- หน้าแรก
- ตำนานการ์ด ข้าคือคนที่พวกเจ้าทิ้งไป
- บทที่ 12 กายาไสยเวทของนายก็สุดยอดเหมือนกัน
บทที่ 12 กายาไสยเวทของนายก็สุดยอดเหมือนกัน
บทที่ 12 กายาไสยเวทของนายก็สุดยอดเหมือนกัน
คำพูดของเซี่ยหยวนนั้นแผ่วเบา แต่กลับสร้างแรงกดดันมหาศาลให้กับทุกคนในตระกูลโม่อย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน!
ห้องโถงตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง
เนิ่นนานกว่าโม่เฉิงจะเอ่ยปากทำลายความเงียบ "ในเมื่อท่านผู้อาวุโสเซี่ยหยวนกล่าวเช่นนี้ ก็คงต้องปล่อยให้เป็นไปตามนั้น"
โม่อู๋ซวงอึกอักคล้ายอยากจะพูดอะไรบางอย่าง
เขายังคงไม่ยอมแพ้ แต่ก็รู้ดีว่าไม่อาจล่วงเกินเซี่ยหยวนได้
ทว่า น้ำเสียงของโม่เฉิงกลับเปลี่ยนไปเมื่อหันไปมองโม่ซืออวี่ "แต่ทว่า ซืออวี่ ในเมื่อหลานลั่นวาจาไว้แล้ว หลานก็ต้องสอบเข้าวิทยาลัยผู้ใช้ภูตระดับท็อปให้ได้ภายในหนึ่งปี ห้ามคืนคำเด็ดขาด"
โม่ซืออวี่พยักหน้า สีหน้าจริงจังเป็นพิเศษ "แน่นอนค่ะ ถ้าหนูทำไม่ได้ หนูจะขอเป็นฝ่ายยกเลิกสัญญาเอง"
เธอรู้ดีว่าที่เซี่ยหยวนเลือกเธออย่างแน่วแน่นั้น เป็นเพราะความซาบซึ้งใจ
หากเธอไม่สามารถซัพพอร์ตให้เขาต่อสู้อย่างเต็มกำลังได้ตลอดไป ตัวเธอเองก็คงไม่อยากอยู่เคียงข้างเซี่ยหยวนเพื่อเป็นตัวถ่วงเขาเช่นกัน
โม่ซืออวี่เองก็มีศักดิ์ศรีของเธอ!
เซี่ยหยวนประหลาดใจเล็กน้อย ไม่คิดว่าโม่ซืออวี่จะกล้าสาบานเช่นนี้
โม่เฉิงพยักหน้าเบาๆ เป็นเชิงรับรู้
โม่ซืออวี่เข้าใจดีว่าในฐานะผู้นำตระกูล โม่เฉิงไม่ได้มีความเห็นแก่ตัว เขาเพียงแค่ให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ของตระกูลมาเป็นอันดับแรกเสมอ
ส่วนโม่อู๋ซวงนั้น แทบไม่มีความเกี่ยวพันทางสายเลือดกับโม่เฉิงเลย เขาเป็นเพียงลูกหลานสายรองของตระกูล ที่บังเอิญมีพรสวรรค์ในการฝึกฝนพลังวิญญาณเท่านั้น
โม่อู๋ซวงกัดฟันกรอด ท้ายที่สุดก็ต้องยอมจำนน เขาหมุนตัวเดินจากไปอย่างเด็ดเดี่ยว แต่ก่อนไปก็แวะหยุดข้างๆ โม่ซืออวี่ แล้วแสยะยิ้มเยาะ "คิดจะสอบเข้าวิทยาลัยระดับท็อปให้ได้ในเวลาแค่ปีเดียว น้องซืออวี่นี่ช่างมั่นใจในตัวเองเสียจริงนะ"
"งั้นพี่จะรอฟังข่าวดีก็แล้วกัน หวังว่าน้องจะคู่ควรกับภูตระดับ SSR ที่แข็งแกร่งอย่างท่านผู้อาวุโสเซี่ยหยวนนะ!"
