เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 37

บทที่ 37

บทที่ 37


บทที่ 37 - รอยยิ้ม [3]

༺༻

"อึก..."

ผมขยี้ตา ตอนนี้มันค่อนข้างบวม ผมไม่ได้คาดหวังว่าความทรงจำจะส่งผลกระทบกับผมขนาดนั้น หรือบางทีผมอาจจะคาดไว้แล้ว...

ถึงอย่างนั้น...

"ไม่มีอะไรเลย"

ไม่มีปฏิกิริยาใดๆ จากเดไลลาห์ตอนที่ผมใช้ทักษะ แม้ว่าผมจะทุ่มทุกอย่างลงไป เธอก็ยังคงไร้ความรู้สึกและไม่สะทกสะท้าน

มันน่าผิดหวังนิดหน่อย แต่ก็เข้าใจได้

เธอเป็นคนที่เข้าใกล้จุดสูงสุดมากที่สุด การที่เธอไม่ได้รับผลกระทบจากผมไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ น่าผิดหวัง แต่ก็เป็นไปตามคาด

'สงสัยจังว่าเมื่อไหร่ผมจะส่งผลกระทบต่อคนอย่างเธอได้...'

อารมณ์สามารถส่งผลกระทบต่อใครก็ได้ไม่ว่าจะมีระดับและความแข็งแกร่งแค่ไหน เรื่องนั้นผมรู้ดี โชคร้ายที่ยิ่งแข็งแกร่ง จิตใจของพวกเขาก็ยิ่งทรงพลัง

มันยากขึ้นมากที่จะส่งผลกระทบต่ออารมณ์ของคนแบบนั้น

และความจริงที่ว่าเธอดูเหมือนจะไม่ได้ป้องกันตัวตอนที่ผมใช้เวทมนตร์ แต่ก็ยังไม่ได้รับผลกระทบ บ่งบอกถึงความต้านทานทางจิตใจของเธอได้เป็นอย่างดี

"เฮ้อ..."

ความจริงของสถานการณ์เริ่มชัดเจนขึ้นสำหรับผม

ผมยังมีหนทางอีกยาวไกล

ในช่วงสองสัปดาห์ที่ผมอยู่ที่สถาบัน ผมไม่เคยใส่ใจสิ่งรอบข้างเป็นพิเศษเลยจริงๆ

ด้วยความคิดเช่นนั้น ผมจึงมองไปรอบๆ ตัวเป็นครั้งแรก มันสวยงาม สถานที่แห่งนี้ดูน่าตื่นตาตื่นใจด้วยต้นไม้เขียวขจีทุกหนทุกแห่ง และอาคารที่ออกแบบอย่างวิจิตรบรรจงซึ่งดูไม่เข้ากับ 'ฉากหลัง' นี้เลย

นักเรียนเดินไปทั่ววิทยาเขต พูดคุยกันและใช้ชีวิตอย่างมีความสุข

ยังมีฉากแปลกๆ อยู่ไกลๆ ชายวัยกลางคนที่มีหนวดหนาและสวมแว่นตาทรงกลมนั่งอยู่บนม้านั่งหิน เล่นหมากฮอสอยู่คนเดียว

"อะไรกันน่ะ..."

ใช่ เขาอยู่คนเดียว แต่...

เขายังดูสนุกอยู่เลย

.....ผมรู้สึกอิจฉาเล็กน้อยที่จ้องมองฉากนั้น

ถ้าสถานการณ์ของผมแตกต่างออกไปสักนิด บางทีผมอาจจะสนุกกับเวลาที่นี่ได้เต็มที่กว่านี้ แต่...

'ผมทำไม่ได้'

มีสิ่งที่ผมต้องให้ความสำคัญ

ผมต้องรักษาทัศนคติให้มั่นคง

"หือ?"

ขณะเดินไปตามวิทยาเขต จู่ๆ ผมก็หยุดชะงัก ในระยะไกล ฉากหนึ่งดึงดูดความสนใจของผม นักเรียนสี่คนกำลังล้อมรอบคนคนหนึ่งอยู่

'เธอนั่นเอง...'

