- หน้าแรก
- กำเนิดมหาภัยล้างโลก
- บทที่ 38
บทที่ 38
บทที่ 38
บทที่ 38 - ป่า [1]
༺༻
ขุนนางเกลียดชังพวกสามัญชนหรือไม่?
ก็ไม่เชิง อย่างน้อยส่วนใหญ่ก็ไม่ได้เกลียด
ในฐานะว่าที่เจ้าผู้ครองดินแดนในอนาคต ขุนนางส่วนใหญ่เข้าใจถึงความสำคัญของสามัญชนและรู้ว่าพวกเขาสำคัญต่อดินแดนของตนเพียงใด
อันที่จริง ขุนนางส่วนใหญ่มักจะสร้างสัมพันธ์ที่ดีกับสามัญชนที่มีพรสวรรค์
ทุกคนที่เฮเวนล้วนมีพรสวรรค์
บ้างก็มีน้อยกว่าคนอื่น แต่โดยรวมแล้วพวกเขาล้วนเป็นบุคคลที่มีความสามารถสูง ต้องมีมาตรฐานระดับหนึ่งถึงจะเข้ามาที่นี่ได้
ดังนั้น สำหรับผู้ที่ปรารถนาจะเป็นขุนนาง การสร้างสัมพันธ์ที่ดีกับพวกเขาย่อมเป็นเรื่องสำคัญ
อย่างน้อย...
นั่นคือสิ่งที่มันควรจะเป็น
น่าเสียดายที่ปีนี้สถานการณ์แตกต่างออกไป เมื่อไม่มีผู้นำที่เหมาะสมสำหรับปีหนึ่ง นักเรียนที่มีวาระซ่อนเร้นต่างๆ จึงก้าวขึ้นมามีอำนาจ ทำให้สถานการณ์โดยรวมเปลี่ยนแปลงไป
"นายว่าไงนะ...? เขาต้องการคุยกับฉันเหรอ?"
ชายหนุ่มรูปร่างกำยำ ผมสีบลอนด์รับกับดวงตาสีฟ้าดุจอัญมณี ขมวดคิ้วเมื่อได้ยินข่าวที่ไม่คาดคิด
มือบีบแก้วไวน์แน่น สายตาจ้องมองไปยังร่างทั้งสี่ที่ยืนอยู่เบื้องหน้าด้วยท่าทีก้มหัวเล็กน้อย
แอนเดอร์ส ลูอิส ริชมอนด์
ทายาทลำดับแรกของตระกูลริชมอนด์—หนึ่งในสี่ตระกูลมาควิส—และเป็นผู้นำคนปัจจุบันของ 'ฝ่ายขุนนาง'
"ทำไมจู่ๆ เขาถึงเข้ามายุ่ง?"
เสียงทุ้มต่ำของเขาก้องกังวานในความเงียบ แรงบีบที่แก้วไวน์แน่นขึ้นพร้อมกับใบหน้าที่บิดเบี้ยว
ใบหน้าหนึ่งปรากฏขึ้นในความคิด
เขาไม่อาจลืมใบหน้านั้นได้ จะลืมลงได้อย่างไร...?
สายตาที่เย็นชาและกดข่มยามมองลงมาที่เขา ความเหยียดหยามที่ฉายชัดในแววตา และคำพูดสุดท้ายที่พึมพำออกมา
'.....น่าสมเพช'
แอนเดอร์สบีบแก้วในมือแน่นจนฟันขบกันดังกรอด
"ฮู่ว"
สูดลมหายใจเข้าลึก เขาพยายามสะกดกลั้นความโกรธที่จวนเจียนจะระเบิดออกมา
หลับตาลงและไตร่ตรองสถานการณ์อย่างถี่ถ้วนก่อนจะเอ่ยถาม
"พรุ่งนี้... เป็นคาบวิชาการเอาตัวรอดเบื้องต้นใช่ไหม?"
"ถูกต้องครับ"
หนึ่งในคนที่อยู่ในห้องตอบ
"และเขาบอกว่าอยากคุยกับฉันพรุ่งนี้?"
"ถูกครับ..."
"..."
แอนเดอร์สยืนนิ่งเงียบอยู่ครู่หนึ่ง
จากนั้น....
ดูเหมือนจะตัดสินใจได้แล้ว เขาจึงลืมตาขึ้นในที่สุด
"ตกลง"
แววตาของเขาเย็นเยียบ
"...ถ้าหมอนั่นต้องการแบบนั้น ฉันจะคุยกับเขาพรุ่งนี้ ก็เอาสิ"
แต่...