โม่ซืออวี่ตวัดสายตาเย็นชาใส่เขา "นั่นมันเรื่องของฉัน ไม่ใช่กงการอะไรของพี่"
........
โม่ซืออวี่และเซี่ยหยวนไม่ได้รั้งอยู่ที่ตระกูลโม่นานนัก หลังจากรับประทานอาหารกลางวันเสร็จ พวกเขาก็เดินทางกลับวิทยาลัย เตรียมตัวลุยดันเจี้ยนต่อ!
เมื่อล่วงรู้ถึงความแข็งแกร่งระดับสัตว์ประหลาดของเซี่ยหยวน ความกล้าหาญของโม่ซืออวี่ก็เพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ
ในขณะที่นักศึกษาใหม่คนอื่นๆ ในวิทยาลัยยังคงดิ้นรนจับกลุ่มปาร์ตี้เพื่อลงดันเจี้ยนระดับเริ่มต้นกันอย่างยากลำบาก พวกเขากลับเตรียมตัวไปลุยดันเจี้ยน 3 ดาวกันแล้ว!
ในฐานะคนดังของวิทยาลัย ไม่ว่าพวกเขาจะขยับตัวไปไหนก็มักจะสร้างความฮือฮาและกลายเป็นจุดสนใจอยู่เสมอ
บังเอิญเหลือเกินที่เจียงหลีก็พา 'ขุนพลโครงกระดูก' ภูตระดับ C ตัวใหม่ที่เพิ่งซื้อมา มาที่เขตดันเจี้ยนเช่นกัน โดยกะว่าจะลงดันเจี้ยนระดับเริ่มต้นสักสองสามรอบ
ท่ามกลางฝูงชน เจียงหลีเหลือบไปเห็นเซี่ยหยวนเข้าพอดี ดวงตาของเธอแดงก่ำขึ้นมาทันที!
เธอมองดูเรือนผมสีเงินสลวย รูปร่างสูงโปร่ง 190 เซนติเมตร ช่างเป็น SSR ที่ทั้งรูปงามและทรงพลังเสียเหลือเกิน
แล้วพอกลับมามอง 'ขุนพลโครงกระดูก' ภูตระดับ C ของตัวเอง ที่ต้องกู้หนี้ยืมสินถึง 10,000 หินวิญญาณเพื่อซื้อมา แถมยังมีกลิ่นอายที่น่าสะพรึงกลัว คลื่นความเสียใจอย่างสุดซึ้งก็ถาโถมเข้าใส่หัวใจของเธอ!
เพราะการตัดสินใจทิ้งโอกาสทำสัญญากับ SSR ในวันนั้น ทำให้ตอนนี้เธอกลายเป็นคนบาปของตระกูล แม้แต่พ่อแท้ๆ ของเธอก็ไม่ยอมให้หินวิญญาณเธออีกต่อไป...
แน่นอนว่าเจียงหลีย่อมรู้เรื่องวีรกรรมของเซี่ยหยวนเมื่อวานนี้ โซโล่ดันเจี้ยน 2 ดาว และสังหารภูตระดับ B เลเวล 70 ในพริบตา!
ภูตที่ไร้เทียมทานแบบนั้นควรจะเป็นของเธอแท้ๆ!
แต่เธอกลับเป็นคนทิ้งโอกาสนั้นไปเอง...
"บ้าเอ๊ย ทำไมนายต้องเป็น SSR ที่เก่งกาจขนาดนี้ด้วย!"
"สวรรค์กลั่นแกล้งฉันชัดๆ!"
ยิ่งคิดเจียงหลีก็ยิ่งโมโห เธอเตะขุนพลโครงกระดูกที่ยืนอยู่ข้างๆ อย่างแรง "มองอะไรฮะ! ภูตที่แม้แต่พูดยังพูดไม่ได้ ไร้ประโยชน์สิ้นดี ทำไมแกไม่กลายร่างเป็น SSR บ้างวะ?!"
