เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 10 เจ้านาย คุณนี่ไม่ได้เรื่องเลย

บทที่ 10 เจ้านาย คุณนี่ไม่ได้เรื่องเลย

บทที่ 10 เจ้านาย คุณนี่ไม่ได้เรื่องเลย


"นายว่าอะไรนะ?"

โม่ซืออวี่ฟังไม่ถนัด

เซี่ยหยวนที่กำลังแสยะยิ้ม ตั้งท่าเตรียมใช้วิชาไสยเวท

"ไสยเวทหมุนทวน: อากะ (แดง)!"

"ไสยเวทหมุนตาม: อาโอะ (คราม)!"

"เจ้าอ้วนอวี่ เธอคิดว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้าเอาแรงสองชนิดนี้มาซ้อนทับกันแล้วจับชนกัน?"

โม่ซืออวี่ทำหน้างงแล้วตอบตามตรง "ไม่รู้อ่ะ"

เซี่ยหยวนยิ้มอย่างมีเลศนัย "เดี๋ยวเธอก็รู้"

สิ้นเสียง พลังงานที่ทำให้ทุกคนขนลุกซู่ก็เริ่มก่อตัวและปะทุขึ้น!

นักรบหญิงถือขวานยักษ์รับรู้ได้เป็นคนแรก เธอจ้องมองท่าร่างของเซี่ยหยวน เหงื่อเย็นไหลอาบแผ่นหลัง สัญชาตญาณร้องเตือนว่าหายนะกำลังจะมาเยือน!

"เกราะคนคลั่ง!"

นักรบหญิงกัดฟันคำราม

เกราะแสงเรืองรองปรากฏขึ้นซ้อนทับบนร่าง พลังป้องกันพุ่งสูงขึ้นเสียดฟ้า

เธอไม่รอช้า ยกขวานยักษ์ขึ้น กระทืบเท้าส่งแรง แล้วพุ่งเข้าใส่เซี่ยหยวนด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ!

"แบบแผนรมยา...."

"ไสยเวททำลายล้าง: มุราซากิ (ม่วง)!"

ดวงตาของเซี่ยหยวนเปล่งประกายวาววับราวกับแก้ว ทันทีที่สิ้นเสียง เขาก็ดีดนิ้ว ผมสีเงินปลิวไสว

พื้นที่เบื้องหน้าบิดเบี้ยวผิดรูป พลังงานสีม่วงทรงกลมขนาดเล็กพุ่งออกจากปลายนิ้ว ทะยานเข้าใส่นักรบหญิง!

แสงสีม่วงสว่างจ้าบาดตา ส่องสว่างไปทั่วผืนฟ้าและปฐพี จนทุกคนต้องหลับตาหนีแสง

ใบหน้าของโม่ซืออวี่ซีดเผือด พลังวิญญาณเฮือกสุดท้ายในร่างกายถูกสูบออกไปจนหมดเกลี้ยง เธอล้มพับลงกับพื้นอย่างหมดแรง

เมื่อเห็นดังนั้น นักรบหญิงรู้ตัวว่าหลบไม่พ้น จึงคำรามลั่นพร้อมเหวี่ยงขวานสุดแรงปะทะเข้ากับบอลพลังงานสีม่วง

ตูม!

แสงสีม่วงนั้นอัดแน่นไปด้วยพลังทำลายล้างอันน่าสะพรึงกลัว ตรึงร่างของเธอไว้ไม่ให้ขยับเขยื้อน

ขวานยักษ์ถูกเจาะทะลุในพริบตาโดยไร้ซึ่งแรงต้านทาน

แม้แต่ 'เกราะคนคลั่ง' ก็ยังถูกทะลวงผ่านราวกับเป็นเต้าหู้

ใบหน้าของนักรบหญิงฉายแววสิ้นหวัง เธอหนีไปไหนไม่ได้ ทำได้เพียงมองดูแสงสีม่วงเจาะรูโหว่ขนาดใหญ่ที่หน้าท้องของตัวเอง!

ไม่ว่าแสงสีม่วงนี้จะพาดผ่านสิ่งใด สิ่งนั้นย่อมพินาศย่อยยับ!

ครืนนน!

พื้นดินด้านหลังนักรบหญิงถูกคว้านเป็นร่องลึกยาวเหยียดไปจนถึงภูเขาที่อยู่ไกลออกไป เกิดเป็นโพรงถ้ำขนาดมหึมา!

