- หน้าแรก
- ส่งด่วนข้ามเวลา เป็นเศรษฐีด้วยของต่างยุค
- บทที่ 38 เกือบความแตก
บทที่ 38 เกือบความแตก
บทที่ 38 เกือบความแตก
ช่วงเวลานี้เจียงจิ่นโจวและหวังอ้ายกั๋วยังคงเร่งอ่านหนังสือกันหามรุ่งหามค่ำ
เจียงจิ่นโจวตั้งโจทย์คณิตศาสตร์และเคมีให้หวังอ้ายกั๋วลองทำ ผลลัพธ์ที่ได้นั้นต้องเรียกว่าดูไม่จืดเลยทีเดียว
ไม่ต้องรอให้เจียงจิ่นโจวหัวเราะเยาะ ความมั่นใจของหวังอ้ายกั๋วก็พังทลายลงไปกองกับพื้นเรียบร้อยแล้ว
เขานั่งยองๆ เอามือปิดหน้า พูดเสียงอู้อี้ว่า จิ่นโจว ฉันนี่มันสมองทึบจริงๆ ฉันไม่อยากไปสอบเกาเค่าแล้ว
พูดไปพูดมาเสียงก็เริ่มสั่นเครือเหมือนจะร้องไห้
เจียงจิ่นโจวมองเพื่อนเพียงคนเดียวของเขาอย่างเห็นใจ เขารู้ดีว่าด้วยระดับความรู้ของหวังอ้ายกั๋วในตอนนี้ เกรงว่าแม้แต่วิทยาลัยระดับอนุปริญญาก็คงสอบไม่ติด
เขานึกถึงคำพูดของหวังอ้ายกั๋วที่ว่า ฉันอยากออกไปเปิดหูเปิดตาดูโลกภายนอก
เขาจึงตัดสินใจแน่วแน่ว่าจะต้องช่วยเพื่อนคนนี้ให้ได้ เขาจะเอาโจทย์บางส่วนจากข้อสอบชุดนั้นแทรกเข้าไปในแบบฝึกหัดทบทวน ให้หวังอ้ายกั๋วได้ฝึกทำล่วงหน้า ถ้าขนาดนี้แล้วยังสอบไม่ติด เขาก็คงจนปัญญาจะช่วยแล้วจริงๆ
เขาตบไหล่หวังอ้ายกั๋วเบาๆ อ้ายกั๋ว นายอย่าเพิ่งเศร้าไปเลย ถ้าอยากสอบติดมหาวิทยาลัย นายต้องมีความมุ่งมั่นแบบทุบหม้อข้าวตีเมือง การสอบเกาเค่ายังเหลือเวลาอีกเกือบเดือน ขอแค่นายพยายาม ปาฏิหาริย์ก็เกิดขึ้นได้เสมอ พวกเราห้ามยอมแพ้จนกว่าจะถึงวินาทีสุดท้าย
หวังอ้ายกั๋วได้ฟังคำพูดของเจียงจิ่นโจวก็ลุกขึ้นยืน ปาดน้ำตาบนใบหน้าทิ้ง จิ่นโจว นายพูดถูก ฉันจะยอมแพ้เพราะความยากลำบากแค่นี้ไม่ได้ ฉันจะออกไปดูโลกกว้าง ฉันอยากเรียนมหาวิทยาลัย
นับตั้งแต่นั้นมา หวังอ้ายกั๋วก็เปลี่ยนไปเป็นคนละคน ทุกวันนอกจากกินกับนอน ก็เอาแต่ก้มหน้าก้มตาเรียนอย่างหนัก
เผลอแป๊บเดียวก็ถึงวันลงทะเบียนสอบเกาเค่า เจียงจิ่นโจวกับหวังอ้ายกั๋วออกเดินทางกันตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง ไปถึงคอมมูนก่อนแปดโมงเช้า
วันนี้บนถนนในคอมมูนคึกคักเป็นพิเศษ มองไปทางไหนก็เห็นแต่คนที่มาสมัครสอบ
