- หน้าแรก
- เส้นทางมาเฟียผู้พิทักษ์ จากนักเลงอิตาลีสู่ก๊อดฟาร์เธอร์แห่งนิวยอร์ก
- บทที่ 9 : นักฆ่าผู้โดดเดี่ยว
บทที่ 9 : นักฆ่าผู้โดดเดี่ยว
บทที่ 9 : นักฆ่าผู้โดดเดี่ยว
หลังจากสืบหาตัวสายข่าวของนอร์แมนและได้เบาะแสสำคัญ ขั้นตอนต่อไปก็ง่ายขึ้นมาก
ลูค่าสะกดรอยตามบุคคลเป้าหมายไปจนถึงอู่ซ่อมรถแห่งหนึ่ง แล้วจอดรถซุ่มสังเกตการณ์อยู่ห่างๆ เงียบๆ
ไม่นานนัก เฮนรี่กับจิมมี่ก็มาถึงที่นัดหมายและขึ้นมาบนรถของลูค่า
"เห็นหมอนั่นไหม? หัวล้าน ใส่แจ็กเก็ตสีดำ กางเกงยีนส์" ลูค่าชี้มือเข้าไปในอู่ซ่อมรถ "มันมีความเชื่อมโยงกับสแตน"
สองคู่หูถึงกับทึ่ง คนอื่นสืบแทบตายไม่เจออะไรเลย แล้วลูค่าไปหาข้อมูลพวกนี้มาจากไหน?
สมคำร่ำลือนักฆ่าระดับท็อปที่หากินกับโรงแรมคอนติเนนทัลจริงๆ
"ลูกพี่ลูค่า สายตาเฉียบคมจริงๆ ไม่มีอะไรเล็ดลอดสายตาลูกพี่ไปได้เลย!" เฮนรี่รีบสอพลอทันที
จิมมี่สนใจตัวเป้าหมายมากกว่า "มันเป็นใครครับ?"
"ไม่แน่ใจ" ลูค่าส่ายหน้า "นั่นแหละงานของพวกนาย ต่อไปพวกนายต้องสืบให้รู้ตัวตนจริงๆ ของมัน และดูว่ามันติดต่อกับใครบ้าง หาคนรับฝากยาของสแตนให้เจอ แล้วเอาข้อมูลทั้งหมดมาบอกฉัน ที่เหลือเดี๋ยวฉันจัดการเอง"
ทั้งสองรีบรับภารกิจทันที
ลูค่าแสร้งทำเป็นถามต่ออย่างไม่รู้อีโหน่อีเหน่ "พวกนายคุ้นเคยกับแถบฮาร์เล็มไหม? รู้หรือเปล่าว่า 'บลูเมจิก' นี่เป็นของใคร?"
"ของมันมีเกลื่อนเลยครับ บลูเมจิกนี่ฮิตสุดๆ ในตอนนี้ พวกลูกคนรวยแห่กันซื้อเพราะความบริสุทธิ์สูง ฉีดเข้าเส้นได้เลย"
จิมมี่ร่ายยาวรายชื่อบาร์ คลับ ร้านซักรีด และร้านอาหารในนิวยอร์กที่ขายบลูเมจิกให้ฟังเป็นฉากๆ
"บลูเมจิกส่วนใหญ่มีความบริสุทธิ์เกิน 50% แถมราคายังถูกมาก ตอนนี้คนนิวยอร์กยอมรับแต่ยี่ห้อนี้ ยี่ห้ออื่นขายยากเป็นบ้า"
"ใช่ครับ" เฮนรี่เสริม "คราวก่อนผมต้องเอาของล็อตนั้นออกไปขายนอกเมือง ในถิ่นนี้สู้บลูเมจิกยากจริงๆ"
ลูค่านิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง
ให้ตายเถอะ นี่มันถึงขนาดสร้างแบรนด์รอยัลตี้ให้ยาเสพติดได้แล้วเหรอ?
