- หน้าแรก
- หอบรรณศาลาแห่งราตรีนิรันดร์
- บทที่ 5 เคลียร์ลูปนรกที่ไร้ทางเยียวยานี้ให้จบสิ้นเสียที
บทที่ 5 เคลียร์ลูปนรกที่ไร้ทางเยียวยานี้ให้จบสิ้นเสียที
บทที่ 5 เคลียร์ลูปนรกที่ไร้ทางเยียวยานี้ให้จบสิ้นเสียที
บทที่ 5 เคลียร์ลูปนรกที่ไร้ทางเยียวยานี้ให้จบสิ้นเสียที
ลาสเตอร์กลับมานั่งลงที่เดิม ปรับสีหน้ากลับเป็นปกติ
ราวกับศพที่ใบหน้าบิดเบี้ยวสยดสยองนอนตาไม่หลับอยู่ไม่ไกลนั้นไม่มีตัวตนอยู่จริง
เขาผายมือออก “ผมรู้อยู่แล้วครับว่าตัวเองเป็นมนุษย์ที่มีชีวิตจิตใจ ไม่ต้องให้คุณหนูฮิลติน่าคอยย้ำเตือนหรอก”
‘ฮิลติน่า’ คือชื่อที่เขาได้ยินจากปากของหญิงสวมหน้ากาก
ทว่าใบหน้าเคร่งขรึมของฮิลติน่ากลับไม่ได้ผ่อนคลายลงเพราะคำหยอกล้อของลาสเตอร์เลยแม้แต่น้อย
แม้จะยืนยันได้แล้วว่าลาสเตอร์ไม่ใช่ภาพเงาฉาย แต่เป็นมนุษย์จริงๆ ทว่าปริศนาที่รายล้อมรอบตัวเขากลับไม่ได้ลดน้อยลงเลย กลับยิ่งเพิ่มมากขึ้นเสียด้วยซ้ำ
ไนท์เวิลด์นั้นเต็มไปด้วยอันตราย
แม้แต่นักเดินทางแห่งราตรีที่มีใบผ่านทางและได้รับพรจากเทพเจ้าแห่งความเงียบงัน ก็ยังอยู่ได้เพียงช่วงเวลาสั้นๆ ในแต่ละครั้งเท่านั้น
แต่ลาสเตอร์กลับไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับไนท์เวิลด์หรือใบผ่านทาง แต่กลับสามารถใช้ร่างมนุษย์เอาชีวิตรอดในไนท์เวิลด์มาได้อย่างยาวนานขนาดนี้ เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่แค่การ ‘บังเอิญหลงเข้ามา’ ธรรมดาๆ แน่
ยิ่งไปกว่านั้น เขายังใช้ความสามารถที่ดูคล้ายกับ ‘ลำดับหอคอย’ อีกด้วย
เท่าที่ฮิลติน่ารู้ เส้นทางลำดับขั้นสายนี้ได้สูญหายไปจากโลกปัจจุบันนานแล้ว เหลือเพียงบันทึกกระจัดกระจายไม่กี่ประโยคในหน้าประวัติศาสตร์เก่าแก่เท่านั้น
“เมื่อคนเรามีเวลาว่างมากจนเกือบจะไร้ขีดจำกัด ก็ย่อมต้องหาอะไรพิสดารทำแก้เบื่อเป็นธรรมดา อย่างเช่นการฝึกพลังพิเศษอะไรเทือกนั้น”
“ถึงแม้ในเมืองท่าดีพบลูจะไม่มีเวทมนตร์อลังการ หรือพลังปราณที่ฝึกจนถึงขั้นสุดยอดได้... แต่ผมก็มั่วจนได้อะไรบางอย่างออกมาเหมือนกัน”
ลาสเตอร์มองปืนลูกโม่สีเงินในมือ
“ก็ไอ้เจ้านี่แหละครับ ถ้าจะเรียกตามภาษาของคุณ ก็คงเป็นสิ่งที่เรียกว่า ‘ลำดับขั้น’ สินะ”
“การใช้พลังนี้สำหรับผมไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ตอนแรกๆ มันจะมีโอกาสน้อยนิดที่จะทำงานก็ต่อเมื่อผมเข้าใกล้ความตายจริงๆ แบบเฉียดนรกเท่านั้น”
“หลังจากปรับปรุงและฝึกฝนมานับครั้งไม่ถ้วน ผมถึงสามารถใช้การสะกดจิตตัวเองกระตุ้นให้มันทำงานได้ตามใจสั่ง”