ก้อนหินร่วงกราวลงมา แผ่นดินสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น

นักรบหญิงเบิกตากว้าง ใบหน้าเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ

เธอเป็นถึงภูตเลเวล 70 แต่กลับพ่ายแพ้อย่างหมดรูปให้กับ SSR เลเวล 15 เนี่ยนะ?!

ช่องว่างระหว่างพลังมันห่างชั้นกันขนาดนี้เชียวหรือ?!

"เฮ้ยๆ เธอไม่น่ามาสายแทงค์เลยนะ รับขวานฉันไปทีเดียวตัวยังใสปิ๊ง นึกว่าเป็นสายดาเมจซะอีก..."

ร่างของนักรบหญิงเริ่มสลายกลายเป็นละอองแสง เธอฝืนยิ้มมองเซี่ยหยวนราวกับมองสัตว์ประหลาด "นี่สินะ SSR... สมคำร่ำลือ แข็งแกร่งจริงๆ!"

สิ้นคำ เธอก็สลายหายไปจนหมดสิ้น

เมื่อภูตตาย จะไม่สามารถฟื้นคืนชีพได้เหมือนในเกม

โม่ซืออวี่นั่งพับเพียบอยู่กับที่ ปากน้อยๆ อ้าค้างด้วยความตกตะลึง

เธอมองร่องลึกที่พื้นและภูเขาที่ถูกเจาะทะลุ แล้วก็นึกถึงคำพูดของเซี่ยหยวนก่อนหน้านี้... ดูเหมือนงานนี้จะต้องจ่ายค่าเสียหายบานเบอะแน่ๆ...

นักศึกษาและภูตที่มุงดูอยู่ไกลๆ ต่างรู้สึกสมองตื้อไปหมด

การโจมตีเพียงครั้งเดียวนั้น ได้เปลี่ยนมุมมองที่พวกเขามีต่อ SSR ไปอย่างสิ้นเชิง...

"เลเวล 15 ตบเลเวล 70 คว่ำ... SSR กับภูตทั่วไปนี่มันคนละมิติกันชัดๆ..."

"ท่านเทพหยวนเวอร์เกินไปแล้ว สกิลเมื่อกี้มันอะไรกัน? โคตรเท่! ถ้าฉันมี SSR แบบนี้บ้างนะ คงนอนยิ้มจนแก้มฉีก!"

"มิน่าล่ะถึงกล้าโซโล่ดันเจี้ยน 2 ดาว ท่านเทพหยวนต้องเป็นภูตสายเป็ดแน่ๆ ทั้งแทงค์ทั้งทำดาเมจได้ครบเครื่อง"

"เห็นหน้าท่านเทพหยวนชัดๆ กันหรือยัง? หล่อวัวตายควายล้มจริงๆ โดยเฉพาะตาสีฟ้านั่น สวยชะมัด!"

"อิจฉาโม่ซืออวี่ทุกวันเลยแฮะ ทำบุญด้วยอะไรถึงได้ของดีขนาดนี้?"

"......"

เซี่ยหยวนขมวดคิ้วเล็กน้อย ดึงผ้าปิดตากลับมาสวม "พลังทำลายยังน้อยไป ถ้าไม่ได้พลังระดับพีคก็ยังไม่พอใจแฮะ ต้องรีบไปตบมอนสเตอร์ปั๊มเวลซะแล้ว"

ถ้าเขาเลเวล 100 'ไสยเวททำลายล้าง: มุราซากิ (ม่วง)' ที่ปล่อยออกมาคงไม่อ่อนด๋อยขนาดนี้

มุมปากของโม่ซืออวี่กระตุกยิกๆ

ขนาดนี้ยังเรียกว่าน้อยอีกเหรอพ่อคุณ?

เซี่ยหยวนหันกลับมามองเด็กสาวที่กองอยู่กับพื้น "ลุกไหวไหม?"

โม่ซืออวี่พยายามขยับตัว แล้วเงยหน้ามองเขาตาละห้อย "ไม่ไหว หมดแรงข้าวต้มแล้ว"

พลังวิญญาณของเธอเกลี้ยงถังจริงๆ

เซี่ยหยวนระเบิดหัวเราะออกมาอย่างไม่เกรงใจ "แค่นี้ก็หมดสภาพแล้วเหรอ? ยัยอ้วนอวี่ เธอนี่ไม่ได้เรื่องเลย ต้องไปฝึกมาใหม่นะ!"