ยอดเยี่ยมจริงๆ สมกับเป็นพระเอกการ์ดระดับ A ที่มีสกิลติดตัวสองอย่าง
ดูเหมือนธุรกิจของแฟรงก์จะเติบโตมหาศาล ถ้าปล่อยไว้แบบนี้ อีกไม่นานคงเรียกแขกอย่างรัฐบาลสหรัฐฯ ให้หันมาสนใจแน่
ซึ่งในเนื้อเรื่องเดิม ก็คือปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติดครั้งใหญ่ของรัฐบาลกลางที่พุ่งเป้าถล่มแก๊งค้ายาในนิวยอร์ก
ลูค่าเริ่มรู้สึกถึงสัญญาณอันตราย
ตามเนื้อเรื่องเดิม แฟรงก์จะถูกจับกุมในที่สุด และแฉตำรวจปราบยาของนิวยอร์กไปถึง 3 ใน 4 เรียกว่ากวาดล้าง DEA นิวยอร์กจนเกือบเกลี้ยง
และตำรวจพวกนั้นก็จะซัดทอดคนอื่นต่อ จนเกิดความปั่นป่วนไปทั่ววงการมาเฟียและแก๊งต่างๆ ในนิวยอร์ก
นี่คือวิกฤตครั้งใหญ่
ถ้าพลาดพลั้ง เมาริซิโอกับลูค่าอาจจะโดนหางเลขไปด้วย
ลูค่าต้องหาทางตัดตอนตัวเองออกมาให้เร็วที่สุด
เขาไม่เคยอยากยุ่งกับของพวกนี้ และคนในแฟมิลี่หลายคนก็หลีกเลี่ยงธุรกิจนี้เหมือนกัน เพราะโทษมันหนักเกินไป เมื่อต้องเจอกับโทษจำคุกยาวนาน บางทีกฎแห่งความเงียบ (Omertà) ของมาเฟียก็ไร้ความหมาย
จิตใจคนยากแท้หยั่งถึง
แต่ลูค่าดันมาอยู่กับเมาริซิโอ หัวหน้าแก๊งที่หากินกับธุรกิจนี้มานานหลายปี ลูค่าเลยเลี่ยงไม่ได้ที่ต้องมาข้องแวะระหว่างทำงานให้ลูกพี่
แต่ลูค่าก็ระมัดระวังตัวแจ เขาไม่เคยลงไปร่วมวงซื้อขายด้วยตัวเอง ทำแค่ส่งของที่ยึดมาได้ให้สมาชิกคนอื่นในแฟมิลี่จัดการต่อ
เขายอมได้ส่วนแบ่งน้อยหน่อย ดีกว่าถลำลึกจนถอนตัวไม่ขึ้น
"ฉันต้องเตรียมทางหนีทีไล่ไว้ล่วงหน้า" ลูค่าคิดในใจ "พอจบเรื่องสแตน และได้เป็นสมาชิกเต็มตัวเมื่อไหร่ ฉันจะมีอำนาจตัดสินใจเองได้ระดับหนึ่ง จากนั้นฉันจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับของพวกนี้ร่วมกับเมาริซิโออีก แม้แต่ทางอ้อมก็ไม่เอา"
หลายวันต่อมา ข้อมูลข่าวสารหลั่งไหลมาถึงมือลูค่าไม่ขาดสาย
ตัวตนของคนติดต่อคนนั้นถูกเปิดเผย : อดีตตำรวจปราบยาที่โดนไล่ออก และดูเหมือนว่าตอนนี้ยังลักลอบทำงานให้สแตนอยู่
นอกจากตัวตนคนติดต่อแล้ว ยังพบแหล่งกบดานซ่อนยาของสแตนอีกหลายแห่ง
แต่จิมมี่กับเฮนรี่ไม่กล้าบุ่มบ่าม เพราะ "ค่าพลัง" ของฝ่ายตรงข้ามดูจะสูงเกินไป
เรื่องนี้ง่ายมาก เดี๋ยวลูค่าจัดการเอง
แต่ก่อนจะลงมือ ลูค่าไปหา "โทนี่" คนกลางร้านพาสต้า เพื่อจ้างวานงาน และระบุตัวเจาะจงให้ลีอองเป็นคนลงมือ
เย็นชาเหรอ? สานสัมพันธ์ยากเหรอ? งั้นก็จ้างงานมันซะเลยสิ เป็นนักฆ่าเหมือนกัน เดี๋ยวก็ได้รู้จักกันเองแหละ
บ่ายวันนั้น ลีอองจัดเตรียมอุปกรณ์ หิ้วกระเป๋าใบเก่งออกจากบ้าน เตรียมมุ่งหน้าไปยังจุดนัดพบภารกิจ
เขาได้ยินโทนี่บอกว่างานนี้พิเศษหน่อย—ผู้ว่าจ้างจะเข้าร่วมปฏิบัติการด้วย
ลีอองไม่เข้าใจอย่างแรง และเกือบจะปฏิเสธงานนี้ไปแล้ว
เขาชินกับการฉายเดี่ยว และไม่ชอบร่วมงานกับใคร
แต่โทนี่คะยั้นคะยอหนักมาก
ผู้ว่าจ้างให้ราคาดีขนาดนี้ ถ้าแกไม่รับงาน แล้วฉันจะเอาส่วนแบ่งงวดสุดท้ายจากไหน?
