- หน้าแรก
- สถาปนิกเงาแห่งยุคจักรกล
- บทที่ 22 ปัง ปัง ปัง ของจริง
บทที่ 22 ปัง ปัง ปัง ของจริง
บทที่ 22 ปัง ปัง ปัง ของจริง
บทที่ 22 ปัง ปัง ปัง ของจริง
เวลา 07:35 น.
สถานีโทรทัศน์ ABC ของสหรัฐอเมริกาที่กำลังออกอากาศข่าวเช้า จู่ๆ ก็ตัดสัญญาณเข้าสู่รายงานข่าวพิเศษ
"ที่นี่สถานีโทรทัศน์ ABC ตามรายงานจากผู้สื่อข่าวภาคสนามของเราแจ้งว่า เมื่อเวลาประมาณ 7 นาฬิกาของเช้านี้ เด็กอัจฉริยะ 'ไอค์' ที่เพิ่งเข้าพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลซีแอตเทิลเมื่อวาน ถูกบุคคลลึกลับลอบสังหาร ต่อไปเราจะเปิดภาพเหตุการณ์ให้ชมครับ!"
ภาพบนหน้าจอตัดฉับพลัน หน้าจอมืดลงชั่วครู่ ก่อนจะปรากฏภาพตึกผู้ป่วยของโรงพยาบาลที่เปิดไฟสว่างไสวในระยะไกล
คุณภาพของวิดีโอค่อนข้างเบลอและสั่นไหวเล็กน้อย ดูเหมือนจะเป็นฝีมือการถ่ายทำของผู้สื่อข่าวที่ไปเฝ้ารอทำข่าวอยู่หน้าโรงพยาบาลตลอด 24 ชั่วโมงเมื่อคืนนี้
"ภาพที่ท่านเห็นอยู่นี้คือตึกผู้ป่วยในของโรงพยาบาลซีแอตเทิล เวลาขณะนั้นคือตี 1 กับ 13 นาที โปรดสังเกตที่ตรงนี้ครับ..."
สิ้นเสียงบรรยาย วงกลมสีแดงก็ปรากฏขึ้นบนหน้าจอ ล้อมกรอบพื้นที่ด้านซ้ายสุดของภาพ
ภายในวงกลมสีแดงดูเหมือนจะเป็นห้องพักผู้ป่วยห้องหนึ่งที่ปิดม่านไว้อย่างมิดชิด
"มีรายงานว่านี่คือห้องพักฟื้นของเด็กอัจฉริยะไอค์ เนื่องจากผู้สื่อข่าวของเราไม่ทราบมาก่อนว่าเด็กอัจฉริยะพักอยู่ห้องไหนแน่ มุมกล้องจึงอาจจะไม่ดีนัก"
ภาพนิ่งค้างไว้นาน 5 วินาที ทันใดนั้นน้ำเสียงของผู้ประกาศข่าวก็เปลี่ยนไป กลายเป็นเสียงแหลมสูงด้วยความตื่นตระหนก... "ทุกท่านดูครับ! รีบดูที่ห้องนั้นเร็ว!"
ภาพนิ่งเริ่มมีการเคลื่อนไหว ผ้าม่านในห้องที่ถูกวงกลมสีแดงไว้ถูกดึงเปิดออกเป็นช่องว่างประมาณ 15 เซนติเมตร
จากนั้น ภาพจากทางสถานีก็ตัดข้ามช่วงเวลาการรอคอยอันยาวนานเมื่อคืนไป
ฟ้าสางแล้ว ภาพตึกผู้ป่วยในระยะไกลดูชัดเจนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
"เวลาขณะนี้คือ 7 นาฬิกา 2 นาที 39 วินาที!"
สิ้นเสียงบรรยาย เสียงปืนไรเฟิลซุ่มยิงเก็บเสียงดัง ปุ้ก หนักๆ ก็ดังขึ้น กระจกหน้าต่างห้องพักนั้นแตกกระจาย!
