- หน้าแรก
- หอบรรณศาลาแห่งราตรีนิรันดร์
- บทที่ 21 คลื่นสีดำ
บทที่ 21 คลื่นสีดำ
บทที่ 21 คลื่นสีดำ
บทที่ 21 คลื่นสีดำ
หลังจากยิงไปไม่กี่นัดนั้นแล้ว ลาสเตอร์ก็ไม่ได้ทำอะไรเพิ่มอีก เขาเพียงแต่รอคอยอยู่ท่ามกลางพายุฝนอย่างสงบนิ่งราวกับรูปปั้นหินที่ไร้ชีวิต ไม่กี่สิบวินาทีต่อมา พายุฝนก็เริ่มซาลงอย่างที่คาดไว้ จากม่านน้ำที่โหมกระหน่ำกลายเป็นสายฝนที่โปรยปรายอย่างละเอียด ทว่าเสียงฝีเท้าที่เคยถูกเสียงฝนกลบไว้กลับดังใกล้เข้ามามากขึ้น ท่ามกลางม่านฝน ปรากฏแสงสีแดงฉานดุจโลหิตวับแวมขึ้นมาเป็นสาย เมื่อปราศจากหมอกน้ำบดบัง กางเขนเหล็กกลุ่มแรกก็ค้นพบตำแหน่งที่ลาสเตอร์อยู่แล้ว
สายตาอันคลุ้มคลั่งนับสิบคู่ล็อคเป้าหมายมาที่ร่างของลาสเตอร์ ราวกับว่าเขาคืออาหารอันโอชะที่หาได้ยากยิ่ง หากได้กินเนื้อของเขาแล้วจะสามารถเป็นอมตะได้
ปัง!
การต่อสู้ระยะประชิดระเบิดขึ้นในชั่วพริบตา ลาสเตอร์เบี่ยงตัวหลบดาบเหล็กของกางเขนเหล็กตนหนึ่งที่เหวี่ยงเข้าหา จากนั้นจึงอาศัยแรงสะท้อนจากการถีบเข้าร่างของมันกระโดดตัวลอยขึ้นที่สูง วินาทีต่อมา พื้นที่ที่เขาเคยยืนอยู่เมื่อครู่ก็ถูกสาดซัดด้วยห่ากระสุนจนฉีกขาดกระจุย ห่ากระสุนเหล่านั้นยังครอบคลุมไปถึงกางเขนเหล็กที่อยู่ประชิดตัวด้วย
ภายใต้การกระตุ้นของรูปปั้นเทพนอกรีตและกลิ่นคาวเลือด กางเขนเหล็กต่างเข้าสู่สภาวะบ้าคลั่งจนไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม พวกมันไม่กังวลว่าจะยิงโดนพวกเดียวกันเอง ร่างของกางเขนเหล็กผู้โชคร้ายเหล่านั้นถูกยิงจนพรุนในพริบตาและล้มฮวบลงราวกับกระสอบขาดๆ ลาสเตอร์อาศัยโครงสร้างเหล็กในการกระโดดเปลี่ยนทิศทางกลางอากาศ แล้วหลบเข้าไปซ่อนตัวอยู่หลังเสาเหล็กค้ำยันอย่างคล่องแคล่ว กระสุนที่พลาดเป้าพุ่งชนโครงเหล็กจนเกิดประกายไฟกระเด็นออกมาเป็นจุดๆ
