เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 11: การสื่อสารของผู้ชายนั้นแสนเรียบง่าย

บทที่ 11: การสื่อสารของผู้ชายนั้นแสนเรียบง่าย

บทที่ 11: การสื่อสารของผู้ชายนั้นแสนเรียบง่าย


หลี่หมิงเรียกแท็กซี่ทันทีแล้วมุ่งหน้าไปยังร้านอาหารเหลียนโหยวในชานเมืองของเมืองเทียนไห่

ร้านอาหารเหลียนโหยวตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเมืองเทียนไห่ ห่างจากหมู่บ้านชานเมืองที่หลี่หมิงอาศัยอยู่ประมาณ 20 กิโลเมตร

หลี่หมิงซึ่งออกเดินทางหลังจากกินข้าวเสร็จ เดินทางมาถึงร้านอาหารเหลียนโหยวในเวลา 1 ทุ่มครึ่งพอดี

เป็นช่วงเวลาที่บรรดารถบรรทุกน้ำมันเพิ่งขนถ่ายของเสร็จจากโรงกลั่น และคนขับรถพากันมาทานอาหารที่ร้านนี้

โดยทั่วไปแล้ว หลังจากคนขับรถเหล่านี้กินข้าวเสร็จ พวกเขาจะพักผ่อนสักครู่และเล่นไพ่ในร้าน

เมื่อถึงเวลา 4 ทุ่ม หลังจากที่ข้อจำกัดในการวิ่งรถบรรทุกในตัวเมืองเทียนไห่ถูกยกเลิก พวกเขาก็จะเริ่มขนถ่ายน้ำมันไปยังปั๊มน้ำมันต่างๆ ในเมืองเพื่อเติมสต็อกให้เพียงพอ

เพื่อความสะดวกในการจอดรถของเหล่าคนขับ ร้านอาหารเหลียนโหยวจึงเช่าลานกว้างขนาดใหญ่ไว้ด้านหน้าร้านโดยเฉพาะ

พื้นที่โล่งดังกล่าวกว้างขวางมาก สามารถรองรับรถบรรทุกน้ำมันได้พร้อมกันมากกว่า 100 คัน

ระบบจัดการของลานจอดรถขนาดใหญ่นี้ไม่ได้เข้มงวดนัก โดยมีเพียงยามรักษาความปลอดภัยสูงวัยอายุราวห้าสิบกว่าปีอยู่ไม่กี่คน

อย่างไรก็ตาม ร้านอาหารเหลียนโหยวเปิดให้บริการสาธารณะ ใครจะเข้าออกก็ไม่ใช่เรื่องแปลก

หน้าที่ยามเหล่านี้ก็แค่คอยจัดการพื้นที่จอดรถให้เป็นระเบียบ และตรวจตราทางเข้าออกอย่างหยาบๆ เท่านั้น

ช่วงเวลานี้ถือว่าเป็นช่วงที่พวกเขาว่างที่สุด เพราะรถส่วนใหญ่ได้เข้ามาจอดเรียบร้อยแล้ว

ยิ่งไปกว่านั้น เวลาที่จะออกจากที่นี่ก็ยังอีกนาน งานหนักของพวกเขาจะเริ่มขึ้นหลังสามทุ่ม เมื่อผู้คนในร้านเริ่มทยอยกลับ

ช่วงนี้พวกเขาจึงมีเวลาพักผ่อนพอสมควร

หลี่หมิงเดินเข้าไปหายามรักษาความปลอดภัยคนหนึ่งที่มีใบหน้าดูเป็นมิตรอายุราวห้าสิบปี แล้วหยิบบุหรี่ฮวาเจ้าที่เหลือจากเมื่อคืนออกมาสองมวน

“พี่ชาย เอาสักมวนไหมครับ?” หลี่หมิงยื่นบุหรี่ฮวาเจ้าให้ยามคนหนึ่ง

ยามคนนั้นมองหลี่หมิงด้วยแววตาระแวดระวังเล็กน้อย จากนั้นก็เหลือบตามองบุหรี่ในมือของหลี่หมิง

โอ้! !ของดีจริง ๆ

ยามยื่นมือรับบุหรี่มาจากหลี่หมิง โดยที่เจ้าตัวก็จุดไฟให้ด้วยความใส่ใจ จากนั้นจึงจุดบุหรี่ของตนเองตาม

ทันใดนั้น ทั้งสองคนก็เริ่มสูบพร้อมกัน

การสื่อสารของผู้ชายนั้นมันเรียบง่ายแบบนี้เอง

เมื่อเห็นว่าหลี่หมิงมีท่าทีให้เกียรติอย่างเห็นได้ชัด ยามรักษาความปลอดภัยคนนั้นก็เริ่มลดความระแวดระวังลงอย่างมาก

หลังจากสูบไปไม่กี่คำ หลี่หมิงก็เป็นฝ่ายพูดก่อน:

