เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 9 : ผมจะดูแลคุณอย่างดี (4)

บทที่ 9 : ผมจะดูแลคุณอย่างดี (4)

บทที่ 9 : ผมจะดูแลคุณอย่างดี (4)


บทที่  9 : ผมจะดูแลคุณอย่างดี4)

 

 

เธอรอสายอยู่ได้ครู่หนึ่ง  ก่อนแม่นมจางจะรับสาย  “สวัสดีค่ะ  ที่นี่คฤหาสน์ตระกูลกู่  ไม่ทราบว่าจะเรียนสายกับใครคะ?”

ซินเจียพูดทักทายแม่นมจางเล็กน้อย  ก่อนจะพูดธุระของตัวเอง “คุณปู่อยู่บ้านไหมคะ?”

“นายท่านเหรอคะ   อยู่ค่ะ  ท่านกำลังเอนกายพักผ่อนอยู่  เดี๋ยวดิฉันจะไปเรียนท่านให้นะคะว่านายหญิงน้อยโทรมา”  ทันทีที่แม่นมจางพูดจบซินเจียก็ได้ยินเสียงฝีเท้าของเธอค่อยๆเดินห่างออกไป  ก่อนสักพักหนึ่งเธอจะได้ยินบนสนทนาแว่วๆระหว่างแม่นมจางกับนายผู้เฒ่ากู่ว่า  “นายท่านคะ  นายหญิงน้อยโทรมาค่ะ”

หลังจากนั้นไม่นานนักเธอก็ได้ยินเสียงนายผู้เฒ่ากู่จากปลายสาย  “เสี่ยวโข่วหรอลูก?”

ซินเจียยังคงไม่ค่อยชินนักเมื่อได้ยินคนเรียกตัวเองว่า“มิสเหลียง”  หรือ   “เสี่ยวโขว่”แม้ว่าตอนนี้เธอจะสวมรอยเป็นเหลียงดูโขว่ได้กว่าหนึ่งเดือนแล้ว  แต่เมื่อมีคนเรียกชื่อของเหลียงดูโขว่ทีไร  กว่าเธอจะขานรับก็ต้องใช้เวลาเกือบสักพักกว่าเธอจะตอบ

ครั้งนี้ก็เหมือนกันเธอหยุดชะงักไปชั่วครู่  ก่อนจะตอบกลับนายผู้เฒ่ากู่  “คุณปู่คะ”  เธอรีบเอ่ยเข้าประเด็นอย่างไม่อ้อมค้อม   “หยูเซิงเพิ่งจะโทรมาบอกหนูว่าคุณปู่อยากให้พวกเราไปงานเลี้ยงการกุศลด้วยกันเย็นนี้”

เธอหยุดครู่หนึ่งก่อนจะพูดต่อ  “แต่หนูต้องขอโทษคุณปู่จริงๆนะคะ  หนูต้องบินไปอเมริกาคืนนี้ค่ะ  เพราะมีคิวหนังที่ต้องเริ่มถ่ายทำกันพรุ่งนี้  หนูคงไปร่วมงานเลี้ยงคืนนี้ด้วยไม่ได้แล้วค่ะ”

อีกด้านหนึ่งของสาย   นายผู้เฒ่ากู่เงียบไปครู่ใหญ่  ก่อนจะพูดว่า  “เสี่ยวโขว่  หยูเซิงเขาไม่อยากให้หนูไปงานด้วยใช่ไหม?”

“ไม่ใช่นะคะ....คุณปู่   มันเป็นเรื่องบังเอิญจริงๆค่ะ”ซินเจียพูดด้วยเสียงกระเง้ากระงอด “ฉากที่หนูต้องไปถ่ายมันเป็นฉากสำคัญจริงๆนะคะ   ถ้าคุณปู่ไม่เชื่อก็โทรถามทีมงานได้เลยค่ะ  หนูจะกล้าโกหกคุณปู่ได้อย่างไรคะ”

นายผู้เฒ่ากู่ถูกซินเจียอ้อนจนหลุดขำออกมา  “ปู่เข้าใจว่างานต้องมาก่อน   ปู่ก็แค่เป็นห่วงกลัวหนูจะโดนเจ้าหยูเซิงมันรังแกเอา  แล้วสุดท้ายหลานสองคนก็จะไม่มีความสุขกันอีก”

หลังจากนั้นเธอก็คุยเป็นเพื่อนกับนายผู้เฒ่ากู่ต่ออีกนิดหน่อย  ก่อนเธอจะวางสาย  และเดินขึ้นไปชั้นบนเพื่อเก็บกระเป๋าเตรียมเดินทาง

