- หน้าแรก
- หอบรรณศาลาแห่งราตรีนิรันดร์
- บทที่ 17 ฮิลติน่า คุณดูเหมือนขนมปังไส้ถั่วแดงที่น่าอร่อยเลยล่ะ
บทที่ 17 ฮิลติน่า คุณดูเหมือนขนมปังไส้ถั่วแดงที่น่าอร่อยเลยล่ะ
บทที่ 17 ฮิลติน่า คุณดูเหมือนขนมปังไส้ถั่วแดงที่น่าอร่อยเลยล่ะ
บทที่ 17 ฮิลติน่า คุณดูเหมือนขนมปังไส้ถั่วแดงที่น่าอร่อยเลยล่ะ
บริเวณรอยต่อระหว่างเขตเมืองชั้นในและย่านท่าเรือ ฮิลติน่าชักดาบเรียวออกจากหัวใจของกางเขนเหล็กตนหนึ่ง ร่างสีเทาซีดตรงหน้าล้มตึงลงกับพื้น พร้อมกับสาดกระเซ็นของเลือดสีดำเข้มดุจน้ำหมึก
เสียงปืนที่ดังระรัวระเบิดขึ้นจากด้านหลังของฮิลติน่า มันคือปืนไรเฟิลอัตโนมัติแบบแม็กกาซีนจานกลม ซึ่งเป็นอาวุธที่ยังอยู่ในขั้นตอนการทดสอบและยังไม่ถูกนำมาใช้งานจริงในยุคสมัยนี้
กางเขนเหล็กที่ได้รับการเสริมสมรรถภาพทางกายมีฝีมือการยิงปืนที่แม่นยำมาก และจังหวะการลั่นไกก็เฉียบคมอย่างยิ่ง พวกมันเลือกจังหวะที่ฮิลติน่ากำลังเบี่ยงตัวรับมือกับกางเขนเหล็กที่พุ่งเข้ามาจากด้านหน้า ซึ่งเป็นช่วงที่เธอไม่มีเวลาพิจารณาสิ่งรอบข้างพอดี ตามหลักเหตุผลแล้วเธอไม่มีทางรอดพ้นความตายไปได้
แต่ฮิลติน่าก็ยังตอบโต้ได้ทันท่วงที ดวงตาของเธอทอประกายแสงสีเงินเจิดจ้า และดาบเรียวในมือก็ถูกปกคลุมด้วยชั้นแสงสีเงินยวง
การเคลื่อนไหวของกางเขนเหล็กผู้ติดเชื้อทั้งหมดที่อยู่ตรงหน้า วิถีการบินของกระสุน การไหลเวียนของลมพายุ เสียงอึกทึกครึกโครม... สภาพแวดล้อมรอบตัวของฮิลติน่ากลายเป็นภาพสโลว์โมชัน สิ่งเดียวที่ไม่เปลี่ยนแปลงคือดาบเงินในมือของเธอ
นี่คือผลจากการเปิดใช้งานคมมีดแห่งราตรี คมมีดแห่งราตรีของฮิลติน่าสามารถมอบแนวคิดเรื่อง "อาวุธ" ให้กับสิ่งของใดๆ ก็ได้ และทำให้เธอสามารถควบคุมและเชี่ยวชาญสิ่งนั้นได้อย่างสมบูรณ์ ต่อให้เป็นเด็กที่ไร้กำลังถือเพียงกิ่งไม้ ก็สามารถสร้างพลังทำลายล้างได้เหมือนกับทหารที่เจนจัดในการเหวี่ยงดาบยาว
และเดิมทีฮิลติน่าก็เป็นจอมดาบที่ผ่านการเคี่ยวกรำมาอย่างหนัก ดาบเรียวที่ชื่อว่าประกายแสงแห่งรุ่งอรุณเล่มนี้ได้เคียงข้างเธอผ่านการต่อสู้ในโลกราตรีมานับครั้งไม่ถ้วน... ดังโน้นเมื่อเธอเปิดใช้งานคมมีดแห่งราตรี ประสบการณ์การเหวี่ยงดาบนับพันนับหมื่นครั้งจึงได้รับการยกระดับขึ้นสู่ขอบเขตใหม่