“ผมมาทานข้าวกับเพื่อนหน่ะ เป็นงานเลี้ยงนิดหน่อย ข้างในมันอึดอัด เลยออกมาสูบบุหรี่สูดอากาศหน่อยครับ”

ยามพยักหน้าเป็นเชิงเข้าใจ เพราะเขารู้ดีว่าใครกันที่มาทานอาหารที่นี่ – ส่วนใหญ่ก็มีแต่คนขับรถบรรทุกกับพนักงานจากโรงกลั่นฮัวหนานที่มาร่วมงานเลี้ยง

เมื่อหลี่หมิงแสดงเจตนาชัดเจนตั้งแต่แรก ยามก็ไม่ได้รู้สึกสงสัยอะไรอีก แถมยังเริ่มรู้สึกดีต่อเขาขึ้นมาเล็กน้อยด้วยซ้ำ

บางครั้ง คนที่อยู่ในสังคมชั้นล่างต้องการเพียงแค่การปฏิบัติด้วยความเคารพง่ายๆ แบบนี้เท่านั้น

เมื่อเห็นว่ายามเริ่มผ่อนคลายลง หลี่หมิงก็ถามอีก:

“พี่ชายทำงานที่นี่มานานหรือยังครับ?”

ยามสะบัดขี้บุหรี่ออกแล้วตอบว่า: “ก็สิบปีแล้ว ตั้งแต่ร้านเปิด ก็ทำงานที่นี่ตลอด ตอนนี้อายุก็มากแล้ว ไปสมัครงานที่อื่นใครเขาจะรับล่ะ”

หลี่หมิงแกล้งทำหน้าตกใจ: “สิบปีเลยเหรอครับ? แสดงว่าที่นี่ขายดีมากเลยนะ ถึงอยู่มาได้ตั้งสิบปี”

ยามพูดอย่างมั่นใจว่า: “จะไม่ดีได้ยังไงล่ะ มันเกาะขาโรงกลั่นฮัวหนานไว้อยู่ ถ้าให้ฉันบริหารเองนะ รับรองว่าขายดีกว่านี้อีก”

หลี่หมิงนึกถึงคำพูดของปรมาจารย์คนหนึ่งที่เคยกล่าวไว้: คนยิ่งมีประสบการณ์น้อย มักจะยิ่งมั่นใจในสิ่งที่ตนพูด

หลี่หมิงไม่ได้สนใจประเด็นนั้นนัก จึงถามต่อว่า “นอกจากพวกรถบรรทุกน้ำมันกับพนักงานโรงกลั่นฮัวหนานแล้ว ยังมีคนทั่วไปมาทานที่นี่อีกไหมครับ?”

ยามส่ายหน้าด้วยน้ำเสียงดูแคลน: “มีแต่คนโง่เท่านั้นแหละที่จะมาทานอาหารที่นี่ ของที่นี่แพงกว่าร้านอื่นเท่าตัวเลยนะ

แต่คนขับรถบรรทุกน่ะไม่มีทางเลือก ถ้าจะไปรับของที่โรงกลั่นก็ต้องกัดฟันกินที่นี่ ไม่งั้นเขาไม่ให้รับของ

ส่วนพวกหัวหน้าโรงกลั่นน่ะเหรอ พวกนั้นไม่ต้องจ่ายเองหรอก โรงกลั่นออกให้ทั้งนั้น ค่าเลี้ยงเดือนละเป็นล้านๆ แบบนี้จะให้ถูกได้ยังไง?”

พอพูดจบ แววตาของยามก็เริ่มมีแววกังวลเหมือนพูดอะไรเกินไป

หลี่หมิงสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยในสีหน้าของเขา แล้วพูดขึ้นว่า:

“พี่ไม่ต้องกังวลหรอกครับ ผมไม่ใช่นักข่าวหรือเจ้าหน้าที่อะไร ผมก็แค่หาคนคุยด้วยหลังทานข้าวเท่านั้นเอง”

พอได้ยินว่าหลี่หมิงไม่ใช่พวกนักข่าวหรือจากคณะกรรมการตรวจสอบอะไร ยามก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมาอีกครั้ง

หลี่หมิงยิ้มและพูดว่า “เมื่อกี้ประเด็นมันอาจจะอ่อนไหวไปนิด งั้นเราเปลี่ยนเรื่องดีกว่า พี่ชายทำงานที่นี่มาตั้งนานแล้ว พอจะรู้ไหมครับว่ารถบรรทุกพวกนี้บรรทุกน้ำมันชนิดไหนกันบ้าง?”

