- หน้าแรก
- ส่งด่วนข้ามเวลา เป็นเศรษฐีด้วยของต่างยุค
- บทที่ 37 ผลลัพธ์ที่คาดไม่ถึง
บทที่ 37 ผลลัพธ์ที่คาดไม่ถึง
บทที่ 37 ผลลัพธ์ที่คาดไม่ถึง
ลู่ชิงกุเรื่องขึ้นมาเป็นตุเป็นตะ เธอเชื่อว่าลุงไป๋คงไม่ไปตรวจสอบหรอก ขอแค่ได้รู้เรื่องราวของตระกูลลู่จากปากแกก็พอแล้ว
คิดไม่ถึงว่าพอลุงไป๋ฟังจบ แกก็ตบต้นขาฉาด "ลุงว่าแล้วเชียว ผู้อำนวยการลู่แกเป็นคนดีมาก เป็นกันเอง ทำงานขยันขันแข็ง คนทั้งโรงงานไม่มีใครบอกว่าแกไม่ดีสักคน
แต่ปี 73 จู่ๆ ก็ถูกคนร้องเรียนข้อหาอะไรก็ไม่รู้ แล้วก็ถูกส่งตัวไปดัดนิสัยที่ฟาร์มในภาคตะวันตกเฉียงเหนือทั้งครอบครัว ที่แท้ก็เป็นเพราะครอบครัวเธอนี่เอง ครอบครัวเธอทำบาปกับครอบครัวผู้อำนวยการลู่ไว้มหันต์เลยนะ"
ลู่ชิงทำตัวไม่ถูกขึ้นมาทันที ไม่นึกว่าแค่อยากแต่งเรื่องหาข้อมูล จะกลายเป็นคนบาปไปซะงั้น
เธอได้แต่แกล้งทำหน้าสลด "คุณปู่ไป๋คะ ตอนนั้นหนูยังไม่เกิดเลยค่ะ คุณปู่ช่วยเล่าสถานการณ์ตอนนั้นให้หนูฟังหน่อยได้ไหมคะ? แล้วต่อมาครอบครัวเขาเป็นยังไงบ้าง?"
ลุงไป๋ถอนหายใจเฮือกใหญ่ "จะโทษครอบครัวเธอฝ่ายเดียวก็ไม่ถูก ยุคนั้นคนถูกใส่ร้ายมีเยอะแยะ ครอบครัวผู้อำนวยการลู่ก็แค่หนึ่งในนั้น"
จากนั้นลุงไป๋ก็เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับครอบครัวเพื่อนของเจียงจิ่นโจวในยุค 70 ให้ฟัง
ปรากฏว่าหลังจากเจียงจิ่นโจวไปชนบทได้ไม่นาน พ่อของลู่ชิงก็ถูกร้องเรียน ตอนนั้นไม่มีใครรู้สาเหตุ แต่สรุปคือถูกส่งไปดัดนิสัยกันทั้งบ้าน
นอกจากลู่หย่งฮุยแล้ว ยังมีจ้าวมิ่นหัวแม่ของลู่ชิง ลู่เฟิงพี่ชาย และฟางอวี่พี่สะใภ้ ซึ่งตอนนั้นฟางอวี่กำลังตั้งท้อง รวมถึงตัวลู่ชิงเองที่เดิมทีได้รับโควตาเข้าเรียนมหาวิทยาลัยกรรมกรชาวนาทหารแล้วด้วย
ทั้งครอบครัวถูกส่งไปที่ฟาร์มหย่งอันในภาคตะวันตกเฉียงเหนือ สมัยนั้นการถูกส่งไปฟาร์มก็ไม่ต่างอะไรกับติดคุก ไม่ได้รับความเป็นคน ได้กินข้าวน้อยที่สุดแต่ต้องทำงานหนักที่สุด
