- หน้าแรก
- ส่งด่วนข้ามเวลา เป็นเศรษฐีด้วยของต่างยุค
- บทที่ 40 ตายก็ตายด้วยกัน
บทที่ 40 ตายก็ตายด้วยกัน
บทที่ 40 ตายก็ตายด้วยกัน
ฟาร์มหย่งอัน ทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือ
ลู่หย่งฮุยและครอบครัวเพิ่งกลับจากทำงานในไร่ตอนดึกดื่น แม้จะเป็นฤดูหนาวอันหนาวเหน็บ แต่พวกเขาก็ยังถูกเกณฑ์ออกไปทำงานทุกวัน สภาพของทุกคนดูเหนื่อยล้าจนแทบขาดใจ
แม้สองสามีภรรยาตระกูลลู่จะเพิ่งมาอยู่ที่นี่ได้เพียงสามปี แต่กลับดูแก่ลงไปกว่าสิบปี ผมที่ขมับเริ่มหงอกขาวให้เห็น
ลู่เฟิงประคองฟางอวี่ภรรยาของเขาอย่างระมัดระวัง ฟางอวี่ตั้งท้องได้เจ็ดเดือนกว่าแล้ว แต่ก็ยังถูกบังคับให้ลงไปทำงานในไร่
ลู่ชิงเดินรั้งท้ายสุด ทุกคนในครอบครัวซูบผอมจนหน้าตอบ ผิวเหลืองซีดจากการขาดสารอาหาร
หลายเดือนมานี้ครอบครัวพวกเขาโดนสั่งให้ทำงานหนักที่สุด เห็นได้ชัดว่ากำลังถูกเพ่งเล็งและกลั่นแกล้ง
ต้นเหตุมาจากผู้คุมฟาร์มที่ชื่อหวงซูเหลียงเกิดถูกใจลู่ชิงเข้า เขาให้คนมาบอกลู่หย่งฮุยว่าขอแค่ยอมยกตัวลู่ชิงให้ เขาจะให้ทุกคนในครอบครัวได้ทำงานสบายที่สุด และได้รับประกันว่าจะได้กินอิ่มทุกมื้อ
ลู่หย่งฮุยได้ยินเข้าก็โกรธจนควันออกหู ซ้อมคนที่มาส่งข่าวจนน่วม แล้วประกาศก้องว่า ข้ามศพฉันไปก่อนเถอะ ใครกล้ามาแตะต้องลูกสาวฉัน ฉันจะสู้กับมันจนตัวตาย
ชีวิตหลังจากนั้นก็เป็นอย่างที่เห็น หวงซูเหลียงไม่กล้าทำอะไรครอบครัวลู่หย่งฮุยอย่างโจ่งแจ้ง แต่ลับหลังกลับคอยกลั่นแกล้งสารพัด ให้ทำงานที่หนักที่สุด เหนื่อยที่สุด แถมยังคอยหักส่วนแบ่งอาหารของพวกเขาอยู่เป็นประจำ
ครอบครัวลู่ลากสังขารอันเหนื่อยล้ากลับเข้ามาในบ้านพักซอมซ่อ ภายในบ้านมืดสลัวและชื้นแฉะ แทบไม่มีข้าวของเครื่องใช้อะไรเลย
ลู่เฟิงประคองฟางอวี่ขึ้นไปนั่งพักบนเตียงเตาอย่างทะนุถนอม ส่วนลู่ชิงก็ไปตักน้ำมาอ่างหนึ่ง ให้พ่อกับแม่ล้างหน้า แล้วเตรียมตัวจะไปทำกับข้าว
ทันใดนั้นเอง ด้านนอกก็มีเสียงเอะอะโวยวายดังขึ้น หวงซูเหลียงพาลูกน้องอีกไม่กี่คนเดินวางก้ามเข้ามาในบ้าน
เขาแสยะยิ้มมองครอบครัวลู่หย่งฮุยอย่างลำพองใจ อ้าว อยู่กันครบเลยนี่? วันนี้ฉันมาถามอีกรอบ คิดกันได้หรือยัง? อย่าให้ต้องใช้ไม้แข็งนะ!
ลู่หย่งฮุยตาเบิกโพลงด้วยความโกรธ ลุกพรวดขึ้นยืน ฝันไปเถอะ! ต่อให้ฉันตาย ฉันก็ไม่มีวันยกลูกสาวให้ไอ้เดรัจฉานอย่างแก!