ผ่านไปครู่หนึ่ง เสียงปืนดังขึ้นอีกนัด... จากนั้นภาพก็ตัดไปเห็นเจ้าหน้าที่สืบสวนนอกเครื่องแบบและเจ้าหน้าที่ FBI จำนวนมหาศาลวิ่งกรูเข้าไปยังอาคารพาณิชย์คริตซ์ที่ตั้งอยู่ตรงข้ามโรงพยาบาล
"เรายังไม่ทราบว่าใครเป็นผู้ลงมือกระทำการในครั้งนี้ แต่ทางเราขอประณามการลอบสังหารนี้อย่างรุนแรง และหวังว่าทางการจะออกมาเปิดเผยอาการล่าสุดของเด็กอัจฉริยะไอค์ให้สาธารณชนได้รับทราบโดยเร็ว"
"จบการรายงานสดจากภาคสนามของสถานีโทรทัศน์ ABC สหรัฐอเมริกา เราจะติดตามความคืบหน้าของเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด"
...
ทันทีที่ข่าวพิเศษนี้แพร่สะพัดออกไป ชาวอเมริกันนับแสนคนที่กำลังรับชมช่องนี้ต่างตกตะลึงจนขวัญหนีดีฝ่อ
มีคนกล้าลอบสังหารเด็กอัจฉริยะจริงๆ หรือนี่? ใครกันที่โหดเหี้ยมอำมหิตได้ขนาดนี้?
เหตุการณ์ลุกลามบานปลายอย่างรวดเร็ว เพียงแค่ 10 นาทีให้หลัง สถานีโทรทัศน์ช่องต่างๆ ก็ทยอยรีรันข่าวนี้กันอย่างต่อเนื่อง
เวลา 8 โมงเช้า ทั่วทั้งสหรัฐอเมริกาตื่นตระหนก ประชาชนโกรธแค้น โลกอินเทอร์เน็ตเต็มไปด้วยถ้อยคำสาปแช่งมือสังหารและองค์กรลับหรือประเทศที่อยู่เบื้องหลังการกระทำอันป่าเถื่อนนี้
คนดังจำนวนมากถูกปลุกจากภวังค์ด้วยเสียงโทรศัพท์ ก่อนจะรีบออนไลน์เพื่อแสดงจุดยืนประณามการกระทำดังกล่าวในนามส่วนตัวอย่างรุนแรง
กล่าวได้ว่า อเมริกาในเช้าวันนี้เปรียบเสมือนกำลังนั่งอยู่บนปากปล่องภูเขาไฟยักษ์ ที่พร้อมจะระเบิดได้ทุกเมื่อ
เวลา 08:20 น. ทั่วทั้งทวีปยุโรปเริ่มสัมผัสได้ถึงแรงโทสะที่แผ่ขยายข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกมา
สหราชอาณาจักร บ้านเลขที่ 10 ถนนดาวน์นิง
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและหัวหน้าคณะกรรมาธิการข่าวกรองร่วมแห่งอังกฤษเดินทางมาถึงพร้อมกัน และบุกเข้าไปในห้องทำงานของนายกรัฐมนตรีทันที
ทันทีที่เห็นทั้งสองคน นายกรัฐมนตรีคาเมรอนก็รีบลุกขึ้นถามด้วยน้ำเสียงร้อนรน "คนของเราทำหรือเปล่า? ใช่ไหม? ใช่คนของเราไหม?!"
กรรมาธิการออสเตนตอบกลับทันที "คณะกรรมาธิการไม่เคยออกคำสั่งเช่นนี้ครับ ตอนนี้เป้าหมายหลักของเรายังคงอยู่ที่ 'อลิซ' ผมเองก็ยังไม่ได้รับรายงานเกี่ยวกับปฏิบัติการลักษณะนี้เลย"
"เป็นไปได้ไหมที่ลูกน้องของคุณจะวางแผนทำกันเองโดยพละการ?"