ขุนพลโครงกระดูกจ้องมองเธอด้วยเบ้าตากลวงโบ๋สีดำสนิท ดูน่าสงสารจับใจ
อีกด้านหนึ่ง
โม่ซืออวี่และเซี่ยหยวนตัดสินใจเลือกดันเจี้ยน 3 ดาวเรียบร้อยแล้ว รุ่นพี่ทั้งชายและหญิงต่างพาภูตของตนมารุมล้อม หวังจะขอร่วมปาร์ตี้ด้วย
แต่น่าเสียดายที่ทุกคนถูกปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย
เซี่ยหยวนต้องการเก็บเลเวลคนเดียว
ภูตแมวระดับ C ของโม่ซืออวี่นั้นมีคุณสมบัติแฝงในการช่วยลดการใช้พลังวิญญาณ จึงไม่ได้แย่งค่าประสบการณ์จากเขาไปมากนัก มิฉะนั้นเขาคงไม่อยากพาเจ้าเสี่ยวเฮยไปด้วยซ้ำ
"เจ้าอ้วนอวี่ พลังวิญญาณสำรองพอหรือเปล่า? พกยาฟื้นฟูพลังวิญญาณมาด้วยไหม?"
หลังจากเหตุการณ์ลอบสังหารคราวก่อน เซี่ยหยวนก็ไม่เคยลดความระมัดระวังลงเลยแม้อยู่ในวิทยาลัย เขาใช้ 'ริคุกัน' คอยสังเกตการณ์รอบด้านอยู่ตลอดเวลา
แม้เขาจะไม่สามารถเปิดใช้งาน 'มุเก็น' ไว้ได้ตลอดเวลา แต่แค่นี้ก็เพียงพอสำหรับการป้องกันแล้ว
สีหน้าของโม่ซืออวี่ดูแปลกไปเล็กน้อย ราวกับสามีไร้น้ำยาที่ถูกบังคับให้กินยาโด๊ป รู้สึกทั้งอับอายและขายหน้า เธอเบือนหน้าหนีแล้วบ่นอุบอิบ "พกมาแล้วน่า..."
เซี่ยหยวนพยักหน้าเบาๆ "ก็ดี จะได้ป้องกันพวกหน้าโง่ที่คิดจะลอบกัดตอนที่เธอพลังวิญญาณหมด"
โม่ซืออวี่เข้าใจถึงความกังวลของเซี่ยหยวนดี การกลับไปตระกูลโม่คราวนี้จึงไม่เสียเปล่า
นอกจากยาฟื้นฟูพลังวิญญาณฉุกเฉินจำนวนมากแล้ว เธอยังพกอุปกรณ์เวทประเภทบาเรียป้องกันภัยมาด้วยอีกเพียบ เผื่อเกิดเหตุไม่คาดฝัน
"จะว่าไป พวกผู้ใช้ภูตอย่างเธอมีวิธีฝึกพลังวิญญาณกันยังไงเหรอ?"
เซี่ยหยวนถามด้วยความอยากรู้
โม่ซืออวี่: "ก็แค่ใช้บ่อยๆ น่ะ วิธีฝึกพลังวิญญาณก็คือการรีดเร้นมันออกมาจนหมดหลอดซ้ำแล้วซ้ำเล่า"
เซี่ยหยวนชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มออกมา "ง่ายแค่นี้เอง มิน่าล่ะถึงกล้าไปพนันกับตาแก่ตระกูลโม่นั่น!"
โม่ซืออวี่แค่นเสียง "ฉันไม่ได้โง่นะยะ!"
สิ้นคำ เธอก็รู้สึกหน้ามืดตาลาย โลกทั้งใบตีลังกากลับหัวกลับหาง
เซี่ยหยวนอุ้มเธอขึ้นพาดบ่าอย่างชำนาญ แล้วก้าวเท้าเข้าสู่ประตูมิติของดันเจี้ยน 3 ดาว!
