- หน้าแรก
- ตำนานการ์ด ข้าคือคนที่พวกเจ้าทิ้งไป
- บทที่ 11 มีเพียงเธอเท่านั้น
บทที่ 11 มีเพียงเธอเท่านั้น
บทที่ 11 มีเพียงเธอเท่านั้น
ทันทีที่โม่ซืออวี่และเซี่ยหยวนก้าวออกจากวิทยาลัย รถหรูประจำตระกูลโม่พร้อมคนขับก็จอดรออยู่แล้ว
เมื่อขึ้นรถ ยานพาหนะคันหรูก็แล่นฉิวไปตามท้องถนนอันพลุกพล่านและเจริญหูเจริญตาของเมือง
เซี่ยหยวนเอนหลังพิงเบาะอย่างเกียจคร้าน มือหนึ่งเท้าคาง ทอดสายตามองทิวทัศน์นอกหน้าต่าง
นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้ออกมาเปิดหูเปิดตาโลกภายนอกวิทยาลัย
ดูเหมือนว่าระดับเทคโนโลยีของโลกนี้จะไม่ต่างจากโลกก่อนของเขามากนัก
ตึกระฟ้า ถนนหนทางที่คึกคัก ทุกอย่างมีครบครัน
การรักษาสภาพเมืองให้ยิ่งใหญ่ขนาดนี้ได้ในโลกที่เต็มไปด้วยอันตรายและความวุ่นวาย ถือว่ายอดเยี่ยมมากทีเดียว
ยี่สิบนาทีต่อมา รถก็แล่นเข้าสู่คฤหาสน์หลังใหญ่โตอันเป็นที่ตั้งของตระกูลโม่
สมาชิกตระกูลโม่ต่างมายืนรอต้อนรับกันที่ประตูใหญ่ สีหน้าของแต่ละคนปิดบังความตื่นเต้นไว้ไม่อยาก ไม่ว่าจะเป็นหญิงชาย เด็กหรือผู้ใหญ่ ทุกคนล้วนอยากเห็นกับตาว่าภูตระดับ SSR หน้าตาเป็นอย่างไร
ทันทีที่เซี่ยหยวนก้าวลงจากรถ เขาก็กลายเป็นจุดศูนย์รวมสายตาทันที
เขาอยู่ในชุดลำลอง สวมแว่นกันแดด ด้วยความสูงถึง 190 เซนติเมตร เขาแผ่รังสีความหล่อเหลาและเท่ระเบิดออกมาอย่างบอกไม่ถูก
ลูกหลานรุ่นเยาว์บางคนของตระกูลโม่ถึงกับกรี๊ดกร๊าดด้วยความตื่นเต้น หลงเสน่ห์รูปลักษณ์ของเซี่ยหยวนเข้าอย่างจัง
เมื่อเห็นดังนั้น เซี่ยหยวนก็โบกมือทักทาย "สวัสดีครับ!"
โม่ซืออวี่มองด้วยสายตาเอือมระอา เมื่อก่อนเธอก็เคยเป็นแบบนั้นแหละ แต่หลังจากคลุกคลีกันมาหลายวัน เธอก็ตาสว่างและเลิกเห่อเซี่ยหยวนไปนานแล้ว
ตระกูลโม่ต้อนรับเซี่ยหยวน ภูตระดับ SSR อย่างอบอุ่นและยิ่งใหญ่ ดูแลเอาใจใส่เขาสารพัด ประหนึ่งกำลังกราบไหว้บรรพบุรุษ!
วีรกรรมของเซี่ยหยวนในวิทยาลัยล่วงรู้ไปถึงหูคนในตระกูลโม่หมดแล้ว
โซโล่ดันเจี้ยน 2 ดาว!
สังหารโหดภูตระดับ B เลเวล 70 ในพริบตา!
แค่นี้ก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเขาแข็งแกร่งเพียงใด แน่นอนว่าเขาต้องเป็นภูตสายดาเมจในหมู่ SSR อย่างไม่ต้องสงสัย!
การมาถึงของเซี่ยหยวนมอบโอกาสให้ตระกูลโม่ได้ก้าวขึ้นไปท้าชิงตำแหน่งตระกูลชั้นนำระดับท็อปของต้าเซี่ย
ตราบใดที่พวกเขาฟูมฟักเขาอย่างเต็มที่จนกลายเป็นอาวุธยุทธศาสตร์ระดับชาติได้ ตระกูลโม่ก็จะผงาดง้ำค้ำฟ้า!
