เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่10 : ผมจะดูแลคุณอย่างดี (5)

บทที่10 : ผมจะดูแลคุณอย่างดี (5)

บทที่10 : ผมจะดูแลคุณอย่างดี (5)


บทที่10 : ผมจะดูแลคุณอย่างดี5)

 

 

รถตู้ของซินเจียและรถของกู่หยูเซิงยังคงอยู่ที่เดิม  แทบจะไม่ได้เคลื่อนไปไหนเลย  เนื่องจากบนท้องถนนในยามนี้รถค่อนข้างติดมาก

ดูเหมือนว่ากูหยูเซิงจะเริ่มรู้สึกตัวว่าซินเจียจ้องมองดูเขาอยู่นานแล้ว   เขาจึงเหลือบมองไปยังอีกฝั่งของถนนที่เธอนั่งอยู่  ในขณะที่กำลังจุดบุหรี่มวนใหม่ในมือ

ในแววตาของเขาไม่ปรากฏระลอกคลื่นใดๆ  ซินเจียเองก็เลยไม่แน่ใจว่า  เขามองเห็นเธอไหม  หรือเขามองเห็นแต่แกล้งทำเป็นไม่เห็นเธอกันแน่  แต่สุดท้ายแล้วเขาก็เอาบุหรี่ที่จุดแล้วในมือขึ้นมาสูบ  ก่อนจะค่อยๆเลื่อนมือไปกดปุ่มปิดหน้าต่าง  และกระจกหน้าต่างก็ค่อยๆเลื่อนขึ้นจนปิดสนิท

ด้วยฟิล์มของรถเขาค่อนข้างทึบ ทำให้มันลายเป็นเหมือนประตูที่กั้นการถูกจ้องมองจากซินเจียไปโดยปริยาย

หลังจากที่ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองมาเรียบร้อยแล้ว  การจราจรก็เริ่มโอเคขึ้น  ไม่ได้แออัดมากเท่าก่อนหน้านี้  กู่หยูเซิงเองก็ทำราวกับว่ากลัวเธอจะมองเขาอีก  เขารีบเร่งความเร็วของรถ  ก่อนจะขับแซงรถคันข้างหน้าอีกประมาณสองสามคันจากนั้นรถของเขาก็หลอมรวมเข้ากับการจราจรที่คับคั่ง  ก่อนจะหายไป

ตอนนี้ไม่ว่าเธอจะเป็นใคร  จะเป็นผู้หญิงที่เขาลืมไปแล้วเมื่อสองปีก่อนหรือ เป็นผู้หญิงที่อยู่กับเขาภายใต้ตัวตนของคนอื่นหลังจากนั้นอีกสองปีมันก็คงไม่มีอะไรแตกต่างกันเพราะทั้งกู่หยูเซิงและ ซินเจียก็คงเป็นเหมือนโลกสองใบที่ไม่ทางมาบรรจบกันได้

ซินเจียหันไปมองที่หน้าต่างอีกครั้ง   พลางกระพริบตาถี่ๆเพื่อไล่หยดน้ำตาที่คลออยู่  ก่อนจะปิดกระจกหน้าต่างรถขึ้น  และค่อยๆเอนหลังลงที่พนักพิงรถเบาๆก่อนจะหลับตาแน่น

เมื่อรถเคลื่อนตัวเข้าสู่เมือง  โจวจิงผู้จัดการส่วนตัวของเหลียงดูโขว่ก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมารับสายก่อนจะตอบกลับปลายสาย “ใช่....โอเค”  เมื่อวางสายเธอก็หันไปบอกคนขับว่า  “ไปสโมสรมาเจสติก”

เมื่อได้ยินดังนั้นซินเจียก็ค่อยๆลืมตาขึ้น  ก่อนจะมองไปที่โจวจิงด้วยสายตาที่ปนสงสัย

โจวจิงรู้ว่าเธอจะถามอะไร  เธอเลยชิงอธิบายก่อน  “มีบัตรเชิญให้เข้าร่วมงานเลี้ยงจากคุณลู่บันเฉิง”

โจวจิงหยุดชะงักไปชั่วครู่  ก่อนจะนึกขึ้นมาได้ว่าเธอไม่ใช่เหลียงดูโขว่ตัวจริง  จึงพูดต่อว่า   “เธอเป็นเพื่อนไฮโซของเหลียงดูโขว่”

ซินเจียเข้าใจดีว่าเธอรับค่าจ้างในการทำงานมาแล้ว   แม้ว่าเธอจะไม่เต็มใจที่จะไปเข้าร่วมงานเลี้ยงนี้สักแค่ไหน  เธอก็คงไม่สามารถปฏิเสธอะไรได้  ดังนั้นเธอจึงปฏิบัติตามคำขอของโจวจิงโดยไม่มีการคัดค้านใด ๆ