การที่ผู้ใช้ภูตถูกภูตของตัวเองตราหน้าว่า 'ไม่ได้เรื่อง' นี่มันช่างน่าอับอายขายขี้หน้าที่สุด!

โม่ซืออวี่ทำแก้มป่องด้วยความโมโห แต่ก็เถียงไม่ออกสักคำ

พลังวิญญาณของเธอมันไม่พอสำหรับตัวล้างผลาญอย่างเซี่ยหยวนจริงๆ นั่นแหละ

ทั้งที่เมื่อกี้เพิ่งจะคุยโวไปหยกๆ ว่าจะให้เขาต่อสู้ได้เต็มที่แท้ๆ...

ในขณะนั้นเอง อาจารย์ของวิทยาลัยพร้อมด้วยภูตคู่กายก็มาถึงที่เกิดเหตุ

พวกเขามองร่องลึกมหึมาและภูเขาที่ทะลุเป็นรูโหว่ด้วยความงุนงง

เกิดอะไรขึ้นที่นี่?

มีใครเอาปืนเลเซอร์มายิงถล่มหรือไง?

"นักศึกษาโม่ เป็นอะไรไหมครับ?"

"ภูตที่ลอบโจมตีคุณอยู่ไหน? ได้ข่าวว่าเป็นภูตเลเวล 70 เชียวนะ!"

อาจารย์กวาดตามองรอบๆ อย่างระแวดระวังและเอ่ยถาม

ทันทีที่รู้ข่าวว่าเกิดเรื่อง พวกเขาก็รีบบึ่งมาทันที

ยังไงซะ โม่ซืออวี่ก็เป็นลูกสาวคนโปรดของตระกูลโม่ แถมเพิ่งทำสัญญากับ SSR ถือเป็นเพชรเม็ดงามของวิทยาลัย

โม่ซืออวี่ฝืนเงยหน้าขึ้นตอบ "หนูไม่เป็นไรค่ะ เธอถูกเซี่ยหยวนจัดการไปแล้ว..."

เหล่าอาจารย์และกลุ่มภูตระดับสูงหันมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ก่อนจะหันไปมองเซี่ยหยวนด้วยสายตาเหลือเชื่อ

เดี๋ยวนะ...

SSR เลเวล 15 เปลี่ยนสภาพภูมิประเทศของวิทยาลัยได้ขนาดนี้เลยเหรอ?

หลังจากรับทราบสถานการณ์จริง เหล่าอาจารย์ต่างพากันเงียบกริบ

พลังต่อสู้ของเซี่ยหยวนเกินจินตนาการของพวกเขาไปไกลโข...

ถึงพวกเขาจะผ่านโลกมาเยอะและพอมีความรู้เรื่อง SSR บ้าง แต่ก็ไม่เคยได้ยินเรื่องวีรกรรมระดับพระกาฬแบบเซี่ยหยวนมาก่อน!

เลเวล 15 สังหารโหดภูตระดับ B เลเวล 70 ในพริบตา!

นี่มันข้ามรุ่นกันเกินไปแล้ว...

นั่นมันภูตระดับ B นะ ไม่ใช่ไก่กาอาราเล่!

SSR เองก็มีความเก่งกาจแตกต่างกันไป อย่างพวกสายซัพพอร์ตหรือสายควบคุม พลังโจมตีอาจจะไม่หวือหวาขนาดนี้

ชัดเจนว่าภูตที่มีพลังทำลายล้างระดับเซี่ยหยวน ต้องเป็นสายดาเมจตัวท็อปในหมู่ SSR อย่างไม่ต้องสงสัย เป็นตัวละครระดับเทพที่ใครๆ ก็อยากได้!

เหล่าอาจารย์อดไม่ได้ที่จะอิจฉาในความโชคดีของโม่ซืออวี่

"นักศึกษาโม่ เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นความบกพร่องของทางโรงเรียนที่ปล่อยให้ผู้ใช้ภูตและภูตจากภายนอกลักลอบเข้ามาได้"

"ท่านอธิการบดีได้สั่งการลงมาแล้วว่าจะต้องตรวจสอบเรื่องนี้ให้ถึงที่สุด และให้คำอธิบายแก่ตระกูลโม่ของคุณ!"

