- หน้าแรก
- ส่งด่วนข้ามเวลา เป็นเศรษฐีด้วยของต่างยุค
- บทที่ 39 อิทธิฤทธิ์ปีศาจจิ้งจอก
บทที่ 39 อิทธิฤทธิ์ปีศาจจิ้งจอก
บทที่ 39 อิทธิฤทธิ์ปีศาจจิ้งจอก
เจียงจิ่นโจวปั้นน้ำเป็นตัวหน้าตาเฉย ใช่แล้ว เมื่อวานมีปีศาจจิ้งจอกสาวตนหนึ่งมาหาฉันที่ห้อง บอกข้อสอบเกาเค่าให้ฉันรู้ ฉันจดไว้หมดแล้ว รอให้นายมาทำวันนี้แหละ
หวังอ้ายกั๋วถูกเจียงจิ่นโจวปั่นหัวจนหัวเราะร่า ทุบหน้าอกเพื่อนไปหนึ่งที นายพูดซะฉันเกือบเชื่อเลยนะเนี่ย ถ้ามีเรื่องดีๆ แบบนี้จริง ฉันคงต้องตั้งป้ายบูชาให้แม่นางจิ้งจอก แล้วจุดธูปกราบไหว้เช้าเย็นแล้วล่ะ
พอหวังอ้ายกั๋วพูดแบบนี้ เจียงจิ่นโจวก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า ถ้าข้อสอบเกาเค่าชุดนี้เป็นของจริง ถึงเวลาเข้าห้องสอบหวังอ้ายกั๋วเกิดเจอโจทย์ที่เคยทำผ่านมือมาแล้ว จะไม่พาลเชื่อไปจริงๆ เหรอว่ามีปีศาจจิ้งจอกอยู่จริง
คิดถึงตรงนี้เขาก็หลุดขำพรืดออกมา
หวังอ้ายกั๋วเห็นเจียงจิ่นโจวหัวเราะก็เริ่มงง รู้สึกเสียวสันหลังวาบขึ้นมาชอบกล
จิ่นโจว ที่นายพูดเมื่อกี้คงไม่ได้เป็นเรื่องจริงหรอกนะ? พ่อฉันเคยบอกว่าจุดพักยุวปัญญาชนนี่มีเรื่องแปลกๆ เกิดขึ้นบ่อยๆ ด้วย
เจียงจิ่นโจวแกล้งทำเสียงลึกลับ ถ้านายเชื่อมันก็จริง ถ้านายไม่เชื่อมันก็ปลอม
คราวนี้หวังอ้ายกั๋วเริ่มระแวงจนสติแตก ปกติมาถึงเขาก็จะวิ่งปรู้ดเข้าห้องไปแล้ว แต่วันนี้กลับเดินตัวลีบหลบอยู่หลังเจียงจิ่นโจว คะยั้นคะยอให้เจียงจิ่นโจวเดินนำหน้า
เจียงจิ่นโจวกลั้นขำ เดินอาดๆ เข้าไปในห้อง หวังอ้ายกั๋วค่อยๆ ย่องตามเข้ามา สายตากรอกไปมาอย่างหวาดระแวง กลัวว่าจู่ๆ จะมีปีศาจจิ้งจอกโผล่มาจ๊ะเอ๋
เจียงจิ่นโจวเห็นสภาพเพื่อนแล้วอดรนทนไม่ไหว ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาดังลั่น
พอได้แล้ว ไม่มีปีศาจจิ้งจอกที่ไหนหรอก ฉันแค่แหย่นายเล่นเฉยๆ
หวังอ้ายกั๋วได้ยินแบบนั้นสีหน้าค่อยดูดีขึ้นหน่อย แต่ก็ยังเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง
ไม่มีปีศาจจิ้งจอกจริงๆ นะ? แต่นายพูดเป็นตุเป็นตะเชียว
เจียงจิ่นโจวตบไหล่เพื่อน ฉันแต่งเรื่องหลอกนายเล่นต่างหาก ฉันอุตส่าห์อดตาหลับขับตานอนครึ่งค่อนคืนเก็งข้อสอบให้นาย แต่นายดันไม่เห็นความดีของฉัน ฉันเสียใจนะเนี่ย
พอเจียงจิ่นโจวพูดแบบนี้ หวังอ้ายกั๋วจะไม่ซาบซึ้งใจก็คงโกหก เขาพูดด้วยความตื้นตันว่า จิ่นโจว ขอบใจมากนะ ฉันต้องตอบแทนบุญคุณนายแน่
เจียงจิ่นโจวแกล้งทำท่าคลื่นไส้ พอเลย นายพูดแบบนี้ฉันขนลุกพิกล ผู้ชายอกสามศอกมาบอกจะตอบแทนบุญคุณ ฟังแล้วสยองพิลึก
หวังอ้ายกั๋วถุยน้ำลายลงพื้น คิดลามกอะไรของนาย นึกว่าตัวเองเป็นสาวงามหรือไง ถึงอยากให้ฉันพลีกายทดแทนคุณ ต่อให้ไม่ใช่สาวงาม อย่างน้อยก็ต้องเป็นปีศาจจิ้งจอกสาวสวยโน่น
เจียงจิ่นโจวสวนทันควัน งั้นวันนี้นายนอนที่นี่สิ ไม่แน่อาจจะเจอปีศาจจิ้งจอกสาวจริงๆ ก็ได้
พอเจียงจิ่นโจวพูดแบบนี้ หัวใจที่เพิ่งสงบลงของหวังอ้ายกั๋วก็เต้นตุ้มๆ ต่อมๆ ขึ้นมาอีกรอบ
จิ่นโจว ตกลงประโยคไหนของนายที่จริงบ้างเนี่ย?
