- หน้าแรก
- บันทึกวุ่นวายของนายผอ. กับเหล่าสัตว์โลกจอมป่วน
- บันทึกวุ่นวายของนายผอ. กับเหล่าสัตว์โลกจอมป่วน ตอนที่ 80 บรรพบุรุษตัวน้อยนี่เอาใจยากจริง ๆ
บันทึกวุ่นวายของนายผอ. กับเหล่าสัตว์โลกจอมป่วน ตอนที่ 80 บรรพบุรุษตัวน้อยนี่เอาใจยากจริง ๆ
บันทึกวุ่นวายของนายผอ. กับเหล่าสัตว์โลกจอมป่วน ตอนที่ 80 บรรพบุรุษตัวน้อยนี่เอาใจยากจริง ๆ
บันทึกวุ่นวายของนายผอ. กับเหล่าสัตว์โลกจอมป่วน ตอนที่ 80 บรรพบุรุษตัวน้อยนี่เอาใจยากจริง ๆ
“หนูอยากดูแพนด้า อยากดูแพนด้า!”
ทันทีที่หลิวเสวี่ยชิงกลับจากที่ทำงานและเปิดประตู ลูกสาววัยสี่ขวบของเธอก็ลุกพรวดจากพื้น พุ่งเข้าใส่และเกาะเธอแน่นเหมือนโคอาล่า กระโดดโลดเต้นไม่หยุด
“โอ๋ ๆ ลูกรัก ไม่ทักทายแม่ก่อนเหรอคะว่ากลับมาแล้ว?”
“อื้ม แม่กลับมาแล้ว”
หลิวเสวี่ยชิงทั้งขำทั้งระอา ลูบหัวลูกสาวตัวน้อย และมองไปทางพ่อของเธอที่นั่งดูทีวีอยู่บนโซฟา แม้พ่อจะไม่ได้พูดอะไร แต่แววตาก็ฉายความจนใจอย่างชัดเจน
คุณย่าเดินออกมาจากในครัวพร้อมจานอาหาร ยิ้มอย่างใจดี “อิงอิงบ่นอยากไปสวนสัตว์ดูแพนด้าทั้งวันเลยวันนี้”
หลิวเสวี่ยชิงเห็นบทความเกี่ยวกับสวนสัตว์หลินไห่ที่มีเพื่อนแชร์ในโซเชียลเมื่อไม่กี่วันก่อน เลยคิดว่าจะพาลูกสาวไปเที่ยวสุดสัปดาห์นี้ เธอเลยพูดเปรย ๆ ว่าสวนสัตว์หลินไห่มีนกยูงสวย ๆ เสือสง่างาม และแพนด้าน่ารัก ๆ
ผู้ใหญ่มักจะพูดเวอร์ ๆ เวลาหลอกล่อเด็ก เช่น เวลาพูดถึงเสือว่าดุร้ายแค่ไหน ก็จะทำมือกางกรงเล็บ ทำหน้าถมึงทึง แล้วคำราม แฮ่!
แต่คราวนี้ดูเหมือนจะได้ผลเกินคาด เพราะลูกสาวเธอจำฝังใจทันที ถามทุกวันเลยว่า “แม่ขา เมื่อไหร่เราจะไปสวนสัตว์ดูแพนด้าคะ?”
ก่อนไปทำงาน ‘แม่ขา อย่าลืมพาหนูไปดูแพนด้านะคะ!’ หลังเลิกงาน ‘แม่ขา วันนี้ไปดูแพนด้าได้ไหมคะ?’ ตอนกินข้าว ‘แม่ขา แพนด้ากินอะไรคะ?’ ก่อนนอน ‘แม่ขา เล่านิทานแพนด้าให้ฟังหน่อยค่ะ’“
ตอนหลิวเสวี่ยชิงไปทำงาน ลูกสาวก็จะไปเซ้าซี้ถามคุณปู่ไม่หยุด!
เธอเสียใจมาก รู้งี้ไม่น่ารีบพูดเลย น่าจะรอให้ถึงวันศุกร์ค่อยบอก
โชคดีที่ในที่สุดก็ถึงวันหยุดสุดสัปดาห์! ถ้าลูกสาวตื๊ออีกไม่กี่วัน เธอคงประสาทกินแน่
“โอเค ๆ พรุ่งนี้เราจะไปกัน! ไปแต่เช้าเลย!” หลิวเสวี่ยชิงพูดด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด เหมือนยกภูเขาออกจากอก
อิงอิงยิ้มแก้มปริทันที กอดคอแม่และหอมแก้มฟอดใหญ่ “แม่ขา หนูรักแม่ที่สุดเลย!”
