- หน้าแรก
- เมื่อผมปลดล็อกระบบคำใบ้ ในหอคอยไร้สิ้นสุด
- บทที่ 8 เครื่องมือ
บทที่ 8 เครื่องมือ
บทที่ 8 เครื่องมือ
บทที่ 8 เครื่องมือ
"ตัวมันใหญ่แค่ไหนกันแน่?"
คุณเคตบไหล่อีกฝ่ายเบาๆ เพื่อให้เขาใจเย็นลง
"สูงประมาณสามถึงสี่เมตรได้ ทั้งตัวมันขดตัวอัดแน่นอยู่ในทางเดิน"
เฉียวเจ๋อ ขมวดคิ้ว จากคำบอกเล่าเพียงอย่างเดียว เขาจินตนาการไม่ออกเลยว่าสัตว์ประหลาดตัวนั้นตัดหัวเสี่ยวไป๋ได้อย่างไร
ไม่มีกรงเล็บแหลมคม ไม่มีส่วนปากที่น่ากลัว แล้วมันทำได้ยังไง?
ใช้พละกำลังบิดจนขาดหรือ? ถ้าเป็นอย่างนั้น แรงของมันคงมหาศาลจนน่าตกตะลึง
ยิ่งเฉียวเจ๋อคิดก็ยิ่งรู้สึกแปลกใจ ทำไมเสี่ยวไป๋ถึงไปตายที่ห้องโถง แถมก่อนตายยังไม่มีเสียงร้องสักแอะ?
ไม่สิ บางทีเขาอาจไม่ได้ตายที่ห้องโถง แต่หัวของเขาแค่ถูกโยนไปไว้ที่นั่น
หวังอี้อี ยังคงเป็นคนที่ยากจะเชื่อใจได้อยู่ดี
อาจเป็นเพราะผลของพรสวรรค์ หมาป่าโดดเดี่ยว ที่ทำงานอยู่ เขาไม่เคยไว้ใจใครในห้องนี้อย่างสนิทใจ และมันเป็นความไม่ไว้วางใจที่ไร้เหตุผล
ราวกับว่าการต้องกลมกลืนไปกับฝูงชนทำให้เขารู้สึกอึดอัดอย่างที่สุด
หวังอี้อีและคุณเครับหน้าที่เฝ้ายามกะที่สอง
เมื่อเห็น จี้เฉิง ที่ดูขวัญเสีย หวังอี้อีจึงตัดสินใจให้ เหล่าเฮย รับหน้าที่เฝ้ายามกะที่สามเพียงลำพัง
เหล่าเฮยไม่ติดใจอะไร และเรื่องนี้ก็ทำให้จี้เฉิงมองหวังอี้อีในแง่ดีขึ้นเล็กน้อย
เฉียวเจ๋อหลับตาลง มองแสงสลัวจากเทียนไขสีขาว แล้วความง่วงงุนก็เข้าครอบงำเขาอีกครั้ง...
......
ช่วงเช้ามืดของวันที่สาม จู่ๆ เฉียวเจ๋อก็สะดุ้งตื่น แต่ครั้งนี้เป็นเพราะฝันร้าย
ในฝัน เขาได้กลายเป็นเด็กผู้หญิงตัวน้อยคนนั้นอีกครั้ง
ร่างของผู้ชายที่เลือนรางจับเธอมัดไว้และเฆี่ยนตีเธอไม่หยุด
เธอพร่ำร้องขอความเมตตา แต่ผู้ชายคนนั้นกลับเริ่มวาดวงเวทย์ประหลาดบนพื้นใต้เท้าของเธอ โดยใช้เลือดที่ไหลรินออกมาจากตัวเธอเป็นน้ำหมึก
ทันทีที่วงเวทย์กำลังจะสมบูรณ์ จู่ๆ ชายคนนั้นก็ใช้มีดสับที่คอของตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า
จนกระทั่งศีรษะทั้งหัวหลุดกระเด็น มือของชายคนนั้นจึงตกลงข้างลำตัวอย่างหมดแรง
ดวงตาของหัวที่หลุดออกมาจ้องเขม็งมาที่เธอ เฉียวเจ๋อรู้สึกเย็นวาบไปทั่วไขสันหลัง แล้วเขาก็สะดุ้งตื่นจากความฝัน
ดูเหมือนจะสังเกตเห็นความเคลื่อนไหวของเฉียวเจ๋อ เหล่าเฮยจึงค่อยๆ เดินเข้ามาหา
"ฝันร้ายเหรอเจ้าหนู?"
เฉียวเจ๋อพยักหน้า ตอนนี้เขาตื่นเต็มตาแล้ว ไม่เหลือความง่วงงุนอีกต่อไป
ทำไมเขาถึงฝันแบบนี้? เป็นเพราะได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์พวกนี้หรือเปล่า?