ในระหว่างการหลบหลีกกลางอากาศ มีกระสุนบางนัดที่ลาสเตอร์ไม่อาจหลบพ้นได้ทั้งหมด ท่ามกลางห่ากระสุนที่หนาแน่นเช่นนี้ ต่อให้มีประสบการณ์โชกโชนเพียงใดก็ยังถูกจำกัดด้วยกฎทางฟิสิกส์ ทว่าเขาใช้มีดปลายปืนทรงเหลี่ยมปัดป้องส่วนใหญ่เอาไว้ได้ จะมีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่ยิงถูกตำแหน่งที่ไม่ใช่จุดสำคัญ ทิ้งบาดแผลฉกรรจ์ไว้บนร่างกาย
แม้บาดแผลจะไม่รุนแรงนัก และภายใต้พลังชีวิตที่ได้รับการเสริมจากเซรุ่มผสม บาดแผลเหล่านั้นก็หยุดเลือดและเริ่มสมานตัวอย่างรวดเร็วโดยแทบไม่ต้องรอ ทว่าความสามารถในการรักษาตัวเองนี้ไม่ได้มาฟรีๆ ทุกครั้งที่แผลสมานตัวจะสูญเสียแรงกายไปมหาศาล หากการระดมยิงที่หนาแน่นเช่นนี้ยังดำเนินต่อไป ลาสเตอร์คงหนีไม่พ้นความตายแน่นอน
โชคดีที่ในยุคสมัยของเมืองท่าดีพบลูยังไม่มีอาวุธปืนอัตโนมัติที่สมบูรณ์แบบ ปืนไรเฟิลอัตโนมัติต้นแบบที่มีอยู่ยังอยู่ในขั้นทดสอบ ปืนที่พวกกางเขนเหล็กเหล่านี้พกพาจึงมีความจุซองกระสุนไม่มากนัก หลังจากระดมยิงอย่างหนักไปหนึ่งระลอก เสียงปืนก็เริ่มเงียบลงเพื่อเปลี่ยนซองกระสุน และสิ่งที่ลาสเตอร์รอคอย ก็คือช่วงเวลาสั้นๆ ในการเปลี่ยนกระสุนนี้นี่เอง
เขาออกแรงถีบเสาเหล็กด้านหลังจนร่างพุ่งทะยานออกไปดุจสายฟ้า พุ่งเข้าหาเหล่ากางเขนเหล็กอย่างรวดเร็ว เงาร่างของเขาเลี้ยวลดไปมาในวงล้อมศัตรูราวกับลูกกระสุนที่พุ่งออกจากลำกล้อง เสียงเสียดสีของโลหะที่ปะทะกันดังรัวราวกับเสียงกลอง และทุกครั้งที่เกิดการปะทะ นั่นหมายความว่ามีดปลายปืนทรงเหลี่ยมในมือของลาสเตอร์ได้ทิ่มแทงเข้าไป และถูกกระชากออกจากหัวใจหรือลำคอของศัตรู ทิ้งรอยเลือดโค้งมนไว้ในอากาศ มีดปลายปืนสีดำมะเมี่ยมวับแวมกลางสายฝน ราวกับสายฟ้าสีดำที่พาดผ่านท้องฟ้า แทงทะลุ ดับแสง และดับแสงอีกครั้ง...
