เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 18 การพบกันครั้งแรก

บทที่ 18 การพบกันครั้งแรก

บทที่ 18 การพบกันครั้งแรก


บทที่ 18 การพบกันครั้งแรก

เซี่ยซิงเอ๋อร์เดินตรงเข้าไปด้วยความตื่นเต้น มุ่งหน้าสู่ร้านค้าที่มีไอน้ำหอมกรุ่นลอยอบอวลอยู่หน้าประตู

"แม่นาง รับซาลาเปาสักสองลูกไหมขอรับ? ร้อนๆ เพิ่งออกจากเตา รสชาติยอดเยี่ยมนะขอรับ!"

นางยังไม่ทันจะหยุดเดิน เสียงทักทายอย่างกระตือรือร้นของเถ้าแก่ร้านซาลาเปาก็ดังเข้าหูเสียก่อน

"ซาลาเปาร้านข้าแป้งบางไส้แน่น มีทั้งไส้เนื้อไส้ผัก สดใหม่แน่นอน! แม่นางต้องการกี่ลูกดีขอรับ?"

"มีไส้อะไรบ้างหรือ?"

นางมองดูซาลาเปาขาวอวบที่มีไอน้ำพวยพุ่ง แล้วก็อดกลืนน้ำลายไม่ได้

ตอนอยู่ที่จวน บ่าวไพร่ในครัวจะได้กินข้าวก็ต่อเมื่อเจ้านายกินเสร็จแล้ว แต่วันนี้นางไม่ได้กินมื้อเช้า ตอนนี้ท้องจึงว่างเปล่าและเริ่มร้องประท้วง

"ไส้เนื้อลูกละห้าอีแปะ เป็นไส้หมูขอรับ! ส่วนไส้ผักสองอีแปะ เป็นไส้ผักดอง! แม่นางจะรับแบบไหนดี?"

"เอาไส้เนื้อสาม ไส้ผักดองสาม ข้าจะกินไส้เนื้อตอนนี้หนึ่งลูก ที่เหลือช่วยห่อให้ด้วย" นางจ่ายเงินอย่างรวดเร็ว

ปกติซิงเอ๋อร์เป็นคนมัธยัสถ์ แต่เรื่องของกินนางกลับใจปั้ม นางประคองซาลาเปาขนาดเท่าฝ่ามือด้วยสองมือแล้วกัดลงไปคำโต

เมื่อเดินกลับไปถึงท่าเรือนางก็อิ่มแปล้ นิ้วมือเกี่ยวห่อกระดาษน้ำมันไว้หลายห่อ นางลงเรืออย่างราบรื่นและเดินไปตามคำแนะนำของเด็กท้ายเรือเพื่อไปยังห้องโดยสารสำหรับสตรี

เขาบอกว่าเรือลำนี้วิ่งระยะสั้น มีแต่ที่นั่งไม่มีเตียงนอน ราคาจึงย่อมเยากว่า

นางวางห่อผ้าไว้บนตัก วางถุงกระดาษน้ำมันใส่ซาลาเปาและขนมเปี๊ยะทับไว้ด้านบน

นึกถึงบะหมี่ราดซอสหมูชามโตที่เพิ่งกินไป ผสานกับเสียงน้ำกระทบฝั่งและแรงโคลงเคลงเบาๆ ของเรือ ทำให้นางเริ่มง่วงงุน

ความคิดสุดท้ายก่อนจะผล็อยหลับไปคือ... บะหมี่ชามนั้นไม่คุ้มราคาสิบอีแปะเลยจริงๆ!

หลังตื่นจากงีบ นางรู้สึกเวียนหัวและพะอืดพะอม นางกุมท้องด้วยความทรมานและโก่งคออาเจียนลมออกมา

"นี่แม่หนู เพิ่งเคยขึ้นเรือครั้งแรกหรือ?" ท่านป้าที่นั่งข้างๆ เอ่ยถาม

ซิงเอ๋อร์พยักหน้าอย่างน่าเวทนาและตอบเสียงเบา

"เอ้านี่ ดื่มน้ำหน่อยสิ" ท่านป้ารินน้ำจากกาชาบนโต๊ะข้างๆ ส่งให้

ซิงเอ๋อร์ลังเลเล็กน้อย น้ำนั้นมีสีน้ำตาลอ่อน เข้มกว่าชาทั่วไป

"ขอบคุณท่านป้า แต่ว่าน้ำนี่..."

"เจ้าเมาเรือน่ะสิ นี่เรือของครอบครัวข้า สามีกับลูกชายข้าเป็นคนขับ วางใจเถอะ ยานี้ต้มมาจากสูตรของโรงหมอเอาไว้แก้เมาเรือโดยเฉพาะ ถ้าไม่ได้เป็นหนักมากรับรองว่าเอาอยู่"

ในห้องโดยสารมีสตรีอยู่หลายคน เมื่อได้ยินดังนั้นต่างก็พากันพูดสนับสนุน

"ข้าก็ขึ้นเรือสกุลโจวประจำ เพราะสะอาดสะอ้านและสบายมาก"

"ใช่ๆ! ข้าเคยลองนั่งเรืออื่น บางลำขับไม่ดี บางลำคนเรืออารมณ์ร้าย ไม่มีที่ไหนดีเท่าสกุลโจวหรอก!"

"ใครบอกว่าไม่ใช่ล่ะ! ข้าเคยนั่งเรือของเจ้าอื่น เมาเรือทุกรอบ! แต่พอมานั่งเรือของเถ้าแก่เนี้ยโจว กินยานี้ไปถ้วยเดียวตอนขึ้นเรือ ก็สบายไปตลอดทาง!"