ที่ลาสเตอร์เอาปืนจ่อขมับแล้วเหนี่ยวไกก่อนหน้านี้ ไม่ใช่เพราะอยากทำเท่
แต่เพราะท่าทางนั้น คือ ‘การชี้นำทางจิตใจ’ ที่เขาสร้างขึ้นมาให้ตัวเอง
ในวินาทีที่เหนี่ยวไก ภายในจิตใต้สำนึก ตัวตนที่ชื่อ ‘ลาสเตอร์’ ได้ถูกฆ่าตายไปจริงๆ แล้วครั้งหนึ่ง
ฮิลติน่ายังคงเงียบ
แม้เธอจะเป็นผู้ก้าวเดินบนเส้นทางลำดับขั้นเช่นกัน แต่พลังของเธอนั้นได้มาจากการสืบทอดความรู้อันสมบูรณ์ในโลกความเป็นจริง ผ่านการเรียนรู้และฝึกฝนมาอย่างยาวนาน
การไม่พึ่งพาความรู้ที่สืบทอดมา แต่กลับสร้างเส้นทางลำดับขั้นสายใหม่ขึ้นมาเองจากความว่างเปล่า... เรื่องแบบนี้เธอไม่เคยได้ยินมาก่อน
ฮิลติน่าเคยแอบคิดเล่นๆ ว่าลาสเตอร์อาจจะเหมือนกับนักเต้นรำจากลำดับเงาคนนั้น ที่ใช้วิธีพิเศษติดตามเธอเข้ามาในไนท์เวิลด์ แล้วกุเรื่องการวนลูปเวลามาหลอกเธอ
แต่สัญชาตญาณของฮิลติน่าปฏิเสธข้อสันนิษฐานนี้ทันที
ฝ่ายตรงข้ามแสดงออกถึงความคุ้นเคยกับโลกใบนี้มากเกินไป ไม่เหมือนเธอกับหญิงสวมหน้ากากที่เป็นผู้มาเยือนซึ่งแปลกแยกจากสถานที่แห่งนี้อย่างชัดเจน
แต่เขา... ราวกับใช้ชีวิตอยู่ในเมืองท่าเล็กๆ แห่งนี้มายาวนานจนเป็นส่วนหนึ่งของมันจริงๆ
“เรื่องพวกนั้นช่างมันเถอะ”
“ถ้าผมเดาไม่ผิด ตอนที่คุณเข้ามาในเมืองท่าดีพบลู คุณน่าจะได้รับคำขออะไรบางอย่างจากไนท์เวิลด์ หรือจะเรียกว่า ‘ภารกิจบังคับ’ ก็ได้ ใช่ไหมครับ?”
“เพราะตัวตนที่สร้างไนท์เวิลด์ขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นเทพเจ้าแห่งความเงียบงันหรือไม่ ย่อมต้องมีจุดประสงค์บางอย่างแน่นอน”
ฮิลติน่าพยักหน้าเล็กน้อย
“ถูกต้อง”
“ภารกิจไนท์เวิลด์ที่ฉันได้รับในครั้งนี้ คือการเอาชีวิตรอดในเมืองท่าดีพบลูให้ได้จนถึงเวลาหนึ่งทุ่มตรงของวันที่ 9 ตุลาคม”
ฮิลติน่าเงยหน้ามองนาฬิกาแขวนผนัง ตอนนี้เป็นเวลาตีหนึ่งของวันที่ 9 ตุลาคม
“เทียบกับเสียงสะท้อนแห่งไนท์เวิลด์ที่ฉันเคยผ่านมา ภารกิจครั้งนี้ถือว่าเงื่อนไขง่ายมาก”
“นั่นหมายความว่า นอกจากนักเดินทางแห่งราตรีจะฆ่าแกงกันเองแล้ว ที่นี่ต้องมีอันตรายบางอย่าง หรือ ‘หายนะ’ ซ่อนอยู่อย่างแน่นอน...”
“การจะอยู่รอดในเมืองท่าดีพบลูให้ได้ถึงหนึ่งทุ่มคืนนี้ ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย”
เพราะต้องการสืบหาอันตรายที่แฝงอยู่ เธอจึงเลือกเข้ามาหาข่าวในโรงแรมแห่งนี้
แต่ไม่นึกเลยว่า กลุ่มลูกค้าของโรงแรมนี้จะ ‘พิเศษ’ กว่าที่คิด
ลาสเตอร์เหลือบมองฮิลติน่าแวบหนึ่ง “ในโลกของคุณ ไม่มีบันทึกประวัติศาสตร์อย่างละเอียดเกี่ยวกับ
เมืองท่าดีพบลูเลยเหรอครับ?”