ณ โถงใหญ่ของตระกูลโม่ เซี่ยหยวนทำตัวราวกับเป็นท่านลอร์ด นั่งไขว่ห้างจิบชาอย่างสบายอารมณ์ ปล่อยให้ลูกหลานตระกูลโม่คอยปรนนิบัติพัดวี
โม่ซืออวี่ยืนมองอยู่ห่างๆ ด้วยความหมั่นไส้ แอบคิดในใจว่าทำไมเธอถึงไม่เคยได้รับการปฏิบัติแบบนี้บ้าง...
ผู้นำตระกูลโม่คนปัจจุบันไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นลุงของโม่ซืออวี่ 'โม่เฉิง' นั่นเอง!
เขากล่าวด้วยรอยยิ้มแย้ม
"ท่านผู้อาวุโสเซี่ยหยวน นับจากนี้ไป ตระกูลโม่ก็คือบ้านของท่าน หากท่านต้องการสิ่งใด ขอเพียงเอ่ยปาก ตระกูลโม่ของเราจะจัดหามาให้อย่างสุดความสามารถ!"
เซี่ยหยวนไม่เกรงใจเลยแม้แต่น้อย เขาหัวเราะหึๆ แล้วเอ่ย
"ดีเลย!"
"ฉันอยากกินโต๊ะจีนจักรพรรดิ เพิ่งมาถึงโลกนี้ก็อยากลองชิมดูหน่อยว่าอาหารที่นี่รสชาติเป็นยังไง"
โม่ซืออวี่กำหมัดแน่น "เซี่ยหยวน..."
โม่เฉิงตบมือฉาดใหญ่ สั่งให้คนไปจัดการเตรียมการทันที
ไม่นานนัก โต๊ะยาวที่เต็มไปด้วยอาหารเลิศรสนานาชนิดก็ถูกยกมาวางตรงหน้าเซี่ยหยวน มีทั้งของแปลกของหายากและอาหารทะเลชั้นเลิศ พร้อมด้วยสาวใช้หน้าตาสะสวยคอยคีบอาหารและป้อนให้ถึงปาก
เน้นเสพสุขเป็นหลัก
หลังจากจัดการให้เซี่ยหยวนอิ่มหนำสำราญแล้ว โม่เฉิงก็หันความสนใจมาที่โม่ซืออวี่ น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นเล็กน้อย
"ซืออวี่ ทำไมหลานถึงไม่รีบรายงานเรื่องทำสัญญากับท่านผู้อาวุโสเซี่ยหยวนให้ตระกูลรู้ทันที?"
โม่ซืออวี่เบือนหน้าหนี "ไม่มีอะไรค่ะ ก็แค่ไม่อยากบอก"
โม่เฉิงแค่นเสียงเย็นชา แล้วตำหนิอย่างหนักแน่น
"นี่มันเรื่องใหญ่นะ! หลานรู้ไหมว่ามีคนข้างนอกตั้งกี่คนที่จ้องตาเป็นมันอยากได้ภูตระดับ SSR?!"
"ก่อนหน้านี้ คนของตระกูลเจียงก็มาโวยวาย โชคดีที่เราไล่ตะเพิดกลับไปได้"
"ด้วยความสามารถของหลานในตอนนี้ หลานไม่มีปัญญาปกป้องท่านผู้อาวุโสได้หรอก"
"ถ้าท่านผู้อาวุโสเซี่ยหยวนไม่แข็งแกร่งพอ ป่านนี้หลานคงกลายเป็นผีเฝ้าดันเจี้ยนไปแล้ว!"
โม่ซืออวี่แอบแค่นยิ้มเยาะในใจ ลุงไม่ได้เป็นห่วงเธอเลยสักนิด ที่แท้ก็กลัวว่าภูตระดับ SSR จะโดนคนอื่นฉกไปต่างหาก!