รับซะ! แกต้องรับงานนี้!
เห็นแก่โทนี่ที่ดูแลเขามาหลายปี ลีอองจึงจำใจรับงาน โดยสาบานกับตัวเองว่า ถึงหน้างานจริง เขาจะไม่พูดกับผู้ว่าจ้างเกินความจำเป็นเด็ดขาด
"คุณเองเหรอ?"
ที่หน้าชุมชนแห่งหนึ่ง ลีอองมองดูลูค่าที่สวมแว่นกันแดด ยืนรออยู่ แล้วอึ้งไปเต็มๆ สามวินาที
ทำไมถึงเป็นเพื่อนบ้านของฉัน?
ความคิดแรกของลีอองคือกับดัก ตัวตนของเขาถูกเปิดเผยแล้ว เขาต้องรีบหนีและย้ายที่ซ่อนด่วน
และไอ้หมอนี่ มันจงใจเข้าหาฉันหรือเปล่า?
ฉันควรหาโอกาสเก็บมันเลยไหม?
สังเกตเห็นลีอองถอยหลังไปครึ่งก้าว ลูค่ายิ้มแล้วทักทาย "บังเอิญจังครับคุณเพื่อนบ้าน เจอกันอีกแล้วนะ"
ลีอองจ้องลูค่าอย่างระแวดระวัง กล้ามเนื้อเกร็งพร้อมตอบโต้ทุกเมื่อ
ผู้คนเดินขวักไขว่ไปมาบนท้องถนน ทั้งสองยืนเผชิญหน้ากันท่ามกลางฝูงชน
"นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ" ลีอองพูดด้วยความสงสัย "แรกสุดคุณย้ายมาอยู่ข้างห้องผม แล้วตอนนี้คุณก็ตามหาตัวผมเจอผ่านภารกิจ คุณต้องการอะไรกันแน่?"
"แน่นอนว่าผมมาเพื่อช่วยกอบกู้โชคชะตาของคุณไงล่ะ!" ลูค่าอธิบายอย่างใจเย็น:
"ผมรู้เรื่องคุณผ่านโทนี่ คุณไปเช็กกับโทนี่ได้เลยเขารู้ดีว่าผมเป็นใคร ผมหมายถึง ผมไม่ใช่ตำรวจ และผมก็ไม่ได้ประสงค์ร้าย
ส่วนเรื่องย้ายไปอยู่ข้างห้องคุณ อันนั้นบังเอิญจริงๆ เป้าหมายของผมคือนอร์แมนห้องตรงข้าม ไอ้หมอนั่นมันเป็นคนค้ายา คุณเป็นเพื่อนบ้านมาตั้งนาน ก็น่าจะรู้อยู่แล้วใช่ไหม?"
ลีอองเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง
ลูค่าหยิบโทรศัพท์ออกมา โทรหาโทนี่ แล้วเดินเข้าไปยื่นโทรศัพท์ให้ "คุยกับโทนี่สิ เขาจะบอกทุกอย่างที่คุณอยากรู้"
โทนี่คือคนที่ลีอองไว้ใจที่สุด
ตอนลีอองมาถึงนิวยอร์กตอนอายุ 19 ก็ได้โทนี่นี่แหละที่รับเลี้ยงและดูแลมาจนถึงตอนนี้
นอกจากโทนี่ ลีอองก็ไม่มีเพื่อนคนอื่นอีกเลย
ลีอองรับโทรศัพท์ไป คุยยืนยันข้อมูลกับโทนี่ จนได้รู้เรื่องราวทั้งหมดและตัวตนที่แท้จริงของลูค่า
ตอนนั้นเอง ลีอองถึงเริ่มจะเชื่อคำพูดของลูค่าบ้างแล้ว
เขาไม่อยากถามอะไรมากความ ในเมื่อโทนี่บอกว่าไม่มีปัญหา ก็คือไม่มีปัญหา—โทนี่ไม่มีวันทำร้ายเขา เหมือนกับที่โทนี่เก็บเงินค่าจ้างของเขาไว้ โดยบอกว่าฝากไว้กับเขาปลอดภัยกว่าฝากธนาคารอเมริกาเยอะ
ลูค่าดึงโทรศัพท์กลับมาแล้วยิ้ม "เพื่อนบ้านครับ ตอนนี้เรารู้จักกันได้หรือยัง? ผมลูค่า เกรโก้"