งานเลี้ยงอาหารกลางวันที่สโมสรมาเจสติกกำลังจะเริ่มขึ้นเมื่อตอนที่โจวจิงได้รับโทรศัพท์ ดังนั้นเมื่อเธอมาถึง  ห้องจัดเลี้ยงก็เต็มไปด้วยผู้คนแล้ว

ห้องขนาดเกือบ150 ตารางฟุตที่ตอนนี้คลาคล่ำไปด้วยผู้คนมากมายจนทำให้โต๊ะอาหารยาวเหยียดขนาดสองหลาทั้งสองโต๊ะไม่มีเก้าอี้ว่างเหลือเลยสักที่

ลู่บันเฉิงที่เป็นเจ้าของงาน  เมื่อเห็นพวกเธอเดินมาถึงจึงรีบสั่งให้พนักงานเสิร์ฟไปเอาเก้าอี้มาเพิ่มให้อีกสองตัวทันที

เนื่องด้วยตอนนี้โต๊ะอาหารทั้งสองโต๊ะแน่นจนเกินกว่าที่จะวางเก้าอี้สองตัวไว้ที่โต๊ะเดียวกันได้แล้ว  พนักงานเสิร์ฟจึงเอาเก้าอี้ไปวางไว้โต๊ะละตัวแทน

โจวจิงจึงเดินไปนั่งเก้าอี้ว่างที่อยู่ใกล้เธอที่สุด  ส่วนซินเจียจึงเดินไปนั่งเก้าอี้อีกตัวแทน

หลังจากที่นั่งลงแล้วเธอถึงรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ   ก่อนเธอจะหันไปมองที่ด้านขวาของตัวเอง  ใช่…เป็นเขา  กู่หยูเซิงนั่งอยู่ห่างจากเธอไม่มากนัก  ในมือข้างหนึ่งของเขาถือบุหรี่  และกำลังนั่งฟังคนข้างๆพูดอย่างตั้งใจ

ห้องจัดเลี้ยงส่วนตัวนี้ค่อนข้างเสียงดังมากเพราะถึงแม้ว่าเธอจะนั่งอยู่ไม่ไกลจากเขานัก  แต่เธอก็แทบไม่ได้ยินว่า  พวกเขากำลังคุยเรื่องอะไรกันอยู่

และสำหรับกู่หยูเซิงนั้นความสนใจทั้งหมดของเขาก็คือคนที่เขาพูดด้วยดังนั้นเขาจึงไม่สังเกตเห็นเลยว่ามีเก้าอี้เสริมอีกตัวอยู่ข้างๆเขา

แทบจะไม่มีใครจำซินเจียที่อยู่ใต้เงาของเหลียงดูโขว่ได้เลย  จนกระทั่งมีสาวสวมแว่นคนหนึ่งตะโกนเรียกชื่อเหลียงดูโขว่ออกมาและเมื่อกู่หยูเซิงได้ยิน  เขาก็หยุดสูบบุหรี่ในมือทันที

ไม่กี่วินาทีต่อจากนั้นเขาก็ค่อยๆหันมา และมองดูซินเจียอย่างเงียบ ๆ

ซินเจียที่เพิ่งจะยืนขึ้นและยกแก้วไวน์ในมือชนกับคนอื่นๆ  รู้สึกประหม่าจนตัวแข็งทื่อเมื่อรับรู้ได้ว่ากู่หยูเซิงกำลังจ้องมองมาที่เธออยู่

แต่ก็ถือว่าเป็นโชคดีของเธอเหมือนกับตอนที่นั่งรถออกมาจากสนามบินเพราะกู่หยูเซิงมองเธอแค่ชั่วครู่เท่านั้น  ไม่อย่างนั้นเธอคงทำตัวไม่ถูกแน่ๆ

กู่หยูเซิงไม่ได้พูดคุยกับเธอเลยสักคำ และซินเจียเองก็ไม่ได้ใจกล้าถึงขนาดที่จะไปเป็นฝ่ายชวนเขาคุยก่อนอยู่แล้ว

เขามองเธอแค่แวบเดียวแล้วก็ละสายตาไป  เขาทำท่าราวกับว่าเธอไม่มีตัวตนและหันกับไปคุยกับคนที่นั่งอยู่ข้างๆเขาต่อ

ซินเจียแกล้งทำตัวปกติทั้งที่ในใจรู้สึกประหม่ามาก  เธอชนแก้วกับคนที่เข้ามาหาเธอทุกคน และดื่มไวน์ในแก้วจนหมดเมื่อเธอวางแก้วไวน์ลง  ซินเจียก็แอบเหลือบมองกู่หยูเซิงเงียบๆ

เธอไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่า  แต่เธอรู้สึกว่าท่าทางของกู่หยูเซิงก่อนที่รู้ว่าเธออยู่ที่นี่ดูผ่อนคลายมากกว่านี้  แต่ตอนนี้ใบหน้าของเขาเหมือนถูกฉาบด้วยความเย็นชาบางๆ

คนที่กำลังคุยอยู่กับกู่หยูเซิงหันมามองหน้าเธอ  ส่วนกู่หยูเซิงกำลังหยิบบุหรี่มวนใหม่ออกมาจากซอง  เมื่อเขาหยิบบุหรี่ได้แล้ว  คนคนนั้นก็ถามเขาว่า  “รู้จักเธอหรือเปล่า ?”

