- หน้าแรก
- ระบบอัปเกรดสัตว์อสูร เริ่มต้นจากลูกหมา
- บทที่ 41 - ข้อแลกเปลี่ยนและความตาย
บทที่ 41 - ข้อแลกเปลี่ยนและความตาย
บทที่ 41 - ข้อแลกเปลี่ยนและความตาย
บทที่ 41 - ข้อแลกเปลี่ยนและความตาย
ในขณะที่อู๋เทียนกำลังเปิดฉากสังหารโหดเหล่าศิษย์ถ้ำสุนัขป่า ลึกเข้าไปในป่าใหญ่บนยอดไม้โบราณสูงตระหง่านสองต้น หมานสยงมู่กำลังยืนประจันหน้าอยู่กับเจ้าถ้ำสุนัขป่า
"ศิษย์น้องหมานสยง พวกมันกำลังจะลงมือกันแล้ว เจ้าแน่ใจนะว่าจะไม่เข้าไปช่วยมันสักหน่อย"
ถงก้วนยังคงสวมชุดคลุมสีดำสนิทและมีผ้าคลุมศีรษะสีดำอำพรางใบหน้า บุคลิกท่าทางของเขาดูมืดมนและอันตรายยิ่งนัก
หมานสยงมู่มีสีหน้าเรียบเฉยพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "ตรงนี้อยู่ห่างจากที่นั่นไม่ไกลแล้ว ต่อให้เจ้าหมาน้อยสู้ไม่ได้มันก็ยังหนีเข้าไปหลบข้างในได้ ข้าไม่เห็นต้องกังวลอะไร"
"หือ? มันสามารถเข้าไปในพื้นที่บำเพ็ญเพียรของผู้อาวุโสท่านนั้นได้เชียวหรือ" ถงก้วนได้ยินเช่นนั้นหัวใจก็พลันดิ่งวูบลงอีกครั้ง
หากสุนัขขาวตัวนั้นสามารถเข้าไปในเขตหวงห้ามกลางภูเขาได้จริง นั่นแสดงว่าสถานะของมันในใจของผู้อาวุโสท่านนั้นสำคัญยิ่งกว่าที่เขาคาดคิดไว้เสียอีก
หากเป็นเช่นนี้เรื่องราวคงยุ่งยากขึ้นไม่น้อยแล้ว
หมานสยงมู่ไม่ได้สนใจสีหน้าของถงก้วน เขาเพียงทอดสายตามองไปยังการต่อสู้ในป่ารกร้างเบื้องหน้า
"ศิษย์พี่ถง เจ้ามังกรขาวเองก็เป็นเผ่าพันธุ์สุนัข ว่าไปแล้ววิชาสืบทอดของถ้ำสุนัขป่านั้นเหมาะสมกับเขาที่สุด"
"ศิษย์พี่พอจะถ่ายทอดแผนผังเดินปราณกลืนจันทร์ให้แก่เขาได้หรือไม่"
"อีกอย่าง เจ้ามังกรขาวกำลังเตรียมตัวจะเริ่มหลอมสร้างศาสตราอาคม พอดีว่ายังขาดไม้เหล็กอยู่จำนวนหนึ่ง ข้าได้ยินมาว่าศิษย์พี่ยังมีแก่นไม้เหล็กพันปีเก็บซ่อนเอาไว้อีกท่อนหนึ่งนี่นา"
สีหน้าของถงก้วนดูย่ำแย่ลงทันตา เจ้าหมอนี่ช่างกล้าเรียกร้องหนักข้อเสียจริง ไม่เพียงแต่ต้องการฆ่าคนเท่านั้น แต่ยังอยากได้ทั้งวิชาสืบทอดของถ้ำสุนัขป่าและวัตถุดิบวิเศษอีกด้วย แก่นไม้เหล็กพันปีนั่นเป็นถึงวัตถุดิบวิญญาณระดับกลางเชียวนะ
ตัวเขาเองไม่ได้เกรงกลัวหมานสยงมู่ และไม่ได้กังวลว่าผู้อาวุโสท่านนั้นจะลงมือกับเขาโดยตรง แต่เขากลับหวาดหวั่นในตัวอู๋เทียน
การที่อู๋เทียนส่งเจ้าอ้วนหวงมาหาเรื่องถงจิ่นลูกชายของเขานั้น มันคือคำขู่ที่ชัดเจนที่สุด
ด้วยประกาศิตธรรมของผู้อาวุโสท่านนั้น เขาจึงไม่กล้าลงมือกับอู๋เทียน
ทว่าอู๋เทียนกลับกล้าลงมือสังหารลูกชายของเขา
โบราณว่ามีแต่โจรจ้องขโมยพันวัน ไม่มีใครเฝ้าระวังโจรได้พันวันหรอก
หากถงจิ่นพลาดพลั้งถูกอู๋เทียนฆ่าตายขึ้นมา เขาจะทำอย่างไรได้
จะให้เอาชีวิตไปแลกเพื่อล้างแค้นหรือ
นี่คือเหตุผลที่เขาเลือกจะประนีประนอม ยอมเสียสละลูกศิษย์ที่ไม่ได้เรื่องไม่กี่คนให้ฝ่ายนั้นระบายอารมณ์เพื่อรักษาชีวิตลูกชายตนเอง
แต่ไม่คิดเลยว่าหมานสยงมู่จะได้คืบจะเอาศอกเช่นนี้...
