เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 11 : บาปแห่งโทสะ

บทที่ 11 : บาปแห่งโทสะ

บทที่ 11 : บาปแห่งโทสะ


ไม่นานหลังจากนั้น ที่ชั้นล่างของอพาร์ตเมนต์

ทีมตำรวจนอกเครื่องแบบเดินเรียงแถวเข้ามาอย่างรวดเร็ว ก้าวเท้าขึ้นบันได และมาหยุดที่หน้าห้องนอร์แมน

หัวหน้าชุดเคาะประตู : "เปิดประตู! นี่มาร์ชเอง!"

ภายในห้อง นอร์แมนที่กำลังกินข้าวอยู่ใจหายวาบ หน้าซีดเผือดลงทันตา

จบเห่แล้ว คนของสแตนมาจริงๆ ด้วย

อย่าลน อย่าลน พวกมันไม่มีหลักฐาน แค่ข่าวลือ มันทำอะไรฉันไม่ได้หรอก

ขณะเดียวกัน ที่ห้องฝั่งตรงข้าม

มาทิลด้ากำลังถือซองซอสมะเขือเทศ บีบซอสลงบนจานพาสต้า วาดเป็นรูปหน้ายิ้มสีแดงสดใส

"น้องชายดูสิ สวยไหม?"

"น่ารักจัง"

น้องชายวัยสี่ขวบส่งยิ้มซื่อๆ ไร้เดียงสาให้พี่สาว มาทิลด้าอดยิ้มตอบไม่ได้ พลางเอามือขยี้หัวฟูๆ ของน้องชาย

จังหวะนั้น ลูค่าก็เดินออกมาพร้อมชามบะหมี่ มาทิลด้าเห็นน้ำซุปสีแดงฉานด้วยน้ำมันพริกในชามลูค่า ก็ถึงกับขมวดคิ้ว

ลูค่ายิ้ม "ซอสพริกหอมกว่าซอสมะเขือเทศเยอะนะ เอาหน่อยไหม?"

"ไม่เอาค่ะ เผ็ดเกินไป"

มาทิลด้ารีบส่ายหน้า ประสบการณ์เผ็ดจนน้ำตาเล็ดจากอาหารเสฉวนคราวก่อนยังจำฝังใจ

ช่วงหลังมานี้เธอชอบมาขลุกอยู่ที่ห้องลูค่าบ่อยขึ้น ตั้งแต่นอร์แมนลงไม้ลงมือกับเธออีกครั้ง เธอก็อยากหนีจากครอบครัวเฮงซวยนั่นตลอดเวลา และห้องของลูค่าที่อยู่ตรงข้ามก็กลายเป็นหลุมหลบภัยชั่วคราว

ขณะที่ทุกคนกำลังจะเริ่มมื้อเย็น เสียงปืนดังสนั่นก็ทำลายบรรยากาศอันอบอุ่นลงทันที

มาทิลด้าสะดุ้งสุดตัว หันขวับไปมองที่ประตู

ลูค่าเองก็แปลกใจเล็กน้อย มากันเร็วกว่าที่คิดแฮะ?

เขาวางส้อมลงทันที ลุกขึ้นไปหยิบปืนพกที่ซ่อนอยู่ใต้โต๊ะกาแฟออกมา

มาทิลด้าไม่แปลกใจที่เห็นปืนในบ้านลูค่า คนอเมริกามีปืนกันเกลื่อนเมือง อีกอย่างเธอก็พอรู้ว่าตัวตนของลูค่าไม่ธรรมดา

"ลูค่า..." มาทิลด้าขยับเข้าไปหาเขาอย่างระแวดระวัง

"ชูว์!" ลูค่าเอานิ้วแตะปาก "พาน้องชายเข้าไปในห้อง หลบให้ดีทั้งคู่เลยนะ"

มาทิลด้าพยักหน้าด้วยความกลัว แล้วรีบจูงมือน้องชายเข้าไปหลบในห้องนอนด้านใน

ลูค่าเดินไปที่ประตู มองผ่านตาแมวไปยังห้องฝั่งตรงข้าม

ตำรวจนายหนึ่งถือปืนยืนคุมเชิงอยู่ที่หน้าประตู ส่วนข้างในห้อง เสียงปืนนานาชนิดดังระงม ทั้งลูกซอง ปืนกลมือ ปืนพก ดังต่อเนื่องราวกับจุดประทัด