เจียงจิ่นโจวขี้เกียจล้อเล่นกับเพื่อนแล้ว เขาโยนสมุดที่จดแนวข้อสอบไว้ให้หวังอ้ายกั๋ว รีบทำโจทย์ซะ ยังอยากสอบติดมหาวิทยาลัยอยู่ไหม?
หวังอ้ายกั๋วเลยต้องสงบปากสงบคำ นั่งลงตั้งใจทำโจทย์แต่โดยดี
เจียงจิ่นโจวก็นั่งลงอ่านหนังสืออยู่ข้างๆ แต่ใจพะวงอยู่กับถุงเฉียนคุน เลยไม่มีสมาธิอ่านเท่าไหร่ จิตใจล่องลอยไปไกล
กลับกัน วันนี้หวังอ้ายกั๋วดูตั้งใจเป็นพิเศษ เจียงจิ่นโจวเดาว่าหมอนี่คงเชื่อเรื่องปีศาจจิ้งจอกมาบอกข้อสอบจริงๆ เข้าแล้ว ถ้าเป็นแบบนั้นจริง ถึงเวลาสอบจริงมุกตลกวันนี้คงกลายเป็นข้ออ้างชั้นดี
และท่าทีของหวังอ้ายกั๋วก็ยืนยันความคิดของเจียงจิ่นโจวได้เป็นอย่างดี เพราะระหว่างทำโจทย์ หวังอ้ายกั๋วยังคอยเงยหน้ามองซ้ายมองขวาเป็นระยะ เหมือนกังวลว่าจะมีตัวอะไรโผล่ออกมาในห้อง
จนกระทั่งช่วงบ่ายแก่ๆ ฟ้ายังไม่ทันมืด เขาก็พูดกับเจียงจิ่นโจวว่า จิ่นโจว ฉันเห็นช่วงนี้นายไม่ได้หลับไม่ได้นอนเพราะฉัน วันนี้ฉันกลับเร็วหน่อยดีกว่า นายจะได้พักผ่อนเยอะๆ
พูดจบไม่รอให้เจียงจิ่นโจวอนุญาต เขาก็เปิดประตูวิ่งแน่บหายไปเลย
เจียงจิ่นโจวไม่นึกว่าผู้ชายตัวโตๆ อย่างหวังอ้ายกั๋วจะเชื่อเรื่องภูตผีปีศาจขนาดนี้ อดหัวเราะออกมาไม่ได้
แต่แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน เขาอยากรู้ใจจะขาดว่าลู่ชิงส่งอะไรมาให้บ้าง โดยเฉพาะเรื่องข่าวคราวของเพื่อนร่วมชั้นที่ชื่อลู่ชิงคนนั้น
ในเมื่อหวังอ้ายกั๋วกลับไปแล้ว แม่ของเขาก็คงไม่มาส่งข้าวเย็น เจียงจิ่นโจวเลยเดินไปปิดประตูรั้ว ลงกลอนแน่นหนา
เขาหยิบถุงเฉียนคุนออกมาจากห้องลับ สังเกตเห็นว่าครั้งนี้บนถุงไม่ได้เขียนที่อยู่ของเขาไว้ หรือว่าถุงเฉียนคุนจะสามารถตามหาเขาเจอได้เองโดยไม่ต้องจ่าหน้าแล้ว?