จนกระทั่งลาสเตอร์หยุดการเคลื่อนไหว สายฟ้าสีดำที่ฉีกกระชากม่านฟ้านั้นจึงได้สงบลง เขาหยุดยืนอยู่ข้างฐานซุ่มยิงของตน มีดปลายปืนชี้ลงพื้น เลือดสีดำเข้มไหลหยดลงมาจากส่วนปลายของมีดสามเหลี่ยม เบื้องหน้าของลาสเตอร์ กางเขนเหล็กชุดสุดท้ายร่างแข็งทื่อก่อนจะล้มคว่ำลงในแอ่งน้ำที่เกิดจากฝนตกหนัก สาดกระเซ็นเป็นพรายน้ำเล็กๆ
กางเขนเหล็กเหล่านี้ใช่ว่าจะไม่พยายามโต้กลับ ก่อนจะติดเชื้อพวกมันล้วนเป็นทหารเรือระดับหัวกะทิที่รับราชการมาหลายปี นอกจากฝีมือปืนแล้ว วิชาการต่อสู้แบบทหารก็เจนจัดไม่แพ้กัน ประสบการณ์การต่อสู้นี้ยังคงหลงเหลืออยู่แม้จะกลายเป็นกางเขนเหล็กแล้ว การต่อสู้ระยะประชิดจึงไม่ใช่จุดอ่อนของพวกมันเลย
แต่ลาสเตอร์เจนจัดยิ่งกว่า ทหารเรือที่เก่งที่สุดก็ฝึกฝนมาเพียงสิบหรือยี่สิบปี แต่ทักษะการต่อสู้ของลาสเตอร์ถูกเคี่ยวกรำมานานกว่าสองร้อยปี เมื่อเซรุ่มผสมได้ช่วยอุดช่องโหว่สุดท้ายคือสมรรถภาพทางกายของลาสเตอร์แล้ว การต่อสู้ของเขากับกางเขนเหล็กเหล่านี้จึงไม่ต่างอะไรกับผู้ใหญ่ที่รังแกเด็ก ทว่าชัยชนะชั่วคราวไม่ได้ทำให้
ลาสเตอร์ผ่อนคลายลง เพราะเสียงฝีเท้าใหม่ๆ ได้ดังขึ้นอีกครั้ง กางเขนเหล็กจากวงนอกของย่านท่าเรือเดินทางมาถึงแล้ว
หากตอนนี้ใครได้ยืนอยู่บนที่สูงของย่านท่าเรือ จะเห็นภาพที่น่าตื่นตระหนกยิ่งนัก เหล่ากางเขนเหล็กจากวงนอกเปรียบเสมือนคลื่นสีดำทมิฬที่โถมเข้าใส่ชั้นแล้วชั้นเล่า ส่วนลาสเตอร์และฐานซุ่มยิงของเขาก็เปรียบเสมือนเม็ดทรายเล็กๆ ต่อหน้ามวลน้ำมหาศาล เม็ดทรายควรจะถูกคลื่นซัดหายไปอย่างไร้ร่องรอย ทว่าลาสเตอร์กลับยืนหยัดมั่นคงดุจหินผา บดขยี้คลื่นแต่ละลูกที่ซัดเข้ามาครั้งแล้วครั้งเล่า จนในที่สุด กลับเป็นฝ่ายคลื่นมหาศาลที่ล้อมกรอบเขาไว้เริ่มหยุดชะงัก
พวกกางเขนเหล็กออกันอยู่รอบนอก จ้องมองลาสเตอร์ที่อยู่กึ่งกลาง แสงไฟจากปากกระบอกปืนดังขึ้นเป็นระยะๆ แต่ไม่มีตัวไหนกล้าพุ่งเข้ามาอีก รอบตัวของลาสเตอร์ ศพของกางเขนเหล็กกองทับถมกันเป็นชั้นหนา ส่วนบนร่างกายของเขาก็เต็มไปด้วยบาดแผลทั้งเล็กและใหญ่ ทั้งรอยกระสุนปืนและรอยที่เกิดจากดาบ
การบาดเจ็บเหล่านี้คือราคาที่เขาต้องจ่ายในการขับไล่กางเขนเหล็กมาหลายระลอก ใครๆ ก็ดูออกว่าลาสเตอร์อยู่ในสภาพอ่อนแรงถึงขีดสุด ทั้งพละกำลังและความสามารถในการรักษาตัวเองก็ถึงขีดจำกัดแล้ว แต่กลับไม่มีกางเขนเหล็กตัวไหนกล้าเสี่ยงเข้ามาเชือดซ้ำแม้แต่ตนเดียว
