- หน้าแรก
- ระบบคลั่ง คนพลังเทพ
- บทที่ 5 บุคคลที่ไม่อาจล่วงเกิน
บทที่ 5 บุคคลที่ไม่อาจล่วงเกิน
บทที่ 5 บุคคลที่ไม่อาจล่วงเกิน
หวังชินทำท่าจะเอ่ยปากดุหลานชาย แต่แล้วก็ชะงักปากไว้และเลือกที่จะเงียบ เพราะในใจลึกๆ เขาก็อยากจะพิสูจน์ให้เห็นกับตาเหมือนกันว่าหลินตงไหลนั้นศักดิ์สิทธิ์จริงดั่งคำร่ำลือหรือไม่
ตอนแรกข้อมูลเกี่ยวกับหวังยงยังไม่ปรากฏขึ้นมา หลินตงไหลกำลังคิดจะหาข้ออ้างเปลี่ยนเรื่อง แต่ทันใดนั้นข้อมูลชุดหนึ่งก็เด้งขึ้นมาในหัวของเขา
บุคคล: หวังยง อายุ 25 ปี ทายาทหวังป้ากรุ๊ป
ข้อมูล 1: หวังยงได้รับการแนะนำจากเพื่อนสนิทให้นำเงินก้อนโตไปลงทุนในบริษัทใหญ่ที่ดูน่าเชื่อถือแห่งหนึ่ง แต่ความจริงแล้วมันคือ ‘แชร์ลูกโซ่’ ภายในหนึ่งสัปดาห์บริษัทจะล้มละลาย ผู้บริหารจะเชิดเงินหนี และเงินต้นทั้งหมดจะสูญเปล่า
ข้อมูล 2: เมื่อไม่นานมานี้หวังยงได้คบหากับหญิงสาวหน้าตาสะสวยหุ่นดีชื่อ ‘เจียวเจียว’ แต่หารู้ไม่ว่าเจียวเจียวคนนั้นติดเชื้อโรคร้ายที่ใครต่างก็หวาดกลัว... โรคเอดส์
“เป็นไง? พูดไม่ออกล่ะสิ?”
เมื่อเห็นหลินตงไหลเงียบไป หวังยงก็มองด้วยสายตาเหยียดหยาม ทายาทสำนักกุยกู่บ้าบออะไร ก็แค่พวกลวงโลกดีแต่พ่นน้ำลายไปวันๆ
แม้แต่หวังชินก็เริ่มลังเลสงสัย แม้ฆาตกรจะสารภาพว่าไม่มีใครล่วงรู้แผนการ แต่ก็เป็นไปได้ว่าอาจจะเผลอทำพิรุธจนหลุดรอดไปเข้าหูใครเข้าโดยไม่รู้ตัว
“หึๆ”
หลินตงไหลส่ายหน้าเบาๆ แล้วเอ่ยเสียงเรียบ “ที่ฉันไม่พูด ไม่ใช่เพราะพูดไม่ได้... แต่ฉันแค่รู้สึกเวทนานายก็เท่านั้น”
“เล่นลิ้นทำเป็นลึกลับ ไร้สาระสิ้นดี!” หวังยงโกรธจนหน้าแดง
“หุบปากซะ!”
ทันใดนั้นหวังชินก็นึกขึ้นได้ว่าตอนแรกเขาก็ไม่เชื่อเหมือนกัน จึงรีบตวาดหลานชาย แล้วหันมาพูดกับหลินตงไหล “น้องหลิน ไอ้เด็กนี่มันยังเด็กไม่รู้ความ น้องอย่าไปถือสามันเลย รบกวนช่วยบอกพี่หน่อยเถอะว่ามันเป็นยังไง?”
