เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 10 ปรมาจารย์แห่งการยิงรัว

บทที่ 10 ปรมาจารย์แห่งการยิงรัว

บทที่ 10 ปรมาจารย์แห่งการยิงรัว


บทที่ 10 ปรมาจารย์แห่งการยิงรัว

เมื่อผ่านประตูลับและเดินลงบันไดไป สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาคือระเบียงทางเดินอันมืดสลัว

ทางเดินว่างเปล่า ไร้เงายามเฝ้าระวังอย่างที่ฮิลติน่าคาดไว้

แต่เมื่อลองคิดดูดีๆ ก็สมเหตุสมผลอยู่ ลัทธินอกรีตเล็กๆ ที่เพิ่งก่อตั้งได้ไม่ถึงครึ่งปี จะเอาอะไรมากมาย

แค่ทำประตูลับได้แนบเนียน แล้วจัดเวรยามเฝ้าด้านนอกคฤหาสน์ได้ขนาดนี้ก็นับว่าสุดความสามารถแล้ว... ขืนจะให้มีระบบรักษาความปลอดภัยแน่นหนา ต้องผ่านด่านตรวจสอบเจ็ดแปดชั้นเหมือนฐานลับในหนัง ก็ดูจะใจร้ายกับพวกสาวกลัทธิที่เพิ่งตั้งตัวพวกนี้เกินไปหน่อย

ลาสเตอร์และฮิลติน่าเดินผ่านทางเดินมืดมิด ไฟสีเหลืองนวลบนผนังกระพริบติดๆ ดับๆ

“จะว่าไป สาย ‘รถศึก’ อย่างพวกคุณ พอขึ้นถึงระดับ 3 ก็เก่งแบบเมื่อกี้กันทุกคนเลยเหรอครับ?”

ลาสเตอร์เอ่ยถาม

สิ่งที่เขาพูดไม่ใช่การเยินยอ พลังทำลายล้างที่ฮิลติน่าแสดงให้เห็นเมื่อครู่เกินความคาดหมายของเขาไปมากจริงๆ

แม้แค่ชื่อ ‘รถศึก’ ก็พอบอกได้ว่าเป็นสายบู๊ และฮิลติน่าก็ระดับสูงกว่าเขาถึง 2 ขั้น

แต่ไอ้การเอาดาบแสงมาฟันกระสุนเนี่ย... สำหรับโลกไนท์เวิลด์ที่มีแค่ปืนลูกโม่กับปืนไรเฟิลระบบลูกเลื่อน มันออกจะโกง ไปหน่อยไหม

เมื่อเทียบกับสาย ‘หอคอย’ ของเขาที่ทำได้แค่ปล่อยคลื่นจิตข่มขู่ชาวบ้าน พลังของเขาดูเหมือนลูกเมียน้อยที่ไนท์เวิลด์กับเทพแห่งความเงียบงันเก็บมาเลี้ยงชัดๆ

ไอ้บ้าที่ไหนเป็นคนบาลานซ์เกมฟะเนี่ย?

ลาสเตอร์อดนึกถึงฝ่ายปรับสมดุลเกม ในบริษัทเกมชาติก่อนไม่ได้ หมอนั่นปกติไม่ค่อยพูดค่อยจา แต่ชอบแอบยิ้มชั่วร้ายใส่หน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นพักๆ

“ ‘รถศึก’ เป็นแค่ชื่อลำดับขั้นที่ฉันสังกัด ไม่ใช่ชื่อฉันสักหน่อย”

ผมชี้โด่   บนหัวฮิลติน่ากระตุกเบาๆ

“แล้วก็ไม่ได้เวอร์ขนาดที่คุณคิดหรอก ฉันถือเป็นกรณีพิเศษในระดับ 3... ขอแค่ผ่านไนท์เวิลด์ได้อีกสักครั้ง ฉันก็มั่นใจว่าจะข้ามขั้นไปสู่ระดับต่อไปได้แล้ว”

“อีกอย่าง เพื่อความไม่ประมาท เมื่อกี้ฉันไม่ได้ใช้แค่พลังของสายรถศึก แต่ยังใช้ ‘คมมีดแห่งราตรี’ ของตัวเอง ด้วย”

“คมมีดแห่งราตรี?”

