- หน้าแรก
- บันทึกวุ่นวายของนายผอ. กับเหล่าสัตว์โลกจอมป่วน
- บันทึกวุ่นวายของนายผอ. กับเหล่าสัตว์โลกจอมป่วน ตอนที่ 62 เต้นรำหน้าหมู่บ้าน ปูนซีเมนต์พร้อมเสิร์ฟ
บันทึกวุ่นวายของนายผอ. กับเหล่าสัตว์โลกจอมป่วน ตอนที่ 62 เต้นรำหน้าหมู่บ้าน ปูนซีเมนต์พร้อมเสิร์ฟ
บันทึกวุ่นวายของนายผอ. กับเหล่าสัตว์โลกจอมป่วน ตอนที่ 62 เต้นรำหน้าหมู่บ้าน ปูนซีเมนต์พร้อมเสิร์ฟ
บันทึกวุ่นวายของนายผอ. กับเหล่าสัตว์โลกจอมป่วน ตอนที่ 62 เต้นรำหน้าหมู่บ้าน ปูนซีเมนต์พร้อมเสิร์ฟ
ถังเสี่ยวซินและเฉียนเค่อเค่อหลงเสน่ห์ส่วนจัดแสดงแพนด้าแดงอยู่นานถึงสองชั่วโมง แพนด้าแดงน่ารักเกินต้าน!
แน่นอนว่าส่วนหนึ่งต้องขอบคุณองค์ประกอบต่าง ๆ ที่ออกแบบมาอย่างใส่ใจในส่วนจัดแสดง ซึ่งช่วยให้แพนด้าแดงได้แสดงพฤติกรรมตามธรรมชาติที่หลากหลาย ทำให้ดูได้ไม่รู้เบื่อ ไม่ว่าจะดูนานแค่ไหนก็ตาม
กว่าจะออกจากส่วนจัดแสดงแพนด้าแดง ก็เกือบเที่ยงแล้ว
สองสาวน้อยโทรหาพ่อแม่เพื่อส่งรูปถ่ายและรายงานความปลอดภัย ก่อนจะเริ่มกินมื้อเที่ยง
เฉียนเค่อเค่อหยิบแซนด์วิชออกมาจากเป้ฉลาม ส่วนถังเสี่ยวซินหยิบแฮมเบอร์เกอร์ออกมาจากเป้หมี ทั้งคู่นั่งบนม้านั่งยาวที่ลานกว้างหน้าทางเข้า กินอย่างมีความสุขพลางชมท่วงท่าอันสง่างามของนกยูงที่เดินทอดน่องบนสนามหญ้า
เฉียนเค่อเค่อแกว่งเท้าเล็ก ๆ ไปมาและอุทาน “สวนสัตว์เป็นที่ที่วิเศษจังเลย!”
“อื้ม!” ถังเสี่ยวซินพยักหน้าเห็นด้วย กัดแฮมเบอร์เกอร์คำโตและพูดอู้อี้ “อื้อ ๆ ติดอย่างเดียวคือไม่มีร้านอาหาร ฉันต้องไปเสนอพี่ฟางเย่ให้เปิดร้านอาหารในสวนสัตว์ซะแล้ว”
หลังจากกินเสร็จ พวกเธอก็เก็บขยะและเดินชมสวนสัตว์ต่อ
จิ้งจอกแดงหลายตัวเริ่มมีแฟนคลับแล้ว และวันนี้ก็มีผู้เข้าชมบางคนมาเพื่อดูพวกมันโดยเฉพาะ กดชัตเตอร์กล้องรัว ๆ
เสี่ยวเฉียว ซึ่งเกาะอยู่บนหินก้อนใหญ่ แค่เหลือบมองพวกมนุษย์หน้าโง่ แฟนคลับก็กรี๊ดทันที “เสี่ยวเฉียว เสี่ยวเฉียว!”