หลินตงไหลปรายตามองหวังยงแวบหนึ่ง ก่อนกล่าวเนิบๆ “พี่หวัง ถ้าไม่เห็นแก่หน้าพี่ วันนี้ผมคงไม่พูดอะไรแม้แต่คำเดียว เพราะเรื่องพวกนี้มันเป็นการแพร่งพรายความลับสวรรค์ พูดมากไปมันจะส่งผลเสียต่อตัวผมเอง”
“ใช่ๆๆ ผู้ยิ่งใหญ่ย่อมมีใจคอกว้างขวาง น้องคงไม่ถือสาหาความเด็กเมื่อวานซืน” หวังชินรีบประจบ คำพูดนี้ยิ่งทำให้หวังยงโกรธจนตัวสั่นแต่ก็ทำอะไรไม่ได้
หลินตงไหลไม่สนใจท่าทีของหวังยง พยักหน้าแล้วกล่าวว่า “เห็นแก่หน้าพี่ ผมจะไม่ถือสาความโง่เขลาของเขา... จากการคำนวณของผม หลานชายพี่คนนี้ไม่เพียงแต่จะมีดวงเสียทรัพย์ครั้งมโหฬาร แต่ยังมีเกณฑ์ชะตาถึงฆาตอีกด้วย!”
“อะไรนะ!”
หวังชินสะดุ้งโหยง รีบซักถามรายละเอียด
ส่วนหวังยงนั้นยิ่งไม่เชื่อเข้าไปใหญ่ ถ้าไม่ติดว่าลุงกดหัวไว้อยู่ เขาคงด่ากราดไปแล้ว
ครั้งนี้เขาได้ข้อมูลวงในมาจากเพื่อนรัก ลงทุนไปก็นอนกินกำไรสบายๆ จะมาเสียทรัพย์บ้าบออะไร ส่วนเรื่องชะตาถึงฆาต นั่นมันเพ้อเจ้อชัดๆ
“ข้อแรก... ช่วงนี้หวังยงทุ่มเงินก้อนโตลงทุนในบริษัทแห่งหนึ่ง บริษัทนี้อีกไม่ช้าจะเกิดเรื่อง” หลินตงไหลไม่ได้พูดตรงๆ ว่าเป็นแชร์ลูกโซ่
“แกก็มั่วไปเรื่อย” หวังยงมองด้วยความดูแคลน “ใช่ ฉันเอาเงินไปลงกับบริษัทแห่งหนึ่งจริง แต่มันสร้างผลกำไรให้ฉันมหาศาล และมันก็จะทำกำไรต่อไปเรื่อยๆ”
หวังชินที่ตอนแรกยังกึ่งเชื่อกึ่งไม่เชื่อ พอได้ยินหลานชายยอมรับว่าเอาเงินไปลงทุนจริงๆ ซึ่งตรงกับคำทำนายไปแล้วครึ่งหนึ่ง เขาก็รีบสอบถามรายละเอียดการลงทุนทันที
หลังจากฟังหลานชายเล่า หวังชินผู้ผ่านโลกธุรกิจมาอย่างโชกโชนก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นทะแม่งๆ และเริ่มปักใจเชื่อหลินตงไหล เขาจึงออกคำสั่งเสียงเฉียบขาดให้หวังยงกลับไปถอนเงินต้นทั้งหมดออกมาทันที เพื่อป้องกันการสูญเสีย
เมื่อเจอคำสั่งประกาศิตจากลุง หวังยงไม่มีทางเลือกจำต้องรับปากไปส่งๆ ในใจนึกแค้นหลินตงไหลแทบตาย ไอ้สิบแปดมงกุฎนี่ทำการบ้านมาดีจริงๆ สืบเรื่องของฉันมาหมดเปลือกเลยสินะ
“แล้วเรื่องอันตรายถึงชีวิตล่ะ?” หวังชินถามต่อ
“เขาคบผู้หญิงคนหนึ่งชื่อ ‘เจียวเจียว’ ใช่ไหม? ผู้หญิงคนนี้ร่างกายมีปัญหา” หลินตงไหลกล่าว
“หุบปากเดี๋ยวนี้! หลินตงไหล แกมันไม่ใช่คน ใส่ร้ายได้แม้กระทั่งผู้หญิงที่ใสซื่อบริสุทธิ์และน่ารักขนาดนั้น!” หวังยงหวงแหนเจียวเจียวมาก ถึงกับระเบิดอารมณ์ออกมา
“น่ารัก? ใสซื่อบริสุทธิ์? เหอะๆ นายนี่มันโง่จนน่าขำจริงๆ!”