โม่เฉิงถอนหายใจแล้วโบกมือ
"ช่างเถอะ ครั้งนี้หลานทำความดีความชอบใหญ่หลวงให้ตระกูลโม่ ลุงจะไม่ถือสากับเรื่องพวกนี้"
"หลานจงยกเลิกสัญญากับท่านผู้อาวุโสเซี่ยหยวนซะ"
"ด้วยพลังวิญญาณของหลานในตอนนี้ หลานไม่มีทางซัพพอร์ตให้ท่านผู้อาวุโสเซี่ยหยวนแสดงพลังได้เต็มที่หรอก"
"เราจะมอบหน้าที่ดูแลท่านผู้อาวุโสเซี่ยหยวนให้ 'โม่อู๋ซวง' เป็นคนจัดการแทน"
ชายหนุ่มผมสั้นสวมแว่นตากรอบดำ นัยน์ตาคมกริบ ในชุดเครื่องแบบนักเรียนหรูหราก้าวออกมาข้างหน้า เขาคือโม่อู๋ซวง
เขาจ้องมองไปทางเซี่ยหยวนเขม็ง "พี่ซืออวี่ บุญคุณครั้งนี้ผมจะจดจำไปตลอดชีวิต ผมจะเอาภูตระดับ SR ของผมแลกกับพี่ และในอนาคตพี่จะได้รับการชดเชยอย่างงามแน่นอน"
โม่อู๋ซวงดันแว่นตาขึ้น แล้วพูดด้วยความมั่นใจ
"ด้วยพลังต่อสู้ของท่านผู้อาวุโสเซี่ยหยวน ผมมั่นใจว่าจะสามารถนำพายกระดับตระกูลโม่ให้กลายเป็นตระกูลชั้นนำระดับท็อปได้อย่างแน่นอน!"
โม่ซืออวี่คาดเดาเรื่องนี้ไว้แล้ว สีหน้าของเธอเย็นชาลงทันทีและปฏิเสธเสียงแข็ง
"ไม่!"
"ภูตของฉัน ฉันไม่ยอมยกให้ใครทั้งนั้น"
อีกด้านหนึ่ง เซี่ยหยวนที่กำลังเพลิดเพลินกับอาหาร พอได้ยินบทสนทนาก็ชะงักมือลง
มิน่าล่ะ โม่ซืออวี่ถึงได้ดูกังวลนัก ที่แท้คนในตระกูลก็บีบให้เธอยกเลิกสัญญากับเขานี่เอง
โม่เฉิงขมวดคิ้วเล็กน้อย แล้วเอ่ยเสียงเข้ม
"ซืออวี่ นี่เป็นเรื่องใหญ่ระดับชี้ชะตาความรุ่งโรจน์ของตระกูลนะ หลานจะมาเอาแต่ใจไม่ได้!"
"อู๋ซวงคืออัจฉริยะด้านพลังวิญญาณอันดับหนึ่งของตระกูลโม่เราในตอนนี้ แถมยังสอบติดสถาบันเทียนฉยง ซึ่งเป็นหนึ่งในสามวิทยาลัยผู้ใช้ภูตระดับท็อปของต้าเซี่ย มีเพียงเขาเท่านั้นที่จะดึงศักยภาพสูงสุดของภูตระดับ SSR ออกมาได้!"
"หลานจะเห็นแก่ตัวแบบนี้ไม่ได้ หลานต้องเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมเป็นหลักสิ!"
โม่อู๋ซวงก็ช่วยผสมโรงอยู่ด้านข้าง
"ที่ผ่านมาท่านผู้อาวุโสเซี่ยหยวนต้องถูกจำกัดด้วยพลังวิญญาณอันน้อยนิดของพี่ ทำให้ไม่สามารถแสดงพลังที่แท้จริงออกมาได้ พี่อยากให้เป็นแบบนั้นเหรอ?"
โม่ซืออวี่ไม่แสดงท่าทีอ่อนข้อ แววตาของเธอแน่วแน่ "ก็แค่วิทยาลัยระดับท็อปไม่ใช่หรือไง? ขอเวลาฉันอย่างมากก็ปีเดียว พลังวิญญาณของฉันก็ต้องพัฒนาขึ้น ฉันจะสอบเทียบเข้าหนึ่งในสามวิทยาลัยระดับท็อปให้ดู!"
โม่เฉิงตบโต๊ะดังปัง "นี่หลาน!"
