- หน้าแรก
- ระบบกุศลอนันต์ ทำดีแล้วเทพขึ้นครับ
- บทที่ 27 - ฝากตัวเป็นศิษย์
บทที่ 27 - ฝากตัวเป็นศิษย์
บทที่ 27 - ฝากตัวเป็นศิษย์
บทที่ 27 - ฝากตัวเป็นศิษย์
"คุณอาซาง จิบชาครับ"
ฝ่ามือใหญ่หนาของเถี่ยต้าหลงประคองถ้วยชาใบจิ๋วอย่างนอบน้อม วางลงตรงหน้าซางหงอี้อย่างแผ่วเบา
เขาไม่ได้เกรงกลัวซางหงอี้ แต่เป็นการให้เกียรติเพื่อนร่วมรบของพ่อ ให้เกียรติผู้อาวุโสในวงการยุทธ์ และให้เกียรตินักรบผู้กล้าหาญ
"ขอบใจมาก" ซางหงอี้รับถ้วยชามาถือไว้พลางกล่าวขอบคุณ แม้เขาจะเป็นเพื่อนกับพ่อของเถี่ยต้าหลง แต่ก็ไม่ได้สนิทสนมกับเถี่ยต้าหลงมากนัก จึงต้องรักษาความเกรงใจไว้บ้าง
"อาซาง ความสัมพันธ์พวกเราก็คนกันเอง ผมขอพูดตรงๆ เลยนะครับ เกาอู่มีพรสวรรค์ไม่ธรรมดา ผมอยากรับเขาเป็นศิษย์สายตรง"
เถี่ยต้าหลงเปิดประเด็นไม่อ้อมค้อม "ทรัพยากรการฝึกฝนทุกอย่างที่เกาอู่ต้องการ ผมจะจัดหาให้เต็มที่ ผมดูแล้วยังไงเขาก็เลื่อนขั้นเป็นซามูไรได้แน่นอน
"พวกลูกหลานบ้านผมไม่มีใครได้เรื่องสักคน ดีไม่ดีในอนาคตสำนักมังกรเหล็กอาจต้องยกให้เขาดูแล..."
ซางหงอี้หัวเราะ จะยกสำนักให้เกาอู่ ฟังดูเหมือนวาดวิมานในอากาศไปหน่อย
เขาโบกมือเบาๆ แล้วพูดว่า "ฉันก็ขอพูดตรงๆ เหมือนกัน เป้าหมายของเกาอู่คือคณะวรยุทธ์มหาวิทยาลัยอันจิง"
เถี่ยต้าหลงเงียบกริบ เขาเข้าใจความหมายของซางหงอี้ทันที
คณะวรยุทธ์มหาวิทยาลัยอันจิงคือดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของนักบู๊แห่งมณฑลเป่ยโจว อาจารย์ที่นั่นอย่างต่ำก็ระดับอาจารย์ยุทธ์ ปรมาจารย์ยุทธ์ หรือกระทั่งจอมยุทธ์ผู้ยิ่งใหญ่ ถ้าเกาอู่โชคดี อาจได้ฝากตัวเป็นศิษย์ของระดับปรมาจารย์
การเข้าไปเรียนกับยอดฝีมือเป็นเรื่องหนึ่ง แต่การฝากตัวเป็นศิษย์นั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง
ยอดฝีมือหนึ่งคนหมายถึงขั้วอำนาจอันยิ่งใหญ่และทรัพยากรมหาศาล การฝากตัวเป็นศิษย์ก็เท่ากับได้เข้าไปอยู่ในสังกัดนั้น กลายเป็นคนวงใน
เขาที่เป็นแค่ซามูไรตัวเล็กๆ จะไปเทียบกับยอดฝีมือแห่งมหาวิทยาลัยอันจิงได้ยังไง
เมื่อมีเป้าหมายสูงส่งขนาดนั้น เกาอู่ย่อมไม่มีทางมากราบเขาเป็นอาจารย์
เถี่ยต้าหลงไม่ปิดบังความผิดหวัง "น่าเสียดายจริงๆ"
