- หน้าแรก
- บันทึกวุ่นวายของนายผอ. กับเหล่าสัตว์โลกจอมป่วน
- บันทึกวุ่นวายของนายผอ. กับเหล่าสัตว์โลกจอมป่วน ตอนที่ 81 อยากให้มีธรณีสูบ!
บันทึกวุ่นวายของนายผอ. กับเหล่าสัตว์โลกจอมป่วน ตอนที่ 81 อยากให้มีธรณีสูบ!
บันทึกวุ่นวายของนายผอ. กับเหล่าสัตว์โลกจอมป่วน ตอนที่ 81 อยากให้มีธรณีสูบ!
บันทึกวุ่นวายของนายผอ. กับเหล่าสัตว์โลกจอมป่วน ตอนที่ 81 อยากให้มีธรณีสูบ!
ลานกว้างซึ่งเคยโล่งเตียนหลังรื้อรูปปั้นเด็กชายออกไป ตอนนี้มีต้นไม้ใหญ่แผ่กิ่งก้านสาขาปลูกแยกกัน ล้อมรอบด้วยแปลงดอกไม้ ทันทีที่ก้าวเข้ามาในบริเวณนี้ ก็จะได้กลิ่นหอมของดอกไม้สดชื่น
ตัดกับพื้นหลังสนามหญ้าสีเขียวมรกต ดอกไม้สีสดใสยิ่งดูมีชีวิตชีวา สร้างความเบิกบานใจให้ผู้มาเยือน หากเหนื่อย ก็สามารถนั่งพักบนม้านั่งข้างแปลงดอกไม้ ผ่อนคลายใต้ร่มไม้เย็นสบาย
เดินลงมาจากลานกว้าง ด้านนอกของทางเดิน มีสนามหญ้าสีเขียวอ่อนกว้างสุดลูกหูลูกตา กั้นด้วยรั้วไม้ธรรมชาติเรียบง่าย ดึงดูดผู้เข้าชมจำนวนมากให้หยุดดู
“อิงอิง ดูสิ นกยูง!”
หลิวเสวี่ยชิงสอดมือใต้รักแร้อิงอิงและยกตัวลูกสาวขึ้นมาแนบอก เพื่อให้อิงอิงอยู่ในระดับสายตาเดียวกับเธอ เปิดมุมมองให้กว้างขึ้น ในขณะที่พ่อของอิงอิงหยิบกล้องออกจากกระเป๋าเป้และกลายเป็นช่างภาพส่วนตัวอยู่ข้างหลัง
อิงอิงมองไปที่สนามหญ้าข้างหน้าด้วยความอยากรู้อยากเห็น นกยูงหลายตัวอยู่ไกลออกไป เดินอย่างกระฉับกระเฉงและเบาสบายระหว่างต้นไม้และพุ่มไม้ ดูมีชีวิตชีวา หางยาวของพวกมันขนานกับพื้น และหัวก็ผงกตามจังหวะก้าว ก้มลงมองหาแมลงเป็นระยะ
อีกตัวยืนห่างจากรั้วไม้แค่ครึ่งเมตร แทบจะเอื้อมมือถึง ยืนอย่างมั่นใจให้ผู้คนชื่นชมความงาม ขนสีน้ำเงินที่คอเหมือนผ้าไหมนุ่มลื่น เป็นประกายเหลือบทองเขียว
หลังคอมีแถบสีเขียวหญ้า ส่วนที่เหลือถูกปีกที่พับอยู่สองข้างปิดไว้ มีลายขาวดำเด่นชัด แต่ที่สะดุดตาที่สุดแน่นอนว่าเป็นกระโปรงขนหาง
มันเชิดหัวสูง มองไปรอบ ๆ ผู้เข้าชมอย่างภาคภูมิใจ หงอนบนหัวเหมือนดอกไม้ประดับ พลิ้วไหวตามการขยับหัว
หลิวเสวี่ยชิงมองนกยูง เคลิ้มไปนิดหน่อย เธอเองก็เคยมาสวนสัตว์กับแม่ตอนเด็ก ๆ แต่จำอะไรไม่ได้แล้ว วันนี้ได้เห็นนกยูงพวกนี้ นอกจากจะถูกดึงดูดด้วยความมั่นใจและความงาม และสัมผัสกลิ่นอายธรรมชาติที่ห่างหายไปนานในเมือง มันยังทำให้ความทรงจำหวนคืนมา
หรือว่าตอนเด็ก ๆ แม่ก็อุ้มเธอแบบนี้เหมือนกัน เพื่อให้เธอเห็นสัตว์ชัดขึ้น?
