- หน้าแรก
- ส่งด่วนข้ามเวลา เป็นเศรษฐีด้วยของต่างยุค
- บทที่ 10 ลู่ชิงออกล่าหนังสือ
บทที่ 10 ลู่ชิงออกล่าหนังสือ
บทที่ 10 ลู่ชิงออกล่าหนังสือ
ลู่ชิงหยิบมือถือขึ้นมาค้นหาพิกัดตลาดของเก่าในปักกิ่ง พบว่ามีอยู่หลายแห่ง เธอจึงเลือกเริ่มจากที่ที่อยู่ใกล้ที่สุดก่อน
เธอตระเวนไปตลาดของเก่าถึงสองแห่งติดต่อกัน แต่กลับคว้าน้ำเหลว ไม่มีร้านไหนขายหนังสือเรียนเก่าเลย มีแต่พวกเฟอร์นิเจอร์ไม้เก่าๆ กับเครื่องใช้ไฟฟ้ามือสองวางขายเกลื่อนกลาด
พอก้มดูนาฬิกาก็ปาเข้าไปบ่ายสามโมงกว่าแล้ว เธอตัดสินใจเสี่ยงดวงไปที่แห่งที่สาม ถ้าที่นี่ยังไม่มีอีก คงต้องกลับไปตั้งหลักหาทางใหม่พรุ่งนี้
เมื่อนั่งรถมาถึงตลาดของเก่าแห่งที่สาม คราวนี้เธอไม่เดินดุ่มๆ เข้าไปมั่วซั่วเหมือนสองที่แรก แต่ตรงดิ่งไปที่ป้อมยามหน้าประตูก่อน
ในป้อมยามมีรปภ.วัยห้าสิบกว่ากำลังนั่งไถมือถือดูคลิปวิดีโออย่างสบายอารมณ์
ลู่ชิงเคาะกระจกเบาๆ รปภ.เงยหน้าขึ้นมอง ก่อนจะเลื่อนกระจกออกมาถาม "มีธุระอะไรหรือแม่หนู?"
ลู่ชิงถามเข้าประเด็น "คุณน้าคะ ในตลาดนี้มีร้านที่ขายพวกหนังสือเก่าโดยเฉพาะไหมคะ?"
รปภ.ชี้มือไปทางด้านใน "มีอยู่ร้านนึง เดินตรงไปร้อยเมตร แล้วเลี้ยวซ้าย เดินไปจนสุดทางก็เจอแล้ว"
ลู่ชิงใจชื้นขึ้นมาทันที รีบกล่าวขอบคุณแล้วก้าวเท้าฉับๆ ตามคำบอกทาง
พอไปถึงหน้าร้านหนังสือเก่าที่ว่า เจ้าของร้านกำลังเก็บของเตรียมจะปิดร้านพอดี
ลู่ชิงรีบพุ่งเข้าไป "สวัสดีค่ะเถ้าแก่ หนูอยากจะขอซื้อหนังสือเก่าหน่อยค่ะ"
เจ้าของร้านชะงักมองลู่ชิงแวบหนึ่ง ก่อนจะยอมเปิดประตูร้านให้กว้างขึ้น "งั้นเชิญเข้ามาดูก่อน"
ร้านหนังสือนี้ไม่ได้ใหญ่โตอะไร พื้นที่ประมาณสามสิบสี่สิบตารางเมตร แต่อัดแน่นไปด้วยกองหนังสือระเกะระกะเต็มไปหมด
สภาพแบบนี้แหละที่ลู่ชิงต้องการ เธอรีบถามทันที "เถ้าแก่คะ หนูอยากได้หนังสือเรียนมัธยมปลายช่วงยุค 70 ที่ร้านพอจะมีไหมคะ?"