ผมจำเธอได้ทันที

ด้วยผมยาวสีบลอนด์แพลตตินัม สีหน้าบูดบึ้ง และนัยน์ตาสีแดง เธอโดดเด่นออกมาอย่างง่ายดาย

เธอคือหนึ่งในนักเรียนระดับท็อป

คีร่า ไมล์น

'ทำไมเธอถึง...?'

"คิดดูให้ดีเกี่ยวกับข้อเสนอของเรา ถ้าเธอเข้าร่วมกับเรา เราจะมีอำนาจเหนือปีหนึ่งมากขึ้น เธอจะทำอะไรก็ได้ที่อยากทำ... แม้แต่สูบบุหรี่"

ข้อเสนอนั้นดูน่าดึงดูดใจทีเดียว

สูบบุหรี่... สูบบุหรี่...

"อืม"

ใช่

"....ฉันขอปฏิเสธ"

"หือ?"

"เธอหมายความว่า...?"

คีร่าควานหาของในกระเป๋าและหยิบบุหรี่ออกมาซึ่งเธอจุดไฟด้วยนิ้วอย่างรวดเร็ว

ฟู่

จากนั้นเธอก็พ่นควันใส่หน้าคนทั้งสี่ที่ล้อมรอบเธออยู่

"แค่ก!"

"ทำบ้าอะไรของ....!"

คีร่ายิ้มเยาะขณะมองหน้าพวกเขา

"ฉันสูบได้อยู่แล้ว จะสนเหี้ยอะไรกับการเข้ากลุ่ม? น่ารำคาญ"

พวกเขาตามตอแยมาตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา เรื่องการเข้าร่วมกลุ่มอะไรสักอย่าง แต่ละครั้งเธอปฏิเสธพวกเขา ทว่าความตื๊อของพวกเขาก็ไม่เคยหยุดหย่อน มันเริ่มจะกวนประสาทเธอแล้ว

"ถ้าไม่มีอะไรดีกว่านี้ทำ ทำไมไม่ไปทำอะไรที่สร้างสรรค์กว่านี้อย่างหายใจในน้ำดูล่ะ? เชื่อฉันสิ พวกนายจะช่วยสงเคราะห์ฉันได้มาก"

ใบหน้าของนักเรียนทั้งสี่ที่ล้อมรอบเธอแดงก่ำ พวกเขาดูไม่แน่ใจว่าจะพูดอะไร ซึ่งคีร่าเห็นว่าเป็นเรื่องตลกขบขันขณะตบต้นขาตัวเอง

"พรืดดด ดูหน้าพวกนายสิ โคตรไร้สาระ"

และหัวเราะกับตัวเอง

"คิกคิกคิก"

เพียงแต่... เสียงหัวเราะของเธอไม่ได้น่าฟังเท่าไหร่นัก ในที่สุด นักเรียนทั้งสี่ก็ได้สติ

นักเรียนตัวสูงผมสีทองทรงกะลาและแก้มตอบก้าวออกมาข้างหน้า เขาขมวดคิ้วขณะมองคีร่า

ชัดเจนจากภาษากายว่าพวกเขาทุกคนระแวงเธอ นั่นคงเป็นเหตุผลที่พวกเขายังไม่ใช้ความรุนแรงหรือคำขู่ใดๆ

".....ฉันจะถามอีกครั้ง เธอจะเข้าร่วมกลุ่มของเราหรือไม่? มันจะมีประโยชน์มากสำหรับเธอในระยะยาว เราจะให้เธอเป็นรองหัวหน้าถ้าเธอต้องการ แจ็คสันยืนยันหนักแน่นว่าอยากได้เธอในกลุ่มของเรา ถ้าเธอแค่พูดคำว—"

ฟู่

ควันถูกพ่นใส่หน้าเขา บังคับให้เขาต้องหยุดพูดกลางคัน

เมื่อเขาเงยหน้าขึ้น ก็เห็นนิ้วกลางชูใส่หน้า

"ช่วยกรุณา... ไสหัวไปซะ"

"อา..."