จนคนดูแลสัตว์ต้องเตือนให้เบาเสียงลง
เจียวเจียวกำลังงีบหลับในกรง ลิงกังกำลังแกว่งไกวบนสะพานเชือก
หลังจากเดินดูจนทั่ว พวกเธอก็มาถึง ‘ฟาร์มเล็ก ๆ’ โรงเรือนด้านหลังของฟาร์มเล็ก ๆ ตกแต่งสไตล์ฟาร์มแท้ ๆ มีหลังคาทรงสามเหลี่ยมมุงด้วยแผ่นอะคริลิกใส และรั้วไม้แข็งแรงแบ่งเป็นคอก ๆ พื้นปูด้วยฟางแห้งสีเหลือง
ถังเสี่ยวซินกำชับเฉียนเค่อเค่อ “ข้างในนี้มีอัลปากาตัวนึงเอกลักษณ์มาก! ชื่อ พี่เอ้าเทียน มันเกลียดการโดนถ่ายรูปที่สุด ถ้าใครถ่ายมันจะหงุดหงิดและอาจจะพ่นน้ำลายใส่ แล้วน้ำลายอัลปากาก็เหม็นสุด ๆ เลยนะ!”
เฉียนเค่อเค่อเริ่มกังวล “เอ๊ะ? พี่เอ้าเทียนหน้าตาเป็นยังไงเหรอ?”
“เอ่อ . . . หน้าตามันก็มีเอกลักษณ์มากเหมือนกัน เอาเป็นว่าเห็นปุ๊บจำได้ปั๊บแน่นอน”
ขณะที่คุยกัน พวกเธอก็เดินเข้าไปในโรงเรือน ซึ่งมีนักท่องเที่ยวกำลังลูบคลำและถ่ายรูปกับอัลปากาอยู่
เห็นสองสาวน้อยเดินเข้ามา อัลปากาสีน้ำตาลในคอกถัดไปก็หันหัวมา ขนบนหัวหนาเตอะ เหมือนสวมหมวกสักหลาดใบโต และดวงตากลมโตฉายแววอ่อนโยน
วันนี้หลานลี่ก็อยู่ที่ฟาร์มเล็ก ๆ ด้วย เธอยังจำถังเสี่ยวซินได้และทักทายด้วยรอยยิ้ม “ไงจ๊ะสาวน้อย สวัสดีจ้ะ~”
“สวัสดีค่ะ พี่สาว!” ถังเสี่ยวซินทักทายอย่างสุภาพและแนะนำให้เฉียนเค่อเค่อรู้จัก “พี่เขาเคยดูแลเสือขาวด้วยนะ”
หลานลี่ยิ้มอย่างอบอุ่นและยื่นข้าวโพดครึ่งฝักให้พวกเธอคนละอัน “ไปให้อาหารอัลปากาสิจ๊ะ ระวังด้วยนะ อัลปากาส่วนใหญ่ของเราเชื่องมาก ลูบได้ ถ่ายรูปด้วยก็ได้ถ้าพวกมันอารมณ์ดี แต่ถ้ามันขัดขืนก็ปล่อยไป แต่อย่าเข้าใกล้อัลปากาข้างนอกมากเกินไปนะ”
“พี่เอ้าเทียนอยู่ไหนคะ?” ถังเสี่ยวซินถามด้วยความอยากรู้
“พี่เอ้าเทียนอยู่ข้างนอกบนสนามหญ้าจ้ะ” หลานลี่ชี้ไปทางประตูไม้ที่ปลายโรงเรือน “ตราบใดที่ไม่ไปแหย่มัน พี่เอ้าเทียนก็เชื่องมากนะ เรามีคนดูแลสัตว์อยู่แถวนั้นคอยเตือนด้วย”
“อ๋อ!”