เถ้าแก่ทำท่านึกอยู่ครู่หนึ่ง "เหมือนจะมีอยู่นะ เดี๋ยวขอลองหาดูก่อน"
ลู่ชิงยืนมองเถ้าแก่รื้อค้นกองหนังสือด้วยใจระทึก ทั้งตื่นเต้นทั้งคาดหวัง
เถ้าแก่ไปขลุกอยู่ในมุมหนึ่งพักใหญ่ ก่อนจะดึงหนังสือเก่าๆ ออกมาจากกองได้สองสามเล่ม
"เจอแล้ว ชุดนี้นี่แหละ"
ลู่ชิงรีบรับมาเปิดดูอย่างละเอียด มันคือแบบเรียนมัธยมปลายของยุค 70 จริงๆ แม้กระดาษจะเหลืองกรอบและมีรอยถลอกไปบ้างตามกาลเวลา แต่เนื้อหาข้างในยังอยู่ครบถ้วนสมบูรณ์
เธอดีใจจนเนื้อเต้น รีบถามราคา "เถ้าแก่คะ ชุดนี้ขายเท่าไหร่คะ?"
เถ้าแก่ตอบเสียงเรียบ "หนู ถึงนี่จะเป็นหนังสือเก่า แต่ฉันไม่ได้ขายในราคาชั่งกิโลขายของเก่านะ ส่วนใหญ่คนเขาซื้อไปสะสมกัน ชุดนี้ฉันคิดสองร้อยหยวนแล้วกัน"
"แพงขนาดนั้นเลยเหรอคะ?" ลู่ชิงอุทานเบาๆ แต่พอลองคิดดู แค่หาเจอก็บุญโขแล้ว สองร้อยก็สองร้อย ถือว่าเป็นของสะสมอย่างที่แกบอก
เธอนึกขึ้นได้อีกเรื่อง จึงถามต่อ "แล้วมีพวกคู่มือเตรียมสอบของยุคนั้นด้วยไหมคะ?"
เถ้าแก่ยิ้มขำ "แม่สาวน้อย นี่เธอจะทำวิจัยเรื่องชีวิตนักเรียนยุค 70 หรือไง?"
ลู่ชิงบอกความจริงไม่ได้ เลยต้องแถสีข้างถลอก "พอดีหนูเกิดอยากจะเขียนนิยายแนวย้อนยุคน่ะค่ะ เลยต้องหาข้อมูลอ้างอิงหน่อย"
เถ้าแก่เจอคนแปลกๆ มาเยอะเลยไม่ซักไซ้ต่อ แกหันไปรื้อกองหนังสืออีกรอบ ก่อนจะดึงหนังสือเล่มหนึ่งออกมาส่งให้
"เอ้า... นี่คือคัมภีร์เทพสำหรับการสอบเข้ามหาวิทยาลัยในยุคนั้นเลยนะ"
ลู่ชิงก้มมองหน้าปก เห็นตัวอักษรเขียนว่า ชุดแบบเรียนคณิต-ฟิสิกส์-เคมี
เถ้าแก่เห็นลู่ชิงทำหน้างง ก็เริ่มรำลึกความหลังด้วยแววตาเป็นประกาย "พวกเด็กสมัยใหม่อย่างหนูคงไม่เข้าใจหรอก ปีที่ประกาศฟื้นฟูการสอบเกาเค่าปีนั้น ถ้าฉันมีหนังสือเล่มนี้อยู่ในมือนะ อย่าว่าแต่ชิงหัวหรือปักกิ่งเลย มหาวิทยาลัยไหนฉันก็สอบติดสบายๆ นักศึกษามหาวิทยาลัยยุคนั้นน่ะ... จุ๊ๆๆ ยอดคนทั้งนั้น"
ลู่ชิงประเมินดูแล้ว เถ้าแก่น่าจะอายุหกสิบกว่า เป็นคนร่วมสมัยยุคนั้นจริงๆ ท่าทางจะเป็นคนมีสตอรี่ไม่เบา
เธอถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น "มันเทพขนาดนั้นเลยเหรอคะ?"
เถ้าแก่หัวเราะร่า "จะพูดแบบนั้นก็ไม่ถูกซะทีเดียว มันก็ต้องขึ้นอยู่กับคนเรียนด้วย ยุคนั้นคนที่มีโอกาสได้เรียนหนังสือจริงๆ จังๆ มีไม่เยอะหรอก คนรุ่นลุงน่ะถูกยุคสมัยพรากเวลาไปจริงๆ"
คำพูดของเถ้าแก่สะกิดต่อมความสนใจของลู่ชิงเข้าอย่างจัง เธอจึงชวนคุยต่อเพื่อตีสนิท "คุณลุงคะ เล่าเรื่องตอนสอบเกาเค่ายุคนั้นให้หนูฟังหน่อยได้ไหมคะ?"