จุดรับสมัครอยู่ที่โรงเรียนมัธยมประจำคอมมูน เนื่องจากคนเยอะมาก เจียงจิ่นโจวกับหวังอ้ายกั๋วต้องต่อแถวนานกว่าหนึ่งชั่วโมงกว่าจะได้รับใบสมัคร
การสอบเกาเค่าปี 1977 นี้มีกติกาคือให้เลือกอันดับคณะและมหาวิทยาลัยก่อนแล้วค่อยสอบ ผู้เข้าสอบต้องกรอกความจำนงตามความสนใจและผลการเรียนปกติของตนเอง จากนั้นจึงเข้าสอบ ทางมหาวิทยาลัยจะคัดเลือกจากคะแนนสอบ ดังนั้นวันนี้นอกจากมารับบัตรประจำตัวผู้เข้าสอบแล้ว ยังต้องกรอกอันดับที่เลือกด้วย
ภายใต้คำแนะนำของคุณครู ทั้งสองคนกรอกข้อมูลของตัวเองอย่างตั้งใจ ตรวจทานซ้ำแล้วซ้ำอีกหลายรอบกว่าจะส่งให้ครู เมื่อครูตรวจสอบความถูกต้องเสร็จก็แจกบัตรประจำตัวผู้เข้าสอบให้ ถึงเวลาสอบพวกเขาก็แค่ไปตามสนามสอบที่จัดไว้ให้ก็พอ
กว่าจะจัดการเรื่องเลือกอันดับเสร็จ ก็ปาเข้าไปครึ่งค่อนวัน
เมื่อเดินออกมาจากโรงเรียน ทั้งคู่ต่างถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก เส้นทางเดินทัพหมื่นลี้นี่เพิ่งจะเป็นแค่ก้าวแรกเท่านั้น บททดสอบที่แท้จริงเพิ่งจะเริ่มขึ้นต่างหาก
ทั้งสองคนแวะไปสหกรณ์ซื้อน้ำมันตะเกียง กระดาษ และปากกา แล้วรีบเดินทางกลับ ตอนนี้พวกเขาต้องเห็นค่าของเวลาทุกนาที แม้แต่มื้อเที่ยงก็กินกันระหว่างเดินกลับนั่นแหละ
กว่าจะกลับถึงกองพลธงแดงก็สี่โมงเย็นเข้าไปแล้ว หวังต้าซานมายืนรอพวกเขาอยู่ที่ปากทางเข้าหมู่บ้าน
หวังอ้ายกั๋วหยิบบัตรประจำตัวผู้เข้าสอบออกมาอวดพ่อ พ่อ ดูสิ อีกยี่สิบวันพวกฉันก็จะได้เข้าสอบเกาเค่าแล้ว
หวังต้าซานมองบัตรใบนั้น ราวกับเห็นภาพลูกชายได้เรียนมหาวิทยาลัยลอยมาตรงหน้า
เขาหัวเราะเสียงดังลั่น ดี ดีมาก งั้นก็รอให้แกสอบติดมหาวิทยาลัย เป็นเกียรติเป็นศรีให้ตระกูลเราแล้วกัน
หวังอ้ายกั๋วได้ยินพ่อพูดแบบนั้นก็รู้สึกกดดันหนักอึ้งขึ้นมาทันที
หน้าเขาเหี่ยวลงถนัดตา รีบคว้าบัตรคืนจากมือหวังต้าซาน แล้วลากเจียงจิ่นโจวเดินหนี
แต่ก็ไม่วายหันมาตะโกนบอกพ่อ พ่อ ฉันกับจิ่นโจวไปอ่านหนังสือแล้วนะ พ่อให้แม่ทำของอร่อยๆ แล้วรีบเอามาส่งให้พวกเราหน่อยนะ