คราวที่แล้วที่ถังเสี่ยวซินมาดูอัลปากา เธอตกใจพี่เอ้าเทียนจนรีบหนีไป แต่คราวนี้เธอได้โอกาสดูพวกมันดี ๆ แล้ว
เห็นอัลปากาหมวกสักหลาดยังมองมาที่เธอ ถังเสี่ยวซินจึงเป็นฝ่ายเดินเข้าไปหา “ไปป้อนมันกันเถอะ”
เฉียนเค่อเค่อประหม่านิดหน่อย ลังเลที่จะตามไป เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้ใกล้ชิดสัตว์ใหญ่ขนาดนี้ “เสี่ยวซิน มันจะกัดเราไหม?”
ถังเสี่ยวซินจับมือเฉียนเค่อเค่อและปลอบ “ไม่เป็นไรหรอก พี่สาวก็บอกแล้วนี่นาว่าอัลปากาที่นี่เชื่องมาก แถมยังมีรั้วกั้นด้วย”
เห็นสองสาวน้อยเดินเข้ามา อัลปากาหมวกสักหลาดก็ค่อย ๆ ก้มคอลง ยื่นหัวผ่านช่องแคบ ๆ เหนือรั้ว หูยาวรูปกระสวยขยับไปมา และดมฟุดฟิดใกล้หน้าพวกเธอ ถังเสี่ยวซินถือโอกาสลูบหัวมัน อัลปากาไม่แสดงอาการขัดขืนและยอมให้ลูบอย่างสงบ
จากนั้นอัลปากาก็สังเกตเห็นข้าวโพดในมือเธอและแสดงความสนใจทันที ยืดคอลงมาต่ำกว่าเดิม ถังเสี่ยวซินรีบยกฝักข้าวโพดขึ้นหน่อยเพื่อไม่ให้มันต้องก้มหัวมากเกินไป จะได้กินสะดวกขึ้น
“เค่อเค่อ ดูสิท่ากินตลกจัง!” ถังเสี่ยวซินพูดอย่างมีความสุข
ขณะเคี้ยวอาหาร อัลปากาขยับริมฝีปากหนา ๆ ไปทุกทิศทาง ไม่ใช่แค่ขึ้นลง แต่ไปซ้ายขวาด้วย ราวกับกำลังลิ้มรสอาหารอันโอชะ ดูน่าอร่อยเชียว
เฉียนเค่อเค่อหายประหม่าและเริ่มหัวเราะ “จริงด้วย ดูตลกและน่าขำมากเลย!”
หลังจากกินข้าวโพดในมือถังเสี่ยวซินหมด อัลปากาก็หันไปหาเฉียนเค่อเค่อ ชัดเจนว่าอยากได้อีก เฉียนเค่อเค่อส่งข้าวโพดให้และถือโอกาสลูบคออัลปากา
พออัลปากากินฝักนั้นหมด มันก็หันหัวและดูเหมือนจะชะโงกมองไปข้างหลังเด็กสาว มีอีกไหม? มีอีกไหม?
“หมดแล้ว หมดแล้ว!”
สองสาวแบมือให้ดูว่าไม่มีข้าวโพดเหลือแล้วจริง ๆ
อัลปากาจึงดึงหัวกลับผ่านช่องรั้วและหันไปเล็มหญ้าแห้งต่ออย่างสบายใจ
ทั้งคู่เดินทะลุโรงเรือนและมาถึงพื้นที่กิจกรรมอัลปากาด้านหลัง
พื้นที่แบ่งออกเป็นโซนทรายและโซนหญ้า ในโซนหญ้าไม่มีดอกไม้หรือพุ่มไม้หรูหรา มีแค่สนามหญ้าเขียวขจีที่ตัดแต่งเรียบร้อย ติดกันเป็นพื้นที่เล็ก ๆ ปูด้วยทรายละเอียดแห้ง
ทันทีที่เข้าไป สองสาวก็เห็นอัลปากาสีขาวที่สวยมากตัวหนึ่ง ริมฝีปากและจมูกเป็นสีชมพูอ่อน ด้านบนปกคลุมด้วยขนสีขาว ดวงตาสดใส และขนตายาวงอน
“ว้าว สวยจัง!”