ทิ้งท้ายไว้เพียงแค่นั้น หลินตงไหลก็เดินจากไปทันทีโดยไม่ไว้หน้าแม้กระทั่งหวังชิน
หวังยงแทบคลั่งจะวิ่งตามไปเอาเรื่อง แต่ถูกหวังชินตวาดห้ามไว้
ยังไม่ต้องพูดถึงว่าเรื่องจริงหรือเท็จ แค่การที่เขารู้ว่ามีผู้หญิงชื่อเจียวเจียว และรู้เรื่องการลงทุนของหลานชาย ทั้งที่เพิ่งเจอกันวันนี้เป็นครั้งแรก แถมการพาหลานชายมาด้วยก็เป็นความคิดกะทันหันของหวังชินเอง อีกฝ่ายไม่มีทางเตรียมข้อมูลมาล่วงหน้าได้ขนาดนี้แน่
มีความเป็นไปได้เพียงอย่างเดียว... เขาคือทายาทสำนักกุยกู่จริงๆ เขาคือผู้วิเศษหยั่งรู้อนาคต!
บุคคลระดับนี้ เป็นบุคคลที่แตะต้องไม่ได้ และไม่อาจล่วงเกินโดยเด็ดขาด มีแต่ต้องนอบน้อมเข้าหาเท่านั้น
แน่นอนว่า ไม่ว่าหวังยงจะเต็มใจหรือไม่ หวังชินก็เตรียมจะจับแม่สาวเจียวเจียวคนนั้นไปตรวจร่างกายอย่างละเอียด
หากผลออกมาเป็นจริง... หลินตงไหลก็คือเทพเจ้าในสายตาของเขาดีๆ นี่เอง
...
การผ่าตัดของพ่อผ่านไปได้ด้วยดี แม่ดีใจจนกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ ส่วนหลินตงไหลก็วางใจจนนอนหลับสนิทได้เป็นครั้งแรกในรอบหลายวัน
วันรุ่งขึ้น หลินตงไหลวานคนรู้จักให้ไปขนของใช้ส่วนตัวมาจากบ้านของหม่าหรงหรง เหตุผลที่เขาไม่ไปเองเพราะไม่อยากเจอหน้าครอบครัวประหลาดนั่นให้เสียอารมณ์
หลังจากจัดการธุระเสร็จ เขาก็มาที่ห้องพักฟื้น แม่หลินเตือนลูกชายด้วยความเป็นห่วงเป็นใยว่าต้องหาโอกาสไปขอบคุณครอบครัวหวังชินให้ดี
หลินตงไหลยิ้มรับปาก แต่ในใจเขารู้ดีที่สุดว่า ตระกูลหวังต่างหากที่ได้รับประโยชน์มหาศาลจากเขา หากไม่มีคำเตือนของเขา ทั้งหวังชินและหวังยงคงชะตาขาดไปแล้ว
แต่ก็นั่นแหละ การแลกเปลี่ยนครั้งนี้ช่วยชีวิตพ่อเขาไว้ได้ คุ้มค่าเสียยิ่งกว่าคุ้ม
“แล้วก็พยาบาลเสี่ยวหลินน่ะ แม่ว่าเธอเป็นเด็กดีมากเลยนะ เมื่อกี้แม่ลองแย๊บๆ ถามถึงลูก เธอก็ดูเขินๆ อายๆ ลูกลองพยายามจีบดูสิ อาจจะมีหวังก็ได้”
“...”