หวังต้าซานตอบรับอย่างอารมณ์ดี รู้ทันแกหรอกน่า วันนี้พ่อได้กระต่ายมาตัวหนึ่ง เดี๋ยวเชือดแล้วให้แม่แกปรุงให้สุดฝีมือเลย
ขอบคุณครับพ่อ
ขอบคุณครับลุงหวัง
เด็กหนุ่มสองคนวิ่งหายไปราวกับสายลม
หวังต้าซานส่ายหน้ายิ้มๆ แล้วเดินกลับบ้านไป
เจียงจิ่นโจวกับหวังอ้ายกั๋วกลับมาถึงจุดพักยุวปัญญาชน สิ่งแรกที่ทำคือขนฟืนมาจุดเตาเตียงให้ร้อน แล้วต่างคนต่างหยิบหนังสือออกมาเริ่มทบทวน
ฟ้ามืดลงโดยไม่รู้ตัว หวังต้าซานหิ้วหม้อตุ๋นกระต่ายใส่มันฝรั่งหม้อใหญ่มาส่งให้ด้วยตัวเอง พร้อมหมั่นโถวอีกหกลูก
เจียงจิ่นโจวไม่เกรงใจ เขากับหวังอ้ายกั๋วกินกันอย่างเอร็ดอร่อย
หวังต้าซานมองดูเด็กทั้งสองกินอย่างเจริญอาหาร ใบหน้าเปี่ยมไปด้วยความสุข กำชับว่า ค่อยๆ กินนะ ระวังติดคอ ถ้าไม่พอก็ยังมีอีก
พอกินเสร็จ หวังต้าซานกลัวจะรบกวนเวลาอ่านหนังสือของเด็กๆ จึงไม่อยู่นาน เก็บชามและตะเกียบแล้วกลับไปทันที
ทั้งสองพักผ่อนครู่หนึ่ง แล้วก็กลับเข้าสู่โหมดการทบทวนอันเคร่งเครียด
ตอนนี้วิธีการทบทวนของทั้งสองคนแตกต่างกัน หวังอ้ายกั๋วเน้นทำโจทย์ที่เจียงจิ่นโจวกำหนดให้ ซึ่งมีครบทุกวิชา
ส่วนเจียงจิ่นโจวเน้นท่องจำวิชาการเมืองและประวัติศาสตร์ ซึ่งเป็นจุดอ่อนของเขา
ต่างคนต่างอ่านไม่รบกวนกัน พอหวังอ้ายกั๋วทำโจทย์เสร็จ เจียงจิ่นโจวก็จะตรวจคำตอบให้ แล้วอธิบายข้อที่ผิด
จะว่าไป วิธีนี้ได้ผลดีกว่าการอ่านหนังสือแบบนกแก้วนกขุนทองมากทีเดียว
เกือบสี่ทุ่ม หวังอ้ายกั๋วก็ขอตัวกลับบ้านไปนอน
หลังจากส่งหวังอ้ายกั๋วกลับไปแล้ว วันนี้เจียงจิ่นโจวไม่ได้ใช้เครื่องเล่น MP3 เรียนภาษาอังกฤษ แต่เขาไปเปิดห้องลับเอาชุดข้อสอบพวกนั้นออกมา
เขาตัดสินใจแล้วว่าจะลองทำข้อสอบพวกนี้ดูสักรอบ ถือเป็นการทดสอบผลการทบทวนของตัวเองในช่วงที่ผ่านมา
และที่สำคัญที่สุดคือ เขาจะใช้สูตรโกงช่วยหวังอ้ายกั๋ว ในเมื่อตัดสินใจแล้วก็ไม่มีอะไรต้องลังเล
เจียงจิ่นโจวเขี่ยไส้ตะเกียงให้สว่างขึ้น แล้วเริ่มลงมือทำข้อสอบ
ข้อสอบพวกนี้แม้จะมีความยากอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้คณามือเจียงจิ่นโจว เขาทำได้อย่างราบรื่น ปากกาแล่นฉิวแทบไม่สะดุด
