- หน้าแรก
- ตื่นรู้พรสวรรค์เทพ แค่สอบใบเซอร์ก็ไร้เทียมทาน
- บทที่ 6: ร้านสตาร์บาร์บีคิว
บทที่ 6: ร้านสตาร์บาร์บีคิว
บทที่ 6: ร้านสตาร์บาร์บีคิว
เมื่อกลับมาถึงหอพัก จางเซิงก็นั่งแทะเมล็ดแตงโมพลางครุ่นคิดถึงแผนการฝึกฝนในลำดับถัดไป
“ทักษะ: การกิน (เชี่ยวชาญ: 533/1000)”
“ทักษะ: การกิน (เชี่ยวชาญ: 534/1000)”
...ทุกครั้งที่กลืนเมล็ดแตงโมลงท้อง ค่าความชำนาญของทักษะการกินจะเพิ่มขึ้นทีละหนึ่งแต้ม เขาตั้งหน้าตั้งตารอให้ทักษะนี้เลื่อนระดับไปสู่ “ขั้นสมบูรณ์แบบ” ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
เพื่อนร่วมห้องทั้งสามคนก็ได้รับส่วนแบ่งไปทานด้วยเช่นกัน
เมื่อมองดูถุงเมล็ดแตงโมใบยักษ์ที่จางเซิงซื้อมา ทุกคนต่างรู้สึกทะแม่งๆ อย่างบอกไม่ถูก
สิบนาทีผ่านไป คนอื่นหยุดกินกันหมดแล้ว แต่จางเซิงยังคงนั่งแทะต่อไป
ครึ่งชั่วโมงผ่านไป จางเซิงก็ยังคงนั่งแทะอยู่
หนึ่งชั่วโมงผ่านไป จางเซิงก็ยังคงนั่งแทะไม่เลิก
แม้เพื่อนร่วมห้องทั้งสามจะรู้สึกพูดไม่ออก แต่ก็ไม่ได้ทักท้วงอะไร
ในขณะนั้น จางเซิงกำลังพิจารณาหน้าต่างพรสวรรค์พร้อมกับวางแผนการฝึกในหัว
อย่างแรก การวิ่งเช้าเย็นจะขาดไม่ได้เด็ดขาด เพราะมันช่วยยกระดับสมรรถภาพทางกายและศักยภาพในตัว
หลักฐานคือสายตาที่ดีขึ้นและมัดกล้ามเนื้อที่ชัดเจนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ต่อมาคือการวิดพื้นห้าร้อยครั้ง
และสุดท้าย คือการหาสถานที่สำหรับปาหิน
ใช่แล้ว... การปาหิน
เมื่อเช้านี้ที่ริมทะเลสาบเทียมของมหาวิทยาลัย จางเซิงบังเอิญเห็นครอบครัวหนึ่งมาเที่ยวพักผ่อน เด็กน้อยจอมซนหยิบก้อนกรวดริมฝั่งแล้วขว้างลงไปในน้ำ
ภาพนั้นจุดประกายความคิดให้จางเซิง
จากทักษะการกิน ทำให้จางเซิงตระหนักว่าเขาควรเปิดโลกทัศน์ให้กว้างขึ้น ทักษะที่พรสวรรค์ของเขาสามารถเรียนรู้ได้นั้นมีหลากหลายแง่มุม แม้แต่เรื่องที่ดูธรรมดาสามัญอย่างการปาหิน
การปาหินก็เหมือนกับการวิ่ง แม้จะเป็นทักษะที่ดูพื้นฐานที่สุด แต่มันคือรูปแบบการโจมตีที่เรียบง่ายและพบเห็นได้ทั่วไปที่สุด เป็นสัญชาตญาณนักล่าที่ฝังลึกอยู่ในกระดูกดำของมนุษย์
จางเซิงเปิดหน้าต่างพรสวรรค์ทันที แล้วขว้างหินออกไปเพื่อเรียนรู้ทักษะ “การขว้างปา”
คราวนี้จางเซิงไม่รู้สึกเจ็บปวดร่างกายแต่อย่างใด อาจเป็นเพราะสมรรถภาพทางกายที่แข็งแกร่งขึ้นแล้ว