ฝูงชนที่มุงดูต่างสูดปากด้วยความตกตะลึงอีกครั้ง
"บ้าไปแล้ว! คราวนี้ก็โซโล่อีกแล้ว แถมยังเป็นดัน 3 ดาวด้วย!"
"ดัน 3 ดาวเนี่ย ขนาดพวกรุ่นพี่ยังไม่กล้าลงตี้ไปสุ่มสี่สุ่มห้าเลยนะ!"
"เอาตรรกะทั่วไปมาใช้วัดกับ SSR ไม่ได้จริงๆ แฮะ..."
"ซี๊ดดด มีขุมพลังระดับนี้อยู่ วิทยาลัยเป่ยชวนของเราคงได้ผงาดในการแข่งขันทัวร์นาเมนต์ระดับชาติปีนี้แน่ๆ"
"ถ้าโซโล่ดัน 3 ดาวสำเร็จรอบนึง น่าจะได้รางวัลสัก 3,000 หินวิญญาณมั้ง นั่นมันเกือบพอสุ่มกาชา 20 โรลเลยนะ อิจฉาโว้ย!"
"..."
...........
สภาพแวดล้อมของดันเจี้ยน 3 ดาวแห่งนี้ดูคล้ายกับป่าดิบชื้น ทัศนวิสัยเปิดกว้างและสว่างไสว
"นักล่ากรงเล็บเถาวัลย์!"
"อสูรหนองน้ำตะไคร่เน่า!"
"ผีเสื้อสปอร์ปรสิต!"
โม่ซืออวี่ยังคงทำหน้าที่บอกจุดอ่อนของมอนสเตอร์เหล่านี้อย่างเป็นมืออาชีพและคล่องแคล่ว แต่เซี่ยหยวนก็ไม่เคยต้องพึ่งพาข้อมูลพวกนั้นเลย
เขาหิ้วโม่ซืออวี่ไว้ แล้วเริ่มมหกรรมสังหารหมู่ด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ!
เถาวัลย์หนามจำนวนมากพุ่งพรวดขึ้นมาจากพื้นดินอย่างกะทันหัน
เซี่ยหยวนพุ่งตัวไปข้างหน้า หมุนตัว 180 องศากลางอากาศ หลบหลีกได้อย่างแม่นยำ แล้วประเคน 'ไสยเวทหมุนตาม: อาโอะ' เข้าใส่นักล่ากรงเล็บเถาวัลย์เต็มรัก!
สัตว์ประหลาดร่างยักษ์ที่มีปากกว้างราวกับเหวลึกพุ่งพรวดขึ้นมาจากหนองน้ำใต้เท้า หมายจะเขมือบเขาเข้าไปทั้งตัว
แต่เซี่ยหยวนสัมผัสได้ล่วงหน้าแล้ว เขาเตะมันจนกระเด็น ก่อนจะตบรางวัลด้วย 'ไสยเวทหมุนทวน: อากะ' เจาะทะลุคอหอยมันไป
มอนสเตอร์ในป่าดิบชื้นแห่กันมาเป็นระลอก เซี่ยหยวนเคลื่อนไหวพลิ้วไหวไปมาท่ามกลางวงล้อม จัดการพวกมันได้อย่างสบายมือ
โม่ซืออวี่กับเสี่ยวเฮยที่ถูกหิ้วกระเตงไปมา รู้สึกหวาดเสียวราวกับกำลังเล่นรถไฟเหาะตีลังกา สีหน้าของทั้งคู่เต็มไปด้วยความสิ้นหวัง
โม่ซืออวี่ไม่เคยคาดคิดเลยว่า นอกจากสกิลของเซี่ยหยวนจะโกงสุดๆ แล้ว ทักษะการต่อสู้ระยะประชิดของเขาก็ยังแข็งแกร่งหาตัวจับยาก!