"เอ่อ... เรื่องนี้... ผมต้องขอเวลาตรวจสอบหน่อยครับ"
"ไปเดี๋ยวนี้เลย! เดี๋ยวนี้! คุณมีเวลา 1 ชั่วโมงในการกลับมารายงานผม!" นายกรัฐมนตรีคาเมรอนโกรธจัดและกังวลใจอย่างยิ่ง กลัวเหลือเกินว่าจะเป็นฝีมือคนของตัวเอง
แม้เขาเองจะเคยมีความคิดทำนองนี้แวบเข้ามาในหัว แต่คนโง่เท่านั้นแหละที่จะเลือกงัดข้อในเวลานี้
ในสถานการณ์เช่นนี้ หากเกิดการลอบสังหารขึ้น ผู้ต้องสงสัยรายแรกย่อมหนีไม่พ้นอังกฤษแน่นอน
"ท่านนายกฯ ครับ ผมคิดว่าไม่น่าใช่คนของเราหรอกมั้งครับ? คนของเราคงไม่โง่ขนาดนั้นหรอกใช่ไหม?" รัฐมนตรีต่างประเทศคาดเดาอย่างลังเล
คำพูดนั้นยิ่งราดน้ำมันลงบนกองเพลิงโทสะของคาเมรอน
ถ้าไม่ใช่ฝ่ายเราทำ ก็แปลว่ามีคนกำลังใส่ร้ายอังกฤษสินะ? เวรเอ๊ย! ถ้าฉันรู้ว่าใครบังอาจมาใส่ร้ายอังกฤษ มันไม่ตายดีแน่!
"คุณรีบจัดแถลงข่าวเดี๋ยวนี้ แถลงการณ์ออกไปเลยว่าไม่ใช่ฝีมือเรา!"
"ไม่รอผลการตรวจสอบจากกรรมาธิการออสเตนก่อนเหรอครับ? ถ้าเกิดเป็นคนของเราจริงๆ..."
ยังพูดไม่ทันจบ คาเมรอนก็โบกมือขัดจังหวะ ประกาศเสียงแข็ง "ไม่ว่าจะเป็นคนของเราหรือไม่ ก็ต้องบอกว่าไม่ใช่!"
รัฐมนตรีต่างประเทศเข้าใจเจตนาของนายกรัฐมนตรีทันที
เวลา 08:30 น. สหราชอาณาจักรจัดแถลงข่าว: รัฐบาลอังกฤษขอประณามการลอบสังหารครั้งนี้อย่างรุนแรง และแสดงความห่วงใยต่อชะตากรรมของไอค์
เวลา 08:35 น. ฝรั่งเศสจัดแถลงข่าว ขอประณามการลอบสังหารและแสดงความห่วงใยเช่นเดียวกัน
ตามมาด้วย เยอรมนี, ออสเตรีย, ฮังการี, สเปน, โปแลนด์, เนเธอร์แลนด์, ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้... แต่ละประเทศดาหน้าออกมาแสดงจุดยืน เพื่อรีบกันตัวเองออกจากเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด
เพราะเดิมพันครั้งนี้สูงเกินไป ไม่มีใครกล้ารับสมอ้าง แม้แต่จะยอมรับแบบอ้อมๆ ก็ยังไม่ได้!
เวลา 9 โมงตรง ตะวันออกไกล ประเทศจีน กองบัญชาการข่าวกรองเสนาธิการทหาร
กริ๊งงง! โทรศัพท์สายด่วนสีแดงดังขึ้นระรัว
รัฐมนตรีเฉินรีบรับสาย เป็นสายตรงจากคณะกรรมาธิการทหาร
"ไม่ใช่เราครับ ไม่ใช่แน่นอน เราเคยพิจารณาแผนนี้จริง แต่เป็นทางเลือกสุดท้ายที่จะใช้ก็ต่อเมื่ออเมริกาเล่นงานเราอย่างหนักเท่านั้น ถึงจะยื่นเรื่องขออนุมัติจากส่วนกลาง..."
"คุณกล้ารับผิดชอบคำพูดของคุณไหม?" เสียงทรงอำนาจของผู้เฒ่าดังมาจากปลายสาย
"ครับ! ผมขอเอาเกียรติยศและยศ 'พลตรี' ของผมรับประกันต่อส่วนกลางว่า สำนักข่าวกรองเสนาธิการทหารของเราไม่มีคนนอกคอกแบบนั้นแน่นอน โปรดวางใจได้ครับท่าน!"