ซางหงอี้จึงยิ้มแล้วเสนอทางออก "เกาอู่สามารถเข้าเป็นสมาชิกสำนักมังกรเหล็ก และลงแข่งในนามของสำนักได้นะ"
ชายชราพูดต่อ "ปีหน้าเกาอู่จะลงแข่งรายการถ้วยเสวี่ยเทา นี่เป็นโอกาสดีที่จะได้โปรโมตชื่อเสียง"
"โอ้" เถี่ยต้าหลงหันมามองเกาอู่ สายตาเต็มไปด้วยการประเมิน
ที่เขาอยากรับเกาอู่เป็นศิษย์ ก็เพราะเล็งเห็นศักยภาพของอีกฝ่าย
ไม่ว่าเกาอู่จะฉีดยาหรือไม่ แต่สัมผัสจากพลังต้นกำเนิดบอกได้ว่าสนามแม่เหล็กชีวิตของเกาอู่นั้นเปี่ยมด้วยความสดใส บ่งบอกว่าร่างกายสมบูรณ์มาก
ติดอยู่อย่างเดียวคือเกาอู่อายุยังน้อย ยังห่างชั้นกับจอมยุทธ์ขั้นสูงรุ่นเก๋าอยู่พอสมควร
ถ้วยเสวี่ยเทาเป็นรายการแข่งขันที่ราชันยุทธ์ซ่งเสวี่ยเทาก่อตั้งขึ้น เงินรางวัลสูงถึงสองล้านหยวน
ซ่งเสวี่ยเทาเป็นคนเมืองตงเจียง ถ้วยเสวี่ยเทาจึงจัดขึ้นเพื่อกระตุ้นเหล่านักสู้ในบ้านเกิด จอมยุทธ์ที่มีทะเบียนบ้านอยู่ในตงเจียงสามารถลงแข่งได้หมดโดยไม่จำกัดอายุ
แบบนี้พวกจอมยุทธ์ขั้นสูงวัยสามสิบสี่สิบปีจึงได้เปรียบสุดๆ
ถ้วยเสวี่ยเทาจัดมาปีละครั้ง แชมป์ส่วนใหญ่ก็เป็นจอมยุทธ์ระดับท็อปวัยสามสิบกว่า ปีนี้ปาเข้าไปครั้งที่ห้าสิบแล้ว ยังไม่เคยมีแชมป์ที่อายุต่ำกว่ายี่สิบห้าปีเลยสักคน
ซางหงอี้เข้าใจความลังเลของเถี่ยต้าหลง เขาจึงพูดว่า "ไม่จำเป็นต้องได้แชมป์หรอก แค่ติดสิบอันดับแรกก็ถือว่ายอดเยี่ยมแล้ว"
เขารู้ว่าเกาอู่มีร่างกายพิเศษ แต่ก็ไม่คิดว่าเกาอู่จะคว้าแชมป์ได้
ถ้วยเสวี่ยเทารวมเสือสิงห์กระทิงแรดทั่วมุมเมือง แถมยังมีการถ่ายทอดสด ถือเป็นงานช้างของวงการยุทธ์เมืองตงเจียงที่ทุกคนจับตามอง แค่เกาอู่ติดท็อปเทนได้ ก็พอจะสร้างชื่อให้กระฉ่อนแล้ว
เถี่ยต้าหลงหัวเราะ "ตกลง ถ้าเกาอู่ติดสิบอันดับแรกถ้วยเสวี่ยเทา ผมให้เงินรางวัลหนึ่งแสน ถ้าติดสามอันดับแรก ให้สองแสน ถ้าได้แชมป์ เอาไปเลยห้าแสน"
เกาอู่พอใจกับข้อเสนอนี้มาก มีแต่ได้กับได้ ทำไม่ได้ก็ไม่เสียอะไร ต้องขอบคุณบารมีของปู่ เถี่ยต้าหลงถึงกล้าทุ่มไม่อั้นขนาดนี้
ปู่พยักหน้าชม "ใจป้ำสมเป็นลูกผู้ชาย ตระกูลเถี่ยมีทายาทสืบทอดที่ยอดเยี่ยมจริงๆ"
แล้วปู่ก็หันมาบอกเกาอู่ "วิชากระบี่และฝ่ามือมังกรท่องของตระกูลเถี่ยนั้นล้ำเลิศ เป็นหนึ่งในตงเจียง หลานต้องตั้งใจเรียนกับเจ้าสำนักเถี่ยให้ดีนะ..."