จากนั้น ทางวิทยาลัยก็กักตัวผู้ใช้ภูตที่อยู่ในเหตุการณ์ทั้งหมดไว้เพื่อสอบสวน ไม่ยอมให้ใครเล็ดลอดออกไป

แต่สุดท้ายพวกเขาก็ยังหาตัวการที่แท้จริงไม่เจอ

เห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายเตรียมการมาเป็นอย่างดีและวางแผนหนีทีไล่ไว้พร้อมสรรพ

บางทีคนร้ายตัวจริงอาจแฝงตัวเป็นนักศึกษาในวิทยาลัยก็เป็นได้

หลังจากเรื่องวุ่นวายผ่านพ้นไปชั่วคราว

เซี่ยหยวนก็อุ้มโม่ซืออวี่กลับไปพักผ่อนที่วิลล่า วันนี้เธอคงไม่มีพลังวิญญาณเหลือพอจะไปลุยดันเจี้ยนต่อแล้ว

ทว่าวันรุ่งขึ้น กลับมีข่าวส่งมาจากตระกูลโม่แห่งเป่ยชวน เรียกตัวเธอให้กลับไปที่ตระกูล

โม่ซืออวี่รู้ดีว่าหนีไม่พ้น จึงจำใจต้องกลับไปเผชิญหน้า

หลังจากได้เซี่ยหยวนมา เธอก็ไม่ได้ติดต่อหรือแจ้งข่าวกลับไปที่ตระกูลเลย เพราะมีความกังวลบางอย่างในใจ

ก่อนออกเดินทาง โม่ซืออวี่ยังคงรู้สึกไม่สบายใจ เธอยื่นมือไปจับแขนเสื้อเซี่ยหยวนที่อยู่ในชุดลำลองสวมแว่นกันแดด แล้วถามเสียงอ่อยโดยไม่กล้าสบตา

"เซี่ยหยวน ถ้ามีผู้ใช้ภูตที่มีพลังวิญญาณแข็งแกร่งกว่าฉันมาขอทำสัญญากับนาย นายจะ... ยอมไหม?"

เซี่ยหยวนรับรู้ได้ถึงความกังวลในใจของเธอ จึงยื่นมือไปหยิกเอวเธอเบาๆ

โม่ซืออวี่ร้อง "อุ๊ย!" โดยสัญชาตญาณ พลางลูบเอวบางของตัวเอง แล้วมองค้อนเขา "ทำอะไรของนายเนี่ย!"

เซี่ยหยวนเลิกเล่นทีเล่นทีจริง เขาจ้องมองเธอด้วยแววตาจริงจังและให้คำมั่นสัญญา

"ตอนที่ฉันกำลังจะสลายหายไป เธอเป็นคนดึงฉันกลับมา"

"ต่อให้คนอื่นจะมีพลังวิญญาณมหาศาลแค่ไหน เจ้านายของฉันก็มีแค่เธอคนเดียวเท่านั้น"

"คนอื่นไม่มีสิทธิ์!"

โม่ซืออวี่ซาบซึ้งจนน้ำตาคลอเบ้า เธอสูดจมูกฟุดฟิด "เซี่ยหยวน..."

เซี่ยหยวนล้วงกระเป๋ากางเกง แว่นกันแดดเลื่อนลงมาที่ปลายจมูก เขาหันมามองเธอด้วยหางตา

"แน่นอนว่าพลังวิญญาณของเธอมันไม่พอจริงๆ นั่นแหละ เธอกินยาเพิ่มพลังไม่ได้เหรอ? แบบพวกยาฟื้นฟูพลังวิญญาณน่ะ พกติดตัวไว้เยอะๆ หน่อยสิ เผื่อฉุกเฉิน"

โม่ซืออวี่รู้สึกเหมือนโดนตบหน้ากลางสี่แยก...

ผู้ใช้ภูตที่ต้องพึ่งยาเพื่อเลี้ยงภูตตัวเองนี่มัน... น่าสมเพชชะมัด!

จบบทที่ บทที่ 10 เจ้านาย คุณนี่ไม่ได้เรื่องเลย

คัดลอกลิงก์แล้ว