"ลูกชายฉันก็เหมือนนายนั่นแหละ หลับไม่ค่อยสนิท ฝันร้ายบ่อยๆ สุขภาพเลยไม่ค่อยดีเท่าไหร่"
การเห็นเฉียวเจ๋อทำให้เขานึกถึงลูกชายตัวเอง ชายวัยกลางคนจึงค่อยๆ เปิดใจและเริ่มเล่าเรื่องลูกชายให้เฉียวเจ๋อฟังเงียบๆ
"ดวงมันไม่ค่อยดี แม่ทิ้งไปตั้งแต่เด็ก"
"เธอตายในอุบัติเหตุรถชน ตอนนั้นลูกชายฉันก็อยู่ในเหตุการณ์ ห่างจากแม่แค่ก้าวเดียว"
"เสียใจด้วยครับ"
"ไม่เป็นไรๆ เรื่องมันนานมาแล้ว"
"เพราะเห็นแม่ตายต่อหน้าต่อตา ตอนนั้นยังเด็กมากเลยช็อกจนฝังใจ ทำให้ฝันร้ายอยู่บ่อยๆ"
"หาหมอมาหมดแล้วทั้งแผนปัจจุบันแผนโบราณ ช่วงนั้นฉันทิ้งความฝันที่จะเป็นนักกีฬา แล้วพาเขาตระเวนไปหาจิตแพทย์เพื่อรักษา"
"หมอบอกว่าจนปัญญา เขาต้องก้าวผ่านมันไปให้ได้ด้วยตัวเอง แม้แต่วิธีสะกดจิตบำบัดก็ใช้ไม่ได้ผล เด็กคนนั้นปิดกั้นหัวใจตัวเองไปแล้ว"
"แต่ตอนนี้มันดีขึ้นมากแล้วนะ เดี๋ยวนี้เข้าสังคมได้ปกติ แถมยังมีแฟนแล้วด้วย"
พูดมาถึงตรงนี้ มุมปากของเหล่าเฮยก็ยกยิ้มจางๆ ก่อนจะรู้ตัวว่าพูดมากเกินไปจึงรีบขอโทษ
"โทษที ฉันมัวแต่พูดเรื่องตัวเอง ว่าแต่เจ้าหนู นายยังไม่เคยบอกชื่อตัวเองเลยนี่นา"
เฉียวเจ๋อพูดไม่ออกเล็กน้อย
เขาบอกชื่อกับทุกคนไปแล้วชัดๆ แต่คงเพราะความจืดจางของตัวเองทำให้ทุกคนลืมไปอีกแล้ว
"เฉียวเจ๋อ เรียกผมว่าเฉียวเฉยๆ ก็ได้"
"ฉันชื่อ จี้เฮยถู่ เรียกว่าเหล่าเฮยเหมือนเดิมนั่นแหละ"
เฉียวเจ๋อยิ้มก่อนจะเอ่ยแซว
"ทำไมถึงชื่อ 'เฮยถู่' (ดินดำ) ล่ะครับ?"
"ตอนแม่คลอดฉัน พ่อฉันตายบนดินดำพอดี พวกเขาเลยตั้งชื่อฉันว่าเฮยถู่"
เฉียวเจ๋อเหงื่อตก ดูเหมือนชะตาชีวิตของเหล่าเฮยคนนี้จะอาภัพพิลึก
"เสียใจด้วยครับ"
"ไม่เป็นไรๆ เรื่องมันนานมาแล้ว"
พอรู้ตัวว่าบทสนทนามันวนลูป เหล่าเฮยก็เกาหัวแก้เก้อและไม่พูดอะไรอีก
ทั้งสองคนนั่งมองเทียนไขสีขาวเงียบๆ สักพักความง่วงก็เริ่มกลับมาหาเฉียวเจ๋อ เขาค่อยๆ ผล็อยหลับไปอีกครั้ง
บางทีการได้คุยสัพเพเหระกับเหล่าเฮยอาจช่วยเบี่ยงเบนความสนใจจากเรื่องเครียดๆ ในปราสาท ทำให้เขาไม่ฝันร้ายอีก
......
