- หน้าแรก
- แย่แล้วครับ ผมกลายเป็นผู้หญิง แล้วคุณหนูบ้านรวยก็เห็นผมเป็นแค่ของเล่น
- บทที่ 29 เสี่ยวลี่ยาคิดจะทำร้ายเธออย่างนั้นเหรอ?
บทที่ 29 เสี่ยวลี่ยาคิดจะทำร้ายเธออย่างนั้นเหรอ?
บทที่ 29 เสี่ยวลี่ยาคิดจะทำร้ายเธออย่างนั้นเหรอ?
บทที่ 29 เสี่ยวลี่ยาคิดจะทำร้ายเธออย่างนั้นเหรอ?
ระบบเอามือกุมหน้า "โฮสต์ไม่มีตราประทับ ก็เลยออกไปจากมิตินี้ด้วยตัวเองไม่ได้ยังไงล่ะ"
เซี่ยหลินนั่งแหมะลงบนพื้น เงยหน้ามองท้องฟ้า "แล้วฉันควรทำยังไงดีล่ะ?"
หลังเกิดเสียงดังกึกกักขึ้นอีกระลอก ดูเหมือนระบบจะพบบั๊กเข้าให้แล้ว "โฮสต์ยังจำหญ้าเมฆาม่วงได้ไหม?"
เซี่ยหลินพยักหน้า
"การหาสิ่งนี้พบไม่เพียงช่วยเพิ่มค่าความรู้สึกดีของปิงชวนลั่วเท่านั้น แต่ยังอาจนำไปสู่ความประหลาดใจที่คาดไม่ถึงอีกด้วยนะ"
แม้ระบบจะพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น แต่สัญชาตญาณของเซี่ยหลินกลับบอกว่ามันอาจไม่ใช่เรื่องเซอร์ไพรส์ แต่อาจเป็นเรื่องน่าสะพรึงกลัวเสียมากกว่า
ตอนนี้เธอไม่มีทางเลือกที่ดีกว่านี้แล้ว จึงทำได้เพียงทำตามคำใบ้ของระบบและออกตามหาหญ้าเมฆาม่วงนั่น
เซี่ยหลินถามขึ้น "แล้วโอกาสที่ฉันจะได้หญ้าเมฆาม่วงนั่นมาครอบครองมีมากแค่ไหนกัน?"
ระบบเปิดข้อมูลขึ้นมาตรวจสอบ "ความน่าจะเป็นตามปกติคือ 0.0001% แต่ถ้าเป็นโฮสต์ ความน่าจะเป็นในตอนนี้คือ 10%"
พูดจบ ระบบก็ชะงักไปครู่หนึ่ง "ทำไมความน่าจะเป็นของโฮสต์ถึงสูงขนาดนี้ล่ะ? ขนาดเสี่ยวลี่ยาตอนถูกสร้างขึ้นมายังมีความน่าจะเป็นแค่ 1% เอง แถมฉันก็ไม่ได้ให้สูตรโกงอะไรโฮสต์ไปด้วย"
ระบบพึมพำอยู่พักหนึ่ง จากนั้นก็เปิดหน้าต่างสถานะตัวละครของเซี่ยหลินขึ้นมาพิจารณาดู ก่อนจะกระจ่างแจ้ง "ฉันรู้แล้ว ตัวละครของโฮสต์ถูกออกแบบมาให้มีชีวิตที่น่ารันทด ค่าสถานะทุกอย่างเลยต่ำเตี้ยเรี่ยดินที่สุด แต่เพราะทุกตัวละครต้องมีแต้มสถานะ ผู้สร้างก็เลยมักง่ายโยนแต้มทั้งหมดของโฮสต์ไปลงที่ 'โชคขี้หมา' ซะงั้น"
เมื่อได้ยินเช่นนี้ เซี่ยหลินก็ไม่รู้ว่าควรจะดีใจหรือเสียใจดี
มิน่าล่ะ เธอถึงได้ไปล่วงเกินเสี่ยวลี่ยาเข้า แต่กลับยังไม่ถูกฆ่าทิ้งจนถึงตอนนี้ แถมอีกฝ่ายยังมาสนใจเธออีก ที่แท้ก็เป็นเพราะโชคขี้หมาที่บังเอิญไปกระตุกต่อมความสนใจของเสี่ยวลี่ยาเข้าพอดิบพอดีนี่เอง