หัวข้อก่อนหน้านี้ค่อนข้างสุ่มเสี่ยง ยามเองก็ไม่อยากหาเรื่องใส่ตัวอยู่แล้ว พอเห็นหลี่หมิงเปลี่ยนเรื่องให้ ก็กลับมาพูดอย่างมั่นใจอีกครั้ง:

“แค่นี้เอง พอรถพวกนี้วิ่งผ่านฉันนะ แค่ดูแว๊บเดียวก็รู้แล้วว่ามีน้ำมันอะไรอยู่ข้างใน”

นั่นแหละคือสิ่งที่หลี่หมิงต้องการ

เพราะรถบรรทุกน้ำมันมีเป็นร้อยคัน เขาไม่สามารถสุ่มเก็บแบบเปิดกล่องสุ่มได้

ถ้าเขามีพื้นที่ไร้ขีดจำกัดก็คงไม่ต้องลำบากขนาดนี้

แต่เขามีพื้นที่แค่ประมาณ 300 ลูกบาศก์เมตร ซึ่งพอเก็บได้แค่ราว 6 คันเท่านั้น

ทันทีที่เห็นยามพวกนี้ หลี่หมิงก็คิดทันทีว่าพวกเขาน่าจะดูออกว่ารถไหนขนน้ำมันชนิดใด

เมื่อเห็นหลี่หมิงทำหน้าสงสัย ยามก็ชี้ไปยังรถบรรทุกน้ำมันไม่ไกล แล้วพูดทีละคัน:

“คันนี้บรรทุกเบนซินออกเทน 98 คันนี้เป็นดีเซล คันนี้เบนซินออกเทน 92 คันนี้ก็ 92 เหมือนกัน...”

ยามชี้รถสิบคันติดกันเพื่อแสดงให้หลี่หมิงเห็นถึงความสามารถของตน

หลี่หมิงทำหน้าทึ่งแล้วพูดว่า “พี่ครับ พี่ดูออกได้ยังไงเนี่ย? สอนผมหน่อยสิครับ”

เขาไม่สามารถเก็บรถสิบคันที่ยามเพิ่งชี้ไปต่อหน้าเขาได้แน่

ยามหัวเราะเบาๆ อย่างภูมิใจ

หลี่หมิงเข้าใจทันที จึงหยิบบุหรี่ฮวาเจ้าออกมาอีกมวนแล้วจุดให้กับยามด้วยมือตนเอง

สูด~~~~~ พ่น~~~~~~

ยามพ่นควันขาวออกมาอย่างสบายใจแล้วพูดด้วยน้ำเสียงภาคภูมิ:

“มันง่ายมากเลยนะ เดี๋ยวพอบอกแล้วใครๆ ก็แยกออกได้หมด”

หลี่หมิงพูดตอบ “จริงเหรอครับ?”

ยามชี้ไปที่รถบรรทุกน้ำมันคันหนึ่งอีกครั้งแล้วพูดว่า:

“เห็นท่อระบายน้ำมันใต้ถังนั่นไหม?”

หลี่หมิงพยักหน้า

ยามพูดต่อว่า “ท่อนั้นมีเทปสีเขียวพันรอบอยู่ นั่นหมายความว่าคันนั้นบรรทุกน้ำมันดีเซล”

หลี่หมิงมองไปที่ท่อนั้น ก็เห็นว่ามีเทปสีเขียวพันอยู่จริงๆ

“เพื่อป้องกันไม่ให้พนักงานปั๊มสับสนเวลาเติมน้ำมัน ทางโรงกลั่นจะพันเทปสีต่างๆ ไว้รอบท่อระบายน้ำมันก่อนเสมอ เพื่อกันผิดพลาด

สีเขียวคือดีเซล สีเหลืองคือเบนซินออกเทน 92 สีส้มคือเบนซินออกเทน 95 และสีแดงคือเบนซินออกเทน 98 ง่ายแค่นั้นเอง”

หลี่หมิงมองไปที่รถบรรทุกน้ำมันกว่า 100 คันในลานจอด แล้วพูดด้วยความดีใจว่า “ที่แท้ก็เป็นแบบนี้เอง!!”

ในตอนนั้นเอง รถเบนซ์คันใหม่เอี่ยมคันหนึ่งก็จอดลงตรงหน้าหลี่หมิงกับยาม

กระจกรถค่อยๆ ลดลง ชายหนุ่มหน้ากลม หูใหญ่คนหนึ่งยื่นหน้าออกมาจากในรถ

“โอ๊ะ นี่มันหัวหน้าห้องของพวกเรานี่นา หลี่หมิงไม่ใช่เหรอ? แม่ทัพกวนบอกว่านายไปดูดส้วมไม่ใช่เหรอไง? แล้วนี่มายืนคุยกับยามอยู่ได้ แหม! เข้าใจล่ะ มาสมัครเป็นยามที่นี่สินะ ฮ่าๆๆ”

หลี่หมิงจำได้ทันทีว่า ชายคนนี้คือเจิ้งหยาง เพื่อนร่วมชั้นสมัยมหาลัยของเขา และยังเป็นลูกน้องเบอร์หนึ่งของกวนเฟิงอีกด้วย

ส่วนที่เขาพูดถึงว่า “แม่ทัพกวน” นั้น แน่นอนว่าหมายถึงกวนเฟิงนั่นเอง

…………….

จบบทที่ บทที่ 11: การสื่อสารของผู้ชายนั้นแสนเรียบง่าย

คัดลอกลิงก์แล้ว