ครอบครัวลู่ชิงต้องทนหิวทนหนาว ทำงานหนักเยี่ยงวัวควาย คนแรกที่ล้มลงคือฟางอวี่ลูกสะใภ้ ไปถึงฟาร์มได้ไม่นานก็แท้งลูกคนแรก
พอปี 77 อุตส่าห์ตั้งท้องอีกครั้ง ทั้งที่ท้องแก่ก็ยังต้องทำงานหนักเหมือนคนปกติ ช่วงใกล้ตรุษจีนปีถัดมาเธอคลอดลูกแต่เกิดภาวะตกเลือด ลู่หย่งฮุยกับภรรยาคุกเข่าอ้อนวอนผู้ดูแลฟาร์ม ขอให้ส่งลูกสะใภ้ไปโรงพยาบาล
พวกเขายอมมอบเงินก้อนสุดท้ายที่มีให้ผู้ดูแลคนนั้นไป แต่อนิจจา รอมาทั้งวันรถก็ไม่มา สุดท้ายฟางอวี่ปวดท้องจนขาดใจตาย เด็กในท้องก็ไม่รอด
หลังจากเมียตาย ลู่เฟิงก็ซูบผอมลงทุกวัน กลายเป็นคนเงียบขรึม สุดท้ายหลังจากเมียตายไปครึ่งปี เขาก็ฆ่าตัวตายตาม
ลู่หย่งฮุยกับภรรยาต้องมาเผชิญความทุกข์แสนสาหัสจากการที่คนผมขาวต้องมาส่งศพคนผมดำร่างกายและจิตใจพังทลาย
ไม่นานจ้าวมิ่นหัวก็ล้มป่วย ในที่ที่ขาดแคลนยารักษาโรคแบบนั้น ไม่นานเธอก็จากไปอีกคน
ลู่หย่งฮุยเห็นคนในครอบครัวจากไปทีละคน จิตใจเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง แต่เพื่อลู่ชิงลูกสาวคนเล็ก เขาจึงกัดฟันสู้ต่อ
แต่โชคชะตาก็ยังไม่ปรานี งานในฟาร์มหนักขึ้นเรื่อยๆ ร่างกายลู่หย่งฮุยแย่ลงทุกวัน
จนวันหนึ่งเขาเป็นลมล้มพับไปขณะทำงานและลุกไม่ขึ้นอีกเลย ช่วงปี 78 เริ่มมีคนได้รับความเป็นธรรมคืนสถานะกันเยอะแล้ว ความจริงเอกสารคืนสถานะของลู่หย่งฮุยกำลังเดินทางมา แต่ลู่ชิงต้องการช่วยชีวิตพ่อ จึงบากหน้าไปขอความช่วยเหลือจากผู้ดูแลฟาร์ม แต่กลับถูกมันข่มขืน ลู่ชิงรับความอัปยศไม่ได้ จึงฆ่าตัวตายตามไปอีกคน
ส่วนลู่หย่งฮุยเพราะไม่ได้รับการรักษาทันท่วงที สุดท้ายก็ป่วยตาย สรุปแล้วครอบครัวสกุลลู่ทั้ง 5 ชีวิต ตายเกลี้ยงในขณะที่แสงสว่างแห่งความยุติธรรมกำลังจะมาถึง
ลุงไป๋เล่าจบก็ถอนหายใจยาวอีกครั้ง "ต่อมานโยบายเปลี่ยน คนที่ได้รับคืนสถานะก็ได้กลับเมืองกันหมด น่าเสียดายที่ตระกูลลู่ต้องทิ้งร่างไว้ที่ฟาร์มนั่นตลอดกาล ต่อให้คืนสถานะให้แล้วจะมีประโยชน์อะไร?"
