- หน้าแรก
- ฮอกวอตส์ยอดนักสู้ พ่อมดชะแลงเหล็กผู้สะท้านโลกเวทมนตร์
- บทที่ 13: เยือนกระท่อมแฮกริด
บทที่ 13: เยือนกระท่อมแฮกริด
บทที่ 13: เยือนกระท่อมแฮกริด
หลังจบการแข่งขัน สี่สหายตัวน้อยเดินตามแฮกริดออกมา
ระหว่างทาง พวกเขาเล่าเรื่องที่เห็นสเนปร่ายคาถาให้แฮกริดฟัง แต่แฮกริดยืนกรานว่าเป็นไปไม่ได้
"เหลวไหล! สเนปจะไปสาปไม้กวาดแฮร์รี่ทำไม" แฮกริดปฏิเสธเสียงแข็ง
แฮร์รี่จึงสวนกลับด้วยคำถามว่า ทำไมสเนปถึงพยายามจะผ่านเจ้าสุนัขสามหัวในคืนวันฮาโลวีน
"เธอรู้เรื่องปุกปุยได้ยังไง" แฮกริดสะดุ้งโหยง
"ปุกปุย? ไอ้สัตว์ประหลาดนั่นมีชื่อด้วยเหรอ?" รอนถามอย่างเหลือเชื่อ
"แน่นอน มันเป็นสัตว์เลี้ยงของฉันเอง ฉันซื้อต่อมาจากคนไอริชที่เจอกันในร้านเหล้าเมื่อปีก่อน"
"จากนั้นฉันก็ให้ดัมเบิลดอร์ยืมไปเฝ้า..." แฮกริดชะงักปากไว้ได้ทัน ไม่พูดต่อ
"เฝ้าอะไรครับ?"
"บอกไม่ได้ อย่าถามอีก ห้ามถาม! นี่เป็นความลับสุดยอด" แฮกริดพูดเสียงเข้มใส่อย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน
"ไม่ว่ามันจะเป็นอะไร สเนปต้องการขโมยมันแน่ๆ" แฮร์รี่ยังคงจับประเด็นและใส่ร้ายสเนปต่อไป
"ไม่มีทาง" แฮกริดยืนยันเสียงหนักแน่น "สเนปเป็นอาจารย์ที่ฮอกวอตส์ เขาไม่มีวันทรยศโรงเรียน"
เฮอร์ไมโอนี่หันไปมองเควิน ผู้ซึ่งยืนดูเหตุการณ์เงียบๆ โดยไม่มีทีท่าว่าจะแก้ต่างให้สเนปเลยสักนิด
เธอจึงอดสงสัยไม่ได้และถามขึ้นว่า "ถ้าอย่างนั้นทำไมสเนปถึงร่ายคาถาใส่แฮร์รี่ล่ะคะ? หนูอ่านเจอในหนังสือว่าเวลาจะสาปแช่งใคร ต้องจ้องตาเป้าหมายเขม็ง สเนปจ้องแฮร์รี่ตาไม่กะพริบเลยนะคะตอนนั้น"
แฮกริดสูดหายใจลึก เริ่มหมดความอดทน
เขาชี้หน้าเด็กๆ แล้วพูดเสียงดัง "ฟังนะ พวกเธอกำลังสอดรู้สอดเห็นในเรื่องที่ไม่ควรยุ่ง และมันอันตรายมาก!"
"สิ่งที่เจ้าหมานั่นเฝ้าอยู่ สเนปเองก็ช่วยปกป้องมันด้วย!"
"และสิ่งที่พวกเขากำลังปกป้องร่วมกันนั้น เป็นเรื่องของดัมเบิลดอร์กับนิโคลัส แฟลมเมล"
แฮร์รี่จับคำสำคัญได้ทันที "ใครคือนิโคลัส แฟลมเมล?"