“ไม่มี”
ฮิลติน่าส่ายหน้า
“ประวัติศาสตร์ในโลกปัจจุบัน มีช่วงเวลาที่ว่างเปล่าเมื่อพันปีก่อน เรียกว่า ‘ยุคสมัยสีซีดขาว’ ”
“ประวัติศาสตร์ของอารยธรรมและยุคสมัยก่อนหน้า ‘ยุคสมัยสีซีดขาว’ ทั้งหมด ราวกับถูกม่านหมอกปกคลุมจนไม่สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้”
“ความรู้ทั้งหมดเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ก่อนยุคนั้น ล้วนมาจากการสำรวจไนท์เวิลด์ทั้งสิ้น”
“ฉันรู้แค่ว่าเมืองท่าดีพบลูล่มสลายเพราะพิธีกรรมอัญเชิญเทพเจ้าอันลึกลับ”
“และหลังจากเมืองท่าดีพบลูล่มสลายได้ไม่กี่สัปดาห์ โรคระบาดที่ชื่อ ‘กางเขนเหล็ก’ ซึ่งมีต้นตอมาจากที่นี่ ก็แพร่ระบาดไปทั่วทวีป”
“ส่วนรายละเอียดเกี่ยวกับพิธีกรรมอัญเชิญเทพและโรคระบาดที่ตามมา ข้อมูลที่หลุดออกมาจากไนท์เวิลด์ไม่ได้บันทึกไว้”
เธอมองลาสเตอร์ ในใจเริ่มคาดเดาอะไรบางอย่างได้ลางๆ “หรือว่าคุณหมายถึง...”
“ดูเหมือนไนท์เวิลด์จะไม่ค่อยเป็นมิตรกับสาวกของเทพเจ้าแห่งความเงียบงันอย่างพวกคุณเท่าไหร่นะ”
ลาสเตอร์ส่ายหน้า
“น่าเสียดายครับ พิธีกรรมอัญเชิญเทพเจ้าที่คุณพูดถึง มันเกิดขึ้นในเวลาโพล้เพล้ของวันที่ 9 ตุลาคมนี่แหละ”
“หรือก็คือตอนหกโมงครึ่ง อีก 17 ชั่วโมงนับจากนี้”
“และนั่นก็คือ ‘จุดจบ’ ของวันนี้ที่ผมต้องเวียนว่ายตายเกิดมานับครั้งไม่ถ้วน”
“พูดง่ายๆ ก็คือ—”
“ถ้าคุณอยากจะรอดชีวิตในเมืองท่าดีพบลูไปให้ถึงหนึ่งทุ่ม คุณก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเผชิญหน้ากับ ‘เทพมารโบราณ’ ที่ตื่นขึ้นอย่างสมบูรณ์”
รูม่านตาสีน้ำตาลอ่อนของฮิลติน่าหดเกร็ง
ไนท์เวิลด์บันทึกเสียงสะท้อนของประวัติศาสตร์จากยุคสมัยเก่าแก่ที่แตกต่างกันมากมาย ช่วงเวลาห่างกันมหาศาล
ในเสียงสะท้อนแต่ละแห่ง รูปแบบอารยธรรม วัฒนธรรม และระบบพลังเหนือธรรมชาติที่รุ่งเรืองล้วนแตกต่างกันไป
แต่ทว่า ไม่ว่าจะในยุคสมัยใด หรือภาษาใดก็ตาม—
ความหมายของคำว่า ‘เทพเจ้า’ นั้นเหมือนกันหมด
ฮิลติน่าไม่คิดว่าเมื่ออยู่ต่อหน้าเทพมารโบราณที่ฟื้นคืนชีพ เธอจะมีจุดจบที่ต่างไปจากพวกคนพื้นเมืองที่เป็นแค่เงาฉายซึ่งถูกทำลายล้างด้วยคลื่นพลังจากการจุติของเทพเจ้า
เธอไม่คาดคิดเลยว่า ในทางเข้าไนท์เวิลด์ที่ถูกค้นพบจากโบราณสถานและถูกปิดผนึกมาเนิ่นนานแห่งนี้...
จะซ่อนอันตรายระดับที่เรียกได้ว่า ‘ตายเก้า รอดหนึ่ง’ ไม่สิ... ต้องเรียกว่า ‘ตายสิบ ไม่มีรอด’ เลยต่างหาก
“ดูเหมือนว่าเราจะมีเป้าหมายเดียวกัน และนั่นคือพื้นฐานของความร่วมมือ”
“ใบผ่านทางที่คุณบอกว่าทำให้กลายเป็นนักเดินทางแห่งราตรีและเข้าออกไนท์เวิลด์ได้อย่างอิสระ... ในตัวผู้หญิงที่ตายไปเมื่อกี้ก็น่าจะมีอยู่ชุดหนึ่งสินะ”
“งั้นเรามาแลกเปลี่ยนกันเถอะครับ”
ลาสเตอร์ลุกขึ้นยืนอีกครั้ง มองตรงมาที่ฮิลติน่า
“ผมจะช่วยให้คุณทำภารกิจไนท์เวิลด์สำเร็จ ให้คุณมีชีวิตรอดจนถึงหนึ่งทุ่มของวันนี้”
“และเพื่อเป็นการแลกเปลี่ยน...”
เขาเว้นจังหวะเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยออกมาทีละคำอย่างชัดเจน
“ผมต้องการให้คุณช่วยผม”
“เปลี่ยนเมืองท่าดีพบลูที่วนลูปอย่างไม่มีที่สิ้นสุดและไร้ทางเยียวยานี้...”
“ให้ ‘เคลียร์เกม’ อย่างสมบูรณ์แบบเสียที”