แกตาแดงๆ พูดต่อ "เรื่องพวกนี้ฉันได้ยินคนเขาเล่ากันหลังจากนั้นหลายปี"
แล้วแกก็เปลี่ยนน้ำเสียงเป็นสะใจ "แต่ทำดีได้ดีทำชั่วได้ชั่ว ไอ้ผู้ดูแลคนนั้นไม่นานก็ถูกคนร้องเรียน ตรวจพบความผิดสารพัด สุดท้ายโดนตัดสินยิงเป้า เรื่องนี้เคยลงหนังสือพิมพ์ด้วยนะ"
พอลู่ชิงได้ยินเรื่องผู้ดูแลฟาร์มคนนั้น เธอคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์กับเจียงจิ่นโจว เธอจึงถามชื่อและวีรกรรมความชั่วของมันจากลุงไป๋อย่างละเอียด
ต้องยอมรับว่าความจำของลุงไป๋ดีเยี่ยม แกจำเนื้อหาในหนังสือพิมพ์เมื่อหลายปีก่อนได้แม่นยำ ลู่ชิงเองก็ตั้งใจจดจำรายละเอียดไว้ทั้งหมด
ลู่ชิงรู้สึกเห็นใจชะตากรรมของครอบครัวลู่อย่างมาก ส่วนสาเหตุที่แท้จริงว่าทำไมตระกูลลู่ถึงถูกร้องเรียน จนสุดท้ายก็ไม่มีใครรู้ ดังนั้นเรื่องที่ลู่ชิงแต่งขึ้นวันนี้ ลุงไป๋ถึงได้ตกใจขนาดนั้น
ลู่ชิงคำนวณเวลาในใจ ตอนนี้ทางฝั่งปี 77 เป็นเดือนพฤศจิกายนแล้ว เหลือเวลาอีกไม่ถึงสามเดือนก่อนโศกนาฏกรรมของตระกูลลู่จะเริ่มขึ้น
เวลาเหลือน้อยเต็มที ลู่ชิงต้องรีบบอกเรื่องนี้กับเจียงจิ่นโจว เผื่อเขาจะหาทางช่วยชีวิตคนตระกูลลู่ได้
ลู่ชิงถามแทรกขึ้นมาอีกเรื่อง "คุณปู่ไป๋คะ สมัยนั้นโรงงานทอผ้าของปู่กับโรงงานเครื่องจักรอยู่ไกลกันไหมคะ?"
ลุงไป๋ปรับอารมณ์แล้วตอบ "โรงงานทอผ้ากับโรงงานเครื่องจักรอยู่ติดกันเลย ลูกชายคนโตของลุงเมื่อก่อนก็เป็นคนงานโรงงานเครื่องจักร"
ลู่ชิงรีบถามต่อ "งั้นปู่รู้จักครอบครัวเจียงวั่นเหนียนไหมคะ?"
ลุงไป๋มองหน้าลู่ชิง "แม่หนู แล้วครอบครัวเจียงวั่นเหนียนไปเกี่ยวอะไรกับหนูอีก?"
ลู่ชิงไปไม่เป็น เลยต้องใช้ไหวพริบมั่วต่อ "คือว่าอาหญิงของหนูเป็นเพื่อนสมัยเรียนกับเจียงจิ่นโจวลูกชายคนที่สามของบ้านนั้นค่ะ แต่ต่อมาขาดการติดต่อ อาชอบเล่าเรื่องสมัยเด็กให้ฟังแล้วพูดถึงเจียงจิ่นโจวบ่อยๆ พอได้ยินปู่เล่าเรื่องยุคนั้น หนูก็เลยลองถามดูน่ะค่ะ"
ลุงไป๋ถอนหายใจอีกรอบ "เรื่องนี้ลุงรู้ดีเลยล่ะ จะว่าไปคนตระกูลเจียงนี่มันไม่ใช่คน ตอนนั้นบังคับให้ลูกคนที่สาม หรือเจียงจิ่นโจวที่หนูถามถึงนั่นแหละ สละงานให้ลูกคนโต แล้วตัวเองต้องไปเป็นยุวปัญญาชนที่กองพลธงแดง ไปทีสี่ห้าปี
