาบาดแผล’ สองเม็ดออกมาจากช่องเก็บของในระบบ “เอ้านี่ กินคนละเม็ดซะ มันดีต่อบาดแผล”
แม้ยามาโตะจะรู้ดีว่าแผลแค่นี้สำหรับอสูรอย่างเนซึโกะเดี๋ยวก็หาย แต่เพื่อไม่ให้ทันจิโร่สงสัย เขาจึงให้กินทั้งคู่ “นี่มัน...” ทันจิโร่มองดูยาเม็ดสีเขียวอ่อนในมือแล้วส่งเสียงสงสัย ยาเม็ดนี้ส่งกลิ่นหอมสมุนไพรอ่อนๆ ดูล้ำค่าตั้งแต่แรกเห็น ทันจิโร่รู้สึกเกรงใจ
แต่ยามาโตะคะยั้นคะยอให้เขารีบกิน ไม่นาน ทันจิโร่ก็กินยาเข้าไป และบาดแผลของเขาก็เริ่มสมานตัวอย่างรวดเร็ว เมื่อเห็นผลลัพธ์ เขาจึงป้อนยาให้เนซึโกะกิน พอกินยาเข้าไป เนซึโกะเบิกตากว้าง ราวกับได้รับความพึงพอใจอย่างมหาศาล ดวงตาของเธอจ้องมองยามาโตะเป็นประกาย เหมือนจะบอกว่า “ขออีกเม็ด”
ยามาโตะมองดูเนซึโกะที่แสนน่ารักน่าเอ็นดู แล้วก็หยิบยารักษาออกมาให้อีกเม็ด ยังไงซะยาพวกนี้เขาก็สุ่มได้มาเป็นกะตั๊กจากระบบ จะให้เพิ่มอีกเม็ดก็ไม่เสียหายอะไร
หลังจากจัดการทุกอย่างเรียบร้อย ยามาโตะและสองพี่น้องก็เดินกลับมาที่หัวของอสูร ยามาโตะเอ่ยขึ้น “ไปฆ่ามันซะ...”
เดิมทียามาโตะไม่อยากทำแบบนี้ แต่พอนึกถึงอะไรบางอย่างได้ เขาจึงตัดสินใจทำตามบททดสอบที่อุโรโกะดากิเคยใช้กับทันจิโร่ในชาติก่อน...
ทันจิโร่หยิบมีดสั้นขึ้นมา มือสั่นเทาขณะมองดูหัวอสูรตรงหน้า “ต้องฆ่าเขาเหรอ...? ต้องลงมือสินะ...” ทันจิโร่หอบหายใจถี่
ยามาโตะมองดูภาพนั้นแล้วถอนหายใจ แม้คนในชาติก่อนจะชื่นชมว่าทันจิโร่เป็นคนอ่อนโยนมาก แม้แต่กับอสูร แต่บ่อยครั้ง ความอ่อนโยนนี้แหละที่เป็นจุดอ่อนร้ายแรงสำหรับตัวเขาเอง
เห็นทันจิโร่ลังเลไม่กล้าลงมือ ยามาโตะจึงพูดขึ้น “ทำแบบนั้นฆ่ามันไม่ได้หรอก...”
“งั้น... งั้นต้องทำยังไงถึงจะฆ่าได้ครับ?” ทันจิโร่ถาม
“อย่าถามชั้น นายต้องคิดหาวิธีด้วยตัวเอง” ยามาโตะนั่งลงข้างๆ เฝ้าดูการกระทำของทันจิโร่เงียบๆ
ทันจิโร่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วหยิบก้อนหินใหญ่แถวนั้นขึ้นมา คิดในใจว่า “ในเมื่อมีดฆ่าไม่ได้ งั้นต้องทุบหัวให้แหลก แต่นั่นคงทำให้เขาเจ็บปวดทรมานมาก... ไม่มีวิธีไหนที่จะฆ่าให้ตายในทีเดียวเลยเหรอ...?”
เวลาผ่านไปเรื่อยๆ แต่ทันจิโร่ก็ยังตัดใจลงมือไม่ได้ ในตอนนั้นเอง อสูรที่สลบไปก็ฟื้นขึ้นมา มันพยายามเหวี่ยงมือไปมาหวังจะทำร้ายทันจิโร่ ทว่า เมื่อดวงอาทิตย์ค่อยๆ โผล่พ้นขอบฟ้า อสูรก็เริ่มส่งเสียงร้องโหยหวนและค่อยๆ สลายกลายเป็นเถ้าถ่าน
“ติ๊ง! ขอแสดงความยินดี ได้รับแต้มเหวี่ยงดาบ 50,000 แต้ม” “หือ? น้อยกว่าคราวที่แล้วแฮะ...”
...
ทันจิโร่อ้าปากค้างมองดูภาพตรงหน้า แล้วฉุกคิดขึ้นได้ รีบวิ่งไปหาน้องสาว แต่เนซึโกะถูกยามาโตะพาหลบแดดเข้าไปในตัวศาลเจ้าเรียบร้อยแล้ว
แสงอาทิตย์รุ่งอรุณสาดส่องกระทบใบหน้า ความมืดมิดอันน่าสะพรึงกลัวถอยร่นไป และความชั่วร้ายที่ซ่อนเร้นในเงามืดก็อันตรธานหายไปอย่างไร้ร่องรอย ยามาโตะเหมือนจะรู้สึกสะเทือนใจเล็กน้อย แต่ความรู้สึกนั้นก็จางหายไปอย่างรวดเร็ว
“ตามชั้นมา แล้วก็พาน้องสาวมาด้วย” ยามาโตะบอกกับทันจิโร่
“อสูรกลัวแสงอาทิตย์ พอโดนแสงแดด พวกมันก็จะกลายเป็นเถ้าถ่านแบบนั้นแหละ” ทันจิโร่พยักหน้าเข้าใจ เขากลับไปพาเนซึโกะลงตะกร้า คลุมผ้าให้มิดชิดเพื่อป้องกันแสงแดด
จากนั้น ยามาโตะก็นำทางทันจิโร่มุ่งหน้ากลับสู่ภูเขาสางิริ
โปรดติดตามตอนต่อไป จบตอน By. charcoal gray silver gold ═❀═❀═❀═❀═❀═❀═