“อืม คมมีดแห่งราตรี — ‘คมดาบที่ไนท์เวิลด์มอบให้แก่เหล่าสาวก’ ฉันเข้าใจความหมายของชื่อนี้แบบนั้นนะ”

ฮิลติน่าเรียบเรียงความคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะอธิบาย “ถ้าเปรียบเทียบว่าลำดับขั้นต่างๆ คืออาชีพ  ที่ต่อให้ไม่ต้องเข้าไนท์เวิลด์ ก็สามารถเรียนรู้ สวมบทบาท และฝึกฝนจนกลายเป็นผู้มีพลังพิเศษได้”

“คมมีดแห่งราตรี ก็คือพรและการคุ้มครองที่ไนท์เวิลด์มอบให้สาวก และเป็นพลังพิเศษเฉพาะตัวที่นักเดินทางแห่งราตรีแต่ละคนมีไม่เหมือนกัน”

“เท่าที่ฉันรู้ ยังไม่เคยมีคมมีดแห่งราตรีที่ซ้ำกันเลย”

ฝีเท้าของเธอหยุดลงเล็กน้อย “รอให้คุณหลุดพ้นจากเงาสะท้อนประวัติศาสตร์นี้ไปได้ และกลายเป็นนักเดินทางแห่งราตรีเต็มตัว ถึงตอนนั้นคุณก็น่าจะได้รับคมมีดแห่งราตรีที่เป็นของคุณเองเหมือนกัน”

“เขาว่ากันว่า ‘คมมีดแห่งราตรี’ คือการปรากฏเป็นรูปร่างของภาพทิวทัศน์ในจิตใจ  ของนักเดินทางแห่งราตรีแต่ ละคน บอกตามตรง ฉันชักอยากรู้แล้วสิว่าโลกภายในใจของคุณจะสะท้อนออกมาเป็นคมมีดแห่งราตรีแบบไหน”

แน่นอนว่า... ทั้งหมดนี้อยู่บนเงื่อนไขที่ว่า พวกเราต้องรอดชีวิตออกไปจากเมืองท่าดีพบลูให้ได้ก่อน

ประโยคนี้ฮิลติน่าไม่ได้พูดออกมา แต่ทั้งสองคนต่างก็รู้ดีอยู่แก่ใจ

สุดทางเดินคือประตูบานใหญ่ที่ปิดสนิท

แสงสว่างลอดผ่านช่องว่างใต้ประตูออกมาให้เห็นลางๆ

ลาสเตอร์เดินไปที่หน้าประตู หยิบปืนลูกโม่สีเงินออกมา เล็งไปที่กลอนประตู

ปัง——

กลอนประตูถูกยิงขาดกระจุย ประตูเปิดออกตามแรงถีบ

“ห้ามขยับ! นี่เจ้าหน้าที่จากกรมตำรวจเขตตะวันตก”

“เราได้รับคำสั่งจากท่านส.ส. ทาลิส ให้มาตรวจค้นซ่องโจรแห่งนี้!”

หลังประตูไม้คือแท่นบูชาหิน ตรงกลางรายล้อมด้วยอุปกรณ์ประกอบพิธีและเครื่องเซ่นไหว้มากมาย มีรูปปั้นเหล็กสีดำทมิฬตั้งตระหง่านอยู่

ชายวัยกลางคนในชุดชาวประมงกำลังยืนจัดเตรียมข้าวของอยู่หน้าแท่นบูชา เมื่อเห็นคนสองคนพังประตูเข้ามา แววตาของเขาก็ฉายแววเคียดแค้นชิงชัง

“ไอ้แก่ทาลิสอีกแล้วเหรอ!”

“ข้ากะแล้วเชียว ว่ามันต้องจ้องจะเอาของวิเศษของท่านผู้นั้น”

“ต่อให้พิธีกรรมล้มเหลว ข้าก็ไม่มีวันยอมให้มันสมหวังเด็ดขาด!”

พูดจบ หัวหน้าลัทธิในคราบชาวประมงก็หยุดมือจากการจัดของ คว้าปืนลูกซองที่วางอยู่ข้างๆ ขึ้นมา แต่ไม่ได้เล็งไปที่ลาสเตอร์หรือฮิลติน่า เขากลับหันปากกระบอกปืนไปที่รูปปั้นกลางแท่นบูชาแทน

ปัง ปัง ปัง, ปัง ปัง ปัง——

เสียงปืนดังรัวเร็ว 6 นัดซ้อน

ไม่ใช่ฝีมือของหัวหน้าลัทธิ แต่เป็นลาสเตอร์ที่ลั่นไกก่อน

กระสุนสามนัดแรกเจาะทะลุข้อมือซ้าย ข้อมือขวา และกระดูกสันหลังช่วงเอวของชายวัยกลางคน ส่งผลให้ปืน ลูกซองร่วงหลุดมือ ร่างกายและใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด

ทันใดนั้น สีหน้าเจ็บปวดของเขาก็แข็งค้าง

กระสุนสองนัดเจาะเข้าที่หน้าอก อีกหนึ่งนัดเจาะเข้ากลางกบาล

เทคนิคการยิงแบบโมซัมบิก

กระสุนสามนัดที่เหลือเข้าเป้าจุดตายอย่างแม่นยำ ปลิดชีพชายคนนั้นพร้อมกับเลือดที่สาดกระจาย

“แม่นมาก” ฮิลติน่าหรี่ตามองด้วยความทึ่ง

แค่ยิงแม่นเฉยๆ สำหรับเธอไม่ใช่เรื่องแปลก ด้วยสมรรถภาพร่างกายที่ได้จากสาย ‘รถศึก’ ฮิลติน่าทำคะแนนสอบยิงปืนจริงที่มหาวิทยาลัยดวงดาวได้เต็มทุกครั้งอยู่แล้ว