เธอเข้าสู่สภาวะ "ใจสมาธิ" อันพิเศษ วิถีกระสุนปืนที่ยิงไขว้กันนับสิบนัด จุดอ่อนในการเคลื่อนไหวของศัตรู จุดเปราะบางของวงล้อมที่พวกกางเขนเหล็กสร้างขึ้น... ทุกอย่างกลายเป็นกระแสข้อมูลที่ซับซ้อนไหลบ่าเข้าสู่จิตวิญญาณของฮิลติน่า และถูกวิเคราะห์รวมถึงตัดสินในชั่วพริบตา จนกลายเป็นสิ่งที่ชัดเจนและมีร่องรอยให้ติดตาม
หากจะใช้คำพูดจากนิยายกำลังภายในในชาติก่อนของลาสเตอร์ มันก็คือสิ่งที่เรียกว่า "จิตใจดาบกระจ่างแจ้ง มนุษย์และดาบหลอมรวมเป็นหนึ่ง"
เคร้ง เคร้ง เคร้ง เคร้ง เสียงใสๆ ดังขึ้นต่อเนื่อง การแทงที่รวดเร็วดุจสายฟ้าแลบวาบขึ้นในชั่วพริบตา ปัดป้องกระสุนทั้งหมดที่พุ่งเข้ามาได้ทันท่วงที
ในเวลาเดียวกัน ลาสเตอร์ที่อยู่ข้างกายเธอก็ลั่นไกปืนเช่นกัน กระสุนหัวหุ้มเปลือกโลหะหมุนควงพุ่งออกไป
จุดที่กระสุนตกไม่ใช่หน้าอกหรือศีรษะของมือกางเขนเหล็ก เพราะเยื่อหุ้มเหล็กที่ปกป้องจุดสำคัญทำให้พวกมันไม่ตายจากการโจมตีเพียงครั้งเดียว และการใช้ปืนลูกโม่แบบซิงเกิลแอ็กชันดวลกับปืนไรเฟิลอัตโนมัติก็ไม่มีประโยชน์ ลาสเตอร์จึงเล็งไปที่ข้อมือที่ถือปืนของกางเขนเหล็กตนนั้น
ท่ามกลางประกายไฟจากปากกระบอกปืน ปืนไรเฟิลอัตโนมัติที่สร้างความลำบากให้ทั้งคู่มานานก็หลุดจากมือร่วงลงพื้น และถูกฝูงกางเขนเหล็กที่เหยียบย่ำตามมาเบียดบังจนมิด
ลาสเตอร์ยิงปืนต่อเนื่องไปทางด้านข้างทั้งสองฝั่ง กระสุนเข้าเป้าท่อส่งก๊าซหุงต้มริมถนนอย่างแม่นยำ ประกายไฟที่กระเด็นออกมาจุดระเบิดก๊าซที่รั่วไหล ม่านไฟอันร้อนระอุแผ่ซ่านไปทั่วทั้งถนน ช่วยสกัดกั้นฝีเท้าของพวกกางเขนเหล็กไว้ได้ชั่วคราว
แต่พวกเขาก็ยังหยุดนิ่งไม่ได้ เพราะนอกจากทิศทางที่จากมาแล้ว รอบทิศทางยังมีกางเขนเหล็กที่ถูกเลือดของลาสเตอร์และรูปปั้นเทพนอกรีตดึงดูดให้พุ่งเข้าหาอย่างบ้าคลั่ง
หากเปลี่ยนเป็นมุมมองจากเบื้องบน กลุ่มกางเขนเหล็กในเมืองท่าดีพบลูขณะนี้ก็เปรียบเสมือนคลื่นยักษ์ที่โถมเข้ามา ส่วนลาสเตอร์และฮิลติน่าก็คือคนที่หนีกลับเข้าฝั่งไม่ทันก่อนน้ำขึ้น และทำได้เพียงถูกคลื่นไล่ล่าจนเกือบจะสิ้นชีพ