ลูค่าสังเกตการณ์อยู่ครู่หนึ่ง แต่ด้วยมุมมองที่จำกัด ทำให้ไม่เห็นสถานการณ์ข้างในชัดเจน และไม่รู้ว่าสแตนอยู่ที่นั่นด้วยหรือเปล่า

ทันใดนั้น ร่างโชกเลือดร่างหนึ่งก็พุ่งออกมาจากห้องตรงข้าม—นอร์แมนนั่นเอง แต่ทันทีที่พ้นประตู ตำรวจที่ดักรออยู่ข้างนอกก็เหนี่ยวไก ยิงเข้าใส่กลางอกนอร์แมนอย่างจัง

ร่างนั้นล้มตึงลงบนพื้นโถงทางเดิน

จากนั้นตำรวจอีกนายก็เดินออกมา ลากศพนอร์แมนกลับเข้าไปในห้อง แล้วสั่งเพื่อนร่วมทีมให้รีบหาที่ซ่อนยาของนอร์แมน

ไม่นานนัก กลุ่มคนที่ค้นเจอยาแล้วก็รีบถอนตัวออกจากที่เกิดเหตุอย่างรวดเร็ว

ลูค่านับจำนวนคนแล้วไม่เห็นสแตน ทำเอาเขารู้สึกเสียดายเล็กน้อย

ดูเหมือนการที่เขาไปปล้นยาจะทำให้สแตนไหวตัวทัน

น่าเสียดายที่มันไม่มาด้วย

นี่ทำให้ลูค่าพับแผนที่จะลงมือในตอนนี้ไปก่อน

มาทิลด้ากับน้องชายยังอยู่ในห้อง การปะทะกันมั่วซั่วอาจทำให้เกิดลูกหลงได้ เพื่อความปลอดภัยของเด็กๆ เขาตัดสินใจไม่เสี่ยง

มาทิลด้าต้องไม่เป็นอะไร!

หลังจากทุกคนจากไปหมดแล้ว ลูค่าถึงได้เปิดประตูเดินเข้าไปดูที่เกิดเหตุห้องตรงข้าม

สภาพข้างในเละเทะไม่มีชิ้นดี โดนตำรวจรื้อค้นกระจุยกระจายเพื่อหายา ดูเหมือนกองขยะหลังพายุลงไม่มีผิด

ลูค่าเจอศพนอร์แมนอยู่ข้างใน แต่ไม่เห็นแม่และพี่สาวของมาทิลด้า

หือ? บัตเตอร์ฟลายเอฟเฟกต์เหรอ? แม่กับพี่สาวรอดตาย?

"ลูค่า คุณอยู่ข้างในเหรอ?"

เสียงมาทิลด้าดังมาจากหน้าประตู เธอเดินฝ่ากองซากปรักหักพังเข้ามาในห้องนั่งเล่น

พอเห็นศพที่นอนอยู่บนพื้น ใบหน้าเล็กๆ ของมาทิลด้าก็ซีดเผือดลงทันตา มือคว้าแขนลูค่าไว้แน่นโดยสัญชาตญาณ

ดูเหมือนเธอจะไม่คิดว่าเรื่องจะจบลงแบบนี้ ชั่วขณะหนึ่งเธอพูดไม่ออก ได้แต่จ้องมองศพพ่อบนพื้นตาค้าง ไม่ยอมปล่อยมือลูค่า

ลูค่าสัมผัสได้ถึงความกังวลผ่านนิ้วมือที่สั่นเทาของเธอ

ต่อให้เกลียดพ่อแค่ไหน เธอก็ยังเป็นแค่เด็กที่ไม่เคยเผชิญกับความตายของคนใกล้ชิดมาก่อน