สายถูกตัดไป
เวลา 09:15 น. โฆษกคณะรัฐมนตรีจีนก้าวขึ้นแท่นแถลงการณ์ต่อประชาคมโลกในนามรัฐบาล
"จีนเป็นประเทศที่รักสงบเสมอมา เราขอคัดค้านและประณามความพยายามลอบสังหารเช่นนี้อย่างรุนแรง ในขณะเดียวกัน เราหวังว่าทางสหรัฐอเมริกาจะจัดการเรื่องนี้ด้วยความใจเย็นและรอบคอบ"
สิ้นสุดแถลงการณ์ของรัฐบาลจีน สายตาของคนทั้งโลกก็เบนเข็มไปยังขั้วอำนาจทางเหนือของโลก หนึ่งในอดีตสองมหาอำนาจขั้วโลก...
รัสเซีย!
เวลา 09:20 น. มอสโกยังคงเงียบสงัด
เวลา 09:30 น. ยังคงไร้ความเคลื่อนไหวจากทำเนียบเครมลิน
บนโลกอินเทอร์เน็ตฝั่งยุโรปและอเมริกา เริ่มมีคอมเมนต์ที่ไม่เป็นมิตรต่อรัสเซียปรากฏขึ้น
เวลา 09:40 น. ศูนย์แถลงข่าวของรัสเซียยังคงว่างเปล่า
รัฐบาลนานาชาติต่างประหลาดใจเป็นที่สุด
หรือจะเป็นรัสเซียจริงๆ? พวกเขาบ้าไปแล้วเหรอ? ปูตินไม่รู้หรือไงว่าเจ้าตัวเล็กนั่นมีค่าต่ออเมริกาแค่ไหน?
...
ทำเนียบเครมลิน ห้องทำงานประธานาธิบดี
นายกรัฐมนตรีเมดเวเดฟมองหน้าปูตินแล้วถามด้วยความกังวล "KGB เป็นคนทำหรือเปล่าครับ?"
ไม่แปลกที่ท่านนายกฯ จะร้อนรนขนาดนี้ ในมุมมองของพวกเขา KGB (หน่วยข่าวกรองรัสเซีย) คือผู้ที่มีโอกาสลงมือมากที่สุด แต่ดูจากสถานการณ์ปัจจุบัน การลอบสังหารแบบนี้มันทำไม่ได้เด็ดขาด
เมื่อบ่ายวานนี้ การกระทำของโอบามาประจักษ์แก่สายตาชาวโลก
เขาก้มหัวขอโทษ ในฐานะประธานาธิบดีสหรัฐฯ นี่เป็นครั้งแรกที่เขาขอโทษต่างชาติ
ใครๆ ก็รู้ว่าตำแหน่ง "ประธานาธิบดี" คือศักดิ์ศรีของชาติ และประธานาธิบดีสหรัฐฯ ก็คือศักดิ์ศรีของมหาอำนาจอันดับหนึ่งของโลก
และเมื่อวานนี้ อเมริกายอมทิ้งแม้กระทั่งหน้าตาของตัวเอง
เพียงเพื่อเจ้าตัวเล็กคนนั้น โอบามาถึงกับยอมก้มหัวขอโทษอังกฤษต่อหน้าสื่อมวลชนทั่วโลก
นี่บ่งบอกอะไร?
มันบ่งบอกว่าอเมริกามุ่งมั่นที่จะปกป้องเจ้าตัวเล็กคนนั้นด้วยทุกสิ่งที่มี!
แล้วผลลัพธ์ล่ะ?
ผลลัพธ์คือเช้าตรู่วันรุ่งขึ้น มีคน "ตบหน้า" โอบามา ตบหน้าอเมริกาฉาดใหญ่
ลูกพี่ปูตินครับ ถ้าเป็นฝีมือพวกเราจริงๆ ผลที่ตามมามันจะเลวร้ายสุดๆ เลยนะครับ... เวลานี้ นายกรัฐมนตรีเมดเวเดฟรู้สึกอยากจะร้องไห้ออกมาจริงๆ