จริงๆแล้วเธอก็ไม่ได้โกหกอะไร  ตามกำหนดการเธอมีต้องบินไปถ่ายงานที่อเมริกาจริงๆ  เพียงแต่ว่าตั๋วเครื่องบินที่เธอจองไว้ก่อนหน้านั้นบินพรุ่งนี้  แต่เธอโทรบอกผู้จัดการส่วนตัว  ขอให้เขาเลื่อนตั๋วมาเป็นเย็นวันนี้แทน

หลังจากเก็บสัมภาระเรียบร้อยแล้ว  เธอก็ลากกระเป๋าลงบันไดมาชั้นล่าง

ก่อนที่จะออกจากบ้าน  เธอได้ฝากความให้พ่อบ้านโทรแจ้งกู่หยูเซิงว่า  เธอมีบินด่วนไปถ่ายหนังเย็นนี้ทำให้ไปงานเลี้ยงด้วยไม่ได้  และเธอได้กำชับพ่อบ้านด้วยว่าอย่าลืมบอกเขาว่า  เธอได้แจ้งเรื่องนี้ให้คุณปู่ทราบเรียบร้อยแล้ว  เขาสบายใจได้

ตอนที่พ่อบ้านโทรมากู่หยูเซิงกำลังนั่งทำงานอยู่ที่ห้องส่วนตัวในออฟฟิศ  เมื่อเขามองเห็นเบอร์ที่โทรเข้ามาแล้วจึงกดรับสาย  ก่อนจะยกเอาโทรศัพท์ขึ้นแนบหู  พลางเซ็นเอกสารไปด้วย

“คุณกู่ครับ  มิสเหลียงให้ผมโทรหาคุณ.....”

เมื่อได้ยินคำว่า “มิสเหลียง” เขาก็ขมวดคิ้วและมีประกายบางอย่างเกิดขึ้นในตาของเขาครู่หนึ่ง  ก่อนเขาจะเปลี่ยนน้ำเสียงเป็นน้ำเสียงที่เย็นชาและแข็งกระด้างขึ้นอย่างเห็นได้ชัด  อีกทั้งเขายังทำเป็นเหมือนหูทวนลมเพราะไม่อยากได้ยินเรื่องที่พ่อบ้านกำลังจะพูด

พ่อบ้านพูดต่อด้วยเสียงสั่นๆ ด้วยความกลัว  “มิสเหลียงให้แจ้งว่าเธอมีงานด่วน  ต้องบินไปถ่ายหนังที่อเมริกาเย็นนี้  เพราะฉะนั้นคืนนี้เธอเลยไปงานเลี้ยงพร้อมกับคุณไม่ได้แล้วครับ”

กู่หยูเซิงหยุดเซ็นเอกสารในมือ......

“มิสเหลียงยังให้บอกอีกว่า  เธอได้แจ้งเรื่องนี้กับนายผู้เฒ่ากู่เรียบร้อยแล้วครับ”

กู่หยูเซิงเหมือนจะดูแปลกใจเล็กน้อยเมื่อได้ยินอย่างนั้น  เขานิ่งไปครู่หนึ่ง  ก่อนจะมองไปที่โทรศัพท์มือถือในมืออย่างสงสัย  นี่เขาได้ยินอะไรผิดไปหรือเปล่า  ก่อนเขาจะพูดกับปลายสายอีกครั้ง“อืม......” เขาตอบรับด้วยน้ำเสียงไร้อารมณ์  ราวกับไม่ใส่ใจ

พ่อบ้านค่อนข้างชินแล้วกับการที่เขาหยุดพูดนานๆ แล้วค่อยมาตอบ  และเมื่อเขาตอบรับเช่นนั้นแล้ว  พ่อบ้านจึงกล่าวลาอย่างสุภาพก่อนจะวางสายไป

แม้ว่าพ่อบ้านจะวางสายไปแล้วแต่กู่หยูเซิงก็ยังไม่ได้ยกหูลงในทันที  เขาเอาแนบหูค้างไว้อยู่อย่างนั้นสักพัก  ก่อนที่จะวางมันลงบนโต๊ะ  และนั่งทำงานต่อ  ราวกับว่าเมื่อกี้นี้ไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้น

สิบวันหลังจากนั้น  ซินเจียก็บินกลับมาจากอเมริกา

เครื่องบินลงจอดที่สนามบินนานาชาติปักกิ่งตอนเวลา 10:10 น. ณ  เวลาปักกิ่ง

และเนื่องด้วยอาจจะมีข้อมูลเรื่องไฟล์บินของเธอหลุดออกไป  ทำให้ที่สนามบินตอนนี้คลาคล่ำไปด้วยเหล่าบรรดาแฟนคลับที่มารอต้อนรับการกลับมาของเหลียงดูโข่ว

แม้ว่าซินเจียจะสวมหน้ากากอยู่แต่ก็มีแฟนคลับผู้หญิงคนหนึ่งจำเธอได้ในทันทีตอนที่เธอกำลังเดินออกมาจากเกต