เสียดายที่พ่อแม่ที่แก่เฒ่าของเธออยู่บ้านวันนี้ สำหรับสวนสัตว์สวย ๆ แบบนี้ เธอน่าจะกล่อมให้ท่านมาด้วย จะได้ฟังแม่เล่าว่าเห็นอะไรบ้าง และมีเรื่องอะไรน่าสนใจเกิดขึ้นไหม
“แม่ขา ตัวนี้เรียกว่าอะไรคะ?” อิงอิงถามขึ้นมา
“นกยูงจ้ะลูก” หลิวเสวี่ยชิงถือโอกาสสอนลูก “ตัวที่มีหางยาวเหมือนใส่กระโปรงคือตัวผู้ ตัวที่ไม่มีคือตัวเมีย ในสัตว์ ตัวผู้คือผู้ชาย ตัวเมียคือผู้หญิง”
อิงอิงยังงง ๆ กับคำว่าตัวผู้ตัวเมีย แต่เธอรู้ความแตกต่างระหว่างเด็กชายกับเด็กหญิง
เธอถามอย่างสงสัย “ทำไมมันใส่กระโปรงถ้าไม่ใช่ผู้หญิงคะ?”
ดูเหมือนจะเป็นการเกี้ยวพาราสี หลิวเสวี่ยชิงเองก็ไม่แน่ใจนัก
พอดีมีป้ายตั้งอยู่ใกล้ ๆ เธอเลยเดินไปอ่านข้อความ
ป้ายนี้แนะนำนิสัยและวิธีผสมพันธุ์ของนกยูงเป็นหลัก บอกว่านกยูงรำแพนหางเพื่อเกี้ยวพาราสี และอาจต่อสู้กันแย่งตัวเมีย
หลิวเสวี่ยชิงอธิบายง่าย ๆ “เพราะมันอยากจีบสาว มันเลยต้องแต่งตัวสวย ๆ เพื่อให้สาวประทับใจจ้ะ”
ทันใดนั้นนกยูงก็ยกหางขึ้นอย่างภาคภูมิใจ และหางก็แผ่ออกเป็นพัด เผยให้เห็นดวงตาสีน้ำเงินงดงามบนขนหางยาว จากนั้นก็เริ่มสั่นระริก เหมือนมีสายลมพัดผ่าน
“ว้าว!”
“สวยจัง!”
ผู้เข้าชมอุทาน และอิงอิงก็เบิกตากว้างด้วยความทึ่ง “แม่ขา นกยูงเป็นอะไรคะ?”
“นี่คือนกยูงรำแพนหางจ้ะ”
นักท่องเที่ยวคนหนึ่งถือมือถือถ่ายรูป ตะโกนอย่างตื่นเต้น “เฮ้ ๆ หันมาหน่อย! มองทางนี้สิ!”
นกยูงได้ยินเสียงก็หันมาจริง ๆ! แบกพัดหางอย่างภาคภูมิใจ เดินอวดโฉมเหมือนนายแบบบนแคทวอล์ค
“ว้าว นกยูงตัวนี้ตลกจัง!”
“น่าสนใจแฮะ”
“โย่ ๆ เร็วเข้า เสี่ยวจื้อ เอาขนมปังให้มันกินสิ!”
ผู้ปกครองคนหนึ่งยัดขนมปังใส่มือเด็กและยุให้เด็กยื่นให้ เด็กน้อยรับขนมปังอย่างดีใจและกำลังจะยัดผ่านช่องรั้ว
“อ่า นี่มัน . . .”