ทั้งสองวิ่งมุ่งหน้าไปยังย่านท่าเรือที่มองเห็นอยู่ลางๆ ในระยะไกล นี่คือการเดินทางช่วงสุดท้าย แต่พวกเขาทำได้เพียงเดินเท้าเท่านั้น
ม้าสีแดงตัวใหญ่ก่อนหน้านี้ไม่อยู่แล้ว มันถูกกระสุนหลงยิงเข้าที่ขาซ้ายขณะกำลังกระโดดหลบกับดักสัตว์ที่พวกกางเขนเหล็กวางไว้บนพื้น สิ่งเดียวที่ลาสเตอร์ทำได้คือกดไกปืนใส่ศีรษะของม้าแดงตัวนั้นก่อนที่มันจะถูกฝูงกางเขนเหล็กรุมทึ้ง
"ทุกคนต้องตาย"
นั่นคือคำพึมพำของลาสเตอร์ในตอนนั้น ฮิลติน่าไม่รู้ว่าคำว่า "ทุกคน" นั้นรวมถึงตัวพวกเขาเองด้วยหรือไม่
สิบนาทีต่อมา ลาสเตอร์และฮิลติน่าปรากฏตัวในย่านท่าเรือด้วยสภาพร่างกายที่เปรอะเปื้อนไปด้วยเลือด
ย่านท่าเรือแตกต่างจากเขตที่พักอาศัยที่มีบ้านเรือนและประชากรหนาแน่น ที่นี่มีผู้คนเบาบางกว่ามาก มีเพียงคลังแสงและโรงงานหม้อต้มไอน้ำตั้งเรียงรายอยู่
ลาสเตอร์ก้มมองนาฬิกาแล้วหยุดฝีเท้าลง "พักสักหน่อยเถอะ"
เปรี้ยง—!
สิ้นเสียงของลาสเตอร์ เสียงฟ้าร้องก็ดังสนั่น
ฮิลติน่าเงยหน้าขึ้นโดยสัญชาตญาณ เห็นเพียงท้องฟ้าที่เมื่อครู่ยังแดดจ้า บัดนี้กลับถูกปกคลุมด้วยเมฆครึ้ม
ไม่กี่วินาทีต่อมา ฝนก็ตกหนักโครมลงมา แสดงถึงสภาพอากาศที่แปรปรวนของเขตชายฝั่งได้อย่างถึงที่สุด
ลาสเตอร์โน้มตัวลง ใช้มือยันเข่าพลางหอบหายใจอย่างหนักท่ามกลางสายฝน "กางเขนเหล็กใช้การดมกลิ่นในการแกะรอยเป็นหลัก แต่ฝนที่ตกหนักจะชะล้างร่องรอยเลือดออกไป ในช่วงเวลาสั้นๆ พวกมันจะหาเราไม่เจอ"
ดวงตาของฮิลติน่าที่มีแสงสีเงินจางๆ วาบขึ้นแล้วหายไป กลับคืนสู่ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนดั้งเดิม
พวกกางเขนเหล็กที่รู้จักใช้ปืน แถมยังรู้จักวางกับดักล่วงหน้าเหล่านี้ รับมือได้ยากกว่าพวกซอมบี้ในหนังมาก
การหลบหนีตลอดทางนี้ การใช้แรงกายยังเป็นเรื่องรอง แต่เพื่อจะปัดป้องกระสุนปืน ฮิลติน่าจำเป็นต้องเปิดใช้งานคมมีดแห่งราตรีตลอดเวลา เข้าสู่สภาวะที่ลาสเตอร์เรียกว่า "โหมดจอมดาบ"
สภาวะนี้สูญเสียพลังจิตใจอย่างมหาศาล การใช้งานต่อเนื่องทำให้จิตวิญญาณของเธอเกือบจะแห้งเหือด ในตอนนี้เส้นประสาทที่เคยตึงเครียดได้ผ่อนคลายลง ความเหนื่อยล้าและความง่วงงุนจึงจู่โจมเข้ามาดุจระลอกคลื่น