ทุกการขว้างจะเพิ่มค่าความชำนาญหนึ่งแต้ม เขาเพียงต้องขว้างหิน 101,110 ครั้งเพื่อดันให้ทักษะนี้ไปถึงขั้นสมบูรณ์แบบ
สิ่งเดียวที่ต้องพิจารณาตอนนี้คือการหาสถานที่ฝึกซ้อมที่เหมาะสม
ทะเลสาบเทียมในมหาวิทยาลัยไม่เหมาะแน่ๆ ผู้คนพลุกพล่านเดินไปมา ขืนทำแบบนั้นเขาคงถูกมองว่าเป็นคนบ้าและโดนเจ้าหน้าที่ลากตัวออกไป
ยิ่งไปกว่านั้น ปริมาณก้อนกรวดในทะเลสาบเทียมก็มีไม่พอ
จางเซิงจึงเปิดแอป “แผนที่เชวียเต๋อ” บนมือถือ และพบแม่น้ำสายหนึ่งอยู่ห่างจากมหาวิทยาลัยไปห้ากิโลเมตร บริเวณนั้นไม่มีสิ่งปลูกสร้างหรือถนนตัดผ่าน นับเป็นตัวเลือกที่ดีเยี่ยม
เขาไม่รอช้า รีบขี่จักรยานสาธารณะของมหาวิทยาลัยมุ่งหน้าไปยังจุดหมาย—แม่น้ำหลิวเออร์
การจราจรบนท้องถนนยังคงหนาแน่น แผงลอยขายของกินเรียงราย ความวุ่นวายในช่วงวันหยุดแรงงานดูเหมือนจะไม่ได้เปลี่ยนวิถีชีวิตของผู้คนไปเท่าไหร่นัก
แม้จะเป็นวันแดดจ้า แต่บนท้องฟ้ายังคงมองเห็นดาวเคราะห์สีน้ำเงินส่องแสงจางๆ ช่างดูงดงามและลึกลับ
จางเซิงจอดจักรยานตามพิกัดในแผนที่ เขาต้องเดินเท้าต่ออีกหน่อยกว่าจะถึงแม่น้ำหลิวเออร์
สมชื่อแม่น้ำหลิวเออร์ (แม่น้ำหลิว) ลำน้ำแคบมาก กว้างเพียงยี่สิบถึงสามสิบเมตร น้ำใสไหลเย็นจนเห็นตัวปลา ก้อนกรวดหลากสีปูเต็มตลิ่งและท้องน้ำ สองฝั่งแม่น้ำเรียงรายไปด้วยต้นหลิวโบราณ
มองไปไกลสุดสายตา เห็นทิวเขาถูกปกคลุมด้วยม่านหมอกจางๆ
จางเซิงรู้ทันทีว่าเขามาถูกที่แล้ว
“จ๋อม!”
ทันทีที่ก้อนหินกระทบน้ำ “ทักษะ: การขว้างปา (ผู้เริ่มต้น: 2/10)”
“จ๋อม จ๋อม จ๋อม!”
“ทักษะ: การขว้างปา (ผู้เริ่มต้น: 3/10)”
... “ทักษะ: การขว้างปา (เชี่ยวชาญ: 1/100)”
“ทักษะ: การขว้างปา (เชี่ยวชาญ: 2/100)”
จางเซิงลองขว้างหินหลายก้อนพร้อมกันด้วยมือเดียว แต่ค่าความชำนาญก็ยังขึ้นแค่แต้มเดียว น่าเสียดายที่เขาโกงระบบไม่ได้
ดังนั้น จางเซิงจึงใช้สองมือระดมปา แขนหมุนติ้วราวกับกงล้อ... โชคดีที่แถวนี้ไม่มีคน จึงไม่มีใครได้มาชื่นชมทิวทัศน์อันงดงามนี้ คนอื่นๆ คงกำลังก้มหน้าก้มตาทำงานงกๆ เป็นวัวเป็นควายอยู่ในเมืองกันหมด
สี่ชั่วโมงผ่านไป
“ทักษะ: การขว้างปา (ขั้นเหนือมนุษย์: 100,000/100,000) ปล. เสริมแกร่งแขน, เสริมการมองเห็น; เมื่อใช้ทักษะการขว้างปา จะมีความแม่นยำ 100% ภายในระยะทำการ; ระยะหวังผลและพลังทำลายล้างถูกจำกัดด้วยความแข็งแกร่งของร่างกาย”
“สุดยอด!”