หวงซูเหลียงแค่นหัวเราะ พูดด้วยน้ำเสียงเหยียดหยาม น้ำหน้าอย่างแกน่ะเหรอ ถ้าฉันจะฆ่าแกก็ง่ายเหมือนบี้มด แต่ในเมื่อแกอยากเล่นตัวนัก ฉันก็จะค่อยๆ เล่นกับแก ไม่ต้องรีบหรอก เดี๋ยวก็มีวันที่พวกแกต้องคลานมาขอร้องฉัน แต่ถึงตอนนั้นข้อเสนออาจจะไม่ดีเท่าตอนนี้แล้วนะ
พูดจบเขาก็ใช้สายตาหื่นกามโลมเลียไปทั่วร่างลู่ชิง แล้วสั่งลูกน้อง กลับ
แม้ต่อหน้าหวงซูเหลียง ลู่หย่งฮุยจะแสดงท่าทีแข็งกร้าว แต่พอพวกมันกลับไปแล้ว ความรู้สึกไร้เรี่ยวแรงก็ถาโถมเข้ามา เขาถลันลงนั่งบนเก้าอี้พังๆ ยกสองมือขึ้นกุมหัว ใบหน้าเต็มไปด้วยความวิตกกังวลและอับจนหนทาง
ลู่ชิงเดินเข้าไปหา ตบไหล่ผู้เป็นพ่อเบาๆ พ่อคะ เป็นเพราะหนูทำให้พ่อกับแม่ลำบาก ไม่งั้นหนู...
ลู่หย่งฮุยเงยหน้าขวับ นัยน์ตาแดงก่ำตวาดแทรกขึ้นมา เป็นไปไม่ได้ ใครหน้าไหนก็อย่าหวังจะมาทำร้ายลูกสาวพ่อ
แล้วเขาก็พูดด้วยความรู้สึกผิดว่า เสี่ยวชิง พ่อต่างหากที่ทำพวกเราลำบาก คนที่ต้องขอโทษคือพ่อ
ลู่เฟิงพูดเสริมขึ้นว่า พ่อครับ พ่ออย่าโทษตัวเองเลย ครอบครัวเราจะอยู่ก็อยู่ด้วยกัน จะตายก็ตายด้วยกัน ผมไม่เชื่อหรอกว่าโลกนี้จะไม่มีความยุติธรรมหลงเหลืออยู่เลย
...
หลังจากหิมะตกหนักผ่านพ้นไป เวลาล่วงเลยมาถึงเดือนธันวาคม ปี 1977 เหลือเวลาอีกเพียงสิบวันก็จะถึงวันสอบเกาเค่า
เจียงจิ่นโจวกับหวังอ้ายกั๋วยังคงทบทวนบทเรียนกันอย่างเคร่งเครียด แต่เจียงจิ่นโจวรู้สึกว่าตัวเองไม่มีสมาธิจะอ่านหนังสืออีกต่อไป หลายวันมานี้จิตใจเขาว้าวุ่นไม่เป็นสุข แม้แต่คนความรู้สึกช้าอย่างหวังอ้ายกั๋วยังดูออก
วันนี้เจียงจิ่นโจวนั่งเหม่อลอยอีกแล้ว จดหมายร้องเรียนส่งไปตั้งนานแล้ว ไม่รู้ว่าทางบ้านลู่ชิงจะเป็นยังไงบ้าง?
เจียงจิ่นโจวอยากให้ถึงวันสอบเร็วๆ สอบเสร็จเขาจะได้ไปดูให้เห็นกับตา พอได้เห็นเขาถึงจะวางใจ
หวังอ้ายกั๋วตั้งหน้าตั้งตาทำโจทย์ที่เจียงจิ่นโจวให้ เขารู้ตัวว่าพื้นฐานไม่ดี แต่เขาเชื่อใจเจียงจิ่นโจว เพื่อนให้ทำอะไรเขาก็ทำอย่างนั้น
พอเห็นเจียงจิ่นโจวนั่งเหม่อ หวังอ้ายกั๋วก็สะกิดเรียก จิ่นโจว ช่วงนี้นายดูใจลอยชอบกล ที่บ้านเกิดเรื่องอะไรหรือเปล่า มีอะไรบอกฉันได้นะ ช่วยได้ฉันช่วยเต็มที่
เจียงจิ่นโจวไม่อยากบอกเรื่องลู่ชิงให้หวังอ้ายกั๋วรู้ จึงส่ายหน้าแล้วตอบว่า ไม่เป็นไรหรอก ฉันแค่กังวลอยากสอบให้เสร็จเร็วๆ ฉันอยากจะเดินทางไกลสักหน่อย
หวังอ้ายกั๋วหรี่ตามองอย่างจับผิด ไม่ได้หลอกกันนะ? ต้องให้ฉันไปเป็นเพื่อนไหม?
เจียงจิ่นโจวมองเพื่อนแล้วยิ้ม ไม่ต้องหรอก ฉันจะไปเยี่ยมเพื่อนร่วมชั้นคนหนึ่ง นายไปจะไปทำไม?