ตอนเขามีนโยบายให้ยุวปัญญาชนกลับเมืองกันหมด ลูกคนทื่สามกลับมาจากชนบท แต่คนบ้านนั้นไม่ยอมให้เข้าบ้าน บีบจนลูกชายต้องซมซานกลับไปชนบทอีก ต่อมาอีกสองปี ได้ข่าวว่าขึ้นเขาไปล่าสัตว์แล้วถูกหมีตะปบตาย ทางหมู่บ้านแจ้งให้ไปเก็บศพ คนบ้านนั้นยังไม่ยอมไปเลย หนูว่าคนพวกนี้ยังเป็นคนอยู่ไหม? สุดท้ายครอบครัวนี้ก็จุดจบไม่สวยเหมือนกัน แต่รายละเอียดเป็นยังไงลุงย้ายออกจากปักกิ่งมาก่อนเลยไม่ค่อยรู้แล้ว"
พอลู่ชิงฟังจบ ข้อสันนิษฐานในใจก็ได้รับการยืนยัน ดูท่าพัสดุของเจียงจิ่นโจวในอดีตคงส่งออกไปแล้ว และน่าจะจ่าหน้าถึงลู่ชิงเพื่อนร่วมชั้นคนนั้น แต่เพราะลู่ชิงคนนั้นถูกส่งไปฟาร์มแล้ว เลยไม่มีทางได้รับพัสดุ
เจียงจิ่นโจวหาหนังสือเรียนไม่ได้ บางทีอาจจะเข้าสอบเกาเค่าแต่เพราะไม่มีหนังสือทบทวนเลยสอบไม่ติด จนนำไปสู่โศกนาฏกรรมในชีวิต
แต่ตอนนี้ด้วยความผิดพลาดบางอย่าง พัสดุดันมาโผล่ในมือเธอ เรื่องราวเลยเปลี่ยนไป
ลู่ชิงรู้สึกทั้งดีใจแทนเจียงจิ่นโจวและเสียใจกับชะตากรรมเดิมของเขา หวังว่าการปรากฏตัวของเธอจะช่วยเปลี่ยนชะตาชีวิตเขาได้
ลู่ชิงคุยกับลุงไป๋ต่ออีกสักพัก ก็กล่าวขอบคุณซ้ำๆ แล้วเดินออกจากสวนสาธารณะ
เธอแวะซูเปอร์มาร์เก็ตซื้อข้าวของที่คิดว่าเจียงจิ่นโจวจำเป็นต้องใช้ นึกถึงชะตากรรมของตระกูลลู่ เธอก็แวะร้านขายยาซื้อยาเตรียมไว้ให้ด้วย ไม่ว่าเจียงจิ่นโจวจะได้ใช้หรือไม่ เธอก็อยากเตรียมเผื่อไว้ก่อน
พอกลับถึงห้องเช่า เธอก็ลงมือเขียนจดหมายหาเจียงจิ่นโจว เล่าข้อมูลที่ได้มาอย่างละเอียดไม่ตกหล่นแม้แต่คำเดียว แต่แน่นอนว่าเธอละเว้นเรื่องชะตากรรมของตัวเจียงจิ่นโจวไว้ ให้เขาได้มีชีวิตที่สวยงามต่อไปเถอะ
ลู่ชิงรู้ว่าเจียงจิ่นโจวต้องไปที่ฟาร์มทางตะวันตกเฉียงเหนือแน่ๆ เธอจึงกำชับหนักแน่นว่าอย่าใจร้อน วู่วาม ให้ไตร่ตรองให้ดีก่อนทำอะไร การสอบเข้ามหาวิทยาลัยคือเรื่องสำคัญที่สุด ถ้าขาดเหลืออะไรให้บอกเธอ
เขียนจดหมายเสร็จ เธอเอาของและจดหมายใส่ถุงเฉียนคุน เขียนที่อยู่แปะ แล้วก็ปล่อยวาง เพราะรู้ว่าถึงเวลาถุงเฉียนคุนจะหายไปเอง
แต่วันรุ่งขึ้น ลู่ชิงพบว่าถุงเฉียนคุนหายไปแล้วจริงๆ แต่กระดาษที่เธอเขียนที่อยู่กลับยังวางอยู่ที่เดิมอย่างสมบูรณ์ เรื่องนี้ทำเอาลู่ชิงงงเป็นไก่ตาแตก คิดยังไงก็คิดไม่ออก