แต่ลาสเตอร์ใช้ปืนลูกโม่แบบซิงเกิลแอ็กชัน และการยิง 6 นัดหมดโม่ภายใน 2 วินาทีเมื่อกี้ มันเกินขีดจำกัดทางทฤษฎีของปืนรุ่นเก่าคร่ำครึแบบนี้ไปแล้ว

คำอธิบายเดียวที่เป็นไปได้คือ เขาใช้เทคนิคที่เรียกว่า ‘การยิงรัวแบบง้างนก’  ครูฝึกยิงปืนของฮิลติน่าเคยพูดถึงเทคนิคนี้ หลักการคือการใช้มือข้างหนึ่งตบง้างนกสับอย่างต่อเนื่องในขณะที่อีกมือเหนี่ยวไกค้างไว้ เพื่อลดระยะเวลาระหว่างการยิงแต่ละนัดลงอย่างมาก

แต่เทคนิค ง้างนกสับอย่างต่อเนื่อง (Fanning) นอก จากจะต้องการความชำนาญขั้นสูงแล้ว โดยเนื้อแท้มันคือการแลกความแม่นยำกับความเร็ว เป็นเทคนิคสาดกระสุนเพื่อกดดันศัตรู ยิงออกไป 6 นัด เข้าเป้าสัก 1-2 นัดก็นับว่าเก่งแล้ว

แต่ลาสเตอร์ดันใช้เทคนิคสาดกระสุนนี้ ยิงเข้าเป้าแม่นยำราวกับจับวาง

ไม่ต้องสงสัยเลยว่า เมื่อเทียบกับทักษะการชงเหล้าหรือแกะสลักที่เขาโชว์ให้เห็นก่อนหน้านี้... นี่ต่างหากคือพรสวรรค์ที่แท้จริงของลาสเตอร์ ซึ่งถูกหล่อหลอมและขัดเกลานับหมื่นครั้งในการวนลูปนรกของเมืองท่าดีพบลู จนฝังลึกเข้าไปในจิตวิญญาณ

“ช่วยไม่ได้นี่ครับ พูดถึงการหาความบันเทิงใส่ตัว จะมีอะไรน่าตื่นเต้นไปกว่าการดวลสไนเปอร์กับตำรวจทั้งเมืองและกองทัพเรือหลวงอีกล่ะ?”

เขาหมุนโม่ปืน เทปลอกกระสุนที่ใช้แล้วออกทีละนัด “ยิงบ่อยเข้า ต่อให้ฝีมือห่วยแตกแค่ไหน ก็กลายเป็นเทพเจ้าปืนได้ทั้งนั้นแหละ”

ลาสเตอร์คิดว่าถ้าเขาไม่ขยันหาวิธีเล่นใหม่ๆ ในเมืองท่าดีพบลู... ตั้งแต่เล่นเป็นเกม RPG ยันเกมยิง FPS จาก Red Dead Redemption ไปจนถึง GTA Vice City หรือเปลี่ยนบทบาทจากแบทแมนไปคอสเพลย์เป็นโจ๊กเกอร์... ป่านนี้เขาคงเป็นบ้าไปแล้วในลูปนรกที่ไร้ทางเยียวยานี้

“สรุปว่า รสนิยมแย่ๆ เมื่อกี้ก็เป็นส่วนหนึ่งของการหาความบันเทิงของคุณด้วยสินะ? ขนาดคนตายยังจะหลอกได้ลงคอ” ฮิลติน่าเหลือบมองศพหัวหน้าลัทธิ

ไอ้คนซวยนี่จนตายก็ยังเข้าใจผิดว่าลัทธิของตัวเองล่มจมเพราะส.ส. ทาลิสที่ไม่เคยเห็นหน้าค่าตามาก่อน

“อันนี้ไม่ใช่ครับ”

ลาสเตอร์ส่ายหน้า “ยังไงหมอนี่ก็เป็นหัวหน้าลัทธิ หรือพูดง่ายๆ ก็เป็นสาวกของเทพมาร...”

“ถึงโอกาสจะน้อย แต่ใครจะไปรู้ว่าเทพมารอาจจะนึกครึ้มอกครึ้มใจ ชุบชีวิตสาวกตัวเองขึ้นมาเมื่อไหร่ก็ได้”

“เราหลอกมันไว้แบบนี้ ถ้าเกิดมันฟื้นขึ้นมาจริงๆ คนแรกที่มันจะไปคิดบัญชีก็คือส.ส. ทาลิส ไม่ใช่พวกเรา”

“ฟังดูแล้ว รสนิยมแย่กว่าเดิมอีกนะเนี่ย”

จบบทที่ บทที่ 10 ปรมาจารย์แห่งการยิงรัว

คัดลอกลิงก์แล้ว