ดวงตาของถงก้วนฉายแววอำมหิต เขากำลังจะเอ่ยปากปฏิเสธแต่กลับได้ยินเสียงของหมานสยงมู่ดังขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา "ศัตรูผูกง่ายแก้ไม่ง่าย โดยเฉพาะนิสัยเจ้าคิดเจ้าแค้นแบบสุนัขของเจ้ามังกรขาวด้วยแล้ว ยิ่งเป็นประเภทแค้นต้องชำระ ศิษย์พี่ควรไตร่ตรองให้ดี"
"การต่อสู้นี้ยังไม่จบ ศิษย์พี่ลองดูต่อไปอีกหน่อยดีกว่า"
ถงก้วนเงียบเสียงลงและทอดสายตามองไปยังการเข่นฆ่าในป่าเช่นกัน
...
ในเวลานี้ศิษย์ถ้ำสุนัขป่าทั้งสี่ที่แปลงกายเป็นสุนัขป่า เมื่อเห็นซากศพและกองเลือดอยู่ไม่ไกล ต่างก็รีบพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว
วินาทีที่สองคนแรกเข้าใกล้ศากศพ เงาสีขาวสายหนึ่งก็พุ่งทะยานออกมาจากพุ่มไม้หนาทึบด้วยความเร็วที่น่าสะพรึงกลัว ด้วยความได้เปรียบจากที่สูงบวกกับแรงระเบิดและความเร็วอันมหาศาล ทำให้อู๋เทียนในชั่วขณะนี้รวดเร็วจนถึงขีดสุด
ปัง!
ศิษย์ถ้ำสุนัขป่าที่ถูกอู๋เทียนหมายหัวยังไม่ทันจะรู้ตัวว่าศัตรูอยู่ที่ไหน ร่างกายก็ถูกแรงกระแทกมหาศาลจนปลิวคว้างไปแล้ว
"อ๊าก..."
เขาตื่นตระหนกจนเสียขวัญและอดไม่ได้ที่จะส่งเสียงร้องออกมา
ทว่าในวินาทีถัดมาเสียงนั้นก็พลันเงียบหายไป เมื่อคมเขี้ยวอันแหลมคมกัดขย้ำเข้าที่ลำคอของเขาจนแหลกละเอียด
ฉึก!
เลือดสดๆ สาดกระเซ็นย้อมขนสีขาวจนแดงฉาน
จนกระทั่งคนผู้นั้นตายตกไปอย่างน่าอนาถ ศิษย์ถ้ำสุนัขป่าอีกคนที่อยู่ข้างๆ ถึงเพิ่งจะได้สติ เขาเบิกตาโพลงด้วยความโกรธแค้นจนแทบคลั่งพร้อมแผดเสียงคำรามลั่น ทว่าในเสียงคำรามนั้นกลับแฝงไว้ด้วยความหวาดกลัวและความตื่นตระหนกที่ไม่อาจปกปิด
"เจ้า... เจ้าแส่หาที่ตาย!"