“ฉันจำตัวนี้ได้ มันคือตัวที่ถุยน้ำลายใส่พี่เอ้าเทียนคราวที่แล้ว!”
จังหวะที่พวกเธอกำลังคิดจะเข้าไปใกล้ เมิ่งสือก็ยิ้มใจดีให้พวกเธอ “เด็ก ๆ อย่าเข้าไปใกล้มากนะ เจินเจิน กำลังจะอาบทราย!”
ใช่แล้ว เมิ่งสือรับผิดชอบดูแลอัลปากาและขนย้ายหญ้าเป็นหลัก แม้เขาจะหวังเป็นคนดูแลเสือ แต่มือใหม่จะไปเริ่มกับสัตว์ดุร้ายเลยไม่ได้ ต้องเริ่มจากอัลปากาที่เชื่อง ๆ และเหมาะสำหรับมือใหม่ก่อน
ฟางเย่เคยพาเขาไปให้อาหารเจียวเจียวครั้งหนึ่ง แต่เจียวเจียวดูจะไม่ชอบเขาเท่าไหร่ แถมยังคำรามใส่ด้วย
“หือ?”
สองสาวน้อยเหลือบมองเมิ่งสือ เฉียนเค่อเค่อบีบมือถังเสี่ยวซินแน่นด้วยความกลัวนิด ๆ ส่วนถังเสี่ยวซินกำชายกระโปรงอย่างประหม่า ไม่กล้าสบตาเขาตรง ๆ
เมิ่งสือยิ้มให้อย่างเกร็ง ๆ แต่สุภาพ พลางกรีดร้องในใจ ‘อ๊ากกก! พี่ไม่ดุนะหนู!’
เจินเจินก้มหัวลง ดูเหมือนกำลังเลือกจุดที่เหมาะสม จากนั้นก็คุกเข่าขาหน้าลง และงอขาหลังคุกเข่าตาม
อัลปากาทั้งตัวนอนราบลงบนพื้นทรายแห้ง แล้วจู่ ๆ ก็ถีบขา สะบัดหางสั้น ๆ และเตะฝุ่นฟุ้งกระจาย
ด้วยทรงผมรังนกยุ่งเหยิงและปอยผมปิดตาข้างหนึ่ง พี่เอ้าเทียนก็มาถึงที่เกิดเหตุ
เขามองเจินเจินด้วยสายตาดูแคลน แล้วทิ้งตัวลงนอนข้าง ๆ อย่างไม่ยอมน้อยหน้า สะบัดตัวอย่างรุนแรงและเตะฝุ่นฟุ้งยิ่งกว่าเดิม!
เต้นรำหน้าหมู่บ้าน ปูนซีเมนต์พร้อมเสิร์ฟ[1]!
ผู้เข้าชมหลายคนสงสัยและเข้ามารุมดู
“ทำอะไรกันน่ะ เต้นแบทเทิลเหรอ?”
“แดนซ์กระจายหน้าหมู่บ้าน พร้อมผสมปูนซีเมนต์?”
เมิ่งสืออธิบายให้ฝูงชนฟัง “จริง ๆ แล้วอัลปากากำลังอาบน้ำครับ สัตว์หลายชนิดมีนิสัยชอบอาบฝุ่นหรืออาบทราย หลัก ๆ เพื่อกำจัดสิ่งสกปรกและปรสิตออกจากตัว และแน่นอน มันเป็นการเล่นสนุกด้วย อัลปากาชอบกลิ้งเกลือกบนทรายร้อน ๆ ใต้แสงแดดมากครับ”
“อ๋อ เป็นอย่างนี้นี่เอง” ผู้ชมถึงบางอ้อ
[1] ล้อเลียนมีม เต้นท่าแปลก ๆ จนฝุ่นตลบเหมือนคลุกปูน