"..."

"ที่แท้ท่านก็คือเถ้าแก่เนี้ยโจว... ขอบคุณมากเจ้าค่ะ" คำชมจากรอบข้างทำให้ซิงเอ๋อร์คลายความกังวลใจลง

"ไม่เป็นไรหรอก แค่น้ำชาถ้วยเดียวเอง" เถ้าแก่เนี้ยโจวยิ้ม ไม่ถือสาความระแวดระวังของซิงเอ๋อร์ แล้วหันกลับไปพูดต่อ "สูตรยามาจากโรงหมอ ช่วยแก้เมาเรือได้ นอกนั้นรสชาติก็เหมือนน้ำเปล่านั่นแหละ"

พอดื่มไปหนึ่งถ้วย ซิงเอ๋อร์ก็รู้สึกดีขึ้นจริงๆ

แต่รสชาติสมุนไพรนั้นขมปี๋จนนางหน้าเบ้ เสียงน้ำกระทบกาบเรือ เรือโคลงเคลง แม้จะไม่คลื่นไส้แล้วแต่ก็ยังง่วงซึม

นางเดี๋ยวหลับเดี๋ยวตื่นมองดูแม่น้ำที่เป็นระลอกคลื่น จนกระทั่งเห็นท่าเรืออยู่เบื้องหน้า

"อำเภอซางสุ่ย! อำเภอซางสุ่ย! ใครจะลงเรือเตรียมตัวได้แล้ว!"

เสียงตะโกนของคนเรือปลุกให้ซิงเอ๋อร์ตื่นเต็มตา นางเดินตามคนอื่นๆ ลงจากเรือ

เมื่อเดินพ้นท่าเรือมายืนบนพื้นถนนปูหินสีครามที่มั่นคง ไม่มีการโคลงเคลงอีกต่อไป

การนั่งเรือครั้งแรกของนางช่างไม่น่าอภิรมย์เอาเสียเลย

ความทรงจำที่ชัดเจนที่สุดคือความพะอืดพะอม รสขมของชาสมุนไพรที่ทำให้หน้าบิดเบี้ยว และอาการโคลงเคลงที่ทำให้กึ่งหลับกึ่งตื่น

นางยืนมองทางแยก ไม่แน่ใจว่าจะไปทางไหนดี

แม้จะเป็นคนอำเภอซางสุ่ยโดยกำเนิด แต่นี่เป็นครั้งแรกที่นางมาที่นี่ นางจึงหลงทางโดยสิ้นเชิง

นางกวาดตามองหาร้านค้าเพื่อจะถามทาง พลันสายตาก็เหลือบไปเห็นชายสวมเครื่องแบบมือปราบหลายคนเดินออกจากร้านค้ามุ่งหน้าไปทางตรงข้าม

นึกถึงประสบการณ์ตอนไปที่ว่าการเมืองอวี้โจว การถามเจ้าหน้าที่ย่อมปลอดภัยกว่าถามคนแปลกหน้า

นางจึงเร่งฝีเท้าตามไป

เมื่อเข้าใกล้ระยะประมาณสามเมตร นางก็ร้องเรียก "ท่านมือปราบ โปรดรอก่อน!"

หลินซงที่กำลังคุยอยู่กับเพื่อนร่วมงาน ได้ยินเสียงเรียกใสไพเราะจึงหยุดเดินและหันกลับไปตามสัญชาตญาณ

"พี่ซง มีอะไรหรือ?" เพื่อนอีกสองคนหยุดตามด้วยความงุนงง

"นั่นสิ มีอะไร?"

หลินซงไม่สนใจพวกเขา สายตาจับจ้องไปที่หญิงสาวที่กำลังวิ่งเหยาะๆ เข้ามาด้วยอาการหอบเล็กน้อย เขาเอ่ยถามพลางลอบสำรวจนางไปด้วย

นางดูเยาว์วัย สวมชุดสีเขียวสดใส ผิวพรรณขาวผ่องนวลเนียน ใบหน้ากลมมนจิ้มลิ้ม ดูสวยหวานอ่อนโยน ดวงตากลมโตหางตาตกเล็กน้อย

ริมฝีปากที่เผยออกเล็กน้อยเพื่อกอบโกยอากาศหายใจทำให้นางดูไร้เดียงสาและน่าดึงดูด

ปอยผมที่เต้นระบำไปตามสายลม พัดพาเอาหัวใจของหลินซงให้ไหววูบตามไปด้วยทุกจังหวะ

ซิงเอ๋อร์ตกใจเล็กน้อยเมื่อเขาหันมา นางขยับเข้าไปใกล้

"ท่านมือปราบ ข้าขอถามอะไรหน่อยได้หรือไม่?"

"ว่ามาสิ"

"ข้าเพิ่งมาถึงอำเภอซางสุ่ยและต้องการหาที่พัก ท่านพอจะแนะนำโรงเตี๊ยมให้ข้าสักแห่งได้หรือไม่?"

"โรงเตี๊ยมรึ?" หลินซงเลิกคิ้ว "เพิ่งเคยมาซางสุ่ยครั้งแรกหรือ?"

คำถามนี้ช่างคุ้นหูนัก จู่ๆ นางก็รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นบ้านนอกเข้ากรุง

นางหัวเราะแก้เก้อ "เจ้าค่ะ ครั้งแรก ถ้าไม่สะดวก..."

"ไม่เลย! ไม่ลำบากเลยสักนิด!" เขาชิงตอบก่อนที่นางจะพูดจบ

จบบทที่ บทที่ 18 การพบกันครั้งแรก

คัดลอกลิงก์แล้ว