หลิวเสวี่ยชิงขมวดคิ้ว ป้ายข้าง ๆ ก็เขียนชัดเจนว่า “รักหนู อย่าป้อนอาหารหนู” ทำแบบนี้ไม่ดีเลย
เด็กเล็กไม่รู้ถูกผิด ผู้ใหญ่ต้องคอยแนะนำ ไม่อย่างนั้นเด็กจะเข้าใจผิด
ขณะที่เธอกำลังลังเลว่าจะพูดดีไหม ทันใดนั้นลำโพงด้านหลังก็ดังขึ้นทำเอาทุกคนสะดุ้ง “ห้ามให้อาหารสัตว์ในสวนสัตว์ ผู้ปกครองเสื้อเทากางเกงดำ ใช่ครับ ไม่ต้องมองซ้ายมองขวา คุณนั่นแหละครับ รบกวนให้ลูกเอาขนมปังกลับมาด้วย ขอบคุณสำหรับความร่วมมือครับ”
ที่แท้มีกล้องและลำโพงติดอยู่บนเสาไฟด้านหนึ่ง และเสียงก็มาจากตรงนั้น
ผู้ปกครองเสื้อเทา ถูกสายตาแปลก ๆ ของนักท่องเที่ยวรุมมอง หน้าแดงก่ำ อายจนอยากจะแทรกแผ่นดินหนี เขารีบดึงลูกเดินออกจากฝูงชน
เด็กถามงง ๆ “พ่อ เป็นไรอ่ะ เกิดไรขึ้น? ผมยังไม่ได้ป้อนนกยูงเลย”
ผู้ปกครองเสื้อเทาพูดอย่างสำนึกผิดปนอาย “ป้อน เปิ้น อะไร ไม่ได้ยินเขาบอกห้ามป้อนเหรอ ไปดูอย่างอื่นกันเถอะ”
“งั้นไม่ป้อนก็ได้ ขอดูเฉย ๆ”
ผู้ปกครองเสื้อเทารู้สึกว่าสายตารอบข้างเริ่มร้อนแรงขึ้น เหมือนทุกคนกำลังหัวเราะเยาะเขา เขาตบหน้าผากลูกเบา ๆ และลดเสียงลง “อย่าพูดมาก รีบไปเร็ว ๆ”
“แง ไม่เอา จะดูนกยูง”
เด็กน้อยร้องไห้จ้า เหลียวมองนกยูงแสนสวยอย่างอาลัยอาวรณ์ขณะถูกลากไป
ผู้เข้าชมบางคนที่คิดจะให้อาหารแต่ยังไม่ได้ทำแอบโล่งใจ ดีนะที่มีพ่อเสื้อเทาเป็นหน่วยกล้าตาย ไม่งั้นคนที่อับอายขายขี้หน้าคงเป็นพวกเขา
ตอนนั้นเองเหออี้เฟยในชุดยูนิฟอร์มก็เดินเข้ามาหากลุ่มคนและอธิบายอย่างอดทน “ขออภัยในความไม่สะดวกนะครับ แต่รบกวนงดให้อาหารสัตว์ คนดูแลสัตว์ของเราจัดเตรียมอาหารตามความต้องการของพวกมันอย่างละเอียด และอาหารมนุษย์หลายอย่างไม่เหมาะกับพวกมัน การให้มั่วซั่วอาจทำให้พวกมันป่วยได้ครับ ผมมั่นใจว่าทุกคนอยากเห็นสัตว์ที่ร่าเริงและสวยงาม ไม่ใช่สัตว์ป่วยที่ทรมาน จริงไหมครับ?”
“สวนสัตว์เราเข้าใจความต้องการของทุกคนที่อยากใกล้ชิดสัตว์ เราจึงจัดพื้นที่ ‘ฟาร์มเล็ก ๆ’ ไว้ให้โดยเฉพาะ ซึ่งคุณสามารถใกล้ชิด ป้อนอาหารอัลปากา และถ่ายรูปได้ คนดูแลสัตว์จะจัดเตรียมอาหารให้ที่นั่น นอกจากโซนนั้น พื้นที่อื่นในสวนสัตว์ห้ามให้อาหารเด็ดขาด และมีกล้องวงจรปิดติดทั่ว ขอบคุณสำหรับความร่วมมือครับ”
แปะ แปะ แปะ
มีคนเริ่มปรบมือ และผู้เข้าชมคนอื่นก็ปรบมือตามอย่างกระตือรือร้น หลิวเสวี่ยชิงก็อดไม่ได้ที่จะร่วมปรบมือด้วย แม้อิงอิงจะไม่เข้าใจว่าปรบมือทำไม แต่เธอก็เลียนแบบทุกคนและตบมือเล็ก ๆ ของเธออย่างมีความสุข