ทว่า ในช่วงเวลาแห่งความเผลอเรอและผ่อนคลายเพียงชั่วพริบตานั้น จิตใจของฮิลติน่าก็พลันมีความปรารถนาในการทารุณอย่างสุดโต่งพุ่งพล่านออกมา
เธอมองดูลัสเตอร์ที่อยู่ตรงหน้า และรู้สึกว่าอีกฝ่ายเหมือนกับตุ๊กตาผ้าที่สะอาดสะอ้าน จนอดไม่ได้ที่จะอยากฉีกทึ้งเขาให้เป็นชิ้นๆ
ในสมองของเธอถึงขั้นปรากฏภาพที่แขนขาของตุ๊กตาที่ชื่อลาสเตอร์ถูกแยกออกจากกัน เศษผ้าที่เป็นไส้ในและฟันเฟืองจักรกลกระจัดกระจายเต็มพื้น... เหลือเพียงศีรษะอันหล่อเหลาที่แขวนอยู่บนร่างที่พังยับเยิน แล้วถูกมือของเธอเองบิดศีรษะนั้นหมุนทวนเข็มนาฬิกาสามร้อยหกสิบองศา เป็นภาพที่งดงามยิ่งนัก
ฮิลติน่าสะดุ้งสุดตัว คมมีดแห่งราตรีและลำดับรถศึกถูกกระตุ้นให้ทำงานโดยอัตโนมัติ เปลวไฟสีเงินจางๆ ลุกโชนขึ้นในดวงตา จี้ห้อยคอแต่ละชิ้นในอกเสื้อทอแสงเจิดจ้า ตราเวทอันงดงามปรากฏขึ้น
เนิ่นนานหลังจากนั้น ฮิลติน่าถึงสามารถสะกดกลั้นความปรารถนาในการทารุณที่ไร้ที่มาในใจไว้ได้สำเร็จ เปลวไฟสีเงินในดวงตาค่อยๆ ดับลง
ที่แขนขวาของเธอ รอยกางเขนสีดำสนิทค่อยๆ จางลงภายใต้การชะล้างของสายฝน และในที่สุดก็เลือนหายไปจากผิวพรรณอันขาวนวล
ฮิลติน่าฝืนละสายตาจากลาสเตอร์ที่มีแรงดึงดูดมหาศาลต่อเธอ เพราะกลัวว่าหากมองนานกว่านี้อีกเพียงนิดเดียว ความปรารถนาที่จะบิดหัวเขาให้หลุดจะกลายเป็นการกระทำจริงๆ
"ลาสเตอร์ ตอนนี้ฉันรู้สึกว่าคุณเหมือนตุ๊กตาผ้าที่สวยงาม ส่วนฉันก็เป็นเด็กเกเรที่อยากจะฉีกของเล่นให้ขาดใจจะขาด"
"ปรากฏการณ์ปกติ" ลาสเตอร์ไม่ได้เงยหน้าขึ้น "แม้จะไม่มีแผลติดเชื้อ แต่กล่องตะกั่วก็ไม่สามารถปิดผนึกรูปปั้นนั้นได้สมบูรณ์แบบ ยังคงมีการปนเปื้อนรั่วไหลออกมาเล็กน้อย ทำให้คุณได้รับผลกระทบไปโดยไม่รู้ตัว"
"แต่ดูเหมือนว่าลำดับขั้นของคุณจะมีระดับที่สูงพอ และจิตใจก็เข้มแข็งมาก ในสภาวะที่ไม่มีบาดแผลเปิดโดยตรง อาการของโรคระบาดกางเขนเหล็กจึงถูกกดไว้ได้ชั่วคราว"
น้ำเสียงของเขายังคงราบเรียบท่ามกลางสายฝน "จะว่าไป ตอนนี้คุณฮิลติน่าในสายตาของฉัน ก็ดูเหมือนขนมปังไส้ถั่วแดงที่น่าอร่อยและเย้ายวนใจมากเลยล่ะ..."
"จนน่าเผลอตัวอยากจะกัดเปลือกสีขาวนวลให้แตก แล้วสัมผัสกับรสชาติอันยอดเยี่ยมของไส้ถั่วแดงหวานฉ่ำที่ระเบิดออกมาในปาก"