เมื่อกลับมาที่ห้อง

มาทิลด้านั่งเงียบเป็นรูปปั้นอยู่ที่โต๊ะ เหม่อลอย จนกระทั่งน้องชายวิ่งเข้ามากอด เธอถึงได้ยิ้มเจื่อนๆ ออกมา

มองดูใบหน้ายิ้มแย้มไร้เดียงสาของน้องชาย มาทิลด้าพลันรู้สึกขอบคุณสวรรค์ที่เธอตอบรับคำชวนกินข้าวเย็นของลูค่า พาน้องชายมาที่นี่จนรอดพ้นจากนรกมาได้

ไม่อย่างนั้น เธอและน้องคงกลายเป็นศพเพิ่มอีกสองศพบนพื้นนั่น

แก้วนมถูกยื่นมาตรงหน้า มาทิลด้าเงยหน้าขึ้นสบตาอันอบอุ่นของลูค่า

"เสียใจเรื่องพ่อเธอด้วยนะ"

"ต่อให้พวกมันไม่ฆ่าเขา สักวันหนูก็คงลงมือเองอยู่ดี"

ขอบตามาทิลด้าแดงก่ำ แม้แววตายังมีความหวาดกลัวหลงเหลืออยู่ แต่กลับไม่มีความเศร้าโศกมากนัก

เธอรับนมอุ่นๆ มาถือไว้ กระซิบเสียงเบา "หนูแค่ยังทำตัวไม่ถูก พ่อตายแล้ว บ้านก็แตกสาแหรกขาด"

"แล้วแม่เธอล่ะ..."

"เขาไม่ใช่แม่แท้ๆ ของหนู" มาทิลด้าส่ายหน้า น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและจนปัญญา "อิซาก็ไม่ใช่พี่สาวแท้ๆ เป็นแค่พี่ต่างแม่ วันๆ เอาแต่ลดความอ้วน แต่หุ่นก็ยังทุเรศเหมือนเดิม ส่ายก้นเหมือนแม่หมู เรียกแต่แมลงวันน่ารำคาญเข้ามาหา"

ช่างเป็นความ 'กตัญญู' ที่สะเทือนเลื่อนลั่นจริงๆ ฟังคำบ่นระบายความอัดอั้นของเธอ ลูค่าอดถอนหายใจไม่ได้ การต้องอยู่ในครอบครัวแบบนี้น่าปวดหัวจริงๆ

"ในบ้านหลังนั้น คนเดียวที่รักหนูคือน้องชาย"

มาทิลด้ากอดน้องชายแน่น ซุกหน้าลงกับกลุ่มผมนุ่มของน้อง "มีแค่เขาที่ไม่ด่าหนู ไม่ตีหนู กอดหนูเวลาหนูไม่มีความสุข... เทียบกับนังแม่หมูนั่นแล้ว หนูเหมือนแม่เขามากกว่าซะอีก"

น้ำตาไหลพรากออกมาจากหางตา ไหลรินอย่างเงียบงันและเจ็บปวด "ลูค่า หนูเกลียดบ้านหลังนั้น หนูเบื่อเรื่องพรรค์นี้เต็มทนแล้ว"

"มันไม่ใช่ความผิดของเธอ"

ลูค่ามองจานพาสต้าที่ยังไม่ได้แตะบนโต๊ะ "มาทิลด้า เธอทำได้ดีมากแล้ว เธอเข้มแข็งกว่าเด็กทุกคนที่ฉันเคยเจอมา หลังจากชีวิตมอบความเจ็บปวดให้เธอมากมายขนาดนี้ เธอยังยิ้มสู้กับมันได้"

มาทิลด้ามองตามไปที่จานพาสต้ารูปหน้ายิ้ม น้องชายไร้เดียงสาเข้าใจว่าพี่สาวอยากกิน เลยดันจานไปให้ "พี่จ๋า อย่าร้องไห้นะ หนูให้กินเส้นของหนู"

น้ำตายิ่งไหลทะลัก แต่ใบหน้ามาทิลด้ากลับมีรอยยิ้ม เธอร้องไห้ไปหัวเราะไป กอดน้องชายแน่น ปลดปล่อยอารมณ์ที่อัดอั้นออกมาเสียงดัง