ต่างจากคราวก่อน ครั้งนี้เขาเตรียมตัวมาพร้อม จะไม่พร้อมได้อย่างไรในเมื่อตลอดสองสัปดาห์ที่ผ่านมา สิ่งเดียวที่เขานึกถึงคือแววตาเหยียดหยามอันเย็นชาที่มองลงมาในคาบเรียนนั้น?
ล้วงมือเข้าไปในกระเป๋า เขาควานหาสร้อยคอเส้นเล็กๆ ออกมา
"....."
ริมฝีปากค่อยๆ เหยียดยิ้มบางขณะจ้องมองมัน
คราวนี้มันจะไม่เหมือนเดิมแน่....
เพราะอารมณ์ของเขา จะไม่ถูกใครปั่นหัวได้อีกต่อไป
ยามเช้าตรู่ แสงอาทิตย์เพิ่งจะโผล่พ้นขอบฟ้า สายลมยามเช้าพัดโชย นำพาความหนาวเหน็บมาสู่บรรยากาศ
พวกเรายืนอยู่ที่ชายขอบของป่าอันสูงตระหง่าน ต้นไม้ขนาดน้อยใหญ่ประกอบกันเป็นทิวทัศน์ส่วนใหญ่ของพื้นที่ ป่าแห่งนี้—ป่าฮาร์เกรฟ—เชื่อมต่อกับสถาบันและได้รับการพิจารณาว่าปลอดภัยโดยอาจารย์ผู้สอน
"เข้าแถวให้ไว"
อาจารย์แคนเดซ วอลเลซ จัดพวกเราให้เข้าแถวยาวหน้าป่า
ผมยืนอยู่หน้าสุด
เป็นเรื่องปกติเพราะลำดับถูกจัดตามอันดับคะแนน
ดังนั้น ลีออนจึงยืนอยู่ข้างหลังผม
วันนี้เขาดูแปลกๆ ไปหน่อย แปลกมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อสิ่งแรกที่เขาถามผมเมื่อเช้านี้คือ ผมเห็นหนังสือเล่มนั้นไหม
หนังสืออะไร...?
"ในเป้สะพายหลัง พวกเธอจะพบอุปกรณ์ที่จำเป็นทั้งหมดสำหรับภารกิจที่กำลังจะมาถึง รวมแล้วภารกิจจะกินเวลาหนึ่งวัน คะแนนจะได้รับตามเกณฑ์ที่ระบุไว้ในคู่มือ"
วิชานี้เรียกว่า [วิชาการเอาตัวรอดเบื้องต้น] เป็นวิชาที่เน้นพื้นฐานการเอาชีวิตรอด จุดประสงค์คือเพื่อให้นักเรียนปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมที่ท้าทายของมิติกระจก
จากที่ผมอ่านมา ของจริงมันเลวร้ายกว่านี้เยอะ
ด้วยธรรมชาติของหลักสูตรที่เป็นแบบ 'ไม่เน้นการต่อสู้' ผมจึงถูกตัดสินว่ามีสิทธิ์เข้าร่วมคลาสนี้
"ในโอกาสนี้ ขอให้ทุกคนต้อนรับศาสตราจารย์บัคลัม"
อาจารย์วอลเลซหยุดพูดกะทันหันและแนะนำใครบางคน
บุคคลดังกล่าวเป็นชายวัยกลางคนที่มีผมสีเข้มแซมขาวและมีหนวด สิ่งที่ดึงดูดความสนใจที่สุดคือแว่นตากรอบทองทรงกลมอันเป็นเอกลักษณ์ซึ่งดูเข้ากับเขาอย่างน่าประหลาด
เมื่อประกอบกับไม้เท้าไม้ในมือ เขาดูภูมิฐานอย่างยิ่ง
ทำไมเขาถึงดูคุ้นตาจัง...?
รูปลักษณ์ของเขาสะกิดอะไรบางอย่างในใจ ผมรู้สึกว่าคุ้นเคยกับเขาอย่างบอกไม่ถูก แต่ที่ไหนกันล่ะ...?
".....อา"
แล้วผมก็นึกออก
เขาคือคนที่เล่นหมากฮอสอยู่คนเดียวเมื่อวานนี้
'เป็นเขานี่เอง...'
"ไม่อยากเชื่อเลยว่าจะเป็นเขาจริงๆ..."
"หือ?"
เกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัดบนใบหน้าของนักเรียนด้านหลังผม
"ให้ตายสิ นั่นศาสตราจารย์บัคลัม"
"...ว้าว ตัวจริงเสียงจริงแฮะ"
"แต่ฉันได้ยินมาว่าเขายังป่วยอยู่นี่นา..."
วิธีที่นักเรียนพูดถึงเขาทำให้เขาดูเหมือนเป็นบุคคลสำคัญมาก
"เขาเป็นคนใหญ่คนโตเลยล่ะ หนึ่งในศาสตราจารย์ระดับท็อปของสถาบัน อืม... เคยเป็นน่ะนะ"
โชคดีที่ผมมีลีออนอยู่ด้วย เขาอธิบายสถานการณ์คร่าวๆ ให้ผมฟังด้วยเสียงกระซิบข้างหู
"เคยเป็น...?"
"ใช่ เขาได้รับบาดเจ็บเมื่อไม่กี่ปีก่อน หลังจากนั้นเขาก็ไม่เหมือนเดิมอีกเลย พลังของเขาก็ตกลงไปมากด้วย"
"อา"
ผมหันกลับไปมองชายคนนั้นที่ยืนอยู่ด้านหน้า แวบแรกเขาดูเหมือนเป็นคนที่อบอุ่นมาก เหมือนคุณลุงแถวบ้านที่ใครๆ ก็เป็นมิตรด้วย
"ฮ่าฮ่า ดูเหมือนทุกคนจะรู้ตัวตนของผมแล้วสินะ"
แม้แต่เสียงหัวเราะของเขาก็ยังอบอุ่น
"ได้โปรดอย่ากังวลกับการปรากฏตัวของผมเลย ผมมาที่นี่เพื่อสังเกตการณ์นักเรียนบางคนเท่านั้น อย่างที่ทุกคนรู้ การคัดตัวจะมาถึงในช่วงสิ้นปี ผมอยากให้แน่ใจว่าเราได้เลือกสิ่งที่ดีที่สุดของที่สุด"
การคัดตัว...?
คำศัพท์ใหม่ที่ผมไม่คุ้นเคยผุดขึ้นในหัว
ผมคิดจะถามลีออนแต่ก็เปลี่ยนใจเพราะเขากำลังพูดอยู่ ผมจดจำคำนี้ไว้ในใจ
".....ดังนั้น แม้ว่านี่จะเป็นแค่คลาสเรียนปกติ แต่ผมจะอยู่ที่นี่เพื่อติดตามพวกคุณและสังเกตผลงาน ไม่ต้องกังวลไป นี่จะไม่ใช่แค่คลาสเดียวที่ผมจะเข้ามาดู เพราะงั้นทำตัวตามสบายได้เลย"
จากนั้นเขาก็พูดเรื่องเดิมๆ ต่อไปอีกสองสามนาทีก่อนจะจบลง
"ผมรบกวนเวลาของพวกคุณมามากพอแล้ว เชิญพวกคุณไปทำภารกิจเถอะ"
แปะ แปะ แปะ—!
เหล่านักเรียนเริ่มปรบมือ
ผมก็ทำด้วย
เขาตอบรับเสียงปรบมือของพวกเราด้วยการโค้งคำนับเล็กน้อยขณะที่อาจารย์วอลเลซก้าวออกมาข้างหน้า
"ได้ยินที่เขาพูดแล้วนะ ไม่ต้องกดดันมากเกินไป ยังมีโอกาสอีกมากให้พวกเธอพิสูจน์ตัวเอง"
เธอปรบมือ และจู่ๆ ผมก็รู้สึกว่าร่างกายลอยขึ้น
"เอ๊ะ...? เกิดอะไ—"
แปะ—!
"ขอให้สนุกกับการเดินทางนะ~"
นั่นคือคำพูดสุดท้ายที่ผมได้ยินก่อนที่โลกจะมืดดับลง
ตุ้บ...!
แสงสว่างกลับคืนมาหลังจากที่ผมรู้สึกว่าเท้าสัมผัสกับของแข็ง และถึงอย่างนั้น แสงก็ยังมีเพียงน้อยนิด
"....."
เมื่อมองไปรอบๆ ผมก็ตระหนักได้
ผมอยู่กลางป่า เพียงลำพัง
ทันทีที่นักเรียนถูกเทเลพอร์ตไป อาจารย์วอลเลซก็หันไปพูดกับศาสตราจารย์บัคลัม
"มีใครเข้าตาบ้างไหมคะ?"