เขาตัดสินใจว่าจะลองดูบ้าง คราวหน้าเขาจะลบที่อยู่บนถุงออก ดูซิว่ามันจะกลับไปหาลู่ชิงได้ไหม
เจียงจิ่นโจวเปิดถุงเฉียนคุนออก ไม่ผิดจากที่คาด พี่สาวลู่ชิงส่งของกินมาให้เขาเพียบ แต่ที่เซอร์ไพรส์ที่สุดคือมียาเยอะมาก
เจียงจิ่นโจวหยิบดู มีทั้งยาแก้หวัด ยาแก้อักเสบ ยาห้ามเลือด ยาแก้ปวด แม้กระทั่งยารักษาอาการนอนไม่หลับก็ยังมี
เห็นยาพวกนี้แล้ว เจียงจิ่นโจวคิดในใจว่าพี่สาวที่ไม่เคยเห็นหน้าคนนี้ช่างรอบคอบจริงๆ
เขาชงนมผงมาหนึ่งชาม หยิบเค้กที่เพิ่งเอาออกมาจากถุงกินคำโต ตอนนี้เขาพบว่าตัวเองยอมรับความหวังดีจากพี่สาวต่างมิติคนนี้ได้อย่างสนิทใจแล้ว
จากนั้นเขาก็หยิบจดหมายออกมาเปิดอ่านด้วยความคาดหวัง
เมื่ออ่านถึงประโยคที่บอกว่าลู่ชิงได้เบาะแสของเพื่อนร่วมชั้นปี 77 คนนั้นแล้ว
มือของเขาตื่นเต้นจนสั่นระริก แต่ยิ่งอ่านไปเรื่อยๆ หัวใจเขาก็ยิ่งดิ่งวูบลง สุดท้ายเมื่อได้รับรู้ชะตากรรมอันน่าเวทนาของครอบครัวลู่ชิง ในใจเขาก็เจ็บปวดรวดร้าวอย่างบอกไม่ถูก
ความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาในหัว ในเมื่อรู้เรื่องแล้ว เขาจะต้องช่วยครอบครัวนั้นให้ได้ โดยเฉพาะลู่ชิง เด็กสาวเพียงคนเดียวที่เคยแสดงความมีน้ำใจต่อเขา
เขาเกลียดไอ้ผู้คุมฟาร์มคนนั้นเข้ากระดูกดำ อยากจะบุกไปฆ่ามันซะเดี๋ยวนี้
แต่คำเตือนทิ้งท้ายของพี่สาวลู่ชิงทำให้เขาใจเย็นลง ใช่แล้ว ตัวเขาเองตอนนี้ยังเอาตัวแทบไม่รอด จะเอาปัญญาที่ไหนไปช่วยคนอื่น เรื่องนี้ต้องวางแผนให้รอบคอบ
พี่สาวลู่ชิงพูดถูก สิ่งสำคัญที่สุดตอนนี้คือการสอบเกาเค่า สอบเสร็จค่อยไปจัดการเรื่องอื่น
แต่จะให้เขานั่งรอเฉยๆ เขารู้สึกเหมือนกำลังทำบาปต่อครอบครัวของลู่ชิง
เขาอ่านข้อมูลเกี่ยวกับความผิดของไอ้ผู้คุมฟาร์มคนนั้นซ้ำอีกรอบ แล้วตัดสินใจทำสิ่งหนึ่งก่อน นั่นคือเขียนจดหมายร้องเรียนพฤติกรรมชั่วของมันไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ไหนๆ ไอ้หมอนี่ปีหน้าก็ต้องถูกจับเพราะความแตกแล้วโดนยิงเป้าอยู่ดี ทำไมเขาไม่ช่วยสงเคราะห์ให้มันขึ้นหลักประหารเร็วขึ้นหน่อยล่ะ
เขาคิดว่าตอนนี้ยังส่งของไปให้ทางบ้านลู่ชิงไม่ได้ ส่งไปพวกเขาก็คงไม่ได้รับ ดีไม่ดีจะแหวกหญ้าให้งูตื่น
วิธีเดียวในตอนนี้คือร้องเรียนไปทางเบื้องบน ตามจดหมายบอกว่าพ่อของลู่ชิงจะได้รับคืนสถานะในปีหน้า ดังนั้นเบื้องบนน่าจะให้ความสำคัญกับเรื่องนี้
ช้าอยู่ไม่ได้ เจียงจิ่นโจวหยิบกระดาษออกมา เริ่มลงมือเขียนจดหมายร้องเรียน เขาไม่ได้ลงชื่อจริง ตั้งใจจะส่งบัตรสนเท่ห์ เขาเขียนบรรยายความผิดของไอ้ผู้คุมฟาร์มคนนั้นตามข้อมูลที่ลู่ชิงให้มาอย่างละเอียดยิบ
และเขาไม่ได้เขียนแค่ฉบับเดียว เขาเขียนแยกส่งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายแห่ง เน้นหว่านแห ขอแค่มีสักหน่วยงานที่ลงมาจัดการเรื่องนี้ เขาเชื่อว่าไอ้ผู้คุมฟาร์มสารเลวนั่นต้องได้กินลูกตะกั่วแน่