เขาสูดหายใจลึก พยายามระงับอารมณ์โกรธ "ซืออวี่ ตั้งแต่พ่อแม่หลานตายด้วยน้ำมือของบอสระดับโลก ลุงเคยเลี้ยงดูหลานไม่ดีตรงไหน? เรื่องนี้ไม่มีการต่อรอง หลานต้องยกเลิกสัญญา!"
โม่ซืออวี่ตอบกลับอย่างเด็ดเดี่ยว "ก็บอกแล้วไงคะ เว้นแต่หนูจะตาย!"
บรรยากาศในโถงใหญ่ตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก
ลูกหลานตระกูลโม่คนอื่นๆ ไม่มีใครกล้าปริปากพูดอะไรแทรก
ทั้งโม่ซืออวี่และโม่อู๋ซวงต่างก็เป็นอัจฉริยะด้านการฝึกฝนพลังวิญญาณของตระกูลโม่ ทั้งคู่มีสถานะในตระกูลสูงมาก
อย่างไรก็ตาม หากวัดกันที่พลังวิญญาณล้วนๆ เนื่องจากโม่ซืออวี่เพิ่งเข้าเรียนชั้นมัธยมปลายสายผู้ใช้ภูต และอายุน้อยกว่า เธอจึงยังสู้โม่อู๋ซวงที่สอบติดวิทยาลัยผู้ใช้ภูตระดับท็อปไปแล้วไม่ได้จริงๆ
ขณะที่ทั้งสองฝ่ายกำลังเผชิญหน้ากันอย่างตึงเครียด เสียงยืดยาดก็ดังขึ้นขัดจังหวะ
"ขอโทษนะครับ... ในฐานะที่ผมเป็นหัวข้อสนทนา ผมขอนุญาตพูดอะไรหน่อยได้ไหม!"
เซี่ยหยวนดึงผ้าปิดตาเล่นอย่างสบายอารมณ์ รอยยิ้มประดับบนมุมปาก "คนเดียวที่มีคุณสมบัติพอจะทำสัญญากับฉัน และเป็นเจ้านายของฉันได้... มีแค่โม่ซืออวี่คนเดียวเท่านั้น คนอื่นฉันไม่รับรู้!"
ทุกสายตาในห้องหันขวับไปมองเขาเป็นตาเดียว
โม่เฉิงเองก็ดูประหลาดใจ ไม่คิดว่าเซี่ยหยวนจะออกโรงปกป้องโม่ซืออวี่
โดยทั่วไปแล้ว ภูตมักจะอยากทำสัญญากับผู้ใช้ภูตที่มีพลังวิญญาณสูงกว่าอยู่แล้ว!
เพราะนั่นหมายความว่าพวกเขาจะสามารถใช้พลังได้เต็มที่ และเส้นทางการอัปเลเวลก็จะราบรื่นขึ้น
โม่อู๋ซวงเองก็อึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะรีบเสนอตัวอย่างไม่ยอมแพ้
"ท่านผู้อาวุโสเซี่ยหยวน!"
"มีเพียงพลังวิญญาณของผมเท่านั้นที่จะช่วยให้ท่านปลดปล่อยพลังที่แท้จริงออกมาได้เต็มที่!"
"ยิ่งไปกว่านั้น ความรู้ความสามารถในการดูแลภูต ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนกลยุทธ์ หรือข้อมูลดันเจี้ยน ผมก็เชี่ยวชาญกว่าเด็กน้อยอย่างซืออวี่อย่างแน่นอน!"
เซี่ยหยวนยิ้มแล้วโบกมือปฏิเสธ
"โทษที โทษที ฉันถูกใจแต่เจ้าอ้วนอวี่เท่านั้น ฉันต้องการแค่เธอ คนอื่นไม่รับพิจารณา"
"และถ้าใครหน้าไหนคิดจะมาฉีกสัญญาของฉันกับเธอละก็..."
"อืม... คนๆ นั้นก็ถือว่าเป็นศัตรูของฉัน"
ถึงเซี่ยหยวนจะไม่ได้คิดว่าตัวเองเป็นคนดีเด่อะไร แต่เขาจะไม่มีวันทำเรื่องเนรคุณเด็ดขาด
โม่ซืออวี่เป็นคนช่วยชีวิตเขาไว้
ดังนั้น เขาจึงตั้งปณิธานว่าจะปกป้องเธอให้ถึงที่สุด