ลูค่าพูดเสียงนุ่มนวล "มาทิลด้า ฆาตกรพวกนั้นต้องชดใช้ด้วยชีวิต"

มาทิลด้ามองเขาด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยน้ำตา

ลูค่า : "ฉันจะฆ่าไอ้พวกฆาตกรนั่นให้เอง นี่คือคำสัญญา"

ไม่นานนัก ตำรวจก็มาถึงที่เกิดเหตุและปิดล้อมพื้นที่

ไม่ใช่ลูค่าหรือลีอองที่โทรแจ้ง แต่เป็นเพื่อนบ้านคนอื่นในตึก

ตำรวจเดินเคาะประตูทีละห้อง สอบปากคำและสืบสวนเพื่อนบ้าน

ในเวลาเดียวกัน แม่และพี่สาวของมาทิลด้าก็กลับมาถึง

คนหนึ่งไปทำงานกะดึก อีกคนไปเรียนมหาวิทยาลัย ทำให้รอดตายอย่างปาฏิหาริย์

พอรู้ข่าวการตายของนอร์แมน ผู้หญิงสองคนนี้กลับไม่ได้ดูเสียใจอะไรมากมาย แค่ตกใจกลัวสุดขีด ไม่รู้ว่าใครฆ่านอร์แมน และกลัวตัวเองจะโดนหางเลขไปด้วย

ตำรวจให้ความคุ้มครองและพาพวกเธอ พร้อมทั้งมาทิลด้าและน้องชาย ไปสอบปากคำที่สถานีตำรวจ

ก่อนจะถูกตำรวจพาตัวไป มาทิลด้าหันมาหาลูค่า "ลูค่า หนูยังกลับมาหาคุณได้ไหม?"

"แน่นอน พาสต้าเธอยังกินไม่หมดเลยนะ"

"รอหนูนะ ลูค่า คุณต้องรอหนูนะ"

มาทิลด้ากอดลูค่าอย่างจริงจัง ซบหน้าลงกับท้องลูค่าอยู่นาน ก่อนจะจำใจผละออกแล้วเดินตามตำรวจไป

หลังจากพวกเขาจากไป ตำรวจหนุ่มรูปหล่อคนหนึ่งก็เข้ามาถามลูค่าด้วยความสงสัย "คุณเป็นอะไรกับผู้ตายครับ? ญาติเหรอ?"

ลูค่า : "เพื่อนบ้านครับ ผมสนิทกับลูกสาวผู้ตาย รักเหมือนน้องสาวแท้ๆ เลย"

ได้ยินดังนั้น ตำรวจหนุ่มก็ไม่สงสัยอะไร อาจเพราะภาพความสนิทสนมเมื่อกี้ หรือปฏิกิริยาทางจิตวิทยาบางอย่าง ทำให้เขาเชื่อลูค่าอย่างสนิทใจ

ตำรวจหนุ่มถอนหายใจ "งั้นเธอก็โชคดีจริงๆ ที่ตอนเกิดเหตุอยู่ที่ห้องคุณ เลยรอดมาได้ ไม่งั้นฆาตกรคงเก็บเธอไปด้วยแล้ว"

แล้วเขาก็พึมพำกับตัวเอง "นิวยอร์กนี่มันเถื่อนจริงๆ ผมเพิ่งย้ายมาก็เจอคดีแบบนี้เลย"

จังหวะนั้น ตำรวจแก่ผิวสีคนหนึ่งเดินออกมาจากที่เกิดเหตุ แล้วเรียกตำรวจหนุ่ม "มิลส์ ไปกันเถอะ"

ตอนเดินผ่านลูค่า ตำรวจแก่คนนั้นมองลูค่าด้วยสายตามีความหมาย แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร

มองแผ่นหลังของทั้งคู่ ลูค่าอดส่ายหน้ายิ้มแห้งๆ ไม่ได้

【ค้นพบการ์ดตัวละคร : เดวิด มิลส์ (ปลดล็อก)】

【เดวิด : ระดับ B】

【ที่มา : "7 ข้อต้องฆ่า" (Se7en)】

【ทักษะ : บาปแห่งโทสะ】

【ความสัมพันธ์ : คนแปลกหน้า】

【การ์ดตัวละคร : วิลเลียม ซอเมอร์เซต (ปลดล็อก)】

【วิลเลียม : ระดับ B】

【ที่มา : "7 ข้อต้องฆ่า" (Se7en)】

【ทักษะ : การจำลองอาชญากรรม】

【ความสัมพันธ์ : สนใจ】

วิลเลียม ซอเมอร์เซต เป็นตำรวจเก่าแก่ในกรมตำรวจนิวยอร์ก ลูค่าอยู่นิวยอร์กมาหลายปี เคยเห็นหน้าวิลเลียมบ่อยครั้ง วิลเลียมเองก็รู้ว่าลูค่าเป็นใคร

แต่ เดวิด มิลส์ นี่สิ ลูค่าเพิ่งเคยเห็นครั้งแรกวันนี้

ลูค่ามองแผ่นหลังของตำรวจหนุ่มแล้วนวดขมับ "หมอนี่ย้ายมานิวยอร์กแล้วเหรอเนี่ย?"

นี่ไม่ใช่สัญญาณที่ดีเลย หลังจากเดวิด มิลส์ ย้ายมานิวยอร์ก เมืองก็ต้องเผชิญกับคดีฆาตกรรมต่อเนื่องทางศาสนาสุดสยองขวัญ

บาป 7 ประการ ของศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก : ราคะ, ตะกละ, โลภะ, เกียจคร้าน, โทสะ, ริษยา, อัตตา... ฆาตกรใช้ตรรกะแห่งบาป 7 ประการในการก่อเหตุฆาตกรรมต่อเนื่อง สร้างสรรค์มันเป็นศิลปะเพื่อการตักเตือน และสุดท้ายถึงขนาดยอมสละชีวิตตัวเองเพื่อทำให้ 'งานศิลปะชิ้นเอก' นี้สมบูรณ์

โคตรจะโรคจิต

เดวิด ตำรวจหนุ่มไฟแรงผู้มุทะลุและอยากสร้างชื่อ ถูกฆาตกรปั่นหัวจนเละ และต้องจ่ายค่าตอบแทนอย่างสาสม

ภรรยาของเขาถูกฆาตกรตัดหัว ทำให้จิตใจเขาพังทลายอย่างสมบูรณ์ จนตัวเขาเองกลายเป็นตัวแทนของ 'บาปแห่งโทสะ' ต้องทนทุกข์ทรมานเหมือนตายทั้งเป็น

ในแง่หนึ่ง ชีวิตของเดวิดอาจจะรันทดยิ่งกว่ามาทิลด้าเสียอีก

แต่ตอนนี้ เดวิดได้มาเจอกับลูค่า จอมเสือกเรื่องชาวบ้านเข้าให้แล้ว

ลูค่าทำอย่างอื่นไม่ค่อยเป็น แต่เรื่องพังพล็อตชาวบ้านจนต้องร้อง 'เชี่ยเอ๊ย!' นี่งานถนัด

—ลูค่า 'จอมทำลายพล็อต' เกรโก้

"ใครใช้ให้ฉันเป็นคนที่รักการผดุงความสงบสุขล่ะ?"

หมายเหตุผู้แปล : พื้นหลังของหนังทุกเรื่องในตอนนี้คือ 'นิวยอร์ก' เมืองไม่ได้ถูกดัดแปลงด้วยเวทมนตร์ แต่ไทม์ไลน์จะถูกปรับเปลี่ยน ให้ถือว่าเป็นโลกคู่ขนานของซีรีส์/หนังอเมริกันนะครับ สำหรับผู้ที่รู้ประวัติศาสตร์มาเฟีย หรือประวัติศาสตร์อเมริกาหลังยุค 60s โปรดทำใจร่มๆ ไทม์ไลน์เหตุการณ์และตัวละครมีการปรับเปลี่ยนและแต่งเติมเยอะมาก

จบบทที่ บทที่ 11 : บาปแห่งโทสะ

คัดลอกลิงก์แล้ว