ไม่ถึงสองชั่วโมงเขาก็ทำข้อสอบครบทุกวิชา ตอนที่ลู่ชิงส่งมาเธอแนบเฉลยมาให้ด้วย เจียงจิ่นโจวตรวจคำตอบดู พบว่าส่วนใหญ่เขาทำถูก เกือบทั้งหมด ทำให้เขามีความมั่นใจขึ้นมาก
เขาทำเครื่องหมายเน้นข้อที่หวังอ้ายกั๋วน่าจะทำผิดบ่อยๆ ตั้งใจว่าพรุ่งนี้จะเน้นให้หวังอ้ายกั๋วฝึกทำข้อพวกนี้เป็นพิเศษ
และยังคัดเลือกโจทย์ข้อเขียนใหญ่อีกไม่กี่ข้อ โดยเฉพาะหัวข้อเรียงความวิชาภาษาจีน เขาตั้งใจจะดัดแปลงโจทย์เล็กน้อยแล้วให้หวังอ้ายกั๋วลองเขียนดู แน่นอนว่าเขาจะให้หวังอ้ายกั๋วฝึกเขียนหัวข้ออื่นๆ ปะปนไปด้วย แบบนี้ต่อให้หวังอ้ายกั๋วไปเจอข้อสอบจริง เขาก็จะคิดว่าเป็นแค่เรื่องบังเอิญ
พอเจียงจิ่นโจวจัดการทุกอย่างเสร็จ ก้มมองนาฬิกาก็เกือบเที่ยงคืนแล้ว
เขาบิดขี้เกียจไล่ความง่วง ขี้เกียจล้างหน้าแปรงฟันแล้ว จึงปีนขึ้นเตียงเตาถอดเสื้อผ้าแล้วมุดเข้าผ้าห่มหลับไปทันที
ตั้งแต่เริ่มทบทวนสอบ เจียงจิ่นโจวแทบไม่ได้นอนหลับเต็มอิ่มเลยสักคืน ถ้าไม่ใช่เพราะช่วงนี้ได้กับข้าวดีๆ จากบ้านหวังอ้ายกั๋ว บวกกับได้ดื่มนมผงที่ลู่ชิงส่งมาเป็นระยะ เจียงจิ่นโจวคิดว่าร่างกายเขาคงรับไม่ไหวไปนานแล้ว
ผ่านไปหนึ่งคืนอย่างเงียบสงบ เช้าวันรุ่งขึ้น เจียงจิ่นโจวสะดุ้งตื่นเพราะเสียงทุบประตูของหวังอ้ายกั๋ว ไม่รู้ว่าไอ้หมอนี่ไปเอาเรี่ยวแรงมาจากไหนนักหนา
เขาหาวฟอดใหญ่ขณะสวมเสื้อผ้า เตรียมจะไปเปิดประตูให้หวังอ้ายกั๋ว สายตาเหลือบไปมองบนเตียงเตาแวบหนึ่ง ทันใดนั้นก็เห็นถุงเฉียนคุนที่หายไปพักใหญ่วางสงบนิ่งอยู่บนหัวเตียง
เจียงจิ่นโจวทั้งตกใจและดีใจ ยกมือทาบอกอย่างโล่งใจ โชคดีที่เขาตาไวเห็นก่อน ขืนปล่อยหวังอ้ายกั๋วเข้ามาแล้วมาเจอเข้า คงยุ่งแน่
ด้วยนิสัยของหวังอ้ายกั๋ว ต้องขอดูข้างในแน่ๆ แล้วเขาจะอธิบายยังไง?
เจียงจิ่นโจวรีบแต่งตัวให้เรียบร้อย คว้าถุงเฉียนคุนไปซ่อนไว้ในห้องลับหลังแท่นหิน จากนั้นก็แกล้งทำเป็นเพิ่งตื่น เดินออกไปที่ลานบ้านเพื่อเปิดประตู
หวังอ้ายกั๋วแซวทันทีที่เห็นหน้า จิ่นโจว ทำไมเปิดช้าจัง? แอบซุกสาวไว้ในห้องหรือเปล่าเนี่ย?