“ไม่”  กู่หยูเซิงตอยด้วยน้ำเสียงเย็นชา  พลางจุดบุหรี่มวนใหม่มาสูบ

“อืม  ฉันก็นึกว่านายรู้จัก  พอดีเมื่อกี้เห็นเธอมองนาย”คนที่กำลังคุยอยู่กับกู่หยูเซิงคิดว่าเธอคงไม่ได้ยินที่เขาพูด  เพราะเขาคิดว่าเธอคงกำลังคุยกับคนอื่นอยู่

กู่หยูเซิงค่อยๆพ่นควันบุหรี่สีขาวออกมาจากปาก  ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันที่แสดงออกถึงความรังเกียจอย่างชัดเจนว่า  “เราคุยเรื่องอื่นกันดีไหม?  อย่าไปพูดถึงเรื่องไร้สาระพวกนั้นเลย”

ซินเจียได้ยินทุกคำที่พวกเขากำลังคุยกัน  เมื่อเธอได้ยินประโยคสุดท้ายที่กู่หยูเซิงพูด  มือของเธอก็เริ่มสั่นจนทำให้ไวน์ในแก้วหกใส่ชายแขนเสื้อของกู่หยูเซิง

“ขอโทษค่ะ  ฉันไม่ได้ตั้งใจ…….”  ซินเจียรีบดึงเอาทิชชู่มา เพื่อจะมาเช็ดให้กู่หยูเซิง

กระดาษทิชชู่ยังไปไม่ทันจะถึงข้อมือดี  เขาก็ทำท่าราวกับว่ากำลังจะโดนงูเห่าฉก  เขาชักมือออก  ลุกขึ้นยืนและเลื่อนเก้าอี้ออก  ก่อนจะพูดกับคนที่อยู่ข้างๆว่า  “ขอตัวนะครับ”  พอพูดจบเขาก็หันหลังและเดินออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว หลังจากนั้นเขาก็ไม่กลับเข้ามาอีกเลย

แน่นอนว่าซินเจียรู้ว่าทำไมเขาถึงไม่กลับมา  นั่นก็เป็นเพราะว่าเธออยู่ที่นี้นะสิ  เขาคงไม่อยากจะนั่งหายใจร่วมกับเธอละมั่ง

เมื่องานเลี้ยงใกล้จะจบลง  ซินเจียก็ใช้ข้ออ้างว่าตนเพิ่งเดินทางกลับมาจากต่างประเทศ  รู้สึกเหนื่อยจากการเดินเลยจะขอตัวกลับบ้านไปพักผ่อนก่อน  เพื่อเลี่ยงออกจากงานเธอกลับออกมาก่อนแต่โจวจิงยังคงอยู่ในงานเลี้ยงต่อ

เนื่องจากเธอดื่มไวน์ไปพอสมควรประกอบกับเดินทางไกลจึงทำให้เธอรู้สึกเมื่อยล้ามาก  เมื่อกลับถึงบ้านเธอก็มุ่งไปที่เตียงนอน  และนอนหลับไปในทันที

ช่วงค่ำๆซินเจียก็ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นอีกครั้งด้วยเสียงโทรศัพท์จากโจวจิง  “ฉันดื่มหนักมากไปหน่อย  กลับเองไม่ไหว  เธอช่วยมารับฉันได้หรือเปล่า”  โจวจิงพูดด้วยน้ำเสียงอ้อแอ้  เธอบอกที่อยู่ที่ต้องไปรับกับซินเจีย  ก่อนจะวางไปอย่างรวดเร็ว

ที่อยู่ที่โจวจิงบอกมา มันเป็นวิลล่าส่วนตัวแห่งหนึ่ง  ซินเจียรู้จักและเคยไปมาก่อน  ดังนั้นเธอจึงค่อนข้างคุ้นทาง

ขณะที่ซินเจียกำลังเดินลงจากรถ  เธอก็เหลือบไปเห็นกู่หยูเซิงผ่านรั้วของวิลล่า  เขากำลังยืนพิงต้นไม้พลางคุยโทรศัพท์ไปด้วย

จบบทที่ บทที่10 : ผมจะดูแลคุณอย่างดี (5)

คัดลอกลิงก์แล้ว