แฮกริดตะครุบปากตัวเอง รู้ตัวแล้วว่าเผลอหลุดปากออกไป
เขารีบจ้ำอ้าวหนีไปทันที
เด็กๆ ที่เหลือมองหน้ากันอย่างงงๆ
"อ้าว... แล้วเควินล่ะ?"
เฮอร์ไมโอนี่กวาดสายตามองเพื่อนๆ แล้วสังเกตเห็นว่าคนที่เธอคาดว่าจะยืนอยู่ด้วยกลับหายตัวไป
"นั่นไง... เดินตามหลังแฮกริดไปต้อยๆ นู่นแล้ว" รอนชี้มือไปทางแฮกริด
พวกเขามองตามไป เห็นเควินแอบวิ่งตามแฮกริดไปตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้
"เขาจะทำอะไรน่ะ?"
"ลองแอบตามไปดูกันเถอะ" เฮอร์ไมโอนี่นำทีม ย่องตามไปห่างๆ จนถึงกระท่อมแฮกริด
ในขณะเดียวกัน เควินก็เดินตามแฮกริดและเนียนเดินเข้าไปในกระท่อมอย่างเป็นธรรมชาติ
เมื่อแฮกริดปิดประตูและหันกลับมา ก็ต้องตกใจที่เห็นเควินยืนดูของสะสมในบ้านเขาหน้าตาเฉย
"เควิน? เธอเข้ามาได้ยังไง? โอ้ย ช่างเถอะ รีบออกไปเลย ฉันไม่อยากเห็นหน้าพวกเธอตอนนี้"
แฮกริดตกใจและพยายามจะไล่เควินออกไป เขาหงุดหงิดเจ้าพวกตัวแสบสามคนนั่นเต็มที และกลัวจะเผลอหลุดปากพูดอะไรออกไปอีก
"ลุงแฮกริดครับ ไม่ชวนผมดื่มชาร้อนๆ สักแก้วหน่อยเหรอ? อากาศแย่ๆ แบบนี้ ยิ่งดึกยิ่งหนาวนะครับ"
เควินไม่มีทีท่าว่าจะไป หน้าด้านขออยู่ต่อซะงั้น
แฮกริดทำท่าจะโมโหอีกรอบ แต่ฉุกคิดได้ว่าเมื่อกี้คนที่เซ้าซี้ถามนู่นถามนี่คือสามคนนั้น ส่วนเควินเงียบตลอด บางที... อาจจะไม่ต้องไล่เขาก็ได้มั้ง
ลึกๆ แล้วแฮกริดก็เป็นคนใจดีนั่นแหละ
สุดท้ายเขาก็ถอนหายใจ ผายมือให้เควินนั่งลง แล้วเดินไปชงชาร้อนมาให้
นอกหน้าต่าง เหล่านักดักฟังต่างซุบซิบกัน เฮอร์ไมโอนี่บ่นอย่างข้องใจ "ทำไมเควินถึงเข้ากับผู้ใหญ่ได้ดีตลอดเลยนะ?"