หญิงสาวคนนั้นกรีดร้องด้วยความตื่นเต้น  พลางพูด  “อ๊า.....เหลียงดูโขว่อยู่ตรงนี้ -” ก่อนเหล่าบรรดาแฟนคลับคนอื่นๆที่ยื่นรออยู่ก่อนหน้า  จะรีบกรูเข้าหาเธอทันที  และเพียงเวลาไม่นานนักซินเจียก็ถูกล้อมรอบไปด้วยบรรดาแฟนคลับ

กลุ่มแฟนคลับที่รวมตัวกันอยู่รอบๆซินเจียมีขนาดใหญ่พอสมควร  และมีบางคนตะโกนเรียกชื่อ “เหลียงดูโขว่”  ดังลั่น  ทำให้ผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาบริเวณนั้นเริ่มหยุดมองว่าเกิดอะไรขึ้น

ด้วยความช่วยเหลือจากผู้จัดการส่วนตัวและพนักงานรักษาความปลอดภัยของสนามบิน  พวกเขาใช้เวลาอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะจัดการพาซินเจียหลุดออกมาจากกลุ่มแฟนคลับได้  ก่อนซินเจียจะรีบเดินไปขึ้นรถตู้บริษัทที่จอดรออยู่ก่อนแล้ว

แม้ว่าเธอจะขึ้นมาบนรถตู้แล้วแต่บรรดาแฟนคลับก็ยังคงตามมา  บางคนพยายามที่จะทุบกระจกรถซ้ำๆเพื่อเรียกเธอ  คนขับรถเองก็ไม่กล้าที่จะออกรถแรง  จึงได้แต่ค่อยๆเคลื่อนช้าๆ เพราะกลัวว่าจะทำให้แฟนคลับบางคนได้รับบาดเจ็บ  แต่เมื่อเจ้าหน้าของสนามบินออกมาเคลียร์สถานการณ์ให้อีกรอบทุกอย่างก็เริ่มโอเคขึ้น  คนรถถึงได้เร่งความเร็วและขับออกไปอย่างรวดเร็ว

ซินเจียเหงื่อท่วมไปหมดอาจจะเพราะถูกเหล่าแฟนคลับรุมล้อมอยู่นาน  และแม้ว่าในรถจะเปิดแอร์แต่ก็ยังรู้สึกไม่ค่อยเย็นเท่าไหร่  เธอเองก็เริ่มรู้สึกเบื่อๆ  เลยลดกระจกหน้าต่างลงเพื่อมองวิวและสูดอากาศบริสุทธิ์ข้างนอกสักพัก

บนถนนทางออกจากสนามบินตอนนี้รถติดพอสมควร  อาจจะเพราะเวลานี้มีเครื่องลงจอดพร้อมกันหลายลำ  รถตู้จอดเรียงต่อกันยาวเป็นแถว  ซึ่งแต่ละคันห่างกันแค่ไม่กี่ฟุตเพื่อรอรับผู้โดยสาร  เมื่อซินเจียรู้สึกว่าอากาศในรถเริ่มเย็นขึ้นบ้างแล้วเธอจึงปิดกระจกขึ้น  และขณะที่เธอกำลังจะปิดกระจก  เธอก็ดันเหลือบไปเห็นสายตาที่คุ้นเคยจากรถคันที่จอดอยู่ข้างๆ

ซินเจียหยุดชะงักไปชั่วครู่  เธอจ้องอยู่ประมาณสองถึงสามวินาทีได้  ก่อนจะค่อยๆหันไปมองที่รถ

เธอยังไม่ได้ปิดกระจกขึ้น  ดังนั้นจึงทำให้เธอมองเห็นกู่หยูเซิงที่กำลังนั่งอยู่ตรงที่นั่งคนขับได้อย่างชัดเจน  มือนึงที่กำลังคีบบุหรี่ไว้  ในขณะที่อีกมือประคองพวงมาลัย

รูปหน้าของเขาช่างดูงดงามอย่างไร้ที่ติ  โดยเฉพาะเมื่อยามแสงอาทิตย์สาดส่องผ่านหน้าต่างไปตกกระทบกับผิวขาวเนียนของเขา  มันช่างดูละมุนละไม  ยิ่งเมื่อรวมกับแสงสีแดงริบหรี่ที่ปลายนิ้ว  ยิ่งทำให้ภาพตรงหน้านี้งดงามราวกับภาพวาดในการ์ตูนมังงะเรื่องโปรดที่เธอชอบอ่านตอนเด็กๆ

ซินเจียลืมแม้กระทั่งที่จะปิดกระจกขึ้น  เธอได้แต่เหม่อมองกู่หยูเซิงอยู่อย่างนั้น  ไม่รู้ว่านานแค่ไหน…

จบบทที่ บทที่ 9 : ผมจะดูแลคุณอย่างดี (4)

คัดลอกลิงก์แล้ว