เธอเดินเท้าอยู่นานจนกระทั่งพบหมู่บ้านแห่งหนึ่งซึ่งดูเหมือนจะมีระดับอารยธรรมที่ล้าหลังเอามากๆ
เมื่อชาวบ้านเห็นเสื้อผ้าของเซี่ยหลินแปลกตาไปจากพวกตน ก็พากันกรูกันเข้ามาล้อมรอบเธอทันที "เป็นเทพเซียนจากโลกภายนอก เชิญเข้ามาข้างในเร็วเข้าเถิด"
ระบบอธิบายอย่างใส่ใจ "มิติแห่งนี้คือมิติโบราณที่เชื่อมต่อโดยผู้มีตราประทับที่สามารถทะลวงผ่านกำแพงเทคโนโลยีเข้ามาได้ มิติที่ปราศจากมลพิษจากเทคโนโลยีขั้นสูงแห่งนี้ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการเพาะปลูกสมุนไพรหายาก และเนื่องจากผู้ที่ไม่มีตราประทับจะไม่สามารถเข้าออกได้ ผู้ที่เข้ามาแสวงหาของวิเศษหายากจึงล้วนเป็นผู้มีตราประทับทั้งสิ้น สำหรับคนธรรมดาในมิตินี้ พวกเขาเหล่านั้นก็คือ 'เทพเซียน' ที่บำเพ็ญเพียรจนบรรลุความเป็นอมตะแล้ว"
เพื่อปกป้องสมบัติล้ำค่าทางธรรมชาติบางอย่าง มิติแห่งนี้จึงถูกจำกัดไม่ให้มีวิวัฒนาการทางอารยธรรมสมัยใหม่ ทุกสิ่งทุกอย่างยังคงอยู่ในสภาพดั้งเดิมที่สุด และชาวบ้านก็ดำรงชีวิตอยู่ด้วยการใช้แรงงานขั้นพื้นฐานเท่านั้น
แต่ก็มักจะมีผู้คนในชุดแปลกตาปรากฏตัวขึ้นเป็นครั้งคราว พร้อมกับมอบยาล้ำค่าที่พวกเขาไม่เคยเห็นมาก่อนให้ ชาวบ้านจึงเป็นมิตรกับผู้มาเยือนหน้าใหม่เป็นอย่างมาก
ประตูมิติเองก็รับรู้ได้ว่าเซี่ยหลินไม่มีตราประทับ จึงส่งเธอมายังสถานที่ที่เป็นมิตรพอสมควร
ซึ่งก็เทียบเท่ากับหมู่บ้านมือใหม่นั่นเอง
เซี่ยหลินพักอยู่ในหมู่บ้านหนึ่งคืน และออกเดินทางตามหาหญ้าเมฆาม่วงตั้งแต่เช้าตรู่ของวันรุ่งขึ้น
ทันทีที่ก้าวเข้าสู่ป่า เธอสัมผัสได้ชัดเจนเลยว่าอุณหภูมิลดต่ำกว่าข้างนอกหลายองศา คงเป็นเพราะปราศจากเครื่องจักรสมัยใหม่เป็นแน่
หมอกยามเช้าในป่าลงจัดมาก เดินไปได้เพียงครู่เดียว เซี่ยหลินก็รู้สึกว่าปอยผมตรงขมับเปียกชุ่มไปด้วยหยดน้ำ
ฝนคงไม่ตกหรอกมั้ง?
เธอเงยหน้าขึ้นมอง พลางคิดว่าต้องรีบหาหญ้าเมฆาม่วงให้พบโดยเร็ว
ระบบได้สร้างรูปภาพขึ้นมาให้เธอดู มันเป็นดอกไม้สีม่วงที่มีลักษณะคล้ายดอกบัว ซึ่งมักจะเติบโตในป่าทึบ
โชคดีที่เธอไม่มีตราประทับ พวกสัตว์ร้ายจึงไม่ปรากฏตัวในป่าบริเวณนี้
ระหว่างทาง เซี่ยหลินยังได้บังเอิญพบกับชาวบ้านที่ออกมาเก็บน้ำค้าง เมื่อเห็นเซี่ยหลิน พวกเขาก็เอ่ยถามด้วยความเคารพว่า "ท่านเทพเซียน ท่านต้องการสิ่งใดหรือเปล่าขอรับ?"