นักเรียนคนนั้นอ้าปากแล้วหุบลงขณะขบกรามแน่น

"ธ-เธอ..."

"พวกคุณตรงนั้นน่ะ"

เสียงเย็นเยียบทะลุผ่านสภาพแวดล้อมขณะที่ทุกศีรษะหันไปมอง

"ใคร...!"

สีหน้าของทุกคนที่อยู่ที่นั่นแข็งทื่อเมื่อเห็นร่างที่กำลังมุ่งหน้ามาหาพวกเขา เพียงแค่สบตาเขาแวบเดียวก็บีบให้พวกเขาต้องหลบตา พบว่าความรุนแรงภายในดวงตาคู่นั้นท่วมท้นเกินจะรับไหว

ด้วยเครื่องแบบที่ได้รับการดูแลอย่างดีและสีหน้าที่น่าเกรงขาม นักเรียนทั้งสี่พยายามอย่างหนักเพื่อรักษาความสงบเยือกเย็น

เขาคือปริศนาและเป็นคนที่ไม่มีใครอยากข้องแวะด้วย

ตึก

เขายืนตระหง่านอยู่หน้านักเรียนคนนั้น สายตาของเขาลดต่ำลงเพื่อสบตา

"....พวกคุณคือคนที่ผมได้ยินข่าวลือมาหรือเปล่า?"

แม้แต่น้ำเสียงของเขาก็ยังฟังดูน่าเกรงขาม

"ครับ?"

"เรื่องกลุ่มนั่น"

"อ่า..."

นักเรียนคนนั้นลอบกลืนน้ำลาย เขาพบว่ามันยากที่จะรักษาความสุขุมภายใต้สายตาอันเข้มข้นของจูเลียน

เขายังคงฝืนพยักหน้าเล็กน้อยได้

"ใช่"

".....เข้าใจแล้ว"

จูเลียนหลับตาลงอย่างใจเย็นก่อนจะพึมพำ

"หัวหน้าของคุณ หรือใครก็ตามที่มีอำนาจ..."

"....!"

นักเรียนทั้งสี่มองจูเลียนด้วยดวงตาเบิกกว้าง เขาไม่สนใจสายตาเหล่านั้นขณะพูดต่อด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

"บอกให้เขามาพบผมพรุ่งนี้"

คำพูดของเขา...

ดูเหมือนคำสั่งมากกว่าคำขอ

"ผมจะคุยกับเขาพรุ่งนี้"

ราวกับว่าพวกเขาไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ และความรุนแรงที่เขาจ้องมองพวกเขาทำให้พวกเขาไม่สามารถโต้แย้งได้ บังคับให้พวกเขาต้องพยักหน้าเงียบๆ ก่อนจากไป

"....."

เมื่อพวกเขาจากไปแล้วเท่านั้น ความเงียบจึงเข้าปกคลุมโดยรอบ

คีร่าที่เฝ้าดูอยู่ตลอดเวลา ขมวดคิ้วและพ่นควันบุหรี่ออกไป

ฟู่

"ทำแบบนั้นเพื่ออะไร? พยายามจะช่วยฉันหรือไง?"

จูเลียนหันหน้ามาและสายตาของพวกเขาสบกัน

'สีหน้านั่นอีกแล้ว...'

สีหน้าที่เต็มไปด้วยความสมเพชยามมองเธอ คีร่ากัดฟันเงียบๆ ทำไมนายถึงมองฉันแบบนั้น...? จังหวะที่เธอกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง เขาก็ชิงพูดขึ้นก่อน

"ผมไม่ได้ทำเพื่อคุณ"

จูเลียนพูด น้ำเสียงของเขาฟังดูค่อนข้างเบา

".....ผมแค่รับผิดชอบสักครั้ง ผมยอมจัดการตอนนี้ดีกว่ารอให้มันยากเกินรับมือ"

เขาชำเลืองมองเธออีกครั้ง สายตาตกลงที่บุหรี่ในมือเธอ

คีร่าขมวดคิ้ว คาดว่าเขาจะทำอะไรคล้ายกับคราวที่แล้ว

"อะไร?"