แฮร์รี่กับรอนเองก็อยากรู้เหมือนกัน
ไม่นานนัก แฮกริดก็นำชาร้อนมาเสิร์ฟให้เควินและรินให้ตัวเองอีกแก้ว
ร่างยักษ์และร่างเล็กนั่งเคียงกันหน้าเตาผิง จิบชาอย่างสบายใจ บรรยากาศดูอบอุ่นกลมเกลียว
ส่วนคนที่อยู่ข้างนอกต่างยืนสั่นงันงกท้าลมหนาว เฮอร์ไมโอนี่เจ็บใจจนปวดฟัน
อารมณ์เหมือนแฟนกำลังลดความอ้วน แต่คุณดันนั่งกินหมูกระทะยั่วๆ อยู่ข้างหน้าตอนเที่ยงคืน
"ลุงแฮกริดครับ ผมว่าที่ลุงพูดเมื่อกี้ถูกเผงเลย! พวกนั้นซนเกินไปจริงๆ ชอบสอดรู้สอดเห็นเรื่องที่ไม่ควรยุ่ง"
"โอ้ ใช่! ดีใจจังที่เธอคิดแบบนั้น" แฮกริดปลื้มใจที่พ่อมดน้อยคนนี้ช่างรู้ความ คะแนนความประทับใจที่มีต่อเควินพุ่งปรี๊ด
"ใช่ไหมล่ะครับ! ฟ้าถล่มเดี๋ยวคนตัวสูงๆ ก็ค้ำไว้เอง พวกนั้นชอบกังวลเกินเหตุ"
"ใช่ๆ พวกเขาแค่ต้องตั้งใจเรียนก็พอ" แฮกริดเห็นด้วยสุดๆ
"ถ้าเป็นผมนะ ผมจะตั้งใจเรียน รีบๆ เก่งให้เหมือนพวกศาสตราจารย์ จะได้รู้เรื่องที่ควรรู้ได้เองโดยธรรมชาติ"
เควินพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง แถมยังแอบเหลือบมองไปทางหน้าต่างด้วยหางตา ราวกับจะบอกพวกที่แอบฟังอยู่ว่า ฉันกำลังพูดให้พวกนายฟังนะเว้ย
คนข้างนอกกัดฟันกรอด เควินจงใจเผาพวกเราเพื่อเอาหน้าชัดๆ! เดี๋ยวรอออกมาเจอกันแน่ จะสั่งสอนให้น่วมเลยคอยดู
"โอ้ กางเกงเมอร์ลิน! เควิน เธอเป็นเด็กที่มีความคิดความอ่านดีที่สุดเท่าที่ฉันเคยเจอเลย" แฮกริดมองเควินด้วยความปลื้มปริ่ม ราวกับค้นพบเพชรเม็ดงามท่ามกลางกองถ่าน รู้สึกโล่งใจขึ้นมาทันทีที่มีเด็กเข้าใจหัวอกเขา
"ฮ่าๆ ไม่ขนาดนั้นหรอกครับ ผมก็แค่รู้จักกาลเทศะกว่านิดหน่อย... โอ้~ ลุงแฮกริดครับ ชานี่อร่อยจัง"
"ถ้าชอบก็ดื่มอีกสิ เดี๋ยวฉันชงให้อีกแก้ว"
ตอนนี้แฮกริดชอบเควินเข้าเต็มเปา เด็กคนนี้ช่างเจรจาจริงๆ
เควินสาธิตให้เห็นชัดเจนว่า การ "อยู่เป็น" และการเหยียบหัวคนอื่นเพื่อส่งตัวเองให้สูงขึ้นนั้นทำอย่างไร ถ้าอนาคตเขาไปเกิดเป็นโจโฉ คงประสบความสำเร็จน่าดู
"จริงสิครับลุงแฮกริด ผมมีเรื่องสงสัยนิดหน่อย ไม่ได้จะคุยโวพนะครับ แต่ผมอ่านหนังสือในห้องสมุดฮอกวอตส์มาเกือบหมดแล้ว ผมพยายามศึกษาโลกเวทมนตร์อย่างหนัก แต่ไม่เคยได้ยินชื่อนิโคลัส แฟลมเมลเลย มันยังไงกันแน่ครับ?"