อู๋เทียนไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายได้ตั้งตัว สี่เท้าอันแข็งแกร่งทรงพลังกดแนบพื้นแล้วดีดตัวพุ่งทะยานออกไปดุจพยัคฆ์หิวโหย ก่อเกิดเป็นลมกรรโชกแรงเข้าใส่อีกฝ่ายพร้อมจะฉีกกระชาก
ศิษย์ถ้ำสุนัขป่าผู้นั้นหนังศีรษะชาวาบ เขาไม่คิดอะไรทั้งสิ้นรีบกลิ้งตัวไปกับพื้นทันที แต่ทว่าอู๋เทียนก็ได้พุ่งมาถึงตัวแล้ว
กรงเล็บหน้าทั้งสองตะปบลงบนร่างศัตรู ระเบิดพละกำลังมหาศาลออกมา พร้อมกับฟันอันแหลมคมที่กัดลงไปอย่างไร้ความปรานี
ฉึก!
ฟันของอู๋เทียนกัดทะลุหนังของศัตรู แต่ทว่าดวงตาของเขากลับต้องหดวูบลง
เพราะเหยื่อที่ถูกตะปบจนล้มคว่ำเมื่อครู่ จู่ๆ กลับกลายเป็นเพียงแผ่นหนังเปลาๆ ส่วนศิษย์ถ้ำสุนัขป่าผู้นั้นกลับใช้วิชาลอกคราบดุจจักจั่นหนีตายออกจากชุดหนัง แล้ววิ่งหนีไปในทิศตรงกันข้ามโดยไม่หันกลับมามอง
นี่คือความมหัศจรรย์ของอาภรณ์อสูร หนึ่งในวิชาสายสามสิบหกถ้ำแห่งวิถีร้อยอสูรวิญญาณทมิฬ ไม่เพียงแต่จะทำให้ผู้ใช้มีร่างจำแลงของสัตว์ร้าย แต่ยังสามารถใช้อาภรณ์อสูรเพื่อสลัดคราบหนีตายในยามคับขันได้อีกด้วย
ในขณะที่หลบหนียังสามารถเผาผลาญพลังในอาภรณ์อสูรเพื่อเสริมส่งร่างกายให้มีความรวดเร็วยิ่งขึ้นจนสามารถเอาชีวิตรอดไปได้
อาจกล่าวได้ว่าอาภรณ์อสูรคือวิธีการต่อสู้และหนีเอาตัวรอดที่ใช้งานได้จริงที่สุดสำหรับศิษย์ระดับเลี้ยงดูปราณของภูเขากะโหลก
การเปลี่ยนแปลงเช่นนี้ทำให้อู๋เทียนตั้งตัวไม่ติดไปชั่วขณะ แต่อีกฝ่ายนั้นขวัญหนีดีฝ่อไปแล้วจึงเอาแต่วิ่งหนีโดยไม่หันกลับมามอง ทิ้งแผ่นหลังโล่งๆ ให้แก่เขา
"รนหาที่ตาย!"
แม้ว่าความเร็วของอีกฝ่ายจะพุ่งสูงขึ้น แต่ก็ยังไม่เกินขีดจำกัดความเร็วของอู๋เทียน ด้วยพรสวรรค์ก้าวพริบตาพันลี้ผนวกกับการเปลี่ยนแปลงของร่างกายหลังจากกลายเป็นปีศาจฝึกหัด
พละกำลังและความเร็วของเขานั้นเหนือกว่ามนุษย์ทั่วไปอยู่แล้ว โดยเฉพาะความเร็วนั้นจัดว่าน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก แม้แต่ในหมู่ปีศาจด้วยกันก็ยังหาตัวจับยาก
ฟิ้ว ฟิ้ว
เสียงลมพัดผ่านข้างหู ศิษย์ถ้ำสุนัขป่าที่กำลังหลบหนีหัวใจแทบจะกระดอนออกมาทางปาก เขาไม่คิดเลยว่าสุนัขขาวที่เพิ่งจะกลายเป็นปีศาจตัวนั้นจะดุร้ายถึงเพียงนี้
เพียงชั่วพริบตาก็สังหารศิษย์พี่ศิษย์น้องไปแล้วถึงสองคน
หากเมื่อครู่เขาไม่ไหวตัวทัน เกรงว่าคงจะร่ายมนต์สลัดคราบไม่ทันและคงถูกกัดตายไปแล้ว
โชคดีที่เขาเห็นศิษย์น้องอีกสองคนที่กำลังตามมา สมทบใบหน้าจึงเผยความยินดีออกมาในที่สุด
"ศิษย์น้อง รีบมาช่วยข้าเร็วเข้า!"