"....สองสามคน"
ศาสตราจารย์ตอบพร้อมรอยยิ้มบางๆ เขาพิงไม้เท้าเล็กน้อย สายตาจ้องมองเข้าไปในป่าพลางหรี่ตาลง
"อีเฟอ, ลีออน, คีร่า, จูเลียน, เอเวลิน, ลักซอน, แอนเดอร์ส... มีเด็กที่น่าสนใจเยอะเลย"
"ปีนี้มีคนที่มีพรสวรรค์เยอะจริงๆ ค่ะ มากกว่าปีก่อนๆ เสียอีก"
"ฮ่าฮ่า ใช่ ปีนี้การคัดตัวคงจะยากน่าดู"
"แต่นั่นก็เป็นเรื่องดีไม่ใช่เหรอคะ?"
"แน่นอน ยิ่งการแข่งขันสูง ผู้ที่ได้รับคัดเลือกในท้ายที่สุดก็จะยิ่งยอดเยี่ยม"
"จริงค่ะ"
อาจารย์วอลเลซพยักหน้าเข้าใจ การคัดตัวเป็นเหตุการณ์สำคัญสำหรับสถาบัน เป็นเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในช่วงสิ้นปีและมีเพียงนักเรียนระดับท็อปเท่านั้นที่มีสิทธิ์ได้รับเกียรตินี้
แต่แม้กระทั่งนั่นก็เป็นเพียงจุดเริ่มต้น
ยังมีขั้นตอนอีกมากมายที่นักเรียนต้องทำตามหลังจากได้รับสิทธิ์
และเป็นหน้าที่ของ 'แมวมอง' ที่จะทำให้แน่ใจว่าสมาชิกที่ถูกเลือกนั้นดีพอที่จะผ่านขั้นตอนเหล่านั้น
ศาสตราจารย์บัคลัมก็เป็นหนึ่งในแมวมองเหล่านั้น
"...คงถึงเวลาที่ผมต้องไปทำหน้าที่ของผมแล้ว"
ก้มศีรษะลงเล็กน้อย ศาสตราจารย์บัคลัมยิ้ม จากนั้นโดยไม่หันกลับมามอง เขาเดินอย่างใจเย็นมุ่งหน้าสู่ป่า ร่างของเขาหายลับไปในความลึกของไพรพฤกษ์
"....."
แคนเดซยังคงยืนอยู่ที่เดิมเป็นเวลาหลายนาที จิตใจของเธอล่องลอยกลับไปที่ภาพแผ่นหลังของเขา
แม้เขาจะดูอบอุ่นและใจดี แต่ทั้งหมดที่แคนเดซเห็นคือความโดดเดี่ยว
เป็นเรื่องที่คาดเดาได้จากสถานการณ์ของเขา
ครั้งหนึ่งเขาเคยเจิดจรัสถึงเพียงนั้น แต่ทว่า...
เธอเม้มปากและส่ายหัว
"น่าเสียดาย ถ้าเพียงแต่เขาไม่... เฮ้อ..."
อากาศมืดครึ้มและชื้นแฉะ เสื้อผ้าแนบติดผิวหนัง และกลิ่นเหงื่อของผมก็ฟุ้งกระจายไปทั่ว ผมรู้สึกไม่สบายตัว แต่แค่นี้ผมรับมือได้ มีหลายครั้งในชีวิตก่อนที่ผมต้องเจอกับสภาพที่เลวร้ายกว่านี้ในที่ทำงาน
'พวกสารเลวเอ๊ย...'
ความคิดนั้นยังคงทำให้ผมหงุดหงิดมาจนถึงทุกวันนี้
เอาเถอะ...
ผมหยิบคู่มือออกมาจากกระเป๋าและจ้องมองเนื้อหาข้างใน
: หาแหล่งน้ำ — 1 คะแนน
: หาแหล่งอาหาร — 1 คะแนน
: สร้างที่พัก — 4 คะแนน
.
.
สรุปสั้นๆ
"เอาชีวิตรอดให้ได้หนึ่งวัน"
เมื่อทำภารกิจสำเร็จแต่ละอย่าง ก็จะได้รับคะแนน ผู้ที่มีคะแนนมากที่สุดในตอนท้ายจะถูกจัดอันดับเป็นที่หนึ่ง เนื่องจากความพิการที่เห็นได้ชัดของผม ผลลัพธ์จึงไม่ได้สำคัญมากนัก
ถึงอย่างนั้น แค่เพราะผลลัพธ์ไม่สำคัญ ก็ไม่ได้หมายความว่าผมจะไม่พยายาม
"ฮู่ววว..."