ขณะที่กำลังคุยกันถูกคอ จู่ๆ เควินก็โยนคำถามออกมาอย่างแนบเนียน ด้วยน้ำเสียงผิดหวังนิดๆ สวมบทบาทลูกแกะหลงทางผู้ขยันหมั่นเพียรแต่ไร้โชค
"โธ่ เควิน ไม่ใช่ความผิดของเธอหรอก เธอเพิ่งอยู่ปีหนึ่ง ไม่รู้จักนิโคลัสก็เรื่องปกติ"
"เขาเป็นนักเล่นแร่แปรธาตุผู้ยิ่งใหญ่ แต่เขาปลีกวิเวกไปอยู่ชนบทเป็นร้อยปีแล้ว ข่าวคราวในโลกเวทมนตร์เลยเงียบหายไป หลายคนก็ไม่ค่อยได้ยินชื่อเขาหรอก"
"สุดยอดไปเลย!" เควินรีบตัดบทชื่นชม เพื่อไม่ให้แฮกริดไหวตัวทันว่าเผลอหลุดปากบอกข้อมูลสำคัญออกมาอีกแล้ว
"แน่นอนสิ ขนาดดัมเบิลดอร์ยังหาตัวเขาจับยากเลย"
"ขอบคุณครับลุงแฮกริด ลุงใจดีที่สุดเลย!" เควินฉีกยิ้มหวานประหนึ่งเด็กดีศรีสังคม
"ฮะๆๆ ไม่ขนาดนั้นหรอก ไม่ขนาดนั้น"
เมื่อเจอรอยยิ้มพิมพ์ใจของเควินเข้าไป แฮกริดถึงกับเขินม้วนต้วน คงไม่ค่อยมีใครชมเขาซึ่งๆ หน้าแบบนี้บ่อยนัก
ข้างนอก แฮร์รี่และรอนทำหน้าเหมือนเห็นผี มองหน้ากันอย่างไม่อยากเชื่อ
พวกเขาไม่เข้าใจว่าเควินทำยังไงถึงหลอกถามข้อมูลออกมาได้อย่างแนบเนียนขนาดนั้น แถมแฮกริดยังไม่รู้ตัวสักนิด กลับหัวเราะร่าอย่างมีความสุข
ส่วนเฮอร์ไมโอนี่จ้องมองรอยยิ้มของเควินตาไม่กะพริบ นี่เป็นครั้งแรกที่เธอรู้สึกว่าเควิน... น่ารักจังแฮะ
ในกระท่อม เควินยังคงชวนแฮกริดคุยเรื่องสัพเพเหระอย่างสนุกสนาน เล่าเรื่องที่ตัวเองเป็นเด็กกำพร้า ซึ่งเรียกความเห็นใจและความเอ็นดูจากแฮกริดได้เป็นกอง
เควินอยากคุยจริงๆ ไม่ใช่แค่การแสดงละคร
เขารู้สึกผิดนิดหน่อยที่ฉวยโอกาสจากความใจดีและซื่อซื่อของแฮกริด เขาตั้งใจอยากผูกมิตรกับแฮกริดจริงๆ ตั้งแต่แรกแล้ว ส่วนเรื่องข้อมูลนั่นเป็นแค่ผลพลอยได้เพื่อเร่งเนื้อเรื่อง
ดังนั้น นอกจากเรื่องข้อมูลที่หลอกถาม ที่เหลือคือความจริงใจล้วนๆ
เขาสัญญาเงียบๆ กับตัวเองว่าจะหาโอกาสตอบแทนแฮกริดในภายหลัง
ท้องฟ้าเริ่มมืด แฮกริดชวนเควินให้อยู่ทานมื้อเย็นด้วย ซึ่งเควินก็ตอบรับด้วยความยินดี
จริงๆ เขาเคยได้ยินกิตติศัพท์เรื่องฝีมือการทำอาหารของแฮกริดมาบ้าง แต่ที่ยอมอยู่ไม่ใช่แค่เพราะรู้สึกผิด แต่เพราะเควินเป็นพวกไม่เชื่อเรื่องงมงาย
เหมือนชาติก่อนตอนเล่นเกม CS เพื่อนบอกว่า "มิดมีสไนเปอร์นะ" แต่เขาก็ยังดื้อดึงวิ่งไปดูให้เห็นกับตาแล้วก็ตายคาที่
ผลก็คือ... วันรุ่งขึ้นเควินต้องขอลางาน
กระเพาะอันบอบบางของเขาทนรับอาหารฝีมือแฮกริดไม่ไหวจริงๆ...