เห็นอิงอิงวิ่งกลับไปเล่นของเล่นอย่างมีความสุข เล่นรถไฟบนพื้นต่อ หลิวเสวี่ยชิงก็หัวเราะอย่างจนใจ สบตากับพ่ออย่างรู้กัน สายตาที่สื่อความหมายได้โดยไม่ต้องพูด
การดูแล ‘ทรราชตัวน้อย’ นี่มันยากจริง ๆ!
เธอถามพ่อเป็นภาษาถิ่น “ป๊า พรุ่งนี้ไปสวนสัตว์ด้วยกันไหม? น่าสนุกนะ!”
คุณปู่มองเธอและโบกมือปฏิเสธอย่างหนักแน่น พร้อมส่ายหัว จากนั้นเขาก็ชี้นิ้วลงข้างล่าง
หลิวเสวี่ยชิงเข้าใจความหมาย เขาหมายถึงขอลงไปเดินเล่นข้างล่างคนเดียวดีกว่า
สุขภาพของชายชราไม่ค่อยดี เลยไม่ชอบออกไปไหนไกล ๆ เดินนาน ๆ แล้วเหนื่อย
อย่างไรก็ตามหลิวเสวี่ยชิงจะถามพ่อทุกครั้งก่อนออกไปไหน เพราะบางทีเขาก็อยากไป แต่ไม่มีทางเป็นฝ่ายเอ่ยปากก่อน เขาจะรอให้ชวน ถ้าเขาหันกลับไปดูทีวีโดยไม่ปฏิเสธ นั่นแปลว่าตกลง
หลังจากครอบครัวกินมื้อเย็นเสร็จ หลิวเสวี่ยชิงเล่นกับลูกสาวสักพัก สอนอิงอิงอ่านหนังสือ แล้วไปเช็คตู้เย็น
ในคอมเมนต์ของบทความ เธออ่านเจอว่าสวนสัตว์หลินไห่ไม่มีร้านอาหาร แนะนำให้กินให้อิ่มก่อนไป หรือเตรียมข้าวกล่องไปเอง ไม่งั้นถ้าหิวคงต้องกินขนมปังประทังชีวิต
เธอเลยตัดสินใจดูว่ามีอะไรในตู้เย็นบ้าง กะว่าจะทำข้าวกล่องก่อนนอน แล้วอุ่นตอนเช้าเพื่อเอาไปสวนสัตว์
สวนสัตว์หลินไห่ยังไม่ห้ามนำอาหารเข้า เพราะยังไงก็ปล่อยให้คนอดตายไม่ได้ในเมื่อไม่มีร้านอาหาร
หลิวเสวี่ยชิงเปิดตู้เย็น ค้นดูทุกซอกทุกมุม ในที่สุดเธอก็หยิบแครอท บรอกโคลี ข้าวโพด ขึ้นค่าย และน่องไก่ออกมา เธอหั่นแครอทเป็นลูกเต๋า แกะเมล็ดข้าวโพด หั่นขึ้นฉ่าย หักบรอกโคลีเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วลวกแยกกันในน้ำเดือด จากนั้นใส่ถุงซิปล็อก รีดอากาศออก และแช่ตู้เย็นเพื่อคงความสด
เธอทำแบบเดียวกันกับข้าวสวยหลังจากรอให้เย็นลง
พอน่องไก่ต้มสุก เธอเก็บน้ำซุปไว้ส่วนหนึ่ง จากนั้นตั้งกระทะใส่น้ำมัน ใส่ต้นหอม พริกไทยเสฉวน และกระเทียมสับลงไปผัดจนหอม อิงอิงเกลียดกลิ่นพริกไทย เธอเลยกรองเครื่องเทศออก แล้วเทน้ำมันลงในน้ำซุปไก่ เหยาะซีอิ๊วขาวเพิ่มรสชาติ
ซุปไก่และซอสพร้อมแล้ว
. . .
เช้าวันรุ่งขึ้น
หกโมงเช้า นาฬิกาปลุกดัง หลิวเสวี่ยชิงหาววอดขณะลุกจากเตียง
เธอหยิบข้าว น่องไก่ และผักที่เตรียมไว้เมื่อวานออกจากตู้เย็น ใส่หม้ออุ่น กลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วห้องทันที
ขณะที่เธอกำลังยุ่ง อิงอิงก็ตื่นและวิ่งมาเขย่งเท้าดูที่เตา ปกติอิงอิงชอบนอนตื่นสาย ถ้าไม่ปลุกก็นอนยันเก้าโมง แต่ตื่นเองแบบนี้ แสดงว่าตื่นเต้นที่จะไปสวนสัตว์จริง ๆ
“แม่ขา ทำอะไรคะ?”