SSR ของเธอช่างสมบูรณ์แบบตามที่ระบุไว้ในสเตตัสจริงๆ ยกเว้นนิสัยกวนโอ๊ย ความสามารถด้านอื่นๆ ล้วนไร้ที่ติ!
สมแล้วที่เป็นภูตสายเป็ดสารพัดประโยชน์!
มอนสเตอร์ในดันเจี้ยน 3 ดาวมีเลเวลเฉลี่ยอยู่ที่ 40 ถึง 60!
ส่วนบอสดันเจี้ยนจะถูกล็อกเลเวลสูงสุดไว้ที่ 60!
ความแข็งแกร่งของพวกมันสูงกว่าดันเจี้ยน 2 ดาวอยู่หลายขุม
อย่างไรก็ตาม ตราบใดที่เซี่ยหยวนเปิดใช้งาน 'มุเก็น' เขาก็แทบจะไร้เทียมทาน สามารถเคลียร์ดันเจี้ยนได้โดยไร้รอยขีดข่วน
ประกอบกับการร่าย 'อาโอะ' และ 'อากะ' ที่แทบจะไร้ดีเลย์ รวมถึงทักษะการต่อสู้ระยะประชิดอันน่าทึ่ง ประสิทธิภาพในการเคลียร์ดันเจี้ยนของเขาจึงไม่ลดทอนลงเลย
สิบนาทีต่อมา
พวกเขาก็มาถึงหน้าห้องบอสอีกครั้ง!
ในที่สุดโม่ซืออวี่ก็ถูกปล่อยตัวลงมาพักหายใจ การถูกหิ้วตลอดเวลามันช่างปวดหลังปวดเอวเสียเหลือเกิน
เธอบิดขี้เกียจยืดเส้นยืดสาย "คราวนี้จะเจอบอสชื่อแดงอีกไหมนะ บอสชื่อแดงดัน 3 ดาว เลเวลตั้ง 70 แหนะ แต่คงไม่บังเอิญขนาดนั้นหรอกมั้ง? ขืนเจอบอสชื่อแดงติดกันสองรอบ ฉันคงต้องไปซื้อหวยแล้วล่ะ..."
เซี่ยหยวนถอดแว่นกันแดดออก เผยให้เห็นดวงตาสีฟ้าครามที่เย็นเยียบ "ฉันล่ะหวังให้เป็นแบบนั้นสุดๆ"
หลังจากโม่ซืออวี่พักจนหายเหนื่อย
ทั้งสองก็ก้าวเข้าสู่อาณาเขตของบอส
ทันทีที่เท้าแตะพื้น เส้นเตือนสีแดงก็สว่างวาบขึ้นรอบตัว
ตั๊กแตนตำข้าวร่างมนุษย์สีเขียวสดใสพุ่งทะยานลงมาจากฟ้า รูปร่างของมันกำยำล่ำสัน มีใบมีดคมกริบฝังอยู่ที่แขนและขา นัยน์ตาสีแดงฉานดั่งเลือด
ขนาดตัวของมันไม่ได้ใหญ่โตนัก พอๆ กับมนุษย์ทั่วไป แต่แรงกดดันที่แผ่ออกมากลับมหาศาล!
แถบเลเวลสีแดงสว่างวาบขึ้นเหนือหัวของมัน
"เลเวล 70 ราชันย์คมมีด!"
เหงื่อเย็นผุดพรายบนใบหน้าของโม่ซืออวี่ เธอถอยกรูดด้วยความหวาดกลัว "ดูเหมือนเราจะดวงดีสุดๆ ไปเลยนะเนี่ย!"
สีหน้าของเซี่ยหยวนช่างตรงกันข้ามกับเธออย่างสิ้นเชิง เขาเต็มไปด้วยความตื่นเต้นยินดี พลางวิเคราะห์อย่างมีเหตุผล "อาจจะไม่ใช่เรื่องดวงก็ได้นะ วิธีทริกเกอร์บอสชื่อแดงน่าจะมาจากการเคลียร์ดันเจี้ยนด้วยความเร็วสูงมั้ง!"