พวกมันถูกมนุษย์เพียงคนเดียวคนนี้ฆ่าจนหวาดกลัวไปแล้ว การเลือกประโยชน์และหลีกเลี่ยงภัยร้ายเป็นยีนที่สลักอยู่ในกระดูกของสิ่งมีชีวิตทุกชนิด แม้แต่กางเขนเหล็กก็ไม่มีข้อยกเว้น ในเวลานี้ เมื่อเผชิญหน้ากับลาสเตอร์ สัญชาตญาณแห่งความกลัวและการเอาชีวิตรอดได้บดบังความกระหายเลือดและความปรารถนาในการทารุณของพวกกางเขนเหล็กไปจนหมดสิ้น
ไม่มีใครอยากถูกลาสเตอร์ลากลงน้ำไปด้วยในวินาทีสุดท้ายเพียงเพื่อไปทำดีให้ผู้อื่น ในสถานการณ์เช่นนี้ กางเขนเหล็กกลับสู้พวกซอมบี้ไร้สมองไม่ได้เสียด้วยซ้ำ หากเป็นซอมบี้ ป่านนี้ลาสเตอร์คงถูกคลื่นศพกลืนหายไปนานแล้ว และถูกรุมกินอย่างเอร็ดอร่อยราวกับกินเนื้อพระถังซำจั๋ง
ทั้งสองฝ่ายเข้าสู่ภาวะชะงักงันชั่วขณะ หากสถานการณ์ดำเนินต่อไปเช่นนี้ เป้าหมายในการถ่วงเวลาของ
ลาสเตอร์ก็จะสำเร็จในไม่ช้า แต่ในจังหวะนั้นเอง ลาสเตอร์ก็เคลื่อนไหวอย่างกะทันหัน เขาออกแรงถีบพื้นจนร่างดีดตัวออกไป แม้ว่าบริเวณรอบตัวเขาจะดูว่างเปล่าไม่มีอะไรเลยก็ตาม
วินาทีต่อมา คมมีดได้กรีดผิวหนังบริเวณลำคอของลาสเตอร์จนเป็นรอยเลือด ซึ่งเฉียดฉิวจากการตัดหลอดลมของเขาไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ปากกระบอกปืนลูกโม่พ่นประกายไฟออกมา การยิงรัวแบบง้างนก สาดกระสุนหัวหุ้มเปลือกโลหะทั้งหมดที่อยู่ในลูกโม่จนหมดเกลี้ยงภายในเวลาหนึ่งวินาที
ภายใต้การโจมตีอย่างต่อเนื่องของกางเขนเหล็ก ลาสเตอร์ไม่มีเวลาเปลี่ยนกระสุนเลย ดังนั้นเขาจึงใช้มีดปลายปืนทรงเหลี่ยมในการต่อสู้ระยะประชิดก่อนหน้านี้ กระสุนที่อยู่ในลูกโม่ชุดปัจจุบันคือกระสุนสำรองชุดสุดท้ายสำหรับการต่อสู้นี้ แต่ในตอนนี้ลาสเตอร์กลับใช้มันทั้งหมดไปกับอากาศที่อยู่ข้างกาย
เรื่องนี้ยังไม่จบสิ้น ในทันทีที่การยิงรัวแบบง้างนกสิ้นสุดลง ลาสเตอร์ก็เหวี่ยงปืนลูกโม่ทิ้งไปทันที ตามด้วยการใช้เท้าเตะปืนไรเฟิลซุ่มยิงที่วางอยู่บนขาตั้งข้างๆ ปืนไรเฟิลซุ่มยิงที่ยาวเพรียวหมุนคว้างกลางอากาศ ก่อนจะถูกลาสเตอร์คว้าไว้ได้อย่างมั่นคง เขาลั่นไกปืนขณะที่ยังลอยอยู่กลางอากาศ เป็นการซุ่มยิงในระยะประชิดแทบจะชิดใบหน้ากันเลยทีเดียว กระสุนแกนเหล็กหมุนควงพุ่งออกไปท่ามกลางประกายไฟ
และแล้ว พร้อมกับเสียงที่กระสุนทะลุผ่านร่าง กระสุนหัวแหลมสำหรับซุ่มยิงนั้นก็หยุดนิ่งอย่างกะทันหันในอากาศที่ว่างเปล่า