หวังอ้ายกั๋วทำท่าเหมือนรู้อะไรบางอย่าง แซวด้วยน้ำเสียงล้อเลียน ฮั่นแน่ ฉันรู้แล้วว่าทำไมนายถึงเป็นแบบนี้ เพื่อนคนนั้นเป็นผู้หญิงชัวร์? ร้ายไม่เบานะเรา ให้ฉันเดานะ เธอก็จะสอบเกาเค่าเหมือนกันใช่ไหม พวกนายคงนัดกันว่าจะกลับไปเจอกันที่ปักกิ่งล่ะสิ?
แล้วเขาก็ทำหน้าสงสัย ถ้าเป็นอย่างนั้น นายก็เขียนจดหมายหาเธอสิ? ไม่เห็นต้องไปหาด้วยตัวเองเลย
เจียงจิ่นโจวยิ้มขื่น เขาเองก็อยากเขียนจดหมาย แต่รู้อยู่เต็มอกว่าเขียนไปก็สูญเปล่า จดหมายไม่มีทางถึงมือลู่ชิงแน่
สอบเกาเค่าเหรอ? ลู่ชิงคงหมดสิทธิ์สอบมั้ง? ถ้าลู่ชิงมีโอกาสได้สอบ เธอต้องสอบติดมหาวิทยาลัยดีๆ ได้แน่
ใจของเจียงจิ่นโจวลอยไปถึงฟาร์มในภาคตะวันตกเฉียงเหนือโน่นแล้ว เขาได้แต่ภาวนาให้จดหมายร้องเรียนของเขาบังเกิดผล ขอให้คนบ้านลู่ชิงทุกคนปลอดภัย
เขาหันไปดุหวังอ้ายกั๋วว่า รีบทำโจทย์ของนายไปเถอะ ไม่รู้อะไรอย่ามาพูดมั่วซั่ว ถ้าครั้งนี้นายสอบไม่ติด ฉันไม่รอนายนะ ปีหน้าหาทางเอาตัวรอดเองแล้วกัน
ม่ายยยยย! หวังอ้ายกั๋วร้องโหยหวน พูดตามตรงช่วงนี้เขาทำโจทย์จนจะอ้วกอยู่แล้ว ที่โหดกว่าคือเจียงจิ่นโจวยังบังคับให้เขาท่องเรียงความที่เขียนเสร็จแล้วให้ได้ทุกตัวอักษรอีก
บางทีเขาก็เสียใจที่หลวมตัวลงเรือลำเดียวกับเจียงจิ่นโจว ทำไมตอนนั้นถึงวู่วามอยากสอบเข้ามหาวิทยาลัยกับเขานะ ไม่ดูสารรูปตัวเองเลยว่าเป็นวัสดุเกรดไหน
แต่มาถึงขั้นนี้แล้ว อุตส่าห์อดทนมาตั้งนาน จะมาล้มเลิกตอนนี้ก็คงไม่ได้
หวังอ้ายกั๋วได้แต่ก้มหน้าก้มตาทำโจทย์อย่างน่าสงสาร แต่ทำไปได้สักพักเขาก็ถามขึ้นอีกว่า จิ่นโจว โจทย์พวกนี้ปีศาจจิ้งจอกบอกนายมาจริงหรือเปล่า ฉันจะบอกให้นะ วันนั้นพอกลับไปฉันก็เล่าให้แม่ฟัง วันรุ่งขึ้นแม่ฉันตั้งศาลบูชาเจ้าแม่จิ้งจอกที่บ้านเลยนะ แม่บอกว่ามีเจ้าแม่คุ้มครองเราสองคนต้องสอบติดแน่ๆ นายลองคิดดูสิถ้าสอบไม่ติด แม่คงตึ้บฉันตายคาบ้านแน่
เจียงจิ่นโจวถึงกับมีเส้นสีดำขึ้นเต็มหน้าผาก ไอ้เพื่อนปากสว่างเอ๊ย เขาแค่พูดเล่นขำๆ หมอนี่ดันเอาไปบอกที่บ้าน
ที่พีคกว่าคือ แม่ของมันดันเชื่อเป็นตุเป็นตะ ไม่รู้ว่าคนบ้านนี้ใช้อะไรคิดกัน
เขาพูดอย่างจนใจว่า จะใช่ปีศาจจิ้งจอกบอกหรือเปล่าฉันไม่แน่ใจ แต่ที่ฉันรู้แน่ๆ คือถ้านายยังมัวแต่ฝอยไม่ยอมอ่านหนังสือ นายสอบไม่ติดชัวร์ และถึงตอนนั้นแม่นายเอาตายแน่
สรุปนายหลอกฉันเหรอเนี่ย? จิ่นโจว นายจะฆ่าฉันให้ตายหรือไง หวังอ้ายกั๋วหน้าเศร้าเหมือนโลกจะแตก
นี่สินะที่เขาเรียกว่ายกหินทุ่มเท้าตัวเองแท้ๆ