เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 27 ความห่างไกลระหว่างบิสกิตอัดแท่งกับหมั่นโถว

บทที่ 27 ความห่างไกลระหว่างบิสกิตอัดแท่งกับหมั่นโถว

บทที่ 27 ความห่างไกลระหว่างบิสกิตอัดแท่งกับหมั่นโถว


บทที่ 27 ความห่างไกลระหว่างบิสกิตอัดแท่งกับหมั่นโถว

หลังผ่านค่ำคืนแห่งการท้าชนกับ "ต้นแอปเปิล" ชีวิตวันถัดมาก็ไม่ได้มีอะไรผิดแปลกไปจากเดิม

ต้นแอปเปิลไม่ได้บุกโจมตี "ร้านอาหารแดนร้าง" อย่างฉับพลันทันด่วน

บางทีคนธรรมดาทุกคนก็คงเป็นเช่นนี้

ไม่ใช่ทุกคนที่จะใช้ชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้ายตลอดเวลา ให้ความตื่นเต้นเร้าใจเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต

แม้โลกจะเข้าสู่ยุคหลังวันสิ้นโลก แต่ก็ยังมีคนที่พยายามใช้ชีวิตอย่างปกติธรรมดา นี่คือสัญชาตญาณ

สัญชาตญาณนี้เปลี่ยนโจ๊ก โปรตีนก้อน และเนื้อของหลิวปี้ ให้กลายเป็นความอบอุ่นสำหรับเหล่าคนงานในเขตกันชน

พวกเขาเหล่านี้ไม่ใช่คนที่อาศัยอยู่ในใจกลางเขตปลอดภัย

คนในเขตกันชนพอใจกับอาหารที่ทำจากสัตว์กลายพันธุ์ ขอแค่กินได้ก็พอแล้ว

น่าเสียดายที่หลิวปี้ไม่ได้พอใจกับสิ่งนี้ไปเสียทั้งหมด

อย่างแรกคือเจ้าบิสกิตอัดแท่ง

มันเป็นอาหารที่ยากจะบรรยาย

จากข้อมูลอันจำกัดที่สังเกตได้จากเขตปลอดภัย ผู้คนดูเหมือนจะกินมันแบบแห้งๆ ไม่ก็นำไปต้มโจ๊ก

ซึ่งพอเข้าใจได้ การกินแบบแห้งก็เพื่อความสะดวกในการพกพา

การต้มเป็นโจ๊กก็เพื่อเพิ่มความอิ่ม เติมน้ำให้ร่างกาย และช่วยในการย่อย

สภาพแวดล้อมที่โหดร้ายทำให้อาหารเลิศรสเลือนหายไป

หลิวปี้รู้สึกว่ามันจำเจเกินไป บางทีบิสกิตอัดแท่งอาจจะนำมาบดเป็นผงแล้วนวดเป็นแป้งโดว์ได้

บิสกิตอัดแท่งสูตรพิเศษของเขตปลอดภัยเหล่านี้ผสมขี้เลื่อยและผงแคลเซียม เพื่อเสริมแคลเซียมและเพิ่มความอิ่ม

ทว่าเมื่อบดเป็นผงแล้ว ความเหนียวของมันกลับแย่มาก

แป้งในบิสกิตน่าจะได้มาจากมันฝรั่งหรือมันเทศเป็นหลัก

แป้งโดว์ที่หลิวปี้อุตส่าห์นวดจากบิสกิตอัดแท่งบดหลายก้อนจึงมีสีออกเทาๆ

สภาพของแป้งกึ่งสุกกึ่งดิบ เหมือนแป้งตายซาก

แน่นอนว่าเรื่องนั้นไม่สำคัญ

สิ่งที่สำคัญคือ การนำมันไปทำเป็นหมั่นโถวหรือซาลาเปาน่าจะอร่อยกว่าการเคี้ยวบิสกิตแห้งๆ เป็นไหนๆ

หลิวปี้คลึงแป้งบิสกิตเป็นเส้นยาว แล้วตัดแบ่งเป็นก้อนเล็กๆ

ก้อนใหญ่หน่อยก็นวดเป็นหมั่นโถว

ส่วนก้อนเล็กๆ ก็พักไว้ ตั้งใจจะทำเป็นซาลาเปา

จากนั้นหลิวปี้ก็หยิบขาของสัตว์กลายพันธุ์ครึ่งท่อนออกมาจากตู้ข้างๆ

ขาครึ่งท่อนนี้ผ่านการย่างมาแล้ว จึงไม่ต้องผ่านกระบวนการล้างพิษอีก

หลิวปี้วางมันลงบนเขียงแล้วสับละเอียด

แม้การสับเนื้อที่สุกแล้วจะทำให้รสสัมผัสเสียไปบ้าง แต่นี่คือเนื้อสัตว์กลายพันธุ์ การทำให้แป้งปนเปื้อนคงจะเป็นเรื่องสิ้นเปลืองเกินไป

หลิวปี้ปรุงรสเนื้อสับด้วยน้ำมัน เกลือ และเครื่องปรุงอื่นๆ จากนั้นหยิบแป้งออกมาห่อไส้อย่างคล่องแคล่วทีละลูก