เถ้าแก่มองลู่ชิงแล้วยิ้มใจดี "เอาสิ ไหนๆ ก็ไม่มีลูกค้าแล้ว เดี๋ยวลุงจะเล่าให้ฟัง... ตอนข่าวฟื้นฟูการสอบประกาศออกมา มันสะเทือนเลือนลั่นไปทั้งประเทศ โดยเฉพาะพวกเราเหล่ายุวปัญญาชนที่ถูกส่งไปลงชนบท บางคนร้องไห้ บางคนหัวเราะ ตะโกนก้องจนเสียงแหบเสียงแห้งด้วยความดีใจ แต่พวกเราไปทำไร่ไถนาอยู่ชนบทตั้งหลายปี วันๆ แบกจอบแบกเสียม จะเอาเวลาที่ไหนไปอ่านหนังสือ? ตอนลงชนบทก็ไม่มีใครพกหนังสือไป พอรู้ข่าวทุกคนก็แทบคลั่ง พลิกแผ่นดินหาหนังสือมาอ่านสอบ ลุงตอนนั้นยังหนุ่มแน่น เลือดร้อน ตั้งเป้าว่าจะต้องสอบติดให้ได้ แต่หนังสือหายากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร ยืมคนนู้นทีคนนี้ที กว่าจะกัดฟันซื้อมาได้ไม่กี่เล่ม ก็ต้องแบ่งกันอ่านเป็นสิบคน กลางวันทำงานหนัก กลางคืนจุดตะเกียงน้ำมันอ่านหนังสือ ชีวิตลำบากรากเลือด นึกภาพดูสิว่าจะเอาอะไรไปสอบสู้เขาไหว วันสอบนะ หน้าสนามสอบคนมืดฟ้ามัวดิน อายุเท่าไหร่ก็มี บางคนกระเตงลูกมาสอบด้วย ภาพวันนั้นลุงยังจำได้ติดตา... เสียดาย ลุงเตรียมตัวไม่ดีพอ เลยสอบไม่ติด ปีต่อมาก็ยังไม่ติดอีก จนเขามีนโยบายให้ยุวปัญญาชนกลับเข้าเมืองได้นั่นแหละถึงได้กลับมา ส่วนพวกที่สอบติดในปีนั้น ต่อมาก็กลายเป็นคนใหญ่คนโตในวงการต่างๆ กันหมด"
เถ้าแก่เล่าไป ใบหน้าก็ฉายแววอาลัยอาวรณ์และเสียดาย
ก่อนจะยิ้มแห้งๆ ตบท้าย "ตอนนั้นถ้าตอนเรียนตั้งใจกว่านี้ หรือตอนอ่านสอบมีคู่มือดีๆ สักเล่ม ชีวิตก็คงเปลี่ยนไปแล้ว"
ลู่ชิงฟังแล้วอินตาม "นั่นสิคะ คนรุ่นคุณลุงนี่น่านับถือจริงๆ ความอดทนเป็นเลิศ"
"มันเป็นเพราะยุคสมัยน่ะ จะไปโทษใครก็ไม่ได้ ลุงเลยฝังใจกลายเป็นคนชอบอ่านหนังสือ จนมาเปิดร้านหนังสือเก่านี่แหละ" แกถอนหายใจเบาๆ "น่าเสียดาย ยุคนี้คนหันไปอ่านอีบุ๊กกันหมด หนังสือพวกนี้เลยกลายเป็นแค่ของสะสมของคนเฉพาะกลุ่ม"
เถ้าแก่บ่นกระปอดกระแปดเล่าเรื่องความหลังต่อไปอีกครึ่งชั่วโมง พอมองออกไปนอกร้านเห็นฟ้าเริ่มมืด แกถึงได้สติ "ดูสิ พอได้ขุดเรื่องเก่ามาเล่า ลุงก็โม้เพลินจนลืมเวลา หนูคงรำคาญแย่ วันนี้พอแค่นี้เถอะ"
ยิ่งได้ฟังเรื่องราวจากปากคำคนในยุคนั้น ลู่ชิงยิ่งรู้สึกว่าหนังสือไม่กี่เล่มในมือนี้มีค่ามหาศาล นึกภาพออกเลยว่าเจียงจิ่นโจวคงกำลังดิ้นรนหาหนังสืออย่างยากลำบากแค่ไหน
เธอยิ้มตอบ "ไม่รำคาญเลยค่ะ หนูต่างหากที่รบกวนเวลาคุณลุง"
จากนั้นเธอก็ชี้ไปที่หนังสือ 'ชุดแบบเรียนคณิต-ฟิสิกส์-เคมี' เล่มนั้น "คุณลุงคะ แล้วเล่มนี้ขายเท่าไหร่คะ?"