แต่....

"เลิกบุหรี่ซะ"

ผิดคาด เขาไม่สานต่อเรื่องนี้และหันหลังเดินจากไป

".....มันไม่ดีต่อตัวคุณ"

แผ่นหลังของเขาค่อยๆ เลือนหายไปจากสายตา

จ้องมองมัน คีร่ามองไปที่มือของเธอที่มีบุหรี่อยู่และพึมพำ

"คิดว่าฉันไม่รู้หรือไง?"

เป็นเวลากลางคืนแล้วตอนที่อีเฟอเสร็จธุระที่ห้องสมุด ปกติเธอคงไม่ใช้เวลานานขนาดนั้นที่นั่น แต่พอนึกย้อนไปถึงสถานการณ์ก่อนหน้านี้ เธอไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากอยู่ที่นั่น

.....ขืนเธอออกไปทั้งที่อารมณ์ยังค้างแบบนั้น เธอเกรงว่าจะเผลอฆ่าใครตายโดยอุบัติเหตุ

ดวงจันทร์ลอยเด่นอยู่บนท้องฟ้ายามราตรี ส่องสว่างโลกเบื้องล่าง

จมอยู่ในภวังค์ความคิด อีเฟอเดินตามเส้นทางกลับหอพัก มันเป็นเส้นทางที่งดงาม

ทางเดินปูหินถูกโอบล้อมด้วยดอกไม้นานาพันธุ์ ขณะที่สายลมอ่อนๆ พัดผ่านอากาศอย่างแผ่วเบา

มันรู้สึกดีอย่างประหลาด

"...."

และแล้ว ร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นในระยะไกล พวกเขาดูเหมือนจะเหงื่อท่วมตัวและอิดโรย

"ลีออน...?"

ตัวตนของเขาชัดเจนขึ้นเมื่อเขาหยุดอยู่ใต้แสงไฟจากโคมไฟถนน จะไม่รู้ได้ยังไงในเมื่อรูปลักษณ์ของเขาโดดเด่นขนาดนั้น?

"หือ?"

เขาหันหน้ามา ในที่สุดก็สังเกตเห็นเธอ

"อีเฟอ?"

"....นายกลับจากการฝึกเหรอ?"

"อา ใช่"

ลีออนพยักหน้า จากนั้น ก้มหน้าลงและเพ่งสายตาไปที่หนังสือในมือเธอ เขาเอียงคอ

"ห้องสมุด?"

"ใช่"

"ดึกป่านนี้เนี่ยนะ?"

"ฉันก็ควรถามนายเหมือนกัน"

"นั่นสินะ..."

ลีออนเกาข้างหัว ชำเลืองมองหนังสือ เขาถามอย่างลังเล

"ต้องการให้ช่วยไหม?"

"ไม่"

ปฏิเสธทันควัน

"แค่นี้ฉันถือไหว"

มันก็แค่ หนึ่ง... สอง... สาม.... แปดเล่มเองมั้ง?

"อ้อ"

แม้เขาจะไม่ได้แสดงออกทางสีหน้า แต่เขาก็ดูสงสัยเล็กน้อย แต่เขาก็ยอมถอยและปาดเหงื่อออกจากหน้าผาก

อีเฟอเร่งฝีเท้าเงียบๆ เพื่อตามเขาให้ทัน ทันใดนั้น...

"อุ้ย"

ตุ้บ

หนังสือเล่มหนึ่งตกลงมาเพราะความสะเพร่าของเธอ หรือจะพูดให้ถูกคือ เธอแค่ไม่ทันระวัง ด้วยปฏิกิริยาตอบสนองของเธอ เธอสามารถหลีกเลี่ยงสถานการณ์แบบนี้ได้อย่างง่ายดาย

"เดี๋ยวฉันเก็บให้"

ลีออนเสนอความช่วยเหลือและก้มลงเก็บหนังสือ

"หนังสือภาษาอังกฤษ...?"