อีกฝ่ายให้เกียรติขนาดนี้ ซางหงอี้ก็ต้องยกยอเถี่ยต้าหลงกลับบ้างตามมารยาท
"อาซางชมเกินไปแล้วครับ มิกล้า มิกล้า" ปากบอกมิกล้า แต่หน้าบานๆ ของเถี่ยต้าหลงยิ้มแก้มแทบปริ
สองพี่น้องหน้าตาแทบจะถอดแบบกันมา ต่างกันแค่เถี่ยต้าหลงหน้าบานกว่า ตาเรียวเล็กกว่า และมีเคราดกหนาเฟิ้ม
หน้าตาแบบนี้อยู่บนร่างผู้หญิงอาจดูขี้ริ้ว แต่พออยู่บนร่างชายฉกรรจ์ตัวล่ำบึ้กอย่างเถี่ยต้าหลง กลับดูดุดันและสมชายชาตรีสุดๆ
ถึงเกาอู่จะไม่ได้ฝากตัวเป็นศิษย์สายตรง แต่เขาก็รินน้ำชาให้เถี่ยต้าหลงด้วยความเคารพ และเรียกว่าอาจารย์
คำว่าอาจารย์ในที่นี้อาจเทียบกับคำว่า "ซือฟู่" หรืออาจารย์พ่อไม่ได้ แต่ก็ต่างจากครูที่โรงเรียนทั่วไป ถือว่ามีความใกล้ชิดกันในระดับหนึ่ง
"ต่อจากนี้เธอมาเรียนฝ่ามือมังกรท่องที่นี่ทุกคืน มีเวลาสองเดือน น่าจะพอได้วิชาติดตัวไปบ้าง..." เถี่ยต้าหลงวางแผน
"อาจารย์ครับ โค้ชที่โรงเรียนสั่งให้ฝึกภาคค่ำ ผมขอมาเรียนช่วงเช้าได้ไหมครับ"
ตอนกลางคืนเกาอู่ต้องไปฝึกคู่กับซ่งหมิงเยว่ เรื่องนี้สำคัญกว่าการเรียนฝ่ามือมังกรท่องเยอะ ถือเป็นภารกิจหลักในชีวิตตอนนี้เลยก็ว่าได้
โชคดีที่เนื้อหาวิชาการของ ม.6 เรียนจบหมดแล้ว ในฐานะนักเรียนโควตาวรยุทธ์ แค่ไปลากิจยาวกับครูประจำชั้นก็จบเรื่อง
เถี่ยต้าหลงไม่มีปัญหาอะไร เกาอู่มาตอนเช้าเขาก็ประหยัดเวลาตอนกลางคืน ไม่ต้องคอยมาสอนพิเศษ
คุยกันต่ออีกพักหนึ่ง เกาอู่เห็นว่าใกล้ถึงเวลาแล้วจึงขอตัวกลับ เถี่ยอิงเดินมาส่งถึงหน้าประตูอย่างให้เกียรติ พร้อมมอบคีย์การ์ดให้หนึ่งใบ เพื่อให้เขาเข้าออกสำนักได้สะดวก
เกาอู่ปั่นจักรยานกลับไปที่โรงยิมของโรงเรียนอย่างเร่งรีบ โชคดีที่ยังไม่สาย
หวงไห่ไม่ค่อยดุด่าใคร แต่สายตาเย็นเยียบที่คอยจ้องมองนั้นน่าขนลุกยิ่งกว่าโดนด่าเสียอีก
อีกอย่าง หวงไห่ไม่ค่อยสอนเทคนิคอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน ทำให้เกาอู่ไม่ค่อยศรัทธาโค้ชคนนี้เท่าไหร่
ช่วงนี้เขาฉีดยาโลหิตมังกรต่อเนื่อง พละกำลังกำลังพุ่งพรวด เวลาส่วนใหญ่ในโรงยิมจึงหมดไปกับการเล่นเวทแบบไม่ใช้ออกซิเจน เพื่อกระตุ้นการพัฒนากล้ามเนื้อด้วยความเข้มข้นสูงสุด
เห็นเกาอู่ใช้บาร์เบลหนึ่งพันกิโลกรัมทำท่าเดดลิฟต์ สมาชิกทีมวรยุทธ์ต่างมองตาค้างด้วยความอิจฉา พลังมหาศาลขนาดนี้ทิ้งห่างคนอื่นไปคนละชั้น