เถ้าแก่โบกมือ "หนูอุตส่าห์ยืนฟังคนแก่อย่างลุงพล่ามตั้งนาน เล่มนี้ลุงยกให้ฟรีๆ ไปเลย"
ลู่ชิงรีบปฏิเสธ "ไม่ได้หรอกค่ะ ลุงเปิดร้านทำมาหากิน จะให้หนูเอาของไปฟรีๆ ได้ยังไง"
ยื้อยุดฉุดกระชากกันอยู่พักใหญ่ คนหนึ่งจะให้ คนหนึ่งจะจ่าย สุดท้ายลู่ชิงก็จัดการสแกนจ่ายเงินให้เถ้าแก่ไปทั้งหมดสามร้อยหยวน เป็นอันจบเรื่อง
พอนึกถึงชีวิตยุวปัญญาชนที่ลุงเล่า ลู่ชิงก็นึกอะไรขึ้นได้ "จริงสิคุณลุง ถ้าหนูอยากจะหาซื้อพวกเงินเก่าหรือตั๋วแลกของในยุคนั้น พอจะหาได้ที่ไหนคะ?"
คุณลุงครุ่นคิดครู่หนึ่ง "ถ้าจะเอาของพวกนั้น ก็ต้องไปเดินดูที่โซนขายของโบราณ หรือไม่ก็ต้องไปประกาศรับซื้อในเน็ตเอานู่นแหละ"
ลู่ชิงพยักหน้ารับ จำใส่ใจไว้ เรื่องนี้ยังไม่รีบ วันนี้หาหนังสือได้ครบก็ถือว่าประสบความสำเร็จมากแล้ว
เธอหิ้วถุงพลาสติกใส่หนังสือหนักอึ้ง นั่งรถเมล์กลับถึงบ้านตอนฟ้ามืดสนิท
กะว่าเดี๋ยวจะกดสั่งอาหารเดลิเวอรีมากิน วันนี้ตะลอนมาทั้งวัน เหนื่อยจนขี้เกียจทำกับข้าวเองแล้ว
พอเข้าห้องมา เธวางกองหนังสือลงบนโต๊ะ สายตาเหลือบไปเห็นถุงผ้าใส่เกาลัดกับวอลนัท
เธอลองหยิบเกาลัดดิบขึ้นมาสองสามลูก ใช้ฟันกัดเปลือกออกแล้วเคี้ยว... อืม รสชาติหวานมันใช้ได้เลยแฮะ
ในเมื่อเขาอุตส่าห์ส่งของฝากมาให้ ลู่ชิงตัดสินใจว่าเดี๋ยวจะแวะไปซูเปอร์มาร์เก็ต ซื้อขนมของกินส่งกลับไปให้เจียงจิ่นโจวบ้างดีกว่า
เธอเปิดคอมพิวเตอร์เช็กกระทู้ที่ตั้งถามไว้เมื่อตอนบ่าย ปรากฏว่ามีคนเข้ามาตอบเพียบ
มีคอมเมนต์หลากหลายรูปแบบ เธอไล่อ่านทีละบรรทัด ส่วนใหญ่ก็เข้ามาแนะนำแหล่งซื้อหนังสือเก่า
แต่ทว่า... มีคอมเมนต์หนึ่งที่สะดุดตาเธอเข้าอย่างจัง!