“สุดยอดจนหาคำบรรยายไม่ได้!”
แม้ตอนนี้แขนทั้งสองข้างจะปวดร้าวราวกับไม่ใช่แขนของตัวเอง แต่ผลลัพธ์ที่ได้ก็น่าทึ่ง
อย่างแรก สายตาของเขาดีขึ้นอย่างผิดหูผิดตา ถ้าเมื่อเช้าค่าสายตาอยู่ที่ 4.8 ตอนนี้จางเซิงมั่นใจว่ามันทะลุ 5.6 ไปแล้ว แม้แต่แมลงตัวเล็กๆ ที่เกาะอยู่บนต้นหลิวฝั่งตรงข้ามก็ยังมองเห็นได้อย่างชัดเจน
และการยกระดับนี้จะยังคงดำเนินต่อไปเรื่อยๆ ผ่านการฝึกขว้างปา เช่นเดียวกับทักษะการวิ่ง
จางเซิงกลั้นใจสู้กับความปวดเมื่อย แล้วขว้างก้อนกรวดออกไปสุดแรงเกิด
“ฟิ้ว!”
สิ้นเสียงลมแหวกผ่าน ยอดต้นหลิวที่อยู่ห่างออกไปราวสามร้อยเมตรก็หักสะบั้นลงทันที
แรง! รุนแรงเหลือเชื่อ!
อานุภาพของการปาหินเทียบเท่ากระสุนปืนไรเฟิล แถมยังแม่นยำร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่จางเซิงเข้าใจดีว่านี่เป็นเพียงมาตรฐานเบื้องต้น
วินาทีที่บรรลุ “ขั้นสมบูรณ์แบบ” เทคนิคการใช้แรงในการขว้างปามหาศาลได้หลั่งไหลเข้าสู่สมอง ขีดจำกัดของระยะทางและพลังทำลายในตอนนี้ขึ้นอยู่กับสมรรถภาพร่างกายของเขาเอง ไม่ใช่ข้อจำกัดของทักษะอีกต่อไป
เรียกได้ว่าตัวทักษะเองนั้นไร้ขีดจำกัด!
จางเซิงสัมผัสได้ชัดเจนว่าร่างกายแข็งแกร่งขึ้น
แต่ราคาทีต้องจ่ายคือ... หิวจนไส้กิ่วอีกแล้ว แถมช่วงสองวันมานี้เขายังเข้าห้องน้ำบ่อยผิดปกติ
จะให้กลับไปกินหมั่นโถวที่มหาวิทยาลัยคงไม่ไหวแน่!
ระหว่างทางกลับมหาวิทยาลัย เมื่อเห็นร้านอาหารเรียงรายข้างทาง จางเซิงก็มีทางเลือกที่ดีกว่า
เขาจะไปกินบุฟเฟต์!
“สตาร์บาร์บีคิว — ฉลองเปิดร้านใหม่! หัวละ 66 หยวน!”
เมื่อบังเอิญเจอร้านปิ้งย่างบุฟเฟต์เปิดใหม่ จางเซิงก็เผลอเลียริมฝีปากโดยไม่รู้ตัว
ใต้ป้ายร้านมีตัวอักษรขนาดเล็กเขียนกำกับไว้: “จำกัดเวลาทาน 1.5 ชั่วโมง”
จางเซิงสัมผัสได้ถึงความเร่งด่วนของเวลา
เริ่มแรก จัดหมูกรอบมาสิบจาน กินหมูกรอบพลางรอเนื้อย่างสุก คั่นด้วย “น้ำแห่งความสุข” เพื่อให้คล่องคอ จะได้ไม่เผลอติดคอตายเสียก่อน
ส่วนเนื้อวัว จางเซิงไม่สนว่าจะมาจากส่วนไหน พอสุกปุ๊บก็คีบเข้าปากปั๊บ เคี้ยวตุ้ยๆ แบบ non-stop
บรรยากาศเปิดร้านใหม่คึกคัก ในตอนแรกพนักงานเสิร์ฟจึงไม่ได้สังเกตเห็นวีรกรรมการกินอันน่าตื่นตะลึงของจางเซิง
ด้วยทักษะการกินระดับ “เชี่ยวชาญ” จางเซิงไม่เพียงแต่ย่างไว แต่ยังกินไวยิ่งกว่า
เนื้อวัว หมูสามชั้น กุ้ง ปูม้า—จานแล้วจานเล่าถูกส่งเข้าปาก จนกระทั่งจานเปล่าที่วางซ้อนกันบนโต๊ะของจางเซิงตั้งตระหง่านสูงท่วมหัว
“คุณลูกค้าครับ!”