เซี่ยหลินพยักหน้าและอธิบายลักษณะคร่าวๆ ของหญ้าเมฆาม่วงที่เธอกำลังตามหาให้ฟัง
ชาวบ้านเงยหน้าขึ้นและสังเกตเซี่ยหลินอย่างระมัดระวัง "ท่านเทพเซียน จากที่ท่านอธิบายมา สิ่งนี้น่าจะเรียกว่าหญ้าเมฆาม่วงขอรับ ก่อนหน้านี้มีคนขึ้นเขามาตามหากันมากมาย แต่ก็คว้าน้ำเหลวกลับไปกันทุกคน"
นั่นมันคนอื่นต่างหากล่ะ ตอนนี้ฉันมีองค์มหาเทพแห่งความโชคดีประทับร่างอยู่นะ
ชาวบ้านชี้ไปยังยอดเขาที่อยู่ห่างไกลออกไป "ท่านปู่ของข้าเคยบอกว่า หญ้าเมฆาม่วงเคยปรากฏขึ้นบนยอดเขานั้นขอรับ แต่นั่นก็เมื่อร้อยปีที่แล้วนู่น"
นัยน์ตาของเซี่ยหลินเป็นประกาย สมแล้วที่เป็นตัวละครที่เทแต้มสถานะทั้งหมดไปลงที่โชคขี้หมา แป๊บเดียวก็ทริกเกอร์ NPC กุญแจสำคัญได้ซะแล้ว
เธอเดินตามทิศทางที่ชาวบ้านบอก ข้ามลำธารมาหลายสาย ยิ่งปีนสูงขึ้นไปเท่าไหร่ บรรยากาศก็ยิ่งเงียบสงัดจนน่าขนลุกมากขึ้นเท่านั้น
เส้นทางบนเขาที่ไร้ร่องรอยผู้คนสัญจร ทำให้เธอต้องใช้มือเปล่าแหวกวัชพืชสองข้างทางเพื่อเปิดทางเดินเอง
เมื่อใกล้จะถึงยอดเขา เซี่ยหลินก็รู้สึกราวกับกำลังมองดูทิวทัศน์ที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง หมอกหนาทึบก่อนหน้านี้อันตรธานหายไป ถูกแทนที่ด้วยความปลอดโปร่งในฉับพลัน ราวกับแหวกเมฆหมอกจนเห็นท้องฟ้าอันสดใส
วัชพืชรอบๆ ถูกถางจนเตียนโล่ง เดินไปได้เพียงไม่กี่ก้าว เธอก็เห็นกระท่อมมุงจากหลังหนึ่ง
เบื้องหน้ากระท่อมมีหญิงสาวรูปร่างสูงโปร่งยืนหลับตาพึมพำอะไรบางอย่างอยู่ ไม่รู้ว่ากำลังทำอะไร
หญิงสาวคนนั้นถูกรายล้อมไปด้วยสายลม เส้นผมยาวสยายพลิ้วไหวไปในอากาศ เธอสวมเครื่องแบบของสถาบันแดนเทพ ดูจากสีหน้าที่เหนื่อยล้าของเธอแล้ว คงจะพยายามมาหลายครั้งแล้วแต่ไม่สำเร็จเป็นแน่
เสี่ยวลี่ยาเหรอ?
เธอมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?!
ฉันรอดแล้วใช่ไหม?
แค่ให้เสี่ยวลี่ยาพาฉันออกไปจากมิตินี้ก็พอ
แต่เสี่ยวลี่ยาเข้ามาในดันเจี้ยนนี้ได้ยังไงกัน?
แถมเธอยังยืนอยู่ตรงนั้น พยายามใช้ตราประทับของตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า หรือว่าเธอกำลังตามหาหญ้าเมฆาม่วงอยู่เหมือนกัน?