“แม่กำลังทำข้าวกล่องมื้อเที่ยงจ้ะ มีแครอท ขึ้นฉ่าย ข้าวโพด น่องไก่ อยากชิมไหม?” หลิวเสวี่ยชิงพูดเสียงอ่อนโยนขณะคีบน่องไก่ขึ้นมา
อิงอิงขมวดคิ้วมองน่องไก่ “ใหญ่เกินไป หนูหม่ำไม่หมดหรอก!”
“ไม่เป็นไร ถ้ากินไม่หมดก็ให้พ่อช่วยกิน”
“เกิดอะไรขึ้น เกิดอะไรขึ้น?” พ่อของอิงอิงก็ตื่นแล้วเหมือนกัน เดินดมกลิ่นและขยี้ตามา “ว้าว ไม่เลวเลย ดูดีต่อสุขภาพนะเนี่ย”
พอหลิวเสวี่ยชิงอุ่นทุกอย่างเสร็จ ก็ราดซอสซุปไก่แวววาวลงไป ข้าวกล่องเพื่อสุขภาพ สารอาหารครบ และอร่อยพร้อมเสิร์ฟ สุดท้ายเธอล้างมะเขือเทศราชินีรสเปรี้ยวหวานและใส่ลงในกล่องข้าวด้วย
ข้าวกล่อง น้ำเปล่า และผลไม้พร้อม ครอบครัวพ่อแม่ลูกกินมื้อเช้าข้างล่าง จากนั้นพ่ออิงอิงก็ขับรถมุ่งหน้าสู่สวนสัตว์พร้อมแม่และลูกสาว!
. . .
แดดจ้า ต้นไม้เขียวขจี
เช้าตรู่แบบนี้คนก็เยอะแล้ว และส่วนใหญ่เป็นครอบครัวพ่อแม่ลูกเหมือนพวกเขา มีแม้กระทั่งเบบี๋นอนดูดนิ้วในรถเข็น
“บรรยากาศที่นี่ดีจัง ต้นไม้เยอะดี”
“ใช่ ลมพัดเย็นสบายด้วย”
หลิวเสวี่ยชิงและพ่อของอิงอิงคุยกันอย่างกระตือรือร้น ขณะที่อิงอิงถือตั๋วสวนสัตว์ในมือข้างหนึ่งและจับนิ้วพ่ออีกข้าง ยิ้มหวานตาเป็นประกาย เดินตัวปลิวแทบจะกระโดดทุกก้าว
วันนี้เธอใส่หมวกแก๊ปเด็กสีขาว ผมหางม้ายาวประบ่าโผล่ออกมาจากรูด้านหลังหมวก เด้งดึ๋งไปตามจังหวะก้าวเดินอย่างมีความสุข
หลิวเสวี่ยชิงมองดูด้วยความขำขันและบอกให้อิงอิงหยุดเดิน เธอจัดเป้สีแดงที่ไหลลงมาเพราะแรงกระโดดให้เข้าที่ จริง ๆ ในเป้มีแค่น้ำขวดเดียว แต่อิงอิงชอบสะพาย
เธอลูบหัวลูกสาวด้วยรอยยิ้ม และถามว่า “อิงอิง ดีใจไหมที่ได้มาสวนสัตว์?”
“ดีใจค่ะ~” อิงอิงตอบเสียงใส
“แล้วอยากดูตัวอะไรคะ?”
“แพนด้า~”
“แล้วอยากดูตัวอะไรอีกไหม?”
อิงอิงมองซ้ายมองขวาด้วยแววตาสงสัยพูดไม่ออกอยู่นาน สุดท้ายก็ตอบว่า “แพนด้า!”
“ฮ่าฮ่าฮ่า!” พ่ออิงอิงหัวเราะ บีบจมูกลูกสาว “มีสัตว์ตั้งเยอะแยะ ยัยเด็กบ๊อง จำได้แต่แพนด้า มันคือแพนด้าแดงต่างหากรู้ไหม”
แต่ดูจากสีหน้าไร้เดียงสาของอิงอิง ชัดเจนว่าเธอไม่รู้ความแตกต่างระหว่างแพนด้ายักษ์กับแพนด้าแดง สำหรับเธอ แพนด้าก็คือแพนด้า