ลีอองจับมือลูค่า "ลีออง"
【ลีออง (SSR)】
【ความสัมพันธ์ : คนแปลกหน้า】
【ราชินีสีเงิน (Aglaonema) : ต้น 'แก้วกาญจนา' ที่คุณปลูกสามารถช่วยชำระล้างอารมณ์ด้านลบภายในจิตใจได้บางส่วน (เงื่อนไข : ต้องปลูกต้นแก้วกาญจนาให้เขียวชอุ่มและดูแลด้วยตัวเอง)】
【เงื่อนไขการเรียนรู้ : ความสัมพันธ์ระดับเพื่อนขึ้นไป; ชิ้นส่วนทักษะ X50】
【กลเม็ดแหวน : โอกาสคริติคอลสำหรับระเบิดมือ ระเบิดเวลา และวัตถุระเบิดแบบขว้างอื่นๆ +30%, มีโอกาสสูงที่จะสร้างความเสียหายถึงตาย】
【เงื่อนไขการเรียนรู้ : ความสัมพันธ์ระดับเพื่อนสนิทขึ้นไป; ชิ้นส่วนทักษะ X80】
【เงาสังหาร : เมื่อซ่อนตัวในเงามืด จะเกิดเสียงรบกวนน้อยลง และโอกาสที่ศัตรูจะตรวจจับได้ -20%】
【เงื่อนไขการเรียนรู้ : ความสัมพันธ์ระดับเพื่อนสนิทขึ้นไป; ชิ้นส่วนทักษะ X80】
【นักฆ่าโดดเดี่ยว : เมื่อจำนวนตัวละครที่มีความสัมพันธ์ (เพื่อนสนิทขึ้นไป) เป็น 0 พลังการต่อสู้ +100%; ทุกๆ ความสัมพันธ์ (เพื่อนสนิทขึ้นไป) ที่เพิ่มขึ้น 1 คน พลังการต่อสู้ลดลง 10%; เมื่อจำนวนตัวละครที่มีความสัมพันธ์ (เพื่อนสนิทขึ้นไป) ครบ 10 คน สกิลนี้จะหายไปอัตโนมัติ】
【เงื่อนไขการเรียนรู้ : ความสัมพันธ์ระดับหุ้นส่วนขึ้นไป; ชิ้นส่วนทักษะ X150】
【คำปฏิญาณแห่งการปกป้อง : เมื่อคุณปกป้องสหาย (เพื่อนสนิทขึ้นไป) พลังการต่อสู้ +30%; เมื่อปกป้องหุ้นส่วน พลังการต่อสู้ +50%; เมื่อปกป้องคู่ชีวิต พลังการต่อสู้ +100%】
【เงื่อนไขการเรียนรู้ : ความสัมพันธ์ระดับหุ้นส่วนขึ้นไป; ชิ้นส่วนทักษะ X200】
แพ็กเกจของขวัญ 5 สกิลสุดหรูอีกแล้ว
สกิล "ราชินีสีเงิน" น่าจะเกี่ยวกับความรักที่ลีอองมีต่อต้นไม้กระถางของเขา เจ้า "แก้วกาญจนา" ต้นนั้นเป็นเพื่อนเพียงหนึ่งเดียว และเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจในยามโดดเดี่ยว
สกิลนักฆ่าอื่นๆ ไม่ต้องพูดถึง เรียนไว้เสริมแกร่งได้แน่นอน
ส่วนสกิล "คำปฏิญาณแห่งการปกป้อง"... ในเนื้อเรื่องเดิม ลีอองสละชีวิตเพื่อปกป้องมาทิลด้า การกระทำของนักฆ่าผู้ไม่ไร้เดียงสาคนนี้น่าประทับใจจริงๆ
นี่ถือเป็นสกิลเทพเลยก็ว่าได้ สามารถเพิ่มพลังได้มหาศาลโดยไม่ต้องสังเวยเพื่อนร่วมทีม
โดยรวมแล้ว ยกเว้นสกิลหมาป่าเดียวดายอย่าง "นักฆ่าโดดเดี่ยว" สกิลอื่นๆ ล้วนทำให้ลูค่าในฐานะนักฆ่าพึงพอใจมาก
ลูค่ายิ้มกว้างจนเห็นฟันขาวเรียงสวย
ลีออง ฉันตัดสินใจแล้ว ฉันจะเป็นเพื่อนกับนายให้ได้!