ทันใดนั้น เธอก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ หรือว่าเสี่ยวลี่ยาจะเป็นคนเตะเธอเข้ามาในมิตินี้กันนะ?
ถ้าผลีผลามพุ่งเข้าไปหาตอนนี้ ก็ไม่ต่างอะไรกับการเดินเข้าหาที่ตายชัดๆ!
เซี่ยหลินตัดสินใจรอดูท่าทีไปก่อน
เธอนอนหมอบลงกับพื้น หน้าอกถูกกดทับจนรู้สึกอึดอัด จึงทำได้เพียงใช้มือทั้งสองข้างยันตัวรับน้ำหนักเอาไว้
เซี่ยหลินไม่กล้าเข้าไปใกล้เกินไปเพราะกลัวเสี่ยวลี่ยาจะรู้ตัว จึงได้แต่ซ่อนตัวและเงี่ยหูฟังความเคลื่อนไหวจากฝั่งของเสี่ยวลี่ยาต่อไป
"ยังไม่ได้อีกงั้นเหรอ? ฉันไม่เชื่อหรอก!"
เซี่ยหลินกลัวเหลือเกินว่าถ้าเสี่ยวลี่ยาเกิดบันดาลโทสะขึ้นมา เธออาจจะเผาทำลายต้นไม้ใบหญ้าแถวนี้จนราบเป็นหน้ากลอง
ก็อย่างว่าแหละ คนคนนี้คือเสี่ยวลี่ยา ไม่ว่าเธอจะทำอะไรก็ล้วนเข้ากับฉายา 'นางมารร้าย' ของเธอทั้งนั้น
หลังจากล้มเหลวอีกครั้ง เสี่ยวลี่ยาก็หยุดพักครู่หนึ่ง ก่อนจะตวัดสายตามองผ่านคนที่ซ่อนตัวอยู่ในพงหญ้าไม่ไกลนัก เธอเดาเอาว่าเป็นชาวบ้านของโลกนี้ จึงไม่ได้สนใจอะไร
เธอพยายามมาสิบครั้งแล้ว แต่ผู้หญิงคนนั้นก็ยังไม่ยอมให้สิ่งที่เธอต้องการเสียที
แววตาของเสี่ยวลี่ยาหม่นหมองลง เธอหันหลังและเดินกลับไปในทิศทางตรงกันข้ามกับเซี่ยหลิน
หลังจากรออยู่พักใหญ่ เซี่ยหลินก็ไม่ได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวใดๆ จากฝั่งเสี่ยวลี่ยาอีก เมื่อเงยหน้าขึ้นมาก็ไม่พบใครแล้ว
เธอถอนหายใจอย่างโล่งอก และค่อยๆ ขยับเข้าไปใกล้ตำแหน่งที่เสี่ยวลี่ยายืนอยู่เมื่อครู่นี้
ดูเหมือนว่าดันเจี้ยนแห่งนี้จะมีผลทำให้ตราประทับของเสี่ยวลี่ยาอ่อนกำลังลงระดับหนึ่ง แรงกดดันจากพลังวิญญาณตอนที่เธอใช้ตราประทับเมื่อครู่นี้ถึงได้ดูเบาบางลงกว่าเมื่อก่อนมากนัก
เซี่ยหลินมองหาไปรอบๆ แต่บริเวณนั้นกลับแห้งแล้ง ไร้ซึ่งวี่แววของหญ้าเมฆาม่วงให้เห็นเลยแม้แต่น้อย
ถ้าเธอเดาไม่ผิด เมื่อครู่นี้เสี่ยวลี่ยาคงใช้ตราประทับค้นหาบริเวณนี้ไปแล้วถึงสิบครั้ง
ดูเหมือนไอเทมชิ้นนี้จะดรอปยากจริงๆ เป็นของหายากขั้นสุดยอดเลยสินะ
จังหวะที่เซี่ยหลินกำลังจะเดินไปหาที่อื่น หญิงสาวที่มีใบหน้างดงามหมดจด ท่วงท่าดูเป็นผู้ใหญ่ และแผ่กลิ่นอายของหญิงที่แต่งงานแล้ว ก็เดินออกมาจากกระท่อมมุงจาก