สูดลมหายใจเข้าลึก ผมวางเป้ลงและเตรียมจัดค่ายพักแรม
ผมรู้สึกกระปรี้กระเปร่าและพร้อมลุย
แม้ร่างกายจะไม่สมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าผมทำไม่ได้
นั่นคือความรู้สึกของผม
แต่...
'เอ๊ะ...?'
ดูเหมือนความจริงจะเกลียดชังผม
จังหวะที่ผมกำลังจะเริ่มลงมือ โลกก็พลันมืดดับลง เมื่อแสงสว่างกลับคืนมา ผมพบว่าตัวเองกลับมาอยู่ในป่า แต่อยู่ในสถานที่ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
เคร้ง....!
ประกายไฟปลิวว่อนในอากาศและพุ่มไม้ใกล้เคียงก็แตกกระจาย
'เกิดอะไรขึ้น?'
เสียงของผมไม่อาจหลุดออกมาจากปาก ราวกับมันถูกขังอยู่ในจิตใจ และตอนนั้นเองที่ผมเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น
ความรู้สึกคุ้นเคยนี้...
ความรู้สึกที่สมจริงอย่างชัดเจนแต่กลับถูกกักขังอย่างแปลกประหลาด...
'นิมิต'
ผมกำลังประสบกับนิมิตอีกครั้ง
'เวรเอ๊ย...'
ผมอยากจะสบถ ทำไมต้องตอนนี้...? ไม่สิ มันเคยมีเวลาที่เหมาะสมด้วยเหรอ? มันมักจะมาแบบสุ่ม และในเวลาที่ผมคาดไม่ถึงเสมอ
ผมอยากจะด่าทอสถานการณ์ของตัวเองอีกครั้ง แต่ผมรู้ว่าทำไม่ได้
นิมิตแม้จะมาแบบสุ่ม แต่มักจะชี้ให้เห็นถึงเหตุการณ์สำคัญเสมอ
'บางที อาจเป็นเหตุการณ์ใหญ่หรือย่อยจากในเกม...'
ผมไม่รู้ เพราะไม่เคยเล่นเกม แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นสำคัญในตอนนี้
ตูมมม——!
ต้นไม้หลายต้นแตกเป็นเสี่ยงๆ เศษซากปลิวว่อนไปทุกทิศทาง ร่างหนึ่งค่อยๆ ปรากฏขึ้น นอนราบอยู่บนพื้นด้วยสีหน้าเจ็บปวด
"อึก..."
เป็นใบหน้าที่คุ้นเคย
ผมยาวสีขาว นัยน์ตาสีแดงเข้ม...
'คีร่า?'
นิมิตนี้เกี่ยวกับ—
"อึก...! บ้าเอ๊ย"
คีร่าฝืนดันตัวลุกขึ้นขณะที่เลือดหยดลงมาจากมุมปาก สีหน้าของเธอแทบจะดูสิ้นหวัง ไม่สิ เธอสิ้นหวังจริงๆ...
"ด-ได้ยังไง... ทำไม...?"
ดวงตาของเธอเบิกกว้างเมื่อจู่ๆ เธอก็กีดร้อง
"เดี๋ยว...! ไม่นะ!!"
ตูมมม——!
ต้นไม้อีกหลายต้นหักโค่นเมื่อเสียงระเบิดขนาดใหญ่ดังกึกก้อง ลมพายุพัดกรรโชกมาจากด้านหน้าจนหูผมอื้ออึง
ตุ้บ
บางสิ่งที่หนักอึ้งตกลงมาข้างๆ จุดที่ผมยืนอยู่
ตอนแรกผมมองไม่เห็นเพราะฝุ่นควัน แต่เมื่อจางลง...
'....!'
ผมยืนตัวแข็งทื่ออยู่กับที่
หัวใจบีบแน่นและใบหน้าชาหนึบ อารมณ์หลากหลายถาโถมเข้ามาในจิตใจในขณะนั้น ขณะที่ผมพยายามทำความเข้าใจสิ่งที่เห็น
'นี่มัน...'
ผมก้มลงมองใบหน้าที่คุ้นเคย
คนที่ควรจะเป็นตัวเอก ตัวท็อปที่แข็งแกร่งที่สุดของปีหนึ่ง และอัศวินของผม...
'...ได้ยังไง?'
ร่างของเขานอนอยู่ข้างเท้าผม
'ตาย'
ไร้ซึ่งสัญญาณแห่งชีวิตโดยสิ้นเชิง
ได้ยังไง...?
༺༻