แป้งยังเหลืออยู่นิดหน่อย หลิวปี้คิดครู่หนึ่ง แล้วหยิบเนื้อไส้เดือนออกมาสองสามชิ้นจากตู้ข้างๆ

เขาสับมันจนละเอียดเช่นกัน

ผสมกับแคปไซซิน แล้วห่อเข้าไปในแป้ง

เขาเรียงพวกมันลงในลังถึงแล้วนำไปนึ่ง

ต่อไปคือศิลปะแห่งเวลาและการรอคอย

หลิวปี้เอนกายลงนอนในรถสามล้อ แล้วเปิดวิทยุคลื่น FM93.4

"เฮ้ เถ่าแก่ หม้อควันโขมงแล้ว ไม่ไปดูหน่อยเหรอ?"

เสียงทักทายดังมาจากนอกประตู

น้ำเสียงห้าวห้วนและคุ้นหู

หลิวปี้เงยหน้าขึ้นทันขวัน เมื่อเห็นผู้มาเยือน เขาก็ฉีกยิ้มการค้าทันที

"อ้อ นั่นเมนูใหม่ที่ผมกำลังวิจัยอยู่ครับ พี่หลัวเหมิง วันนี้รับอะไรดีครับ?"

"เมนูใหม่?" หลัวเหมิงทำหน้าสงสัย "เจ้าหนู สรรหาของแปลกๆ มาให้ฉันได้ตลอดเลยนะ"

"แค่อยากให้ลูกค้าได้กินของดีๆ น่ะครับ" หลิวปี้ตอบ

"ร้านดูเป็นผู้เป็นคนขึ้นเยอะเลยนะ ไม่เจอกันแค่ครึ่งเดือน"

"ก็เพราะพี่ช่วยอุดหนุน แถมยังไปช่วยโฆษณาให้นั่นแหละครับ"

"ฮ่าฮ่าฮ่า พูดได้ดี!" หลัวเหมิงหัวเราะร่า สายตาเบนไปที่เมนูบนผนัง

นับตั้งแต่เกิดเรื่องเข้าใจผิดระหว่างเสี่ยวปี้กับเหล่าเติ้งคราวนั้น หลิวปี้ก็เขียนรายการอาหารและราคาแปะไว้บนผนังทุกเมนู

"เดี๋ยวนี้มีเมนูใหม่เพียบเลยนี่"

หลัวเหมิงลูบคาง

ขณะกำลังจะสั่งอาหาร จู่ๆ เขาก็ยิ้มมุมปาก

"งั้นขอลองเมนูใหม่หน่อยเป็นไง?"

"ไม่มีปัญหาครับ อืม... หมั่นโถว 30 ซาลาเปาไส้เนื้อ 40..."

หลิวปี้คิดครู่หนึ่งแล้วบอกราคาไปส่งๆ

ระบบราคาในเขตกันชนมันมั่วซั่วอยู่แล้ว

อาหารเลิศรสของร้านอาหารแดนร้างมีแค่ที่นี่ที่เดียว ไม่มีสาขาอื่น

หลิวปี้ว่าราคาไหน ก็ราคานั้น

หลัวเหมิงได้ยินราคาก็หัวเราะก๊าก

"จู่ๆ ก็ขายถูกลงแบบนี้ ฉันไม่ชินเลยแฮะ"

"...ต่อลูกครับ" หลิวปี้เสริม

"ไอ้บ้าเอ๊ย" หลัวเหมิงลูบเครา "ในเขต 9 ยังไม่มีใครกล้าฟันฉันหัวแบะขนาดนี้เลยนะ ถ้าร้านนายอยู่ในเขตปลอดภัย มีโอกาส 90% ที่จะเป็นร้านตลาดมืด"

หลิวปี้พิจารณาสีหน้าของหลัวเหมิง เห็นว่าไม่ได้โกรธจริงจัง จึงถามต่อ

"แล้วอีก 10% ล่ะครับ?"

หลัวเหมิงยิ้ม

"ร้านของทางการไง"

เขาเว้นจังหวะ แล้วพูดต่อ

"แต่ว่านะเถ่าแก่ ฉันเชื่อใจนาย นายมีฝีมือ ถ้าไม่มีของดีจริง คงไม่กล้าตั้งราคานี้หรอก"

"เอาซาลาเปาไส้เนื้อ 2 ลูก หมั่นโถว 2 ลูก!"

หลัวเหมิงโบกมืออย่างใจป้ำ แล้วจุดบุหรี่มวนเองสูบ

ในยุคนี้ บุหรี่มวนเองแท้ๆ ถือเป็นของหรูหรามาก

หลังจากนึ่งไปประมาณ 20 นาที หลิวปี้กะว่าน่าจะสุกได้ที่แล้ว

เขาเปิดฝาหม้อ ไอขาวพวยพุ่งออกมาพร้อมกับก้อนแป้งสีน้ำตาลอมเทาหน้าตาเหมือนกระต่ายน้อย

เขาคีบใส่จานแล้วยื่นให้หลัวเหมิง

"ใช้อะไรทำน่ะ?"