บ่ายวันที่สาม
ทุกคนมารวมตัวกันอีกครั้ง
เพื่อให้ได้ไอเทมมากขึ้นและยืนยันว่าสัตว์ประหลาดจะไม่ออกมาเพ่นพ่านตอนกลางวัน ทุกคนจึงใช้เวลาทั้งวันค้นหาทั่วปราสาท
หลังจากทุ่มเทแรงกายไปหนึ่งวัน แม้จะยังเปิดห้องใต้หลังคาไม่ได้ แต่พวกเขาก็ได้ไอเทมมาสองชิ้น
"ไอเทมภารกิจ: กุญแจสนิมเขรอะ
ผลลัพธ์: เปิดประตูห้องลับ
คำอธิบาย: เมื่อคุณพบประตู บางทีคุณอาจจะเข้าใกล้ความจริงอย่างไม่มีที่สิ้นสุด"
"ไอเทมภารกิจ: ตุ๊กตาหมี
ผลลัพธ์: ตายแทนเจ้าของได้หนึ่งครั้ง
คำอธิบาย: คุณคิดว่าคุณรอดแล้วเหรอ?"
ทุกคนนำไอเทมมารวมกัน (ยกเว้นคันธนูในกระเป๋าของเฉียวเจ๋อ)
"เชือกสำหรับพันธนาการ โคมระย้าสำหรับหลบภัย ตุ๊กตาสำหรับตายแทน กุญแจสำหรับไขปริศนา... ยกเว้นกุญแจแล้ว ดูเหมือนอย่างอื่นจะเป็นมาตรการป้องกันตัวชั่วคราวทั้งนั้น"
หลี่เล่อ สรุปความ
"คำอธิบายของกุญแจบอกว่ามีประตู แต่เราเช็กห้องทุกห้องในปราสาทแล้วนะ"
คุณเคดูงุนงง
"ยังมีห้องใต้หลังคานะ"
หวังอี้อีเตือนความจำ
"ไม่มีประโยชน์ เราลองแล้ว ประตูห้องใต้หลังคาไม่มีแม้แต่รูให้เสียบกุญแจด้วยซ้ำ"
"งั้นวันนี้พอแค่นี้ก่อนเถอะ รีบกลับเข้าห้องแล้วเอาของขวางประตูไว้ดีกว่า"
หวังอี้อีทำท่าจะลุกขึ้นกลับห้อง แต่จี้เฉิงดึงแขนเขาไว้
"พวกนายไม่สังเกตเหรอว่าช่วงเวลากลางวันมันสั้นลงเรื่อยๆ?"
"ฉันก็รู้สึกเหมือนกัน"
คุณเคพูดสนับสนุน
"ก่อนที่คุณจะทัก ฉันก็นึกว่าฉันคิดไปเองซะอีก เพราะที่นี่ไม่มีนาฬิกาบอกเวลาเลย"
หวังอี้อีขนลุกซู่ เขานั่งลงตามเดิมแล้วเสนอข้อสันนิษฐานที่น่ากลัวออกมา
"ถ้าความรู้สึกเรื่องเวลาของเราไม่ผิดเพี้ยน และกลางวันสั้นลงจริงๆ นั่นหมายความว่าเวลาที่เราจะเคลื่อนไหวได้ก็น้อยลงเรื่อยๆ"
"เวลาสำหรับการค้นหาความจริงกำลังลดลง ส่วนสัตว์ประหลาดก็มีเวลาไล่ล่าเรามากขึ้น"
แต่หลี่เล่อกลับยิ้มอย่างไม่ยี่หระแล้วพูดว่า "แค่เราเอาของขวางประตูให้แน่นหนา ก็นอนยาวๆ ไปจนถึงวันที่สิบได้แล้วน่า"
"ฮ่าๆ"
ดูเหมือนจะติดเชื้อความมองโลกในแง่ดีมาจากหลี่เล่อ คุณเคจึงหัวเราะออกมาเบาๆ
ยังไงซะเมื่อวานก็ไม่มีใครตาย ทำให้เส้นประสาทที่ตึงเครียดของทุกคนผ่อนคลายลงบ้าง
"ช่างเถอะ กลับห้องกันก่อน พระอาทิตย์จะตกดินแล้ว"
......
วันนี้เป็นเวรของเหล่าเฮยและจี้เฉิงที่ต้องเฝ้ายามกะแรก เฉียวเจ๋อจึงหลับตาลงเพื่อถนอมแรงกายและค่อยๆ เข้าสู่ห้วงนิทรา
โชคดีที่ครั้งนี้เขาไม่ฝันร้ายเรื่องเดิมต่อ
"ปัง! ปัง! ปัง!"
เสียงสัตว์ประหลาดกระแทกประตูดังขึ้นอีกครั้ง เฉียวเจ๋อเริ่มชินกับมันบ้างแล้ว ขณะที่เขากำลังจะพลิกตัวนอนต่อ ก็ได้ยินเสียงตะโกนอย่างเร่งรีบของเหล่าเฮยดังลั่น
"เร็วเข้า! มาช่วยกันดันประตูหน่อย แรงมันเยอะกว่าเดิมอีก!"