เขาตะโกนเสียงดังลั่น ขอเพียงทั้งสามคนรวมกลุ่มกันได้ ย่อมต้องจัดการเจ้าหมาตัวนั้นได้แน่
เขาแทบจะอดใจรอไม่ไหวที่จะถลกหนังเลาะกระดูกเจ้าสุนัขขาวตัวนั้น เพื่อระบายความหวาดกลัวที่ฝังลึกอยู่ในใจ
ทว่าศิษย์ถ้ำสุนัขป่าสองคนที่อยู่ตรงหน้ากลับแสดงสีหน้าหวาดผวาและตะโกนลั่น "ศิษย์พี่ระวัง!"
"อะไรนะ" เมื่อได้ยินเสียงร้องเตือนของศิษย์น้องทั้งสอง เขาก็สะดุ้งโหยงเหมือนจะตระหนักอะไรบางอย่างได้จึงคิดจะหันกลับไปมอง
แต่ทว่าสายเกินไปเสียแล้ว...
ฉึก!
พร้อมกับสายลมกรรโชก คมเขี้ยวที่เย็นยะเยือกกัดจมลงไปที่ท้ายทอยของเขาอย่างแรง ความเจ็บปวดรวดร้าวแล่นพล่านไปทั่วร่างทันที
"อ๊าก..."
เสียงกรีดร้องโหยหวนดังระงมไปทั่วป่า เสียงกระดูกแตกละเอียดที่ชวนขนหัวลุกและเสียงคำรามแห่งความเจ็บปวด ทำให้ศิษย์ถ้ำสุนัขป่าอีกสองคนที่เพิ่งตามมาถึงหน้าถอดสีทันที
พวกเขารีบหยุดฝีเท้าและไม่กล้าเข้าใกล้อีกเลย
ตุบ
ร่างที่ลำคอด้านหลังถูกกัดจนเกือบขาดร่วงหล่นลงกระแทกพื้น อู๋เทียนตะปบร่างไร้วิญญาณนั้นจากด้านหลัง คมเขี้ยวอันดุร้ายแทบจะบดขยี้กะโหลกศีรษะด้านหลังไปครึ่งซีก มันสมองสีขาว เศษกระดูกที่แตกหัก และเลือดสีแดงฉานผสมปนเปกันดูสยดสยองยิ่งนัก
บนขนของเขา บนเขี้ยวและปากล้วนเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือด เขาเหยียบย่ำลงบนศพนั้นพลางตวัดสายตาอันเย็นเยียบมองไปยังศิษย์ถ้ำสุนัขป่าอีกสองคนที่เหลือ
ทั้งสองคนต่างแปลงกายเป็นสุนัขป่า ตัวหนึ่งมีขนสีดำปลอด ส่วนอีกตัวเป็นสุนัขขนฟูสีทองซึ่งเป็นศิษย์หญิง
ส่วนอีกสามคนที่เหลือนั้นมีระดับการบำเพ็ญเพียรต่ำกว่า ยังไม่ถึงขั้นควบแน่นรูปลักษณ์และยังไม่ได้สร้างอาภรณ์อสูรจึงมีความเร็วช้าที่สุดและยังตามมาไม่ถึง
อู๋เทียนแลบลิ้นเลียเลือดที่ติดอยู่บนเขี้ยว กลิ่นคาวเลือดนั้นทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก เป็นความตื่นเต้นที่มาจากสายเลือดและจิตวิญญาณ
กล้ามเนื้อขาหลังของเขาหดเกร็งอย่างรุนแรงก่อนจะถีบตัวพุ่งออกไป แรงถีบนั้นแทบจะเจาะศพใต้เท้าให้เป็นรูเลือดสองรู ร่างของเขาระเบิดความเร็วสูงสุดพุ่งเข้าใส่ศัตรูอย่างบ้าคลั่ง
[จบแล้ว]