"บิสกิตอัดแท่งครับ"

"บิสกิตอัดแท่งทำออกมาเป็นแบบนี้ได้ด้วยเหรอ?" หลัวเหมิงอุทาน "ไอ้นี่เรียกว่าหมั่นโถวเรอะ..."

โลกนี้ไม่มีหมั่นโถวรึไงนะ?

หลิวปี้เกือบจะหลุดปากถามออกไป

เขาหารู้ไม่ว่าในโลกนี้ ข้าวสาลีและข้าวเจ้าได้รับความเสียหายอย่างหนักจากฝนสปอร์

และดวงอาทิตย์เทียมในหอคอยเขต 9 ก็ไม่สามารถรองรับการปลูกข้าวสาลีที่เหลืออยู่ได้มากนัก

นอกจากชนชั้นสูงไม่กี่คนบนยอดหอคอยนั้นแล้ว ไม่มีใครได้กินแป้งสาลีหรอก

แป้งส่วนใหญ่ที่ได้รับมาจากมันฝรั่งและมันเทศ

แม้จะเป็นแป้งตายซาก แต่รสสัมผัสกลับต่างจากบิสกิตแข็งๆ และต่างจากโจ๊กเหลวๆ จืดชืด

มันมีความหนึบหนับสู้ฟัน

และยิ่งเคี้ยวก็ยิ่งหอม

แป้งบิสกิตอัดแท่งเมื่อเคี้ยวแล้วจะมีรสหวาน

ไม่นาน หมั่นโถวสองลูกก็หมดเกลี้ยง

หลัวเหมิงถอนหายใจ

"ถ้าบิสกิตอัดแท่งรสชาติเหมือนของนายหมด ฉันกินวันละยี่สิบอันก็ไหว"

จากนั้นเขาก็เอื้อมมือไปหยิบซาลาเปาไส้เนื้อด้วยความกระตือรือร้น

เขาบิซาลาเปาออก ไอร้อนลอยฟุ้งออกมาจากด้านใน

เนื้อขาสัตว์กลายพันธุ์ที่สับละเอียดส่งกลิ่นหอมเข้มข้นเหมือนแฮมชั้นดี

ด้วยกระบวนการหลายขั้นตอน เนื้อขาจึงแทบไม่มีไขมัน เป็นเนื้อแดงชั้นเยี่ยม

การสับละเอียดไม่ทำให้รสสัมผัสด้อยลง และในเนื้อนั้นมีความอร่อยที่ซ่อนอยู่อย่างแท้จริง

กัดเข้าไปคำหนึ่ง รสชาติเข้มข้นกลมกล่อมแทบละลายในปาก ความชุ่มชื้นจากไอน้ำทำให้เนื้อฉ่ำน้ำสุดๆ

เมื่อเทียบกับความหวานของเนื้อย่าง ซาลาเปานี้มอบรสสัมผัสที่ชุ่มฉ่ำกว่า

เนื้อย่างเปรียบเสมือนสาวน้อยที่เร่าร้อนและมีเสน่ห์

ส่วนซาลาเปานี้ก็เหมือนสาวข้างบ้านที่บริสุทธิ์สดใส ซึ่งสามารถมอบความอบอุ่นให้หัวใจคุณได้อย่างใกล้ชิดในห้องนอน

"ความสุขที่สมบูรณ์แบบ!"

หลัวเหมิงอิ่มเอมอีกครั้ง

หลิวปี้ตั้งใจจะตอบแทนน้ำใจเขาโดยไม่คิดเงินมื้อนี้

เพราะการผ่านเข้าออกด่านตรวจก่อนหน้านี้ก็อาศัยบารมีของหลัวเหมิง

แต่หลัวเหมิงยืนกรานที่จะจ่าย และหลิวปี้ก็ปฏิเสธไม่ได้

เมื่อไม่มีทางเลือก หลิวปี้จึงต้องห่อแยมแอปเปิล เนื้อขาย่าง และเนื้อไส้เดือนย่างให้หลัวเหมิงกลับไป

"ซาลาเปาอร่อยขนาดนี้ ฉันต้องลองสักสองลูกแล้วสิ"

หลิวปี้เปิดลังถึง เห็นว่าซาลาเปาไส้เนื้อดูเหมือนจะหมดแล้ว เขาจึงหยิบซาลาเปาไส้เดือนขึ้นมา

กัดคำโต!

"..."

[ซาลาเปาไส้เดือนที่คุณทำถูกบริโภคแล้ว]

[ลูกค้า: หลิวปี้]

[จากความพึงพอใจของลูกค้า คุณได้รับ 2 แต้ม]

คำนี้มันเหมือนกิน... น้ำเชื้อที่อัดแน่นไปด้วยแคปไซซินและพริกไทย แล้วเอาไปอุ่นร้อนชัดๆ!

จบบทที่ บทที่ 27 ความห่างไกลระหว่างบิสกิตอัดแท่งกับหมั่นโถว

คัดลอกลิงก์แล้ว