เมื่อก่อนหวงหลงแข็งแกร่งที่สุด ตอนนี้โดนทิ้งไม่เห็นฝุ่น ยิ่งทำให้หวงหลงหงุดหงิด มองเกาอู่แล้วขวางหูขวางตาไปหมด
แต่เขาก็รู้ฤทธิ์เดชดี จึงไม่กล้าเล่นลูกไม้กับเกาอู่
ช่วงพักเบรก เกาอู่จงใจเดินไปคุยกับหวงไห่ รายงานเรื่องที่เขาผ่านการสอบจอมยุทธ์ขั้นสูงแล้ว
หวงไห่ไม่ได้แปลกใจ เขาเอ่ยชมเกาอู่สองสามประโยค แล้วประกาศข่าวนี้ให้สมาชิกทุกคนทราบ เพื่อกระตุ้นให้ทุกคนดูเกาอู่เป็นเยี่ยงอย่าง
สมาชิกทีมทุกคนได้ยินชัดเต็มสองหู ทั้งตกใจ ทั้งอิจฉา ทั้งริษยา
สายตาที่มองเกาอู่ร้อนแรงแทบจะลุกเป็นไฟ ในฐานะนักกีฬาวรยุทธ์ พวกเขารู้ซึ้งถึงคุณค่าของจอมยุทธ์ขั้นสูงวัยสิบแปดปีดี!
แค่สถานะนี้สถานะเดียว มหาวิทยาลัยวรยุทธ์ชั้นนำในเป่ยโจวก็แทบจะปูพรมแดงรับเกาอู่เข้าเรียนแล้ว!
หวงหลงที่เคยไม่ยอมแพ้ตอนนี้หมดไฟจะสู้ จอมยุทธ์ขั้นสูงเป็นสิ่งที่เขาเทียบไม่ติด ห่างชั้นกันเกินไป...
ตกดึก เกาอู่เล่าเรื่องเข้าสำนักมังกรเหล็กให้ซ่งหมิงเยว่ฟัง
"สำนักมังกรเหล็ก ฉันรู้จัก วิชากระบี่มังกรท่องของตระกูลเถี่ยมีจุดเด่นเฉพาะตัว นับว่าเป็นยอดฝีมือในตงเจียง"
ซ่งหมิงเยว่อธิบาย "กระบี่มังกรท่องดัดแปลงมาจากท่า 'มังกรทะยานจากหุบเหว' ในวิชามังกรเก้ารูปแบบ เพลงกระบี่ดุจมังกรแหวกว่าย พลิกแพลงพิสดารและรวดเร็วเฉียบขาด แก่นแท้ของวิชานี้มาจากกองทัพ พอมาถึงมือตระกูลเถี่ยก็มีการปรับปรุง เพิ่มความซับซ้อนเข้าไปอีกหน่อย ถือว่าเหมาะกับนาย
"นายควรจะหัดใช้อาวุธสักอย่างได้แล้ว จอมยุทธ์ที่มีอาวุธ พลังการต่อสู้จะเพิ่มขึ้นเป็นสิบเท่า"
เธอย้ำอย่างจริงจัง "โลกใบนี้ไม่ได้ปลอดภัย เราต้องเตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้อยู่เสมอ..."
เกาอู่พยักหน้าหงึกหงัก ประสบการณ์เฉียดตายตอนอายุสิบสี่ ทำให้เขาเข้าใจความระมัดระวังของซ่งหมิงเยว่เป็นอย่างดี
คนทั่วไปที่ไม่เคยเจออันตราย อยู่ในความสงบสุขนานเข้าก็มักจะลืมความน่ากลัวของต่างมิติ
สำหรับเกาอู่ ต่างมิติเหมือนดาบที่แขวนอยู่เหนือหัว ทำให้เขารู้สึกไม่ปลอดภัยตลอดเวลา ที่เขาตั้งปณิธานจะเป็นที่หนึ่งในใต้หล้า ก็เพื่อจะได้กุมชะตาชีวิตของตัวเองไว้ในมือนั่นเอง!
[จบแล้ว]