หลินตงไหลหัวเราะไม่ออกร้องไห้ไม่ได้ ที่เธอเขินคงเพราะอายเรื่องพนันที่แพ้เขาเสียมากกว่า คนเขาตั้งป้อมรังเกียจขนาดนั้น จะเป็นไปได้ยังไง
แต่จะว่าไป หลินเข่อเหรินหน้าตาสะสวยจิ้มลิ้ม รูปร่างอ้อนแอ้นบอบบาง แต่ส่วนเว้าส่วนโค้งกลับดูมโหฬารขัดกับขนาดตัว ถือว่าเป็นสาวน้อยที่ดูบริสุทธิ์และเซ็กซี่ในเวลาเดียวกัน
“อย่ามัวแต่ยิ้มสิลูก แม่พูดจริงๆ นะ เสี่ยวหลินดีกว่าเมียเก่าลูกเป็นหมื่นเท่า”
“ครับๆ แม่พูดถูกครับ พอดีผมมีธุระ เดี๋ยวมานะครับ”
หลินตงไหลรีบชิ่งหนีออกมาจากห้อง แต่พอเดินออกมาได้ไม่ไกล ก็ได้ยินเสียงเอะอะโวยวายดังมาจากโถงทางเดิน มีคนมุงดูอยู่เต็มไปหมด
เดิมทีเขาคร้านจะสนใจเรื่องชาวบ้าน แต่สายตาเจ้ากรรมดันเหลือบไปเห็นหลินเข่อเหรินยืนอยู่กลางวงล้อม บนแก้มขาวเนียนมีรอยฝ่ามือสีแดงสดประทับอยู่ ดวงตาคลอหน่วยไปด้วยน้ำตา สีหน้าเต็มไปด้วยความน้อยใจและอัดอั้นตันใจ
เห็นแบบนั้น เขาจึงอดไม่ได้ที่จะเดินเข้าไปดู
“เป็นความผิดของเขาชัดๆ ทำไมต้องให้หนูขอโทษด้วยคะ?!” หลินเข่อเหรินเถียงหัวหน้าพยาบาลด้วยความโกรธ
ไอ้สารเลวนั่นเห็นเธอเป็นตัวอะไร คิดจะเอาเงินฟาดหัวซื้อตัวเธอ พอเธอไม่เล่นด้วย ก็แกล้งหาเรื่องให้เธอรินน้ำให้ แล้วจงใจปัดแก้วน้ำใส่ตัวเอง
หัวหน้าพยาบาลได้ยินก็ของขึ้น ตวาดกลับ “เธอซุ่มซ่ามทำน้ำหกใส่คนไข้ ไม่ขอโทษก็แย่พออยู่แล้ว นี่รินน้ำประสาอะไรยังไปด่าลูกค้าอีก มันจะไม่ใช่ความผิดเธอได้ยังไง?”
“หนูบอกแล้วไงคะว่ามันไม่ใช่แบบนั้น เขาพยายามจะใช้เงินซื้อหนู พอหนูไม่ยอม เขาก็สั่งให้รินน้ำ แล้วเขาก็เอามือมาปัดแก้วน้ำเอง!”
“พอได้แล้ว! เลิกพล่ามไร้สาระสักที คนเขาเป็นถึงเศรษฐีร้อยล้าน เขาจะมาใส่ร้ายเด็กกะโปโลอย่างเธอทำไม ฉันขอสั่งให้เธอขอโทษเดี๋ยวนี้! ไม่อย่างนั้นก็เตรียมโดนพักงาน หรือไม่ก็เขียนใบลาออกไปเลย!” หัวหน้าพยาบาลยื่นคำขาดเสียงแข็ง
หลินเข่อเหรินได้ยินดังนั้น น้ำตาก็พาลจะไหลออกมาจริงๆ กว่าเธอจะสอบเข้ามาทำงานที่นี่ได้ต้องลำบากเลือดตาแทบกระเด็น จะต้องมาจบอนาคตเพราะไอ้คนไร้ยางอายนี่งั้นเหรอ?
เวลานั้นเอง หลินตงไหลมองตามสายตาไปจนเห็นชายร่างอ้วนพุงพลุ้ยที่นั่งทำหน้ากระหยิ่มยิ้มย่องอยู่บนเตียงคนไข้ ทันใดนั้น ข้อมูลก็ปรากฏขึ้นในสมองของเขา...
จบบท