"เอ๊ะ? อ๋อ ใช่..."

มันเป็นหนึ่งในหนังสือที่จูเลียนทิ้งไว้บนโต๊ะ เธอสงสัยเกี่ยวกับมัน การที่เขาเก่งภาษาอังกฤษขนาดนั้น แน่นอนว่าต้องมีเหตุผล ดังนั้น หลังจากคิดดูแล้ว เธอจึงตัดสินใจหยิบหนังสือเล่มนั้นมา

แม้เธอจะไม่ได้ชอบเขาเป็นพิเศษ แต่เธอก็ต้องยอมรับว่าเขามีความสามารถ เป้าหมายของเธอคือการเป็นที่หนึ่ง

ดังนั้น เธอจำเป็นต้องเรียนรู้จากคนเก่งที่สุด

"ภาษาที่ยากนะ"

ลีออนชำเลืองมองหน้าปกหนังสืออย่างไม่ใส่ใจ หรี่ตาเล็กน้อยขณะพยายามแกะความหมายของชื่อเรื่อง เพียงเพื่อที่ร่างกายทั้งร่างของเขาจะแข็งทื่อในวินาทีถัดมา

"ลีออน...?

สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงในท่าทีของเขา อีเฟอเอียงคอ เขาเป็นอะไร?

"....เธอเอาเล่มนี้มาจากไหน?"

น้ำเสียงของเขาเรียบสนิท อย่างน่าประหลาด

"เอามาจากไหน? ก็เอามาจากห้องสมุดน่ะสิ..."

"อ้อ เข้าใจแล้ว"

เขาพยักหน้าอย่างใจเย็น

จากนั้น เขาก็ยื่นมันคืนให้เธอ

"เผามันซะ"

"....?"

นี่มุกตลกเหรอ?

ตอนแรกอีเฟอคิดอย่างนั้น แต่เมื่อมองหน้าเขา เธอก็อดไม่ได้ที่จะตกตะลึง

เขาดูจริงจัง แทบจะสิ้นหวัง

"แค่..."

ดวงตาของเขาสั่นระริก เขาดูสั่นคลอน

อีเฟอที่งุนงงหรี่ตามองลีออนอย่างระมัดระวัง

'อะไรคือ....'

".....อย่าให้จูเลียนเห็นเล่มนี้เด็ดขาด"

"คะ?"

อีกครั้งที่อีเฟอตกตะลึง

แต่ฉันเอามาจากเขานะ...

"อย่าเด็ดขาด"

เขาเน้นย้ำก่อนจะขอตัว ทิ้งให้เธอยืนงงเป็นไก่ตาแตก ขณะที่เขาจากไป เธอลงเอยด้วยการได้ยินเสียงพึมพำของเขา 'หนังสือต้องสาป...'

"สถานการณ์บ้าอะไรเนี่ย...?"

อีเฟอขมวดคิ้วและในที่สุดก็หันมาสนใจหนังสือ เธไม่ได้สนใจชื่อเรื่องมาก่อนเพราะแค่หยิบๆ มา แต่ตอนนี้เธอเริ่มสนใจแล้ว

หนังสือแบบไหนกันที่ทำให้ลีออนสติแตกได้ขนาดนี้?

เธอหรี่ตาขณะแปลชื่อเรื่อง

"....!"

ในไม่ช้า ชื่อเรื่องก็ปรากฏชัดแก่สายตา และสีหน้าของเธอก็เปลี่ยนไป

: | 145 มุกตลกที่จะทำให้คุณขำกลิ้งไปกับพื้น

มันคือหนังสือรวมมุกตลก

"หนังสือบ้าอะไร—"

༺༻

จบบทที่ บทที่ 37

คัดลอกลิงก์แล้ว