จางเซิงหันขวับไปมอง พบว่าผู้ที่เดินเข้ามาคือผู้จัดการร้านบาร์บีคิว ตามมาด้วยพนักงานเสิร์ฟสาววัยรุ่น
ประสบการณ์ทำงานพาร์ทไทม์อย่างโชกโชนบอกเขาว่า น้องพนักงานคนนี้น่าจะเป็นนักศึกษา
เพียงแต่สายตาที่เธอมองมาที่จางเซิงนั้นดูประหลาดใจพิกล จางเซิงเองก็รู้สึกคุ้นหน้าสาวสวยคนนี้เหมือนกัน แต่ก็นึกไม่ออกเลยว่าเคยเจอที่ไหน
“สวัสดีครับผู้จัดการ! มีอะไรให้ผมช่วยไหมครับ?” จางเซิงถาม
ผู้จัดการเป็นชายวัยกลางคนแต่งตัวดี ดูไม่เหมือนผู้จัดการร้านอาหารแต่เหมือนนักแสดงละครทีวีมากกว่า เขายิ้มแล้วกล่าวว่า “ขอประทานโทษครับคุณลูกค้า ที่มารบกวนเวลาทานอาหาร!”
“จะสะดวกไหมครับถ้าเราจะขอถ่ายรูปด้วยกันสักหน่อย?”
ถ่ายรูป? แวบแรกจางเซิงคิดว่าตัวเองกินเยอะเกินไปจนผู้จัดการจะมาเชิญออกและขึ้นบัญชีดำ แต่ดูเหมือนเขาจะเข้าใจผิด
“คืออย่างนี้ครับ ขอบพระคุณมากที่ให้เกียรติมาทานที่ร้านในวันเปิดร้านวันแรก เห็นคุณทานได้อย่างเอร็ดอร่อยขนาดนี้ ทางเรารู้สึกเป็นเกียรติมาก เราจึงอยากขอถ่ายรูปที่ระลึกเพื่อใช้เป็นภาพโปรโมทร้าน จะได้ไหมครับ?”
จางเซิงมองดูกองภูเขาจานนับสิบใบตรงหน้าแล้วก็เข้าใจเจตนาของผู้จัดการทันที
เมื่อเห็นจางเซิงนิ่งไป ผู้จัดการจึงรีบเสริมข้อเสนอ “เพื่อเป็นการตอบแทนที่คุณอนุญาตให้ใช้รูป ทางเราขอมอบสิทธิ์ให้คุณทานอาหารในราคาโปรโมชั่น 66 หยวนตลอดไป ทุกครั้งที่คุณมาใช้บริการครับ”
66 หยวนคือราคาพิเศษฉลองเปิดร้าน ส่วนราคาปกติคือ 99 หยวน
“โอเค ผมตกลง!”
เมื่อพิจารณาว่าในอนาคตเขาอาจจะต้องมาฝากท้องที่ร้านนี้บ่อยๆ จางเซิงจึงตอบตกลงทันที ก็แค่เอารูปไปโปรโมท ไม่เห็นจะเสียหายตรงไหน
“แชะ!”
ภาพถ่ายที่มีทั้งผู้จัดการและจางเซิงถูกบันทึกไว้ในร้าน ในภาพจางเซิงกำลังนั่งลิ้มรสบาร์บีคิว โดยมีตั้งจานเปล่าสะอาดเอี่ยมกองพะเนินอยู่ตรงหน้า และมีพนักงานสาวคนนั้นติดเข้ามาในมุมภาพ
สิ่งที่ผู้จัดการไม่รู้ก็คือ การตัดสินใจในวันนี้จะเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องที่สุดในชีวิตของเขา